Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 162

บทที่ 162 สถานการณ์

ราชสำนักในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองส่วน ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนองค์ชายรัชทายาท อีกฝ่ายสนับสนุนองค์ชายเก้า องค์ชายเก้าฉีจิ่งมีความสัมพันธ์ส่วนตัวอันดีกับหัวหน้าทัพฝ่ายกำลังทหาร นามหลิวฉี หัวหน้าทัพฝ่ายกำลังทหารถืออำนาจทหารอยู่ในมือ มีกำลังคุกคามต่อองค์ชายรัชทายาทอย่างมาก

แต่ฉีเย่ว์กลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ว่า ราชสำนักอย่างไรก็เป็นของคนอื่น ดังนั้นเวลาที่เขาอยู่ในราชสำนักจึงไม่ได้นานมากนัก เวลาส่วนใหญ่มักจะอยู่ข้างนอก

วันนี้ก็ออกว่าราชการเหมือนกับทุกวัน แต่กลับเกิดเรื่องที่ไม่เหมือนเดิมขึ้น

“ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรัชทายาทเป็นถึงผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งราชสำนัก แต่วันๆ ไม่ออกว่าราชการ ไม่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง ทุกวันล้วนไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด ช่างไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง” หลิวฉีส่งฎีการ้องเรียนฉีเย่ว์ฉบับนหนึ่งในเวลาออกราชการ

“ข้าเองก็ไม่ได้พบองค์ชายรัชทายาทมาหลายวันแล้ว ไม่เหมาะสมจริงด้วย” ฮ่องเต้ทรงตรัส

“ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ หลายปีมานี้องค์ชายรัชทายาทไม่เพียงเข้าใจวิชาการเป็นผู้นำจนคล่องแคล่ว อีกทั้งยังชำนาญวิชาการแพทย์ ช่วยเหลือประชาชนราษฎรที่อยู่ในความทรมานและลำบาก ช่วงเวลาหลายวันก่อนนี้ในเมืองหลวงเกิดโรคระบาด องค์ชายรัชทายาทขยันมุมานะ ศึกษาเทียบยาทั้งวันพ่ะย่ะค่ะ ปัจจุบันนี้โรคระบาดลดไปแล้ว องค์ชายรัชทายาทกลับเหนื่อยจนล้มลง ทั้งรักและเป็นห่วงประชาชนราษฎรเช่นนี้ ต่อให้พักผ่อนหลายวันเสียหน่อยก็ไม่มากเกินไปพ่ะย่ะค่ะ ท่านหัวหน้าแม่ทัพพูดถึงองค์ชายรัชทายาทเช่นนี้ หรือคิดจะแอบแผนชั่วร้ายอย่างนั้นหรือ” ที่ปรึกษาแคว้นหลานอวี่เอ่ยปากพูดโต้หลิวฉี

“การเป็นองค์ชายรัชทายาท ก็ควรจะทำหน้าที่ให้สมกับตำแหน่งที่เป็น ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร น่าจะรู้จักแบ่งแยกหนักเบา”

“เช่นนั้นขอถามท่านหัวหน้าแม่ทัพ มีเรื่องใดที่องค์ชายรัชทายาททำไม่ดีอย่างนั้นหรือ”

หลานอวี่และหลิวฉีเปิดโต้วาทีขึ้นมาในโถงราชวัง

“ทิศเหนือของเมืองหลวงเกิดอุทกภัย แต่เดิมองค์ชายรัชทายาทควรออกหน้าไปจัดการด้วยตนเอง แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาองค์ชายรัชทายาท เหมาะสมเสียที่ไหน”

“เกรงว่าท่านหัวหน้าแม่ทัพคงลืมไปแล้วกระมัง ตอนที่ทิศเหนือของเมืองหลวงอุทกภัย องค์ชายรัชทายาทเกิดประชวรหนัก นอนพักอยู่บนเตียง หรือท่านหัวหน้าแม่ทัพอยากให้องค์ชายรัชทายาทที่เป็นเช่นนี้ไปจัดการอุทกภัย มีความตั้งใจแอบแฝงเช่นไรกัน อีกทั้งอุทกภัยในเมืองหลวงองค์ชายเก้าเองก็ขออาสาจัดการ แต่กลับเกิดเหตุหักเก็บเงินทองบรรเทาภัยพิบัติ จนทำให้ราษฎรจำนวนมากตาย นี่ควรจะคิดเช่นไรดีหรือ”

“เจ้า…”

“ท่านหัวหน้าแม่ทัพวันนี้พูดกล่าวว่าองค์ชายรัชทายาทหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะคิดจะเปลี่ยนแปลงผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งราชสำนักหรือ”

“ท่านที่ปรึกษาอย่าพูดคำบ้าคลั่งออกมา สิ่งที่ข้าทำทั้งหมดก็เพราะฮ่องเต้ เพราะราชสำนัก จะมีจิตใจเป็นอื่นได้อย่างไร”

“มีความคิดเช่นนี้หรือไม่ใจของเจ้ารู้ดี เมื่อวานซืนมีคนเห็นท่านหัวหน้าแม่ทัพแอบลอบพบองค์ชายเก้า เห็นพูดว่าจะส่งหนังสือฎีการ้องเรียนองค์ชายรัชทายาทเล่มหนึ่ง ให้ฮ่องเต้ปลดองค์ชายรัชทายาท เจ้ายังพูดว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก”

“เจ้าส่งคนติดตามข้า” หลิวฉีพูดจาโจมตีหลานอวี่ด้วยความร้อนรน

“สิ่งที่ข้าทำทั้งหมดล้วนเพื่อฮ่องเต้ ถ้าไม่ใช่เพราะคนของข้าเห็นภาพเช่นนี้ ก็ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าจะหลอกลวงฮ่องเต้เช่นไร” หลานอวี่อย่างเต็มไปด้วยความชอบธรรม หันไปทางฮ่องเต้พูดด้วยความเคารพนบนอบ

“ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ ท่านหัวหน้าทัพฝ่ายกำลังทหารหลิวฉีมีความคิดต่อต้าน สมรู้ร่วมคิดกับองค์ชายเก้า คิดจะให้พระองค์ปลดองค์ชายรัชทายาท แต่งตั้งองค์ชายเก้าเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งราชสำนักใหม่ วันนี้เขาสามารถปลดองค์ชายรัชทายาทได้ วันพรุ่งนี้ก็สามารถก่อกบฏได้ ฮ่องเต้ได้โปรดพิจารณาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

หลานอวี่คุกเข่าอยู่บนพื้น คิดพิจารณาเพื่อฮ่องเต้อย่างเคารพ

“ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันไม่ได้คิดเช่นนั้น ล้วนเป็นหลานอวี่พูดจามั่วซั่วไม่คำนึงถึงความเป็นจริงพ่ะย่ะค่ะ” หลิวฉีตกใจจนรีบคุกเข่าลง ฮ่องเต้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยปากถ่ายทอดราชโองการ

“หัวหน้าทัพฝ่ายกำลังทหารหลิวฉี วางแผนกระทำมิดีมิร้าย ถอดถอนออกจากตำแหน่งปัจจุบัน เก็บอำนาจทหาร มอบให้ที่ปรึกษาแห่งแคว้นดูแล องค์ชายเก้าฉีจิ่งมีเจตนาร้ายแอบแฝง กักบริเวณหนึ่งเดือน ไม่อนุญาตให้ออกจากจวน เลิกราชการ”

“ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ” หลิวฉีพยายามพูดอธิบายเพื่อตนเอง หลานอวี่มองดูอยู่ข้างๆ อย่างเย็นชา

“หลานอวี่ จะต้องมีสักวัน ข้าจะต้องทำให้เจ้าตายอย่างไร้แผ่นดินกลบหน้า”

หลานอวี่ไม่สนใจเขา เดินตรงออกไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!