Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 847

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 847 : สู้จนคนสุดท้าย! (ปลาย)

C

คนทั้งหกทะยานลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา!

ด้านล่าง เว่ยหยางเทียนแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อเห็นว่าคนทั้งหกกำลังลงมาสตรีพลันนิ่วหน้าเล็กน้อย ใครกันจะต้านทานคนพวกนี้?

ขณะนั้นเองมีสตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเหล่ายอดฝีมือพิสดารที่โบยบินลงมา

จิตรกรสาวนางนั้น!

จิตรกรสาวมองดูคนที่บุกเข้ามาด้วยสายตาเย็นเยียบ ซึ่งขณะที่ฝ่ายตรงข้ามพุ่งโจมตีมายังสตรีจิตรกรสาวอย่างรวดเร็ว!

การปะทะหกต่อหนึ่ง!

ในจักรวาลดารา ชายชราสวมผ้าสีม่วงมองเห็นจิตรกรสาวพลันแสดงสีหน้าพอใจออกมา การที่นางปรากฏตัวออกมาน่าจะดีกว่า! จากนั้นเขาหันหน้าไปยังยอดฝีมือพิสดารสามคน คนที่ดูท่าว่าน่าจะเป็นผู้นำของเหล่ายอดฝีมือพิสดารจัดการเปิดผนึกยันต์ไปทางเบื้องล่างทันที “มนตร์ดำบังตาจงเผยตัวออกมา!”

จากนั้นพื้นที่อากาศด้านล่างพลันสั่นสะเทือน ทำให้เยี่ยฉวนซึ่งขณะนั้นซ่อนตัวอยู่ในที่มืดถึงกับสีหน้าเปลี่ยนวูบ ชายหนุ่มรีบถอยร่นหนีอย่างรวดเร็วขณะที่คนคนนั้นเคลื่อนผ่าน ส่งให้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ทันที ทันใดนั้นเยี่ยฉวนหยุดยืนนิ่ง ที่ด้านบนเหนือศีรษะชายหนุ่มปรากฏเปลวไฟสีดำลอยอยู่ในอากาศ

ในตอนนั้นแม้ชายหนุ่มจะยังคงอยู่ในชั้นอากาศ ทว่าเจ้าเปลวไฟยังลอยตามไปทุกที่! ให้ตายเถอะ!!

บัดนี้ ต่อให้ใช้ทักษะวิชาอำพรางกายาคงไม่เกิดประโยชน์อันใด!

เยี่ยฉวนเงยมองขึ้นไป บนอากาศมีสายตาอาฆาตของเหล่ายอดฝีมือพิสดารกำลังมองจ้องลงมาที่พอดี

เสียงคนที่ยืนอีกข้างหนึ่ง ชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วงเอ่ยทันที “ฆ่ามันเสีย!”

ผู้นำเหล่ายอดฝีมือพิสดารหยิบเอากระจกสีดำขึ้นมา จากนั้นมุมปากเริ่มขมุบขมิบท่องบ่นคาถาเบาๆ “เวทเร้นลับ ปรากฏแก่สรวงสวรรค์แลพื้นพิภพ วิชาเสพจักรวาลจงสำแดงมายามนตร์ดำ!”

ว่าแล้วจึงประกบนิ้วมือเข้าด้วยกันก่อนจะชี้ไปทางเยี่ยฉวน

ที่ด้านล่าง ชั้นสุญญากาศรอบตัวชายหนุ่มพลันจับตัวแข็งอย่างเฉียบพลัน จากนั้นเริ่มกัดเซาะเข้าไปทีละชั้นๆ

เมื่อเห็นเช่นนั้นชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วงพลันสีหน้าเผือดวูบ “ห้ามใช้เวทมนตร์กับสุญญากาศเป็นอันขาด!”

ทันใดนั้นเกิดพื้นที่ว่างเปล่า ช่องอากาศที่ล้อมรอบเยี่ยฉวนเมื่อครู่กลับสู่สภาวะปกติดังเดิม

ยอดฝีมือพิสดารทั้งสามมองดูพลางนิ่วหน้าด้วยความขัดข้องใจ ก่อนจะหันไปยังชายชราสวมผ้าคลุมม่วงเป็นเชิงถาม ฝ่ายหลังจึงตอบให้ฟังว่า “เวทมนตร์แห่งสุญญากาศใช้กับคนคนนี้ไม่ได้ พวกเจ้าเปลี่ยนไปใช้คัมภีร์อาถรรพ์เดี๋ยวนี้!”

ผู้นำเหล่ายอดฝีมือพิสดารพยักหน้าทันทีอย่างเข้าใจ ก่อนจะเบนศีรษะไปทางเยี่ยฉวนจากนั้นค่อยๆ ผลักฝ่ามือทั้งสองข้างออกไป พลันชั้นอากาศรอบตัวชายหนุ่มกลับกลายเป็นร้อนระอุขึ้นมาทันที!

ในจักรวาลดารา เหล่ายอดฝีมือพิสดารโบกสะบัดพัดมือจนเกิดเป็นร่างยันต์ผนึกเวท พร้อมกันนั้นปากขยับพึมพำท่องคาถา “เวทเร้นลับปรากฏแก่สรวงสวรรค์และพื้นพิภพ คัมภีร์อาถรรพ์แห่งเวทสี่ทิศจงสำแดงอเวจีมอดไหม้!”

ฉับพลันนั้นเองที่เบื้องล่าง ช่องอากาศรอบตัวของเยี่ยฉวนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟลุกโหมกระพือขึ้นมา!

ชายหนุ่มตวัดกระบี่ฟาดออกไป

ฉัวะ!

ณ สถานที่ปรากฏลำแสงกระบี่พุ่งวาบ อย่างไรก็ตามลำแสงกลับถูกเพลิงเผาผลาญไปในทันที ขณะเดียวกันเยี่ยฉวนรู้สึกเหมือนตนกำลังถูกเปลวไฟเผาไปเสียแล้ว

ชายหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อย วิชาของตาเฒ่าคนนี้ร้ายกาจยิ่งนัก! เขาจะประมาทคนผู้นี้ไม่ได้เสียแล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจึงสลับเอากระบี่แมวดำออกมา ทันใดนั้นรอบตัวเกิดพลังงานหลั่งไหลเข้ารวมกันประดุจกระแสน้ำหลากไหลท่วมท้นก็มิปาน!

พลังแห่งแมวดำ!

ครู่ต่อมาจู่ๆ ร่างของเยี่ยฉวนพร้อมกับกระบี่ได้หายวับไปจากสายตา!

ฉัวะ!

ณ สถานที่ปรากฏลำแสงกระบี่พุ่งวาบ คมแห่งลำแสงตัดทุกอย่างในอากาศธาตุ ไม่เว้นแม้แต่เปลวเพลิงประหลาดนั่นด้วย!

เมื่อทะยานหนีออกมาจากเปลวเพลิงได้สำเร็จเยี่ยฉวนไม่คิดที่จะจัดการสามยอดฝีมือพิสดารเหล่านั้นในทันที ด้วยรู้อยู่แก่ใจว่าตนไม่สามารถเข้าประชิดพวกมันได้อย่างแน่นอน เบื้องหน้าคนเหล่านั้นยังมีชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วงอยู่อีกคน จึงประจักษ์ชัดว่าไม่อาจเข้าใกล้ได้อย่างสิ้นเชิง! สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือช่วยอากุ้ยสังหารเหล่าบรรดายอดฝีมือขั้นศักดิ์สิทธิ์ให้ราบเสียก่อน!

ด้วยเวลานี้ทั้งอากุ้ยพร้อมทั้งคนอื่นๆ ที่เหลือดูท่าว่ากำลังจะเสียเชิงอยู่รอมร่อ!

ทันทีที่เห็นว่าเยี่ยฉวนมุ่งหน้าไปทางยอดฝีมือขั้นศักดิ์สิทธิ์ ชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วงขณะที่ลอยตัวอยู่ในจักรวาลดารา พลันสีหน้าแปรเปลี่ยนวูบไปอย่างสิ้นเชิง ร่างสั่นเทิ้มน้อยๆ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เยี่ยฉวนโดยไม่รั้งรอ ทันใดนั้นเอื้อมมือออกไปพร้อมขยับนิ้วทำท่าขยุ้มเข้าหาชายหนุ่มทันที

พลันเยี่ยฉวนรู้สึกราวกับว่าได้ถูกพลังบางอย่างคลุมครอบเอาไว้ทั้งร่าง กระทั่งอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออกเลยทีเดียว!

อย่างที่บอกว่าเมื่อเผชิญหน้ากับชายชราสวมผ้าสีม่วงเยี่ยฉวนไม่อาจประมาทได้แม้พริบตาเดียว ดังนั้นชายหนุ่มจึงงัดเงื้อกระบี่ขึ้นสุดแขนก่อนฟาดฉับลงไปตรงๆ

พลังฟาดหนึ่งเดียวเช่นนี้ ผนึกรวมพลังปณิธานกระบี่สองปณิธานไว้จนเต็มเปี่ยม!

ตูม!

สิ้นเสียงระเบิดดังสนั่น ร่างของเยี่ยฉวนผงะเงิบถอยห่างออกไป ถึงกระนั้นฝ่ายตรงข้าม ชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วงถอยกรูดห่างไปกว่าสามสิบจั้งด้วยในเวลาเดียวกัน!

ชายชราสวมผ้าคลุมม่วงยกแขนข้างขวาของตนขึ้นมองดู ซึ่งในเวลานั้นปรากฏรอยร้าวราวกับใยแมงมุมลามไล่ไปทั้งท่อนแขน!

สีหน้าเปลี่ยนเป็นดำคล้ำทันทีที่ได้เห็นเช่นนั้น สายตาเหลือบแลมายังเยี่ยฉวนแววตาเครียดขึ้งดุดัน “อัจฉริยะอะไรเช่นนี้!”

บัดนั้นความหวาดกลัวไหววูบเข้าจับจิตใจ ด้วยชายชราไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาพ่ายให้กับคนที่อ่อนอาวุโสกว่าเช่นนี้!

พลังปะทะเกือบทำให้เขาต้องเสียแขนไป!

เจ้าชายหนุ่มเยี่ยฉวนคนนี้ มันยังไม่บรรลุขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำไป!

อัจฉริยะยอดฝีมือที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้!

สายตาของชายชราสวมผ้าสีม่วงจ้องมองเยี่ยฉวนแน่วนิ่ง แววตาเย็นเยียบส่อเจตนาสังหารอย่างเปิดเผย

ห่างออกไปอีกฟาก เยี่ยฉวนสัมผัสได้ถึงเจตนาของฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างดี พลันขยับกำมือข้างขวาที่ถือกระบี่แมวดำไว้ในอุ้งมือแน่นเข้า การประมือกับชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วงทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าผลีผลามลงมือโดยประมาท มิเช่นนั้นแล้วตนอาจเป็นฝ่ายที่ต้องตาย!

ทันใดนั้นเองร่างของชายชราสวมผ้าสีม่วงวูบหายไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปพลันนิ่วหน้าทันที ขณะต่อมาเยี่ยฉวนขยับเท้าก้าวออกไปพร้อมตวัดกระบี่ในมือตัดตรงลงต่อหน้า

ตูม!

จากนั้นชายหนุ่มรับรู้ถึงพลังบางอย่างที่พุ่งเข้าปะทะเต็มเปาถ้วนทั่วตลอดร่าง ส่งให้ร่างลอยละลิ่วกระเด็นไปทันที

ด้านฝ่ายชายชราสวมผ้าสีม่วงบัดนี้เขาไม่ใส่ใจกับรอยร้าวที่ปรากฏทั้งท่อนแขนอีกต่อไป พลันถลันเข้าหาเยี่ยฉวนพร้อมผลักหมัดกระแทกใส่ชายหนุ่มตรงข้ามอย่างรุนแรง

ถ้าเยี่ยฉวนถูกซัดหงายด้วยพลังหมัดนี้เมื่อใด มีหวังกลายเป็นก้อนเนื้อเหลวเละอย่างไม่ต้องสงสัย!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!