ตอนที่ 407 เส้นทางการค้าเชื่อมรวม ทุกคนย่อมมีขีดจำกัด
ซุนโส่วเหลียนมาที่นี่ นำเรือเดินทะเลมา 20 กว่าลำและต้นไม้ใหญ่เกือบ 400 ต้น หลังจากขนถ่ายสินค้าลง โกดังริมแม่น้ำทะเลกับพื้นที่ว่างไม่พอวาง
ไม่รู้ทำเช่นไร พอขนถ่ายสินค้าขึ้นฝั่งมาก็ต้องให้คนเรือลากไปทางทิศตะวันออก พอไปถึงพื้นที่รกร้างนอกบริเวณพื้นที่การค้าก็ค่อยขนย้าย วางไว้ตรงพื้นที่รกร้างบริเวณนั้น เก็บกวาดเป็นโรงไม้ไปก่อน
ไม้ท่อนใหญ่ขนาดนี้ คนที่ต้องการก็มีไม่น้อย และการขนไม้ใหญ่นั้นต่างจากสินค้าทั่วไป ต้องการกลวิธีขน ส่งคนไปตามคนไรงไม้และร้านไม้ให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วย ตรากตรำกันจนฟ้ามืดก็ยังไม่เสร็จ จึงต้องทิ้งไว้ทำต่อในวันรุ่งขึ้น
ข่าวที่ว่ามีผู้ค้าไม้รายใหญ่จากเมืองเหลียวโจวตอนเหนือส่งไม้มาขายเทียนจินแพร่กระจ่ายไปทั่วเทียนจิน บรรดาพ่อค้าไม้ต่างก็ส่งคนมาช่วยงาน จึงเป็นพวกที่ได้ยินข่าวไวที่สุด
พอพ่อค้าไม้ได้ยินข่าวก็รีบมายังที่เก็บไม้ พอเห็นไม้ใหญ่แล้ว แต่ละคนก็จ้องมองตาเป็นมัน พวกเขาย่อมรู้ว่าราคาไม้จะสูงเพียงใด
ซุนโส่วเหลียนอยู่เทียนจินทั้งหมดสามวัน วันที่สี่ก็กำไรกระเป๋าตุง เมืองควนเตี้ยนมีป้อมกำแพงเมือง เดิมเป็นพื้นที่ป้องกันในเขตเมืองเหลียวโจว ใช้ทหารและประชาชนที่เมืองควนเตี้ยนนั้นตัดไม้กันก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าแรง ดีไม่ดีก็ใช้กันเฉยๆ ไม้ใหญ่ตามน้ำออกมาทางทะเล จากนั้นก็ใช้เรือลากมา เดิมก็ไม่มีต้นทุนอันใด ขายได้ราคาสูง และยังขายดี เพียงสองวันก็ขายหมดโกดัง หลายคนยังถามว่าครั้งหน้าจะมาเมื่อไร
หลังจากได้กำไรจำนวนมาก โชคของซุนเถียนยังไม่หมด เขานำเงินไปซื้อของในเทียนจินต่อ บรรทุกเต็มลำกลับไป และยังจ้างเพิ่มอีกสิบลำ
สินค้าเทียนจินขนส่งทางทะเลไปยังเมืองเหลียวโจว ทำกำไรมหาศาล ซุนโส่วเหลียนก็เท่ากับรวยก้อนโต ครั้งนี้ไม่รู้ว่ากำไรมากสักเท่าไร
แต่สำหรับเทียนจินแล้ว นับว่ามีประโยชน์หลายอย่าง ไม้ใหญ่จากเหลียวโจวก็ย่อมแก้ปัญหาการขาดไม้ที่เทียนจิน เงินที่ได้มาก็ยังเอามาใช้ในการค้าของเทียนจิน ซื้อสินค้ากลับไป การหมุนเวียนเช่นนี้ ผู้ซื้อผู้ขายและเทียนจินเอง ทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ทุกคนต่างได้กำไร
พ่อค้าเทียนจินมีความรู้สึกไวต่อเรื่องพวกนี้ ตั้งแต่ซุนโส่วเหลียนซื้อสินค้าจำนวนมาก และยังถึงกับจ้างเรือกลับไปเพิ่ม เรื่องนี้ทำให้ทุกคนพบโอกาสทางการค้า พ่อค้าไม่น้อยกับพวกที่ชอบเสี่ยงทางการค้าก็จะส่งคนหรือส่งตนเองบังคับเรือไป เตรียมกลับไปเหลียวโจวกับซุนโส่วเหลียน อย่างไรใต้เท้าหวังกับซุนโส่วเหลียนก็มีสายสัมพันธ์ไม่เลว ซุนโส่วเหลียนยังเป็นขุนพลใหญ่ที่เหลียวโจว มีเรื่องอันใดก็พอดูแลกันได้บ้าง
ในต้นเดือนแปด ไม่ทันรู้ตัว สายสัมพันธ์การค้าเทียนจินกับเมืองเหลียวโจวในเขตเหลียวเป่ยก็เกิดขึ้น เทียนจินยามนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าใต้หล้าที่พร้อมสรรพ สินค้าเหนือใต้มารวมตัวกัน ในขณะที่เมืองเหลียวโจวนิยมสินค้าหรูจากที่อื่น มีบ้างที่ขายสินค้าตนออกไป แต่ปกติก็เป็นกลุ่มการค้าปิด เมืองเหลียวโจวที่เป็นแหล่งเงินทองกลับไม่มีประโยชน์อันใด ตอนนี้สองฝ่ายเปิดสายสัมพันธ์ สินค้าเหลียวโจวและเงินทองที่นั่นจะทะลักเข้าเทียนจิน ทำให้ที่นี่ยิ่งเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
กองเรือที่นายกองลาดตระเวนซุนโส่วเหลียนนำมาในครั้งนี้เป็นเรือรบจากเมืองจินโจว เรื่องนี้อาจไม่ต้องกล่าวถึง ซุนโส่วเหลียนขายออกซื้อเข้า ความสามารถในการต่อรองราคาก็ทำเอาหวังทงตะลึง
หวังทงเคยสืบเบื้องหลังของซุนโส่วเหลียน พบว่าเป็นขุนพลคนสนิทของหลี่เฉิงเหลียง แม่ทัพใหญ่เมืองเหลียวโจว มีชื่อเสียงในความกล้าหาญ แต่ขุนพลเก่งกล้าเพียงนี้ไยจึงมีความสามารถในการค้าขายเช่นนี้
หากซุนโส่วเหลียนนำเรือรบมาขายไม้และซื้อสินค้าที่เทียนจิน ออกทะเลมาจากเมืองควนเตี้ยน นี่ไม่ใช่แค่เขตเหลียวเป่ยตอนเหนือเท่านั้น ย่อมมีทหารเมืองเหลียวโจวร่วมอยู่ด้วย ทุกคนมาทำการค้า หาเงินเสวยสุข ผู้ใดจะรักษาชายแดน ผู้ใดจะสู้รบกัน?
*************
มีเรือสองลำจากเมืองเหลียวโจวกระแทกกับแพไม้เสียหาย จำเป็นต้องจอดซ่อมที่เทียนจิน แต่ความยุ่งยากก็คือ เทียนจินไม่มีช่างต่อเรือที่ใช้การได้
ในท้ายที่สุดต้องหาลูกเรือจากเรือลำอื่นที่พอจะรู้วิธีซ่อมเรือ ทุกคนช่วยกันจึงซ่อมเรือเสร็จ เดิมเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่พอดีเป็นสิ่งที่หวังทงกำลังให้ความสนใจ
ทุกวันนี้เทียนจินมีเรือเข้าทุกวัน เข้าๆ ออกๆ ไม่รู้มากมายเท่าไร แต่เทียนจินเองก็ไม่ได้มีเรือเองสักเท่าไร เทียนจินมีเรือรบเพียง 20 ลำเท่านั้น ล้วนเป็นเรือพังๆ เกรงว่าออกทะเลไปก็คงโดนคลื่นลมพัดจนล่มเป็นแน่ การต่อเรือซ่อมเรือนั้นแม้มี แต่อย่างมากก็เป็นช่างไม้ที่ทำเป็นเพียงแค่เรือหาปลาลำเล็กให้ชาวประมงเท่านั้น
สำหรับเมืองท่าเรือนั้น การไม่มีเรือของตัวเอง นับเป็นปัญหาใหญ่ หากไม่มีเรือ หวังทงก็ยังไม่กล้าเริ่มการก่อสร้างท่าเรือเทียนจิน
เมื่อซุนโส่วเหลียนออกจากเทียนจินไป หวังทงก็ส่งคนนำจดหมายไปที่ร้านหลูไห่ วันที่ 9 เดือนแปด ร้านหลูไห่มีจดหมายมานัดหวังทงว่าวันที่ 1 เดือนแปดพบกันที่โรงเตี๊ยมเงินไหลมานอกเมืองเทียนจิน
*************
ตั้งแต่โรงเตี๊ยมเงินไหลเกี่ยวข้องกับหวังทง การค้าก็รุ่งเรืองอย่างหาใดเทียม เป็นเหมือนชื่อที่ว่าเงินไหลมา หวังทงมาที่นี่ แม้ว่าไม่ได้แจ้งมาก่อน แต่ก็จะมีห้องส่วนตัวเตรียมไว้ให้สามห้องเสมอ ห้องตรงกลางให้หวังทงใช้ อีกสองห้องเอาไว้ เพื่อป้องกันคนแอบฟัง
เมื่อหวังทงเข้าไปในห้อง ในห้องมีคนผู้หนึ่งรออยู่ หากไม่ใช่ราชาไตรธาราเสิ่นวั่ง เป็นชายผอมผิวดำผู้หนึ่ง ท่าทางชายผู้นี้เหมือนพวกที่ล่องเรือมานานหลายปี ผิวกายดำสนิท ริ้วรอยลึก ดูอายุแล้วน่าจะราว 40 กว่า แต่ดวงตาส่องประกาย ดูให้ดีก็เหมือนว่า 30 กว่าเท่านั้น
“ข้าน้อยเสิ่นเสี่ยงคารวะนายท่าน นายข้าน้อยตอนนี้ไม่อาจทิ้งภารกิจบนท้องทะเลมาได้ นายท่านมีอันใดบอกกับข้าน้อยได้”
เสิ่นเสี่ยงผู้นี้พูดจานอบน้อม ในเมื่อไปแจ้งที่ร้านหลูไห่แล้ว เสิ่นเสี่ยงก็น่าจะเป็นคนสนิทเสิ่นวั่ง หวังทงก็ไม่อ้อมค้อม นั่งลงกล่าวว่า
“พวกเจ้าเป็นเจ้าแห่งท้องทะเล ต่อเรือเป็นไหม?”
เสิ่นเสี่ยงยืนอยู่ข้างๆ ก็กล่าวเสียงดังอย่างภูมิใจว่า
“ไม่ปิดบังใต้เท้า ตั้งแต่เกาหลีไปจรดชมพูทวีป เรือที่แข็งแกร่ง แล่นได้เร็วที่สุดก็คือเรือราชาไตรธารา เรือพวกนี้ล้วนเราต่อเอง พ่อค้าจากแถบตอนใต้ที่ฮกเกี้ยนเจ้อเจียงยังยอมจ่ายสามเท่าเพื่อซื้อหา แต่นายท่านเรายังไม่ยอมขายให้”
“เทียนกับเรือชาวฟะรังคีล่ะ?”
เมื่อได้ยินหวังทงถามเช่นนี้ สีหน้าดำๆ ก็ดูเหมือนจะแดงเล็กน้อย กล่าวต่อว่า
“เรือผีฝรั่ง ก็แค่ใบเรือมาก ปืนมาก หากปะทะกัน พวกเราก็ไม่กลัวมัน นายท่านรู้ไหมว่า แม้ว่าเรือผีฝรั่งผ่านน่านน้ำเรายังต้องจ่ายเงินให้เรา”
ไม่ว่าจะเป็นโปรตุเกส สเปนหรือเนเธอร์แลนด์ มีเรือรบไม่มากที่นี่ มีหน้าที่ปกป้องอาณานิคม ดังนั้นจึงไม่มีข้อได้เปรียบบนท้องทะเล
หวังทงไม่เข้าใจข้อนี้ แต่สิ่งที่เขาต้องการถามนั้นไม่ใช่เรื่องนี้ จึงถามต่อว่า
“ข้าต้องการต่อเรือ ในเมื่อพวกเจ้ามีช่างต่อเรือ จะช่วยข้าต่อเรือได้ไหม เงินทองวัตถุดิบทางเทียนจินจะออก……”
หวังทงยังกล่าวไม่ทันจบ เสิ่นเสี่ยงผู้นั้นก็นิ่งค้างไปทันที หวังทงหยุดพูด เสิ่นเสี่ยงสีหน้าอึกอักหัวเราะแหะๆ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อจะคำนับต่ำมาก กล่าวเบาๆ ว่า
“นายท่านต่อเรือไปทำไม?”
“ข้าต่อเรือก็ย่อมต้องเพื่อปกป้องเทียนจิน ขนส่งสินค้าและผู้คน หรือว่าพวกเจ้าไม่รู้ว่าตอนนี้เทียนจินขาดแคลนเรืออย่างมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะมีผลเสียหายต่อการค้าชะลอตัว”
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังทง เสิ่นเสี่ยงก็ยิ่งก้มลงต่ำไปอีก กล่าวอย่างเคารพนอบน้อมว่า
“ไยนายท่านต้องกังวลเช่นนี้ มีพวกเราอยู่ ท้องทะเลไหนเลยมีผู้ใดกล้าแตะต้องเทียนจิน มีพวกเราอยู่ จะมีเรือไม่พอใช้ได้อย่างไร นายท่านกังวลมากเกินไปแล้ว!”
หวังทงได้ยินเสิ่นเสี่ยงกล่าวเช่นนี้ ก็นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะหยิบกาสุราบนโต๊ะมาหมุนเล่น ยิ้มถามว่า
“เสิ่นเสี่ยง ข้าพบเจ้าครั้งแรก เจ้าตัดสินใจแทนราชาไตรธาราได้หรือ?”
เสิ่นเสี่ยงเงยหน้าขึ้นยิ้ม ตอบอย่างนอบน้อมยิ่งว่า
“นายท่านเรามาไม่ได้ ส่งข้าน้อยมาพบใต้เท้า ก็ย่อมไม่กล้ากล่าววาจาเหลวไหล หากใต้เท้าไม่เชื่อถือ ก็รอให้นายท่านเรากลับเข้าฝั่งก่อนค่อยมาตอบก็ไม่สาย ข้าน้อยเป็นคนกิริยาหยาบ มักกล่าววาจาล่วงเกิน นายท่าน พวกข้าน้อยหาเลี้ยงชีพบนท้องทะเล การต่อเรือซ่อมเรือก็คือชีวิต ไม่อาจให้ผู้อื่นแตะต้องได้ จากเหนือจรดใต้ท่าเรือมากมาย ล้วนธรรมเนียมเช่นนี้”
“ฮาๆ เช่นนั้นท่าเรือเปิดที่ฮกเกี้ยนเจ้อเจียงและมาเก๊าเล่า?”
หวังทงยิ้มถาม เมืองเฉวียนโจว เมืองไถโจว เมืองกว่างโจวล้วนเป็นท่าเรือการค้าที่ทางการเปิดกับต่างบ้านต่างเมือง ที่นั่นย่อมมีช่างเรือทางการ คิดไม่ถึงว่าเสิ่นเสียงสีหน้ากลับมีรอยยิ้มเยาะ กล่าวอย่างไม่พอใจว่า
“ทางนั้นไหนเลยจะต่อเรือดีได้ ทางการใช้เรือยังต้องเสียเงินซื้อจากพวกเราเลย”
ได้ยินเช่นนี้ หวังทงก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางกาสุราลงกล่าวว่า
“กลับไปถามเสิ่นวั่งละกัน ข้าไม่เคยเอาเปรียบผู้ให้ความช่วยเหลือ นำวาจานี้ไปบอก”
“ข้ากลับไปก็จะส่งคนนำจดหมายด่วนไปส่งให้นายท่าน จะต้องนำวาจานายท่านไปแจ้งแก่นายท่านเราให้ได้ ขอนายท่านโปรดวางใจ”
พอเสิ่นเสี่ยงออกจากห้องไป หวังทงก็หยิบกาสุราบนโต๊ะขึ้นมาเทให้ตนเองหนึ่งจอก จากนั้นก็ดื่มลงไป รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปไร้ร่องรอย
*************
“พวกสมควรตาย ตอนแรกหากไม่ใช่ว่าข้านำพวกมันเข้ามาในแม่น้ำทะเล พวกมันไหนเลยจะได้ปรอทและยาหางวัวมากมายเพียงนี้ไปได้ ประเทศวัวทางนั้นนับวันยิ่งเอาใหญ่ ตอนนี้หวังทงบัดซบนั่นครองเทียนจิน เจ้าพวกนี้ก็รีบไปขอซบ ตอนนี้ทุกที่ก็พากันเอาอกเอาใจ ทำการค้าตอนนี้ก็ติดขัดไปหมด ชั่วช้าจริงๆ”
จวนแห่งหนึ่ง ณ ชานเมืองหลวง ชายร่างอ้วนในห้องโถงหน้ำตาดุดันขู่ฟ่อ แผดเสียงคำรามดังลั่น คนข้างๆ ต่างพากันก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยอันใด ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า
“ท่านสาม ใช่ว่าพวกเราไม่ทำการค้า แต่หากท่านจะทำเช่นนี้ ท่านรองทางนั้น……”
“ไม่ทำการค้า จะมีชีวิตกันยังไง เงินทองก็ถูกพวกเขาเอาไปใช้หมด ทางนี้ไม่มีเงินบรรณาการสักอย่าง……ไปหาต่อ ไปหาต่อ ข้าไม่เชื่อว่า การค้าทำกำไรจะไม่มีคนทำ……”
