ตอนที่ 544 คดีใหญ่เมืองหลวง สืบง่าย จัดการยาก
ศาลซุ่นเทียนมีเจ้ากรมใหญ่ รองเจ้ากรม และรองจากรองเจ้ากรมอีกตำแหน่งหนึ่ง สามตำแหน่งนี้ใหญ่สุด ส่วนใหญ่ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งไว้สำหรับขุนนางเข้าสู่วัยเกษียณเป็นกันสบายๆ อันดับรองลงไปก็จะเป็นผู้ช่วยเจ้ากรม เป็นผู้ทำงานแท้จริง
เมืองหลวงเป็นสถานที่สำคัญใกล้พระบำทฮ่องเต้และมีชนชั้นสูงอยู่กันมาก เรื่องเล็กน้อยใดก็ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ ผู้ช่วยเจ้ากรมย่อมต้องเป็นพวกมีฝีมือและฉลาดรู้งานไปกับทุกฝ่าย ส่วนใหญ่ล้วนมาจากบัณฑิตระดับจวี่เหริน ตำแหน่งนี้ไม่เปลี่ยนตัวขุนนางบ่อย
บัณฑิตจิ้นซื่อเป็นขุนนางก็เพื่อเงินทอง แม้ว่าถูกส่งออกไปนอกเมืองหลวงดำรงตำแหน่งก็ต้องได้ตำแหน่งระดับสูง จากนั้นพอได้เลื่อนก็จะเข้ามาอยู่เมืองหลวง ย่อมไม่อยากมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรมที่มีเรื่องมากมายให้ยุ่งยากและยังมีระดับตำแหน่งไม่สูงเช่นนี้ พวกบัณฑิตทั่วไปประสบการณ์น้อย รับมือสถานการณ์รายละเอียดมากมายในเมืองหลวงไม่ไหว
พอเข้ารับราชการส่วนใหญ่ก็ระดับ 8-9 ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมา อยู่กันนานวัน เห็นอะไรมามาก ก็ฝึกฝนกันมา ก็เริ่มมีประสบการณ์เหมือนพวกขุนนางเก่าแก่ พวกเล่ห์เหลี่ยมมากจึงจะสามารถมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรมที่ศาลซุ่นเทียนได้ ตำแหน่งนี้ต้องสานสัมพันธ์กับทุกฝ่ายให้ดี ข่าวสารต้องฉับไว รู้ไปทุกทิศ แต่ละแห่งก็ต้องรักษาดูแลให้ดี เรื่องใหญ่น้อยในเมืองหลวงก็ต้องให้แต่ละฝ่ายพอใจ มีคำตอบให้ทุกฝ่าย
คนเช่นนี้หากเปลี่ยนคน จะรอให้ชำนาญก็ต้องหลายปี ดังนั้นแต่ไรมาจึงไม่เปลี่ยนคนกันง่ายๆ ผู้ว่าศาลซุ่นเทียนบางทีปีหนึ่งเปลี่ยนสามคนก็ไม่แปลก แต่ผู้ช่วยเจ้ากรมมักจะคนหนึ่งทำไป 20-30 ปี แม้ว่าไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมปกครองแต่ก็เป็นที่รับรู้และยอมรับกันทั่วไป
ตำแหน่งนี้แม้ว่าไม่ยิ่งใหญ่ แต่ค่าน้ำร้อนน้ำชามีมาก อำนาจไม่น้อย พวกชนชั้นสูงในเมืองหลวงมีเรื่องใดก็มักพึ่งพาอาศัยผู้ช่วยเจ้ากรมศาลซุ่นเทียน เป็นคนที่ทรงอิทธิพลในเมืองหลวงตัวจริง
และหากนั่งตำแหน่งนี้แล้ว ลูกหลานเองก็ได้ประโยชน์ใหญ่ แต่ละฝ่ายล้วนให้ความเกรงใจดูแล เส้นทางสอบขุนนางก็สะดวกโยธิน ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นตำแหน่งแห่งการสั่งสมเงินทองเพียงใด หลายชาติก็กินใช้ไม่หมด
จากประสบการณ์ของหลี่ว์วั่นไฉ อายุ 30 จึงจะได้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานสืบคดีก่อน อีก 10 ปีจึงจะได้เป็นตัวเลือกดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรม ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะข้ามมารับตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรมได้
ทว่าด้วยฟ้าดลบันดาล วาสนาพาให้พานพบกับหวังทง ต่อมาก็เป็นที่รู้จักของจางเฉิงแห่งสำนักส่วนพระองค์ ชื่อของเขาจึงไปถึงพระกรรณฮ่องเต้
ก่อนหวังทงออกจากเมืองหลวง ก็ตั้งโครงสำนักรักษาความสงบก่อนไป หลี่ว์วั่นไฉเป็นคนใกล้ชิดในวงนี้ที่สุด รู้งานสืบคดี และยังขยันขันแข็ง ไม่เพียงแต่ได้ตำแหน่งในสำนักรักษาความสงบแต่ยังได้รับการดูแลให้เลื่อนขั้นมาเรื่อยๆ โชคดีอย่างมาที่ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรมได้
ก่อนปีรัชสมัยเจียจิ้งที่ 6 ผู้ช่วยเจ้ากรมศาลซุ่นเทียนมี 6 คน ต่อมาลดเหลือ 3 คน สามคนนี้แม้ว่าร่วมกันทำงาน แต่ก็มีภาระแยกกันไป มีหน้าที่ดูแลชนชั้นสูงหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลเก็บภาษีที่นาหนึ่ง ยังมีอีกหนึ่งรับหน้าที่ดูแลคดีแท้จริง
คนที่รู้งานในวงขุนนางดีย่อมมองออกว่า รับหน้าที่ดูแลชนชั้นสูง สามารถเกี่ยวสัมพันธ์กับอิทธิพลได้ รับหน้าที่ดูแลที่นาก็เกี่ยวพันกับเงินทอง งานด้านคดีจึงเรียกได้ว่างานหนักและยากลำบากแท้จริง
แม้ว่ามีเบื้องหลังดูแล แต่ระบบขุนนางก็ไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ได้ หลี่ว์วั่นไฉย่อมต้องรับภาระงานหนัก
เงินจากสำนักรักษาความสงบ การค้าของหวังทงก็แบ่งเงินให้เขา นับประสาอันใดกับหลี่ว์วั่นไฉเองก็เป็นลูกหลานคหบดีจากเมืองทงโจวมาก่อน ย่อมไม่สนใจเงินเล็กน้อย แต่เพราะภาระด้านดูแลคดีความ ย่อมต้องรู้แต่ละระดับในเมืองหลวงและจับตาดูพวกนักเลงในเมืองหลวงเอาไว้ เขาย่อมยินดีที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้
ไม่กล่าวถึงว่าสำนักรักษาความสงบนี้อำนวยความสะดวกให้มากเท่าไร หลี่ว์วั่นไฉเองก็รับภาระงานหนักไม่น้อย เมืองหลวงแตกต่างจากที่อื่น คนตายอาจจะทำเป็นไม่สนใจได้ แต่ข่าวแพร่สะพัดหากไปถึงหูขุนนางใหญ่ และสนใจถามถึง ศาลซุ่นเทียนหากให้คำตอบไม่ได้ ก็ย่อมยุ่งยาก ดังนั้นหากเกิดคดีความ ศาลซุ่นเทียนก็มักจะต้องขยันขันแข็งกว่าขุนนางที่อื่นๆ
เจ้าหน้าที่เข้ามารายงานในห้องว่า ทางเขตทักษิณมีคดีถูกฆ่าชิงทรัพย์ หลี่ว์วั่นไฉขมวดคิ้วขึ้น ถามอย่างเคร่งเครียดว่า
“เป็นคนมีถิ่นฐานในเมืองหลวงหรือ?”
“เรียนใต้เท้า ไม่ใช่ ดูจากของที่ติดตัวมา เป็นพ่อค้าชาจากเมืองฮกเกี้ยน มาพักที่โรงเตี๊ยมต้าฝูที่นอกเขตทักษิณทางเขาเป่าเฉวียนหลิ่ง คนที่ร้านบอกว่าตอนกลางวันกินดื่มไปมาก ออกไปเดินเล่น ตอนกลางคืนไม่กลับมา หากพวกเราไม่ออกไปหา พวกเขายังไม่รู้เลย?”
“วันก่อนสองพี่น้องจากชิงโจว วันก่อนๆ ยังมีบัณฑิตระดับซิ่วไฉจากหังโจว……”
“ใต้เท้าความจำดีเยี่ยม 6 วันก่อนมีพ่อค้าม้าจากเมืองเจินติ้งถูกดาบสังหาร 5 วันก่อนยังมีพ่อค้าเมืองทงโจว”
หลี่ว์วั่นไฉพับเก็บพัดจีบในมือ หยิบสันพัดเคาะโต๊ะ ก่อนจะถามขึ้นว่า
“เรื่องนี้ทางอำเภอต้าซิงรู้หรือยัง เจ้าพนักงานพิสูจน์ศพไปดูแล้วหรือยัง?”
“ไปมาแล้ว ถูกทวนยาวแทงท้ายทอยตาย”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าหลี่ว์วั่นไฉก็สงสัย กล่าวว่า
“ใช้ทวนยาวแทง? คดีสังหารชิงทรัพย์หลายวันก่อนนอกเขตทักษิณ เหมือนว่านอกจากคดีเดียวที่ตีด้วยกระบองแล้ว อื่นๆ ล้วนตายใต้คมอาวุธ……เจ้าไปตามคดีนี้จากต้าซิงมาหน่อย ตามหลี่กุ้ยมาพบข้าด้วย!”
เจ้าหน้าที่คำนับถอยออกไป ไม่นานด้านนอกก็มีเสียงรายงานดังเข้ามา หลี่กุ้ยรองมือปราบศาลซุ่นเทียนเข้ามาคำนับอย่างนอบน้อม
ตอนนี้หลี่กุ้ยนับได้ว่าเป็นบุคคลไม่ธรรมดาในเมืองหลวงแล้ว พวกทำการค้าในเมืองหลวงม มีผู้ใดไม่รู้ว่าเป็นมือปราบและยังเป็นหัวหน้าหลี่ในสำนักรักษาความสงบต้องให้การต้อนรับด้วยความระมัดระวัง แต่หลี่กุ้ยเองรู้ว่าบารมีนี้มาได้อย่างไร ต่อหน้าหลี่ว์วั่นไฉจึงต้องนอบน้อมให้ยิ่งมาก
“ใต้เท้า ท่านตามข้าน้อยมามีอันใดสั่งการ!?”
“ระยะนี้คนของเจ้าทำอันใดกันอยู่?”
“เรียนใต้เท้า ทำงานแต่ละงานที่ศาลซุ่นเทียนกันอยู่ คนที่สำนักรักษาความสงบก็ทำงานกันไปตามปกติ ยังตามสืบเรื่องลัทธิไตรสุริยันอยู่”
“สืบได้อันใดหรือไม่?”
“ข้าน้อยไร้สามารถ เหมือนปีก่อน ยังไม่มีวี่แววอื่นใด เมืองหลวงวางสายไปทั่ว ไปทุกที่ ว่ามีเรื่องใดให้รายงานมา ใต้เท้าหลี่ที่คุมบ่อนทางนั้นก็จับตาดูอยู่ ล้วนแต่ไม่พบอันใด”
หลี่ว์วั่นไฉนิ่งไป ก่อนจะโบกพัดในมือไปมา กล่าวอย่างเคร่งเครียดว่า
“ส่งคนไปดูที่นอกเขตทักษิณ สืบคดีฆ่าคนตาย!”
พอเขาสั่งการ หลี่กุ้ยก็คำนับรับคำสั่ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น
“ใต้เท้าหลี่ว์ เรื่องนี้……ใต้เท้าหวังสั่งการว่าให้สืบ ส่งคนไปทางนั้นแทน เกรงว่า……”
หลี่ว์วั่นไฉตบพัดลงบนโต๊ะอย่างแรง ตวาดอย่างโมโหว่า
“ไปสืบคดีฆ่าคนตายที่นอกเขตทักษิณมา หากมีคนคิดหาเรื่องเราเรื่องนี้ พวกเรายังจะทำงานนี้กันต่อได้อีกหรือ ยังจะมีโอกาสทำงานให้ใต้เท้าหวังอีกหรือ ใต้เท้าหวังทางนั้นข้าจะเขียนจดหมายไปแจ้งเอง ตามพวกหวังซื่อไปจัดการงานนี้ด้วย หากไม่สืบคดีอีกก็ย่อมเกิดเรื่องใหญ่แน่แล้ว!”
ถูกหลี่ว์วั่นไฉสั่งสองอย่างรุนแรง หลี่กุ้ยก็ฉลาดหัวไว เขาไม่ใช่มือปราบที่ละโมบอย่างเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้เป็นรองหัวหน้ามือปราบ ยังเป็นพ่อบ้านแห่งสำนักรักษาความสงบ ผ่านประสบการณ์มามาก ย่อมรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ จึงรีบคำนับกล่าวว่า
“ข้าน้อยทราบแล้ว ข้าน้อยจะนำคนไปวันนี้ จะต้องสืบคดีให้กระจ่าง!”
“ไปสืบมาก่อน วันนี้ข้าจะไปที่สำนักองครักษ์เสื้อแพรและในวัง ดูว่าพวกเขาส่งคนมาช่วยพวกเจ้าได้หรือไม่”
*************
แต่ไรการทางการสืบคดี มีแต่ไม่อยากสืบ น้อยมากที่จะสืบไม่พบ ผู้ช่วยเจ้ากรมศาลซุ่นเทียนหลี่ว์วั่นไฉมีคำสั่งลงไป ยังใช้กำลังร่วมกันระหว่างศาลซุ่นเทียนและสำนักรักษาความสงบ ก็เท่ากับว่า มือปราบศาล ทหารองครักษ์เสื้อแพรและคนของสำนักบูรพาร่วมวงสืบคดีด้วย
การรวมกำลังคนได้เช่นนี้ หากจะเรียกว่าขบวนสืบคดีที่กล้าแข็งที่สุดในเมืองหลวงก็ไม่เกินไปนัก เรื่องใดนอกเขตทักษิณก็ย่อมสืบได้ความหมด
หลี่กุ้ยในชุดปกติ แต่งกายเป็นพ่อค้าคหบดี กำลังจองที่พักในโรงเตี๊ยมต้าฝูนอกเขตทักษิณ ตนเองพักที่นั่น คนสืบคดีอยู่ข้างนอกวิ่งหาข่าว ได้ข่าวอันใดก็นำมารายงาน
นอกเมืองหลวงไม่ใช่ที่นารกร้าง นอกจากบริเวณกำแพงเมืองราว 1 ลี้รอบๆ แล้ว ล้วนเป็นเมืองรุ่งเรือง
“หัวหน้าหลี่ มีคนเห็นว่าชายค้าม้าไปที่ศาลเจ้าแม่จิ่วเสียนทางนั้น……”
“ใต้เท้าหลี่ ร้านเนื้อถนนสือโถว บอกว่าเรื่องระยะนี้ เป็นการกระทำของพวกนิรนามที่ศาลเจ้าแม่จิ่วเสียน เมื่อก่อนรอคอยกระดูกอยู่ด้านนอก แต่หลายวันนี้ซื้อเนื้อเป็นชั่งๆ ข้าน้อยว่าผิดปกติ ไปถามร้านสุราละแวกนี้ ก็บอกว่าพวกนิรนามมาซื้อสุราไปมากเช่นกัน……”
“ใต้เท้าหลี่ เมื่อครู่ไปถามพวกหัวหน้านักเลงสองคนมา พวกมันว่า ระยะนี้มีคนใช้แต่งชายแต่งกายเป็นหญิงออกมาสร้างเรื่องลวง แต่ล้วนอยู่ที่ห่างไกลลับตา พวกเขาขี้เกียจจะสนใจ”
เจ้าหน้าที่แต่ละคนนำข่าวที่ได้มารายงาน หลี่กุ้ยอยู่ศาลมาหลายปี เข้าใจเรื่องราวดี เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง กล่าวว่า
“พวกลักลอบค้าอาวุธละแวกนี้มีทำการค้าใดที่ไม่มีที่มาชัดเจนหรือไม่?”
เรียนใต้เท้า สำนักบูรพาและสำนักองครักษ์เสื้อแพรจับตาดูอยู่ หากมีเรื่องเช่นนี้คงถูกเปิดโปงนานแล้ว”
“พวกนิรนาม นิรนาม มารดามันสิ มาเกี่ยวข้องกับพวกไร้อวัยวะสืบสกุล เรื่องนี้ยุ่งแล้ว พวกเจ้าไปจับตาดูไว้ก่อน ข้าจะเข้าเมืองไปรายงานก่อน”
ได้ยินว่าเกี่ยวข้องกับพวกนิรนาม หลี่กุ้ยก็อดด่ามารดามิได้ คนพวกนี้ชั้นต่ำมาก หากจัดการไม่ถูกต้องแม้เล็กน้อย ก็จะถูกขันทีในวังเอาเรื่อง เช่นนั้นก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ คิดจะทำคดีก็ต้องรายงานเข้าไปในวังก่อน พวกอาวุธนั้นราคาสูง พวกนิรนามไม่มีเงินติดกาย จะมีเงินมาซื้อหาได้อย่างไร ยิ่งน่าสงสัยก็คือ พวกเขากายพิการชั้นต่ำ ยังจะเอาอาวุธไปทำอะไรกัน!
เจ้าหน้าที่ศาลซุ่นเทียนอยู่เมืองหลวง รู้ว่าเรื่องบางเรื่องถามมากไม่ได้ ไม่ควรเดาให้มาก รายงานไปตามจริงก็พอ หลี่ซื่อมาปฏิบัติหน้าที่ ก็รายงานเบื้องบนไปตามที่รู้มา
*************
สองเจ้าหน้าที่ในชุดชาวบ้านเดินไปยังบริเวณที่มีคนตาย ที่แห่งนี้เป็นนอกเขตทักษิณ บนท้องถนนไร้ผู้คน อยู่ๆ ได้ยินเสียงแหวกหญ้า คนสิบกว่าคนถืออาวุธหลากหลายกรูกันออกมา
