ตอนที่ 574 คนมากรู้เห็นมา มองข้ามดังเงาดำใต้ตะเกียง
“ท่านจาง ดื่มยาได้แล้วเจ้าค่ะ!”
บ่าวหญิงสองนางเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อม คนหนึ่งเดินเข้ามารายงาน อีกคนยกถ้วยหยกรองด้วยจานเงินเข้ามาเบื้องหน้า จางจวีเจิ้งที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะมิได้เงยหน้าขึ้นมา อิ๋วชีด้านหลังจางจวีเจิ้งพยักหน้า บ่าวหญิงทั้งสองก้าวเข้ามา ก่อนจะวางถ้วยหยกไว้บนโต๊ะน้ำชาข้างหนังสือ
“เมืองซงเจียงมีรายงานมาหลายครา บอกว่าไม่อาจดำเนินการระบบภาษีและเกณฑ์ทหารได้ ผู้ว่าเมืองซงเจียงทำงานอย่างไร กรมอากรที่หนานจิงปล่อยปละละเลยหรือ?”
จางจวีเจิ้งถามน้ำเสียงราบเรียบ อิ๋วชีด้านหลังอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะคำนับกล่าวว่า
“นายท่าน ตระกูลสวี ตระกูลสวีเป็น……”
พอจางจวีเจิ้งเงยหน้าขึ้น ก็ได้ยินวาจานี้ ทำให้ต้องส่ายหน้าหลุดหัวเราะออกมาว่า
“ใกล้เดือนหนึ่ง ยังมีบางเรื่องจำไม่ได้อยู่บ้าง”
เพราะอยู่ในห้องหนังสือตน จางจวีเจิ้งจึงเพียงแค่มัดผมไว้เท่านั้น อิ๋วชีด้านหลังมองมา พบว่าผมที่มัดไว้อย่างลวกๆ อันเคยดกดำของจางจวีเจิ้งยามนี้เปลี่ยนสีดอกเลาไปไม่น้อย อดไม่ได้เขยิบเข้าไปใกล้กล่าวว่า
“นายท่าน ท่านมักกล่าวว่าหลักการเป็นขุนนางบุ๋นบู๊ ต้องรู้จึกผ่อนหนักเบา ไม่อาจทำงานหนักไป หากก็ไม่อาจผ่อนมากไป แต่นายท่านทั้งวันเอาแต่ทำงานหนักเช่นนี้ อย่างไรก็ต้อง……ก็ต้องดูแลสุขพาพด้วยถึงจะถูกต้อง”
จางจวีเจิ้งหันมาหรี่ตามอง ก่อนจะวางเอกสารในมือลง ยิ้มกล่าวว่า
“ตอนนี้ทำงานหนักหน่อย พอปีหน้าไปแล้ว ระบบภาษีใหม่นี้ได้เงินมาพอใช้สำหรับสามปีแล้ว ขุนนางทั่วหล้าได้ดำเนินระบบจนเชี่ยวชาญแล้ว ตอนนั้นค่อยผ่อนเบาลงก็ได้……ดื่มยา”
อิ๋วชีรีบไปที่โต๊ะน้ำชา เปิดฝาครอบถ้วยหยกออกมาวางข้างๆ ก่อนจะใช้ช้อนเงินบนจานเงินจุ่มลงไป สองมีประคองมาให้
จางจวีเจิ้งพิงพนักถอนหายใจ กล่าวว่า
“วันนี้เอกสารพวกนี้ต้องส่งให้จางเสวียเหยียนก่อนอาทิตย์ตกดิน ให้กรมอากรรีบนำตัวเลขของปีนี้ไปคำนวณออกมา ไทเฮาและฝ่าบาทร้อนพระทัยอยากทอดพระเนตร”
“นายท่านไยต้องเร่งร้อนเพียงนี้ แม้ว่าตัวเลขไม่ออกมา ความดีความชอบนายท่านก็เป็นสิ่งที่ใต้หล้าล้วนเห็นด้วยตาแล้ว……มีเรื่องหนึ่งรายงานนายท่านให้รู้ คุณชายใหญ่ไปที่กรมปกครองเพื่อขอตำแหน่งผู้ว่าเมืองหลูโจว หลี่โย่วจือแห่งกรมปกครองจึงมาถามนายท่าน……”
จางจวีเจิ้งกำลังจะวางช้อนเงินลง พอได้ยิน ช้อนเงินก็ตกไปอยู่ข้างจานแทน กล่าวเสียงเยียบเย็นว่า
“เรื่องเช่นนี้มารายงานทำไม ให้หลี่โย่วจือปฏิเสธไป หรือว่าเขาไม่รู้ถึงความตั้งใจของข้า หากยามเยาว์วัยไม่อาจเข้าถึงได้ วันหน้าจะสืบทอดการงานข้าได้อย่างไร อิ๋วชี เรื่องนี้เจ้าก็ช่างเหลวไหล เรื่องเช่นนี้ปกติเจ้าเป็นคนจัดการ เขายื่นมือเข้ามายุ่งทำไม!!”
อิ๋วชีปาดเหงื่อ จากด้านหลังเดินไปยังด้านข้างจางจวีเจิ้ง คุกเข่าลงกล่าวว่า
“เรื่องที่คุณชายใหญ่ต้องการทำ ข้าน้อยก็ไม่อาจ……”
“เอาเถอะ ข้าไปบอกเอง เจ้าทำงานของเจ้าไปให้ดีก็พอ!”
อิ๋วชีรีบโขกศีรษะลนลาน เขาเป็นคนสนิทอันดับหนึ่งของจางจวีเจิ้ง เมืองหลวงขอตำแหน่งขุนนางหรือสร้างสายสัมพันธ์เพื่อเบิกทางก็ล้วนผ่านเขาเข้าหามหาอำมาตย์จางจวีเจิ้ง ด้วยเหตุนี้ อิ๋วชีจึงมีเงินมากมายมหาศาลเข้าบัญชี จะเรียกว่าราวกับทองเป็นโต่ว[1]เข้าทุกวันก็ไม่เกินไปนัก
กล่าวถึงบุตรชายตนแล้ว จางจวีเจิ้งมักไม่กล่าวมากความ ได้ยินอิ๋วชีรับคำแล้ว จางจวีเจิ้งก็ได้แต่พยักหน้า ยกถ้วยหยกดื่มไปคำหนึ่ง พอดื่มลงไปแล้ว คิ้วจางจวีเจิ้งก็เลิกขึ้น ชิมรสอยู่สักสองสามที จึงได้กล่าวว่า
“วันนี้ยารสชาติดีกว่าเมื่อก่อนมาก”
กล่าวจบ ก็เงยหน้าดื่มจนหมด อิ๋วชีรีบก้าวเข้ามาเก็บถ้วยหยกลงจานเงิน ก่อนจะยกไปวางอีกด้าน ยิ้มกล่าวว่า
“ครั้งนี้ซานตงส่งแมวน้ำแห้งมาเติมน้ำผึ้งไปเล็กน้อย ว่ากันว่าการเคี่ยวยาเช่นนี้ สามารถทำให้ยาสำแดงประสิทธิภาพได้ดีที่สุด”
จางจวีเจิ้งพยักหน้า ก้มหน้าลงอ่านเอกสารในมือต่อ……
*************
วันที่ 24 เดือนสิบสองเป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลปีใหม๋ของแต่ละหน่วยงาน กรมทหารมีหัวหน้างานผู้หนี่งเลิกงานก็รีบวิ่งตรงกลับบ้านไปทันที
เดินไปบนถนนพอเลี้ยวหัวมุมก็ชนเข้ากับคนผู้นั้นเต็มๆ สองคนรีบร้อนเกือบจะหกล้ม พอตั้งตัวได้ หัวหน้ากรมทหารผู้นั้นก้เข้าไปต่อว่าอีกฝ่ายสองสามคำ อีกฝ่ายรีบคำนับขออภัย ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ จากไปทันที
ประตูเมืองหลวงยังคงเปิดอยู่ มีข่าวส่งออกไปนอกเมืองหลวง จากเมืองหลวงไปถึงเทียนจิน ระหว่างทางเปลี่ยนม้าที่สถานีพักม้าส่วนตัวของหวังทงเร่งเดินทาง
ตอนนี้เมืองหลวงไปเทียนจิน เส้นทางหลวงนั้นทุก 30 ลี้จะมีโรงเตี๊ยมหรือไม่ก็สถานีพักเปลี่ยนม้าที่สร้างแบบร้านรถใหญ่ หากว่าม้าเร็วไม่หยุดพัก ในสภาวะเร่งด่วนที่สุด สองวันก็จะถึงเทียนจิน
วันที่ 26 เดือนสิบสอง หน่วยทหารเทียนจินในการควบคุมของหวังทงปลดคำสั่งเตรียมการออกซ้อมรบ สายในกรมหทาร ณ เมืองหลวงรายงานข่าวมาว่า ปีนี้ทหารส่วนพระราชวังไม่ออกซ้อมรบนอกด่าน
ทุกครั้งออกนอกด่านซ้อมรบ ก็ล้วนมีผลต่อการสั่งสมเสบียงและยุทโธปกรณ์ออกรบ แต่ละหน่วยงานเร่งระดมสั่งสม เป็นเรื่องยุ่งยากยิ่ง จำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้า ตั้งแต่ย่างเข้าเดือนสิบสองมา กองกำลังหู่เวยก็เข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมออกซ้อมรบ สามารถเดินทางได้ตลอดเวลา
กองกำลังหู่เวยถูกคำสั่งออกไปซ้อมรบนอกด่านมาตลอด ต่อเนื่องเช่นนี้มาสองปี และทุกคนก็ได้ปะทะกบพวกมองโกลบนทุ่งหญ้า บนสนามรบนั้นเต็มไปด้วยอันตราย การจะรักษาตัวให้รอดปลอดภัย จำเป็นต้องเตรียมการให้พร้อมที่สุด
แต่การสั่งสมเสบียงจำนวนมาก และให้ทหารอยู่ในสภาวะพร้อมออกรบ ทำให้ทุกวันเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติสองเท่า
ดังนั้นจำเป็นต้องได้ข่าวที่แม่นยำที่สุดจากเมืองหลวงและจากแต่ละหน่วยงาน จากนั้นเทียนจินค่อยตอบสนองอย่างเร็วที่สุด
กองกำลังหู่เวยปลดคำสั่งเตรียมออกซ้อมรบแล้ว สำนักองครักษ์เสื้อแพรและหน่วยรักษาความปลอดภัยเทียนจินก็ย่อมปลดคำสั่งสภาวะเข้มงวดลง เดือนสิบสองแล้ว เทียนจินที่เคร่งเครียดมานานในที่สุดก็มีบรรยากาศแห่งเทศกาลปีใหม่แล้ว
นางเสิ่นและเสิ่นไท่ผิงก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่จวนหนึ่งริมแม่น้ำทะเล นางเสิ่นและเสิ่นไท่ผิงเป็นชื่อที่ฟังดูธรรมดามาก เข้ามาอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
จวนนี้นับได้ว่าเป็นชนระดับสูงจึงสามารถอยู่ได้ เป็นเรือนสามชั้น นางเสิ่นเป็นสตรีอายุน้อย เสิ่นไท่ผิงก็ยังเป็นทารกน้อย แต่มีสาวใช้ถึง 10 กว่าคน นอกจวนยังมีคนงานและบ่าวรับใช้อีก ระดับนี้ทำให้ดูแล้วย่อมรู้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ และเจ้าบ้านชายไม่อยู่บ้าน ยิ่งทำให้มีคนคิดไม่ซื่อ
“ถึงกับมีนางแซ่สือมาหาในจวน ให้นางเสิ่นศรัทธาในพระศรีอาริย์ จะคุ้มครองแม่ลูกให้ปลอดภัยได้?”
ได้ยินซุนต้าไห่รายงาน หวังทงก็อึ้งไปถามขึ้น ซุนต้าไห่พยักหน้าคำนับรายงานว่า
“เพราะใต้เท้าเคยสั่งไว้ว่า อย่าให้ทหารอารักขาปรากฏร่องรอยออกไป อย่างไรเสิ่นหวั่งก็ย่อมต้องมาเยี่ยมเยือน พวกสายสืบก็จับตาดูเงียบๆ พวกบ่าวและคนงานชายก็เป็นคนของเรา เทียนจินเราจับตาดูแน่นหนา พวกนักเลงท้องถิ่นก็ถูกเรากวาดล้างไปรอบหนึ่งแล้ว พวกต้มตุ๋นก็ไม่กล้าโผล่หัวออกมาให้เห็น แต่ทว่า พวกนางนับบวชที่มาพวกเราก็ไม่ค่อยได้สนใจ วันก่อนนางเสิ่นซื้อแป้งผัดหน้า ของให้หญิงแซ่สือจากร้านขายแป้งเข้าไปหาในจวน พอหญิงแซ่สือนั่นเข้าไป ไม่รู้คุยอันใดกับนางเสิ่นว่าเวลาตกฟากของทารกนั้นมีภัยวิบาก หากศรัทธาในพระศรีอาริย์ ทุกเดือนก็ให้บริจาคค่าธูปเทียน จะขอพรให้ทารกน้อยมีวาสนาขึ้นมาได้ นางเสิ่นเดิมก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่แล้ว พอได้ยินก็เชื่อทันที นัดแนะกับหญิงแซ่สือว่าหลังปีใหม่ให้มาหา จะเตรียมไว้ให้”
เหมือนว่าเป็นเรื่องไร้สาระเล็กน้อย แต่หวังทงฟังแล้วขมวดคิ้ว ซุนต้าไห่เห็นสีหน้าหวังทง ก็ยิ่งรายงานต่อไม่หยุดว่า
“ในจวนสาวใช้ข้างกายนางเสิ่น มีคนหนึ่งสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนงานชายด้านนอก เจ้านั่นก็ช่างพูด ได้ยินมาก็เล่าให้ทุกคนฟัง คนของเราได้ยินเรื่องเกี่ยวกับกราบไหว้พระศรีอาริย์ ก็คิดถึงคำสั่งก่อนหน้าของใต้เท้า รีบมารายงานทันที”
หวังทงพยักหน้า กล่าวอย่างจริงจังว่า
“พวกบัวขาวพระศรีอาริย์ ตั้งแต่สมัยอดีตฮ่องเต้ก็ก่อความไม่สงบแล้ว เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ ลากยาวมาจนทุกวันนี้ พวกพุทธะเหลวไหลลัทธิไตรสุริยันนั่นก็อีก ก็คงไม่แคล้วเกี่ยวโยงกัน ต้องสืบความมาให้ละเอียด”
ซุนต้าไห่พยักหน้า รับคำสั่งกล่าวว่า
“ใต้เท้ากล่าวได้ถูกต้อง ข้าน้อยเตรียมส่งคนไปจับตาดูนางสือนั่นแล้ว วันนี้ก็คงจะกลับมารายงาน”
“หญิงดีไม่มาออกหน้าออกตานอกบ้าน คิดไม่ถึงว่านางสือจะหาช่องทางก่อเรื่องเช่นนี้ได้ สตรีความคิดแคบนัก เชื่อเรื่องพระเรื่องเจ้า พอพวกนางเชื่อ ก็จะเลอะเลือนยิ่ง!!”
************
“ใต้เท้า นางสือเป็นคนที่มาจากแถบสบแม่น้ำ ร้านขายแป้งประทินผิวและเครื่องประดับ มีคนงาน 30 คน ไปตามตรอกซอกซอย ติดต่อสมาคมกับบรรดาสตรีในจวนต่างๆ”
ได้ยินรายงานของซุนต้าไห่ หวังทงก็อึ้งไป ผุดลุกขึ้นทัน ถามอย่างจริงจังว่า
“สบแม่น้ำ!?”
ซุนต้าไห่รับคำหนักแน่น หวังทงทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างแรง ตวาดเสียงเข้มว่า
“พวกราษฎรยากจนสบแม่น้ำนั่นรวมตัวกัน หากมีพวกคนชั่วเคลื่อนไหว ย่อมต้องก่อเกิดจลาจลใหญ่ รีบตามหัวหน้ากองนำกำลังสองกองร้อยและคนจากหน่วยรักษาความปลอดภัยมาหาข้าที่นี่เดี๋ยวนี้!!”
เขากล่าวจบ ทหารติดตามก็รีบวิ่งออกไปถ่ายทอดคำสั่งทันที ซุนต้าไห่ยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก กระซิบว่า
“ราษฎรสบแม่น้ำหลายหมื่น แต่ละแห่งล้วนคนมากวุ่นวาย พวกเราคนน้อยไป จะดูแลไม่ทั่วถึง จึงไม่มีหนทางอื่นนอกจากจับตามดูเอาไว้เท่านั้น
“ไม่ใช่ความผิดเจ้า พวกเรากำลังคนไม่พอ แต่ที่นั่นก็ละเลยมากไป ลืมการป้องกันไป”
หวังทงกล่าวน้ำเสียงเข้ม
*************
“พระศรีอาริย์มาจุติ เชื่อในพระศรีอาริย์จะทำให้พ้นภัยวิบาก หมั่นบูชาธูปเทียน สวดภาวนา ย่อมต้องไปสู่ดินแดนแห่งพระศรีอาริย์!!”
หญิงสิบกว่านางกำลังคุกเข่าโขกศีรษะนอบน้อม หญิงวัยกลางคนนางหนึ่งสีหน้าซีดขาวกำลังส่งเสียงตะโกนดัง นางทั้งสิบได้ยินแล้วก็สวดมนต์ดังพร้อมกัน นอบน้อมอย่างที่สุด
บนก้อนศิลาตรงกลางมีพระพุทธรูปทองแดงองค์หนึ่งตั้งอยู่ พระหัตถ์ทั้งสองชูขึ้น บนพระหัตถ์มีพระอาทิตย์ ตรงพระอุระยังมีอีกหนึ่งดวง……
———————-
[1] หน่วยตวงวัดของจีน โดย 1 โต่วเท่ากับ 10 ลิตร
