Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 543

ตอนที่ 543 เทคนิคการค้า จากเรื่องนี้โยงไปอีกเรื่อง

“อาปาก้งอย่าได้โมโหไป อย่าได้โมโหอีกเลย เจ้าไม่ส่งคนขึ้นฝั่งมารายงานก่อน ลอยเรือเข้ามาอาดๆ เช่นนี้ ยังเป็นเรือติดปืนใหญ่ การป้องกันริมฝั่งก็สมควรอยู่”

หวังทงยิ้มกล่าวกับอาปาก้ง อาปาก้งที่ครั้งก่อนมาร้องเรียนหวังทงมีความเฉลียวฉลาดไม่น้อย แม้ว่าพอขึ้นฝั่งมาจะเอาแต่ด่าทอ แต่พอมาเจอหวังทง ก็ไม่กล้าเหิมเหริมแม้แต่น้อย กล่าววาจาระบำยความไม่พอใจด้วยความระมัดระวัง

แม้ว่าพวกหูอันที่ตามมาทีหลังจะรู้จักอาปาก้ง รับรองสถานะแล้ว แต่พวกทังซานก็ยังคงระมัดระวังอยู่ ส่งคนขึ้นเรือเล็กไปคุมเรือห้าลำของอาปาก้งเอาไว้ พร้อมเตรียมจุดไฟ หากมีเรื่องผิดปกติใดก็จะจุดไฟเผาทันที

ในเวลากระชั้นชิดยังใช้เรือพ่อค้าอื่นออกไป คนของทังซานและทหารกองกำลังหู่เวยขึ้นเรือไปด้วยกัน หากพบเหตุการณ์ผิดปกติก็จะลงมือทันที

เช่นนี้เรือหลายลำก็เริ่มลอยเข้าสู่แม่น้ำทะเล ป้อมปืนริมแม่น้ำทะเลหันปากกระบอกมาป้องกันแน่นหนา พอเทียบท่าได้ ก็ให้ต่างชาติสองคนเฝ้าเรือไว้ ยังมีทหารกองกำลังหู่เวย10 นาย ที่เหลือให้ลงจากเรือให้หมด

พ่อค้าโปรตุเกสอาปาก้งนำสินค้าจำนวนมากมา เขาเห็นความรุ่งเรืองที่เทียนจิน ได้เห็นการให้ความสำคัญกับพ่อค้าของราชวงศ์หมิง การมาครั้งนี้จึงมาพร้อมสินค้าจำนวนมาก เดิมคิดว่าจะได้รับการต้อนรับยิ่งใหญ่ คิดไม่ถึงว่าตกใจแทบสิ้นสติเช่นนี้

แผ่นดินหมิงมีอารยะ ให้การต้อนรับเช่นนี้ อาปาก้งรู้สึกว่าหวังทงย่อมต้องรู้สึกผิด บางทีอาจยอมอ่อนให้การค้าตนเองระดับหนึ่ง

ดังนั้นพอได้พบหวังทงจึงได้พูดไม่หยุด แต่หวังทงกลับมีปฏิกิริยาเฉยๆ ตอนอาปาก้งคิดจะพูดต่อ หวังทงยิ้มกล่าวว่า

“เรือเจ้ามีปืนใหญ่มากเพียงนี้ ยังไม่ให้สัญญาณ หากเข้ามาเป็นพวกโจรสลัด เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไร ใช่ว่าต้องถูกทำลายสิ้นงั้นหรือ!”

“ใต้เท้าหวังที่เคารพ จากบ้านเกิดรอนแรมมานับพันลี้มาถึงที่นี่ ตลอดเส้นทางฝ่าคลื่นลมมามากเท่าไร ต้องต่อสู้กับโจรสลัดและทหารเรือมามากเท่าใด เรือไม่มีปืนใหญ่ได้อย่างไร และครั้งนี้ก็ไม่ได้มาอย่างพลการ ข้าเองก็รู้จักบอกกล่าวก่อนเข้ามาแล้วด้วย!”

“คิดไม่ถึงว่าปืนใหญ่ที่นี่จะยิงได้ไกลขนาดนี้กระมัง!?”

หวังทงยิ้มถามกลับ อาปาก้งนิ่งไปไม่ตอบ เรือพ่อค้าติดอาวุธปืนใหญ่แม้ว่าเพื่อป้องกันตน แต่อย่างไรก็ติดอาวุธ บางแห่ง เรือการค้าติดอาวะก็เป็นเรือโจรสลัดได้ ก็สามารถโจมตีเมืองปล้นชิงได้ แม้ไม่เป็นเช่นนี้ ปืนใหญ่บนเรือก็ยังรับประกันการซื้อขายที่ตรงไปตรงมาได้ อาจถึงกับบีบซื้อขายได้อีกด้วย

แน่นอน ในยุคนี้ พ่อค้าตะวันตกไม่กล้าแสดงแสนยานุภาพที่ทะเลหมิง อยู่ที่ท่าเรือเทียนจินที่มีปืนใหญ่ป้องกันมากเพียงนี้ก็ยิ่งต้องเก็บหางทำตัวเป็นคนดีเข้าไว้

ถูกหวังทงถามแทงใจ อาปาก้งก็ไม่บ่นต่อ เก็บความไว้ในใจ หวังทงเองก็ไม่อยากกล่าวถึงอีก ถามขึ้นว่า

“เจ้ามาครานี้ นำสินค้าอันใดมาด้วย!?”

อาปาก้งอยากจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา พอได้ยินหวังทงถาม ก็รีบยิ้มกล่าวว่า

“เครื่องเทศหลากหลาย พรมเปอร์เซีย ยังมีสิ่งทอ ยังมีเครื่องเงินเครื่องทองคำกับเครื่องประดับอาหรับ”

แม้ว่าเปิดทะเลได้ไม่นาน แต่เครื่องเทศจากทะเลใต้อย่างไรก็ได้กำไรอยู่มาก พรมและพวกสิ่งทอล้วนเป็นสินค้าดีของทุ่งหญ้าและทางฝั่งตะวันตกของจีน พรมและสิ่งทอก็ได้กำไรมหาศาล พรมและสิ่งทอจากเปอร์เซียยิ่งไม่ต้องพูดถึง ราคาย่อมสูงกว่าสินค้าจากมองโกลและฝั่งตะวันตกของแผ่นดินหมิงหลายเท่า เครื่องเงินเครื่องทองและเครื่องประดับเพชรพลอยจากอาหรับที่มีความเป็นต่างชาติอยู่มากก็ยิ่งได้รับความนิยมจากพวกชนชั้นสูง

“เจ้าคิดมาทำการค้ายาวนานที่เทียนจินหรือ!”

หวังทงยิ้มถาม อาปาก้งพยักหน้าติดๆ กัน รับคำว่า

“ใต้เท้าหวังกล่าวได้ถูกต้อง นอกจากระม เครื่องหอมแล้ว สินค้าอื่นๆ ก็ล้วนค่อยๆ วางขายไปที่ร้าน!”

เครื่องเงินเครื่องทองและเครื่องประดับเพชรพลอยจากอาหรับที่มีความเป็นต่างชาติ ร้านใหญ่และร้านค้าย่อยย่อมไม่ซื้อทีเดียว เอาไว้เพียงแค่วางไว้ค่อยๆ ขายในร้านไป เพราะของพวกนี้เป็นของที่มีเพียงไม่กี่ชิ้น ค่อยๆ วางขายสร้างชื่อให้ร้านไปเรื่อยๆ ทำให้สินค้าอื่นพลอยขายได้ อาปาก้งเป็นคนค้าขายเป็นไม่น้อย

บรรยากาศค่อยๆ ผ่อนคลาย อาปาก้งเขยิบเข้าไปยิ้มกล่าวว่า

“ครั้งนี้มีของขวัญมอบให้ใต้เท้าด้วย แต่ถูกทหารท่านกักไว้ด้านนอก ใต้เท้าให้พวกเขานำเขามาดูสักหน่อยเถิด!”

หวังทงพยักหน้า ถานเจียงข้างๆ รีบออกไปจัดการ ไม่นาน ก็มีทหารประคองกล่องสองสามใบเข้ามา อาปาก้งยิ้มร่าเปิดกล่องออก

กล่องหนึ่งเป็นปืนสั้นคู่ ยังมีกล่องยาวเป็นดาบหม่าเตาที่มีสันหนาคมบาง พวกฝึกยุทธ์นิยมชมชอบกันอย่างมาก หวังทงเองก็เช่นกัน

ดาบหม่าเตานั่นยังดี แต่ปืนสั้นนับได้ว่าถูกใจหวังทงยิ่ง พอหยิบขึ้นมาดูอย่างละเอียด ปืนสั้นที่อาปาก้งมอบให้สั้นกว่าปืนสั้นที่หวังทงพกติดตัวสองกระบอกนั้นราวหนึ่งในสาม ปากกระบอกหนากว่าหนึ่งในสามส่วน เป็นปืนไฟหมุนไก งานละเอียดยิ่ง ด้านบนแกะสลักลวดลาย ยังประดับด้วยเพชรพลอยหลายตำแหน่ง

เห็นการประดับตกแต่งสวยงาม เพชรพลอยสัมผัสได้ ยังมีลวดลายสลักสวยงาม ปืนไฟสมัยนี้ต้องไว้ใจใช้การได้จึงจะดีที่สุด

“ของสตรีและเด็กเล่น”

หวังทงยิ้ม หยิบดาบหม่าเตาขึ้นมา เทียบกับปืนที่ประดับตกแต่งงดงามแล้ว ดาบนี้เรียบง่ายกว่ามาก แต่พอถือแล้วหนัก หนักกว่าที่หวังทงคาดไว้ ขยับมือเล็กน้อย รู้สึกว่าเหมาะมือ กระชับได้มั่นเหมาะ ดาบพวกนี้นับได้ว่าเป็นดาบชั้นหนึ่ง เป็นอาวุธสำหรับสังหาร

“ข้าน้อยมาจากทะเลใต้ ตามหลักควรจะนำเกราะประเทศข้าสักชุดมามอบให้ใต้เท้า แต่ทะเลใต้ทางนั้นไม่มี จึงได้แต่ซื้อดาบนี้มาในราคาสูงเพื่อนำมามอบให้ใต้เท้า”

“เจ้านับว่ามีน้ำใจ!”

หวังทงยิ้มพยักหน้า กำลังจะส่งแขก อาปาก้งก็เขยิบเข้ามายิ้มกระซิบถามขึ้น

“ใต้เท้า สินค้าข้าน้อยนำมาครานี้ยังมี่ปืนไฟอีก 350 กระบอก คิดจะขายให้ใต้เท้า!”

ในวงการค้า นี่เป็นเรื่องปกติที่จะส่งมอบของขวัญเพื่อคุยการค้า ย่อมใช้การไม่ได้กับหวังทง จึงเพียงแค่ส่งเสียงรับรู้เบาๆ อาปาก้งยิ้มกล่าวต่อว่า

“กระบอกละ 100 ตำลึง หากใต้เท้าจ่ายด้วยทองแท่ง ก็สามารถเหลือกระบอก 90”

ได้ยินรายงานตัวเลข ทำเอาหวังทงอึ้งไป อดไม่ได้หัวเราะดัง หัวเราะจนอาปาก้องอึ้งไป หวังทงตะโกนเรียกคนด้านนอก ไม่นานก็มีทหารถือปืนไฟเดินเข้ามา หวังทงเอามาถือไว้ ยิ้มกล่าวว่า

“เทียนจินผลิตจำนวนมาก กระบอกละ 25 ตำลึง เจ้าต้องการเท่าไรก็ได้ หากว่าจ่ายสด กระบอกละ 20 ก็ได้”

ตอนนี้ปืนไฟในเทียนจินสามารถผลิตได้มากแล้ว และจำนวนผลิตก็รับรองได้ ปัญหาเดียวที่มีก็คือกองกำลังหู่เวยมีจำกัด ไม่ต้องการใช้มากขนาดนั้น ทหารกองกำลังอื่นย่อมไม่อาจซื้อมาเก็บส่วนตัวได้ ดังนั้นผลิตได้จำนวนที่ต้องการแล้ว พวกช่างก็จะไปผลิตอย่างอื่นต่อ

ต้นทุนปืนไฟแต่ละกระบอก หวังทงรู้ดี กระบอกละ 3 ตำลึง นี่เรียกได้ว่าคิดรวมค่าแรงคนงานและของทั้งหมดแล้ว……

**********

“……ปืนไฟ 350 พรมปู……”

ตอนอาปาก้งมาคราก่อน หวังทงให้เขาไปป่าวประกาศข้อดีเทียนจิน ให้นำช่างมาให้มาก การมาครั้งนี้กลับมีแต่สินค้ามาหาเงินและปืนไฟมาหลอกเอาเงิน หวังทงไม่อยากคุยกับเขาต่อ แต่ก็นับว่าเพิ่มพ่อค้าทรงประสิทธิภาพคนหนึ่งให้เทียนจินก็แล้วกัน ร้านอาปาก้งก็ร่วมทุนกับหวังทง อย่างไรก็ได้กำไร

ตกค่ำ ทังซานก็ตรวจนับสินค้าเรือฟะรังคี 5 ลำออกมาครบ ครั้งนี้มีความเคลื่อนไหวใหญ่ ทุกฝ่ายไม่กล้ารอช้า ปฏิบัติการอย่างแข็งขัน

อาปาก้งตอนกลางวันก็ออกไปจัดการเรื่องค้าขาย หวังทงไม่อยากสนใจเรื่องที่กำลังรับฟัง แต่ขั้นตอนที่ต้องทำก็ต้องทำไป ยังคงฟังอย่างอดทน

เรือ 5 ลำนำสินค้ามาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว พอหวังทงฟังจบก็เงียบไป ทังซานรายงานจบขอตัวออกไป หวังทงจึงเอ่ยปากรั้งไว้ ถามขึ้น

“เรือ 5 ลำหากไม่ขนสินค้ามา บรรทุกแค่คนได้เท่าไร?”

ทังซานอึ้งไป เขาเป็นพวกชาวทะเล คำถามนี้ย่อมไม่ยาก คิดครู่หนึ่งก็ตอบไปว่า

“คนบนทะเลต้องกินต้องดื่ม ไปที่ต่างกันก็ย่อมขนคนต่างกัน ยังต้องดูว่าจะเทียบท่าเติมเสบียงได้หรือไม่”

“ไปทะเลทางเขตปกครองใต้ ไม่เทียบท่า”

จากเทียนจินไปเขตปกครองใต้ทางทะเล ตลอดทางไม่รู้ว่าจะมีท่าเท่าให้ให้เทียบได้ เหตุใดไม่เทียบท่า แต่ทังซานก็ยังคิดคำนวณออกมาได้อย่างรวดเร็ว กล่าวว่า

“เรือ 5 ลำนับลูกเรือด้วย ก็ราว 2,000 คน”

หวังทงนิ่งไปก่อนจะพยักหน้า ผ่านไปครู่หนึ่งจึงถามขึ้น

“ท่าเหรินชวนทางนั้นไปสืบมาได้ความอย่างไร?”

“เรียนใต้เท้า ท่าเรือนี้มีหลายคนรู้จัก บอกว่าทำงนั้นตอนนี้เป็นพื้นที่ ‘วานรทะเล’ ข้าน้อยถามชื่อมา พวกเขายังไม่รู้ คิดว่ารอให้สืบได้ความมาค่อยมารายงานใต้เท้าอย่างละเอียด”

หวังทงพยักหน้า กล่าวว่า

“ไปสืบมาอีก ยังมีเรือ 5 ลำนี้ให้คุมให้ดี ขนสินค้าได้ ห้ามคนเข้าไป และก็ห้ามออกจากท่าด้วย รอบๆ ต้องล้อมไว้ ไม่ให้คนนอกเข้าไปมุงดูกัน”

ทังซานรีบคำนับรับคำสั่ง ขอตัวออกไป หลังจากทังซานออกไป อยู่ๆ ก็คิดได้ว่า จากเทียนจินไปเมืองไห่โจวใกล้กว่าจากเทียนจินไปเหรินชวน สมองแล่นเร็วพลัน ไปสืบข่าวทางนั้นดีกว่า

ตกดึกคืนนั้น เถ้าแก่ร้านเหลียวหยางถูกเชิญตัวมาจากงานเลี้ยง ออกมาคุยข้างนอก ไม่รู้คุยอันใดกัน พอแยกตัวกับคนซื้อที่เมืองหลวง ก็รีบกลับที่พัก ตามเถ้าแก่รองไปพบหวังทงที่จวน ที่นั่นมีคนรอพบพวกเขาอยู่แล้ว

“จดหมายพวกนี้ คืนนี้ต้องม้าเร็วนำไปส่ง ไม่ต้องกลัวว่าม้าจะวิ่งจนเหนื่อยตายไป รีบนำไปส่งให้เร็วที่สุด!”

ซุนต้าไห่ถือจดหมายหวังทงไว้ในมือ ตามพลส่งสารที่เตรียมพร้อมตลอดเวลามา……

************

วันที่ 21 เดือนห้า ศาลซุ่นเทียน ณ เมืองหลวง เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งเข้าไปในห้องทำงานของหลี่ว์วั่นไฉ รายงานด้วยความนอบน้อมว่า

“ใต้เท้าหลี่ว์ นอกเขตทักษิณมีคนมาแจ้งความว่าเกิดเหตุฆ่าชิงทรัพย์”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!