บทที่ 825 : เราสองคนไม่ต่างอะไรกับเศษธุลี! (ต้น)
ตัวเมีย!
เยี่ยฉวนนิ่งอึ้ง เจ้านั่นมันล้อเล่น……หรือไม่?
ทว่าในตอนนั้น ชายหนุ่มไม่มีเวลามาสนใจมากนัก! เวลานี้เขาอยากนอนราบไปกับพื้นแล้วรักษาอาการบาดเจ็บเสียก่อน!
จนถึงเดี๋ยวนี้ ร่างกายแทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว!
ครั้งนี้ได้รับความบอบช้ำอย่างแสนสาหัส!
สาหัสยิ่งกว่าทุกครั้ง!
ภายหลังจากที่สุนัขอสูรปรากฏกาย คนบนกำแพงใหญ่จางเถี่ยนดูท่าโล่งใจไปตามๆ กัน ถึงกระนั้น บางคนเกิดความสงสัยว่าเยี่ยฉวนมีสัตว์อสูรติดตามมาได้อย่างไร!
นอกเหนือจากความสงสัย กลับรู้สึกกังวลใจขึ้นมาบ้างแล้วด้วยเท่าที่สังเกตดู เจ้าสุนัขอสูรมีทีท่าด้อยกว่ากิเลนอสูรเสียด้วยซ้ำ!
อีกทั้งขนาดไม่ใหญ่เท่าอีก!
อย่างไรก็ตาม เจ้าสุนัขอสูรหาได้เกรงกลัวอสูรเทพสวรรค์ในตำนานท่าทีโหดเหี้ยมตรงหน้าแต่อย่างใด!
สุนัขอสูร!
มันนับว่าเป็นอสูรเทพสวรรค์ในตำนานโหดเหี้ยมเช่นเดียวกัน!
บนชั้นอากาศ เสียงคนที่ลอยตัวอยู่ตรงกันข้ามกับเว่ยหย่างเทียน ชายชราหลังโก่งมองเจ้าสุนัขอสูร ครุ่นคิดพลางขมวดคิ้วหน้านิ่ว ก่อนจะเงยขึ้นถามสตรีเบื้องหน้า “เจ้าสัตว์อสูรนั่นเป็นตัวอะไร? ทำไมถึงไม่เคยเห็นมาก่อน?”
เว่ยหยางเทียนตอบโต้เสียงขรึม “โลกนี้กว้างใหญ่นัก……เราสองคนไม่ต่างอะไรกับเศษเถ้าธุลี!”
อีกฝ่ายขมวดคิ้วน้อยๆ
ด้านล่างขณะนั้น กิเลนอสูรเขม้นมองสุนัขอสูร ก่อนส่งเสียงคำรามลั่น สายตาจ้องเป๋งสุนัขอสูรปานจะกินเลือดกินเนื้อ แววตาวาววับแฝงความโหดร้ายไม่มิด!
พลันสุนัขอสูรแสยะมุมปากแยกเขี้ยวให้เห็นเด่นชัด เผยเขี้ยวแหลมคมดุจใบมีดเป็นแนวยาว
หลังจากนิ่งงันกันไปสักครู่หนึ่ง ทันใดนั้นสองสัตว์อสูรหายวับไปจากสถานที่ในเวลาเดียวกัน
ตูม!
เสียงระเบิดกึกก้องจนน่าอกสั่นขวัญหายดังขึ้นทันที!
ต่อมาปรากฏภาพของสองสัตว์อสูรดุร้ายเข้าต่อสู้ปล้ำกัน ทั้งสองล้วนพละกำลังมหาศาล การต่อสู้ของทั้งคู่จึงห้ำหั่นกันด้วยพลังแกร่งกล้าทางกาย!
ต้านทานอย่างแข็งขัน!
เมื่อเกิดการต่อสู้โรมรันพันตู ช่องอากาศในบริเวณพลันสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นประหนึ่งใกล้จะแตกสลายก็ปาน ก่อให้เกิดความประหวั่นพรั่นพรึงต่อผู้ที่ได้พบเห็น!
ทันทีที่ได้ประจักษ์ว่าสุนัขอสูรไม่อ่อนด้อยกว่าเจ้ากิเลนอสูร ท่านไป่พร้อมกับคนอื่นๆ แสดงสีหน้าเบาใจออกมาอย่างนึกโล่งอก
บนชั้นอากาศ เว่ยหยางเทียนหันไปกล่าวกับชายชราหลังโก่ง ซึ่งลอยตัวไม่ไกลว่า “ในเมื่อการประลองระหว่างคนรุ่นใหม่ ดูเหมือนโอกาสยังสูสี เช่นนั้น……มาสู้ให้รู้ผลแพ้ชนะกันไปเลย!”
อีกฝ่ายเหลือบมองพลางตอบว่า “ก็ดี! ข้าเองอยากเห็นเหมือนกัน……ว่าหลายปีที่ผ่านมาเจ้าพัฒนาฝีมือไปถึงไหนแล้ว!”
ว่าแล้วคนพูดหายวับไปทันที
ขณะที่เว่ยหยางเทียนเองก็เช่นกัน
ทันใดนั้นไกลออกไป เสียงระเบิดดังอึกทึกกึกก้องต่อเนื่องอย่างไม่จบไม่สิ้น!
และข้างล่างนั้นเอง ท่านไป่เบือนหน้ามองไปทางหมั่วจิ้วซึ่งยืนอยู่ตรงกันข้ามก่อนจะเอ่ย “เข้ามา!”
จากนั้น คนพูดได้หายวับไปทันที
ไกลออกไป จังหวะนั้นยอดฝีมือของสำนักแมวดำพลันหายวับไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
สงครามเริ่มขึ้นแล้ว!
ครั้งนี้เป็นสงครามทุกรูปแบบขนานแท้!
ณ เชิงกำแพงด้านหนึ่ง เยี่ยฉวนยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ขณะเดียวกันทางจ้านจุนกับพวกพากันถลันพรวดมุ่งหน้าไป
เหลียนว่านลี่ที่ยืนอยู่เคียงข้างเยี่ยฉวน ในมือถือดาบชิงหลงคอยระแวดระวัง
และทางด้านที่ไกลออกไป จั่วชิงคอยยืนประกบอยู่เงียบๆ ข้างโม่เยี่ยเช่นเดียวกัน
ก่อนหน้าโม่เยี่ยต่อสู้เผชิญหน้าต้านทานทักษะหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณของเยี่ยฉวน จนถึงตอนนี้ดวงวิญญาณของตนยังคงเลือนรางไปเล็กน้อย ทว่าเคราะห์ยังดีไม่ถึงกับละลายหายสูญไปทั้งหมด
ทั้งเยี่ยฉวนและโม่เยี่ยยังมีชีวิต ทว่าต่างได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส!
คนที่ยืนข้างชายหนุ่ม เหลียนว่านลี่กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนพึมพำออกมา “นะ……น่ากลัวจริงๆ!”
เหตุการณ์ที่ปรากฏ ทำให้นางตระหนักได้ว่าในโลกชิงฉาง สงครามระหว่างอาณาจักรต้าอวิ๋นและแว่นแคว้นดินแดนอื่นเป็นแค่เกมๆ หนึ่งเท่านั้น
สตรีมองไปยังร่างที่นอนสลบอยู่ข้างล่าง ความจริงสาเหตุที่ทำให้นางออกมาจากโลกชิงฉาง มิใช่เพราะต้องการพบหน้าเยี่ยฉวนแต่อย่างใด
นางแค่ออกมาเพื่อไปเยี่ยมเยือนดินแดนในจักรวาลดาราดูบ้าง!
กลับกลายเป็นว่านางคิดไม่ผิด! ด้วยถ้ายังอยู่ที่โลกชิงฉางคงเท่ากับขังตัวเองอยู่ที่นั่นไปจนตาย!
ในตอนนั้น ปรากฏยอดฝีมือของสำนักแมวดำคนหนึ่งฝ่าผู้คนตรงมาทางเยี่ยฉวน เห็นได้ชัดว่าอาศัยจังหวะนี้ฉวยสังหารชายหนุ่มเสีย!
เหลียนว่านลี่เหลือบตาไปยังชายคนนั้น ขณะต่อมาเหวี่ยงดาบแบนกว้างออกไปทันที
ฉัวะ!
คมดาบเล่มใหญ่ตวัดตัดอากาศ ทุกสิ่งขาดสะบั้นในทันที
ตูม!
ไกลออกไปยอดฝีมือแห่งสำนักแมวดำถูกแรงปะทะคมดาบแบนกว้างส่งให้ร่างลอยละลิ่วปลิวไปกว่าสามร้อยจั้ง!
เหลียนวานลี่ยื่นมือขวาออกไปพร้อมกับคว้าหมับ พลันดาบชิงหลงหวนกลับคืนสู่อุ้งมือของสตรี
จากที่เห็นในระยะไกล ไม่มีคนของสำนักแมวดำเข้ามากล้ำกรายในบริเวณนั้นอีก!
หญิงสาวก้มลงถามคนที่นอนอยู่บนพื้น “เป็นไงบ้าง?”
เยี่ยฉวนพยักหน้าตอบเบาๆ “ไหวอยู่!”
เหลียนว่านลี่ผงกศีรษะให้ ก่อนเงยหน้ามองไปในบริเวณโดยรอบ ซึ่งตอนนั้น การต่อสู้ทวีความตึงเครียดมากขึ้น ต่างได้รับบาดเจ็บหรือล้มตายกันทั้งสองฝ่าย
ทั้งยอดฝีมือฝ่ายสำนักแมวดำ ทั้งยอดฝีมือของกำแพงใหญ่จางเถี่ยนไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบฝ่ายใด กล่าวได้ว่าทั้งสองเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกัน!
เหลียนว่านลี่เบนหน้ามองไปยังจักรวาลดาราไกลโพ้น นางรู้ดีว่าถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้รับชนะ……สงครามจะยุติลงทันที!
ใครจะแกร่งกว่ากัน?
บนท้องฟ้าไกลออกไป เสียงระเบิดอึกทึกดังหูดับตับไหม้อย่างรุนแรงต่อเนื่อง!
การต่อสู้คนพวกนี้ช่างโหดเหี้ยมน่ากลัวนัก!
พลันหญิงสาวหันหน้ามองไปอีกด้านที่ไกลออกไป ทางฝั่งเจ้าสุนัขอสูรกับกิเลนอสูร ทั้งสองสัตว์อสูรเหี้ยมโหดกำลังเข้าสู้กันด้วยความคล่องแคล่วมีแต่คลื่นพลังดุร้ายแผ่ออกมา
ต่างฝ่ายต่อสู้กันจนมาถึงทางตัน!
เหลียนว่านลี่ไม่ได้ขยับไปไหนทั้งสิ้น ยังยืนอยู่ที่เดิม……ด้วยถ้าเมื่อไรที่ตนคล้อยหลัง เมื่อนั้นเยี่ยฉวนมีอันต้องตายโดยไม่เหลือซากแน่!
การต่อสู้ดำเนินต่อไปกระทั่งราวหนึ่งชั่วยามถัดมา บริเวณพื้นที่โดยรอบปรากฏร่างไร้วิญญาณของคนตายเพิ่มขึ้นทุกขณะ ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียใหญ่หลวงไม่แพ้กัน หากเหลียนว่านลี่พบว่าไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมล่าถอย พวกเขาคงปักหลักสู้จนตัวตาย!
ขณะนั้นเอง เหลียนว่านลี่แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จึงเห็นว่ายอดฝีมือแห่งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางคนหนึ่งกำลังลอยละลิ่วร่วงลงมา
ยอดฝีมือพลังขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิต!



