Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 647

ตอนที่ 647 เฝิงเป่ามีเรื่องจะบอก

เซี่ยงเหยียนเป็นสายลับของสำนักบูรพาในเทียนจิน ตอนหวังทงมาเทียนจินแรกๆ ก็เหมือนไปมาหาสู่กันอยู่ ต่อมาก็เหมือนหายไป

หัวหน้าขันทีสำนักส่วนพระองค์จางเฉิงในสำนักบูรพาเป็นคนกันเองกับตน ข่าวจากสำนักบูรพาตอนนั้นหวังทงเองก็รู้บางส่วน เซี่ยงเหยียนแม้ว่าเป็นลูกน้องเซวียจานเยี่ย แต่ได้รับความเมตตาจากเฝิงโหย่วหนิงผู้เป็นหลานเฝิงเป่าไม่น้อย ต่อมาหวังทงสายสัมพันธ์กับขุนนางใหญ่เมืองหลวงไม่ดีนัก เซี่ยงเหยียนเองก็เหมือนไดรับสัญญาณบางอย่าง จึงตีตัวออกห่างจากหวังทงไป

แต่ทว่า ตอนนั้นหวังทงมีสายทั่วเทียนจินแล้ว ไม่มีเซี่ยงเหยียนส่งข่าวก็ไม่เป็นไร

จนต่อมา เฝิงเป่าถูกขับออกจากเมืองหลวง เฝิงโหย่วหนิงก็ลาออกจากตำแหน่งติดตามเฝิงเป่าไปหนานจิง ตำแหน่งเดิมตกเป็นของเซวียจานเยี่ย เซี่ยงเหยียนย่อมไม่ได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ เมืองหลวงส่งข่าวนี้มา เซี่ยงเหยียนก็ถูกขับออกจากสำนักบูรพา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางการอีกต่อไป

คิดไม่ถึงว่าก่อนปีใหม่นี้ หวังทงไปค่ายทหาร เส้นทางขากลับจะต้องมาพบเซี่ยงเหยียนขวางทางขอร้องเช่นนี้

ไม่ได้อยู่สำนักบูรพาแล้ว หวังทงคิดไม่ออกมามีเรื่องสำคัญอันใด แต่ตอนนั้นที่คบหากัน ก็ยังพอมีน้ำใจกันบ้าง องครักษ์ด้านหน้าวิ่งกลับมาถาม หวังทงพยักหน้าอนุญาต

เซี่ยงเหยียนแม้ไม่อยู่สำนักบูรพาแล้ว แต่ก็อยู่เทียนจินมานานหลายปี ปกติก็ใช้สถานะพ่อค้าในเทียนจินปิดบังสถานะ มีการค้าในมือมากอยู่พอควร ชีวิตวันๆ ก็ไม่เลว

ตอนเดินเข้ามา สวมเสื้อหนังพร้อมหมวก นับว่าแต่งกายเรียบร้อย พอเห็นหวังทงบนหลังม้า ก็รีบคุกเข่าลงโขกศีรษะ ตอนนี้หวังทงเป็นรองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพ สถานะไม่เหมือนก่อนแล้ว เสียมารยาทมิได้

“ข้าน้อยคำนับใต้เท้าหวัง!”

“ที่แท้เถ้าแก่เซี่ยง ไม่เจอกันนาน วันนี้มาหาข้าด้วยเรื่องใด?”

หวังทงถามอย่างนุ่มนวล เซี่ยงเหยียนโขกศีรษะอีกหลายที ก่อนจะลังเลกล่าวว่า

“ข้าน้อยมีเรื่องสำคัญ ขอใต้เท้าให้คนรอบๆ ถอยออกไปก่อน”

หวังทงส่งเสียง ‘อืม’ หันไปพยักหน้าให้คนรอบๆ ทหารอารักขานหนึ่งรีบลงจากหลังม้า เดินไปทางเซี่ยงเหยียนให้เขายืนขึ้น ค้นทั่วตัวรอบหนึ่ง เซี่ยงเหยียนสีหน้ายินยอมให้ค้นตัว ทหารผู้นั้นค้นตัวเสร็จก็กลับมารายงาน หวังทงโบกมือกล่าวว่า

“พวกเจ้าถอยออกไปก่อน!”

ถนนตรงนี้ไม่มีผู้ใด หวังทงกับเซี่ยงเหยียนอยู่กลางถนนว่างเปล่า เซี่ยงเหยียนทิ้งมือข้างกายกล่าวว่า

“เฝิงกงกงต้องการพบใต้เท้าหวังสักครั้ง จึงส่งข้าน้อยมาเชิญ”

“เฝิงกงกง? เฝิงเป่าต้องการพบข้า?”

หวังทงถามกลับอย่างแปลกใจ เฝิงเป่าถูกขับออกจากเมืองหลวง ใต้หล้าก็ไม่มีเฝิงเป่าผู้ยิ่งใหญ่อีกแล้ว เขาอาจจะมีอายุยืนยาว แต่ในสายตาใต้หล้า ก็เหมือนตายไปแล้ว หวังทงเองก็ไม่อาจสนใจคนที่ลุ่มหลงอำนาจ ไม่รู้จักรักษาธรรมเนียมเช่นนี้

แต่ข่าวก็ยังมาถึงหู หลังในวังมีราชโองการ เฝิงเป่าก็ขนของ จากนั้นก็ออกจากเมืองหลวงไป เหมือนคนเดินทางทั่วไป ล่องมาทางคลองส่งน้ำ มาพักที่เทียนจินก่อน

คนอื่นไม่อาจจับผิดอันใดได้ จากเมืองหลวงไปหนานจิง ขอเพียงเขาออกจากเมืองหลวงก็บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ไปถึงหนานจิงเมื่อใดไม่ได้กำหนดชัดเจน ก็นับเป็นน้ำใจจากในวัง

เดินทางหน้าหนาว ด้วยอายุเฝิงเป่าดีไม่ดีอาจจะตายระหว่างทาง วิธีที่ดีก็คือรอให้น้ำในคลองส่งน้ำละลาย ไปทางน้ำ จากเทียนจินก็จะเริ่มเดินทางได้ตอนราวเดือนสองเดือนสาม เฝิงเป่ารอที่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ ครอบครัวเขาสามสิบชีวิตหาที่พักพัก คนของหวังทงมารายงาน หวังทงขี้เกียจจะสนใจ คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมาขอพบเช่นนี้

ตอนนี้มันเวลาอันใดแล้ว เฝิงเป่าก็มีสถานะที่ล่อแหลม ไปพบเขา ใช่ว่าจะหาเรื่องให้ตนเองหรือไม่ หวังทงนิ่งไปก่อนจะยิ้มกล่าวว่า

“ใกล้วันสิ้นปีแล้ว ข้ายุ่งมาก เฝิงกงกงเองก็คงต้องฉลองปีใหม่เช่นกัน รอไว้ข้าส่งของขวัญไปมอบให้ก็แล้วกัน”

วาจาปฏิเสธชัดเจน เซี่ยงเหยียนได้ยินก็โขกศีรษะอีกหลายที กล่าวว่า

“หากใต้เท้าหวังระแวง ก็ขอให้ทูลฝ่าบาทก่อน รอทรงอนุญาตก็ได้ เฝิงกงกงกล่าวว่าตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมาทำให้คิดได้หลายอย่าง มีบางอย่างต้องการบอกกล่าวให้ใต้เท้าหวังได้ฟัง ก็คือต้องการให้ทูลต่อฝ่าบาทนั่นเอง”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงไปเขียนฎีกากราบทูลเล่า ตอนนี้ฝ่าบาททรงมีอำนาจเต็มแล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดขัดขวางได้”

หวังทงรำคาญอย่างมาก หันหลังคิดจะขึ้นม้า เซี่ยงเหยียนโขกศีรษะอีกสองที รีบร้อนกล่าวว่า

“เรื่องที่เฝิงกงกงจะพูดไม่สะดวกจะเขียนออกมา ขอใต้เท้าหวังเห็นแก่น้ำใจในอดีต ไปพบเฝิงกงกงสักครา เฝิงกงกงไปหนานจิงครานี้ รู้ดีว่าคงไม่มีชีวิตรอดกลับมาอีกครา ขอใต้เท้าเมตตาด้วย!!”

กล่าวได้จริงใจอย่างที่สุด คุกเข่าโขกศีรษะหลายที เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังทงก็แปลกใจ เรื่องอันใดกันจึงได้ไม่สะดวกเขียนลงกระดาษ และยังกำชับวิธีการมาเช่นนี้ ถึงกับให้ตนไปทูลขอฮ่องเต้ว่านลี่

หวังทงลังเลก่อนจะหันหลังกลับมากล่าวว่า

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้ากลับไปรอก่อน ข้าทูลฝ่าบาท ฝ่าบาทย่อมมีพระวินิจฉัย!”

“ขอบคุณใต้เท้าที่เมตตาๆ !”

เซี่ยงเหยียนโขกศีรษะติดๆ กัน หวังทงไม่สนใจ พอขึ้นม้า ทุกคนก็พร้อมกันออกเดินทางต่อ

************

พอกลับถึงจวน หวังทงก็ตามหยางซือเฉินมา ให้เขาส่งสารลับไปกราบทูลเรื่องวันนี้ที่ได้พบเซี่ยงเหยียน หยางซือเฉินได้ยินแล้วก็เตือนหวังทงไปสองสามคำ แต่หวังทงก็อธิบายว่า

“วันนี้ได้พบเซี่ยงเหยียน สิ่งที่เซี่ยงเหยียนกล่าว ข่าวนี้เกรงว่าตอนนี้คงอยู่ระหว่างทางนำส่งเมืองหลวงแล้ว ไปพบหรือไม่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทูลเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเทียนจินเราเปิดเผย จึงจะเป็นสิ่งสำคัญกว่า”

หวังทงกล่าวเช่นนี้ หยางซือเฉินจึงรู้สึกละอายใจ รีบเขียนจดหมายกราบทูลทันที เรื่องง่ายๆ ย่อมเขียนเสร็จอย่างรวดเร็ว พอเขียนเสร็จ หยางซือเฉินก็ขอตัวกลับออกไปทำงานต่อ บอกว่าปลายปีต้องจัดการคำนวณบัญชีเทียนจินให้หมด ร้านสามธาราสาขาที่เมืองเซวียนฝู่ จี้โจว เหลียวโจวและซานซีรายงานมาแล้ว ต้องจัดการให้เสร็จก่อนสิ้นปี นี่เป็นเรื่องใหญ่อันดับหนึ่งของลูกน้องหวังทง พวกหยางซือเฉินย่อมต้องรีบจัดการให้เสร็จทันเวลา

ขณะกำลังออกไปก็ถูกหวังทงเรียกไว้ เอ่ยถามว่า

“อีกสองปีจะครบกำหนดการสอบรวมอีกครา ท่านหยางคิดวางแผนไว้อย่างไร?”

การสอบรวมก็คือบัณฑิตจวี่เหรินแต่ละมณฑลจะเข้าร่วมการสอบใหญ่ที่เมืองหลวงและหนานจิง หากสอบได้จะได้ตำแหน่งก้งซื่อ จากนั้นก็จะเป็นฮ่องเต้เป็นประธานสอบอีกครั้ง เรียกว่าสอบหน้าพระที่นั่ง หลังการสอบหน้าพระที่นั่งแล้วก็จะเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อ หากสอบติดก้งซื่อ และไม่เกิดเหตุผิดพลาดใหญ่ การสอบหน้าพระที่นั่งย่อมไม่พลาด ตำแหน่งบัณฑิตจิ้นซื่อย่อมติดโผแน่นอนแล้ว

หากสำหรับเหล่าบัณฑิตแล้ว ไห่ลุ่ยและหลี่ว์วั่นไฉถือเป็นข้อยกเว้น ย่อมเลียนแบบไม่ได้ ต้องสอบให้ได้ตำแหน่งจิ้นซื่อมา จะได้ค่อยๆ ก้าวสู่เส้นทางขุนนางชั้นสูง เพื่อก้าวสู่เส้นทางที่ใสสะอาด จำต้องเข้าร่วมการสอบรวมนี้

หยางซือเฉินเดิมเป็นบัณฑิตจวี่เหริน ยังเป็นพวกที่มีความรู้ได้มาตรฐานสูง ปีรัชสมัยว่านลี่ที่ 12 เข้าร่วมการสอบนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับอนาคตเขา ตอนนี้สถานะหยางซือเฉินในเทียนจินสูงมาก หนึ่งเพราะมีบัณฑิตน้อย เอกสารสำคัญจำต้องให้เขาร่วมรับรู้ร่าง สองนั้นเพราะสะพานเชื่อมเทียนจินสู่เซินสือหัง สถานะจึงสูงส่ง

การสอบรวมไม่ใช่เรื่องเล็ก หากไม่ใช่พวกระดับมันสมองแล้ว ต้องเตรียมตัวถึงปีสองปีจึงจะเข้าร่วมสอบ แต่หยางซือเฉินทำงานยุ่งทุกวัน เกรงว่าตำราปราชญ์เหล่านั้นทั้งสี่ตำราห้าคัมภีร์คงลืมไปไม่น้อยแล้ว หากต้องเตรียมตัวเกรงว่าคงทำงานไม่ได้ หวังทงจะต้องหาคนมาแทน ดังนั้นจึงได้ถามขึ้น

ได้ยินหวังทงถาม หยางซือเฉินก็อึ้งไป ก่อนจะยิ้มเฝื่อนๆ กล่าวว่า

“กล่าวกับใต้เท้าตามตรง ข้าเองก็ลังเล ว่าจะไปหรือไม่ไปดี”

หวังทงโบกมือกล่าวว่า

“เหตุใดจึงไม่ไปเล่า ตรากตรำอ่านตำรามาอย่างยากลำบาก มัจฉาโดดพ้นประตูมังกรไปได้ก็กลายเป็นมังกร ไม่ใช่ยามนี้หรอกหรือ? ปีนั้นท่านไปเมืองหลวงไม่ใช่การนี้หรอกหรือ ตอนนี้ใต้เท้าเซินก็เป็นมหาอำมาตย์แล้ว ท่านและเขาสนิทกันเช่นนี้ การไปครานี้ คงสอบได้ตำแหน่งจิ้นซื่อเป็นอย่างน้อย หากข้าฝากฝังท่านกับฝ่าบาท ท่านจะได้ตำแหน่งระดับทั่นฮวา ปั้งเหยี่ยน ก็เป็นได้นะ”

“แม้ใต้เท้ากล่าวเช่นนี้ แต่ข้าน้อยตอนนี้เป็นคนเลวในสายตาบัณฑิตทั้งหลายไปแล้ว คุณธรรมถูกทำลายสิ้นแล้ว ไปร่วมสอบ คงถูกเสียดสีถากถางไม่น้อย ใต้เท้าเซินตอนนั้นแม้ว่าใจกว้างกับการที่ข้าน้อยและแม่นางสี่รักกัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเอามาเปิดเผยได้ ตอนนี้ใต้เท้าเซินเป็นมหาอำมาตย์แล้ว มีบางเรื่องคิดว่าคงไม่อยากเอ่ยถึง ข้าน้อยไปสอบ จะดูแลหรือปฏิเสธ ก็ไม่อาจกล่าวแน่นอนได้……”

หวังทงได้ยินก็อึ้งไป ตามมาด้วยส่ายหน้าหลุดหัวเราะออกมา หยางซือเฉินก็ยิ้มเฝื่อนๆ ตาม กล่าวว่า

“ตอนนั้นข้าน้อยเป็นแขกที่จวนเซิน ไม่อาจเทียบกับเหล่าศิษย์ใต้เท้าเซินได้ หากโผล่ไปสอบ เรื่องนี้……”

“เจ้าก็คิดได้รอบคอบดี สวีกว่างกั๋วมีจดหมายมาหาข้า ขอให้ข้าช่วยเขา เขาคิดจะเข้าสอบให้ได้ตำแหน่งจิ้นซื่อมา ยังบอกว่าหากได้ตำแหน่งนี้มา วันหน้ามีตำแหน่งเป็นเรื่องเป็นราว จะช่วยงานเทียนจินได้มาก เขาก็คิดวางแผนได้ไม่เลว”

หวังทงกล่าวขึ้น หยางซือเฉินกลับกล่าวว่า

“สวีกว่างกั๋วกับข้าไม่เหมือนกัน สวีชิงซานอาเขายังเป็นรองเจ้ากรมกรมอากรอยู่ เขาอยู่เมืองหลวงทำงานย่อมไม่เต็มที่นัก เขาไปลองดูก็ได้นะ”

**************

อ๋องลู่ได้รับการแต่งตั้งไปดำรงบรรดาศักดิ์ที่เหอหนาน อภิเษกในเดือนสิบสอง ฮ่องเต้ว่านลี่พระราชทานเงินห้าหมื่นตำลึง ที่นาหนึ่งพันฉิ่ง ในฐานะพระอนุชาฮ่องเต้แล้ว การพระราชทานนับว่าน้อยเกินไปจนน่าอนาถ

แม้เป็นเช่นนี้ แต่ขุนนางในคณะเสนาบดีใหญ่ต่างก็บอกว่าสิ้นเปลืองไป ขอให้ทรงพิจารณา ว่ากันว่าฮ่องเต้ว่านลี่ยังทรงชมขุนนางทั้งหลายว่าเป็นผู้คิดการเพื่อแผ่นดิน

ในคืนวันสิ้นปีนั้นเอง สารจากเมืองหลวงก็มาถึง ความว่า ฮ่องเต้ว่านลี่ทรงเขียนมาเองว่า ‘ไปฟังดู เราอยากรู้ว่าเฝิงเป่าต้องการพูดอะไร’ …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!