Skip to content

Library Of Heaven’s Path 458

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 458 ค้อนทองแดง

“ไม่ใหญ่ไม่โต…หินวิเศษ 3000 ก้อนนี่นะ?”

C

ผู้อาวุโสเฉินแทบลมจับ

ต้องขายทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่มีนั่นแหละถึงจะจ่ายเงินขนาดนั้นได้ ขืนทำไปก็ล้มละลายแน่

พนันด้วยเงินมหาศาลขนาดนั้น คุณมันบ้า!

“หินวิเศษ 3000 ก้อน…คุณมีเงินมากขนาดนั้นเลยหรือ?” เห็นเพื่อนกำลังตกที่นั่งลำบาก ผู้อาวุโสลู่เข้ามาขัดจังหวะ

“อ๋อ ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก!” ชายร่างอ้วนยืดอกตอบ

“ไม่มี?”

ทั้งคู่ถึงกับใบ้กิน

ก็พูดอย่างกับว่าตัวเองมีหินวิเศษหลายหมื่นก้อนอย่างนั้นแหละ…นี่ไม่มีสักก้อน ยังกล้าท้าพนัน แถมตอบหน้าตาเฉยด้วย จองหองสิ้นดี!

จ้าวเฟยอู่ตบหน้าผากอย่างท้อใจ

เธอเห็นเจ้างั่งผู้ไม่เคยกลัวอะไรคนนี้วางท่ามาหลายหนแล้ว แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะกำเริบถึงขั้นไปท้าพนันกับนักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาว…แถมยังท้าด้วยเดิมพันก้อนใหญ่ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มี!

จะบ้าหรือไง คุณนี่ประหลาด!

“จริงเสียยิ่งกว่าจริง นกฝูงเดียวกันย่อมมีขนแบบเดียวกัน…”

จ้าวเฟยอู่ได้แต่ส่ายหน้า

นายน้อยของเจ้าอ้วนซุนฉางก็เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่หวาดกลัวอะไรทั้งนั้น เมื่อครู่นี้เองก็เพิ่งจะสอนมวยให้ประธานไซ่ต่อหน้าผู้คนมากมาย มาตอนนี้ เจ้าคนใช้ก็ยังกำเริบเสิบสานอีก เอาจริงๆ สิ ตัวประหลาดสองตัวนี้โผล่มาจากไหน?

“ในเมื่อคุณไม่มีเงิน แล้วผมจะพนันกับคุณทำไม?” ผู้อาวุโสเฉินตอบหน้าตึง

“ก็ถูกที่ว่าผมไม่มีเงิน แต่ประธานไซ่มีนี่ หินวิเศษแค่ 3000 ก้อนเท่านั้นเอง เขาคงให้ยืมได้หรอก!” ซุนฉางยิ้ม

“….”

ประธานไซ่ที่กำลังเฝ้าดูการลับฝีปากของทั้งสองฝ่ายก็นึกไม่ถึงว่าจะถูกลากเข้าไปร่วมวง เขาแทบกระอักเลือดออกมา

เขาเคยพูดว่าจะให้จางเซวียนยืมเงินก็จริง แต่นั่นก็เป็นแค่การชวนคุย ตอนนี้ ทั้งนายทั้งบ่าวเกิดจะถือคำพูดของเขาเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา คนหนึ่งก็พยายามจะขอยืมหินวิเศษ 3000 ก้อนจากเขาเพื่อเอาไปใช้ในการประมูล ส่วนอีกคนก็ทึกทักจะเอาหินวิเศษ 3000 ก้อนจากเขาไปใช้ท้าพนัน…นี่คุณสองคนรู้จักมารยาทบ้างไหม? ยับยั้งชั่งใจกันเป็นหรือเปล่า?

มันเรื่องอะไรต้องทำตัวแบบนี้?

“ผม…”

ประธานไซ่กำลังจะอธิบาย ก็พอดีกับที่ชายร่างอ้วนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ก็แหงล่ะ ขนาดประธานไซ่ยังปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยสักนิด ไม่ได้คิดเลยว่านายน้อยของผมช่วยเหลือเขามากแค่ไหน แต่คุณชายจ้าวเฟยอู่คงจะมีเงินให้เรายืมแน่ ก็แค่หินวิเศษ 3000 ก้อนเท่านั้นเอง สำหรับคุณชายน่ะ เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว!”

“….” จ้าวเฟยอู่

ฉันก็แค่ผ่านมา มันเรื่องอะไรต้องดึงเข้าไปร่วมวง…

ประธานไซ่ถึงกับกลอกตา

ที่พูดว่าผมปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย และไม่ได้คิดเลยว่านายน้อยของคุณช่วยเหลือผมมากแค่ไหน…พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรกัน? ผมก็มอบหญ้าสงบใจให้เขาไปแล้วไม่ใช่หรือ? แถมยังใจป้ำถึงขนาดมอบหินวิเศษให้อีก 100 ก้อนเพื่อเป็นค่าผ่านประตูเข้าไปท้าทายสายน้ำมหาสมบัติด้วย…

นี่ยังไม่เรียกว่าตอบแทนบุญคุณอีกหรือไง?

ทั้งคู่กำลังจะอ้าปากเถียง แต่ซุนฉางก็โบกมือและพูดขัด “ดูสิ ไม่มีใครปฏิเสธผมสักคน ก็แปลว่าหินวิเศษ 3000 ก้อนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ต้องห่วงนะ ถึงเราแพ้ เราก็จะหาเงินมาชดใช้คุณให้ได้ แต่ส่วนคุณน่ะ…คุณเพิ่งจะพูดไปว่านายน้อยของผมต้องทำไม่ได้แน่ๆ คงไม่ใช่ว่าอยากถอนคำพูดหรอกนะ? นักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาวคงไม่ทำแบบนั้นหรอก เงินเล็กน้อยแค่นี้ก็เอามาพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ น่าอับอายจริงๆ …”

“คุณ…”

นึกไม่ถึงว่าจะถูกคนใช้ดูหมิ่น ผู้อาวุโสเฉินหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห

“คุณอะไร? ถ้าคุณไม่กล้าพนันกับผมจริงๆ ล่ะก็ ลืมเสียก็ได้ แต่คราวหน้าก็เก็บปากเก็บคำไว้ให้ดีหน่อย นายน้อยของผมน่ะเก่งกาจจริงๆ นะ กะอีแค่แค่สายน้ำมหาสมบัติของคุณน่ะทำอะไรเขาไม่ได้หรอก!”

ซุนฉางพึมพำเหยียดๆ และเชิดหน้าอย่างถือดี เขามั่นใจในตัวจางเซวียนอย่างสุดขีด

“ผมพนันกับคุณก็ได้!” เห็นอีกฝ่ายจองหองพองขนขึ้นทุกที ผู้อาวุโสเฉินอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป

ในฐานะนักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาว การโต้เถียงกับคนใช้ก็ดูไม่ดีอยู่แล้ว แต่ไอ้อ้วนนี่กำเริบเสิบสานเกินทน

น้ำเสียงก็อวดดี ทีท่าก็เย่อหยิ่ง แถมยังชำเลืองมองอย่างเหยียดหยามแบบนั้น…แล้วนักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาวอย่างเขาที่ได้รับความเคารพทุกหนแห่งไม่ว่าจะไปไหน จะต่างอะไรกับขอทานหน้าไม่อายคนหนึ่ง?

เขาทนได้ ถ้าผู้ที่เหยียดหยามเขาเป็นนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาว, ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวสักคน หรือแม้แต่ท่านประธาน แต่โดนไอ้อ้วนที่มีวรยุทธต่ำเตี้ยเหยียดหยามแบบนี้…ปล่อยไว้ไม่ได้!

“ไม่เลวนี่ ใครจะพนันกับผมอีกบ้าง? ผมรู้ว่าพวกคุณไม่เชื่อในความสามารถของนายน้อยใช่ไหม ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ ไม่อย่างนั้นพวกคุณจะไม่มีโอกาส…”

ซุนฉางหัวเราะอย่างย่ามใจ เมื่อเห็นว่ากำลังจะได้ฮุบปลาตัวใหญ่

“….”

เมื่อได้ยินว่าหมอนี่ยังอยากพนันกับคนอื่นๆ ที่เหลือ ทุกคนก็ใบ้กิน

“ดูนั่น สายน้ำมหาสมบัติเริ่มแล้ว!”

ขณะที่ซุนฉางกำลังจะหักคอให้อีกสองสามคนมาพนันกับเขา เสียงตะโกนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ทุกคนหันขวับไปดู และเห็นว่ากำแพงนั้นสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ราวกับค่ายกลได้เพิ่มพลังขึ้นจนถึงขีดสุด

…..

ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของประตูไม่ใช่ห้อง แต่เป็นสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่ว ในสวนนั้นมีสายน้ำไหลมาจากที่แสนไกล เกิดเสียง ‘จ๋อม แจ๋ม’ ทุกครั้งที่มันไหลเซาะโขดหิน เกิดเป็นเสียงดนตรีอันไพเราะ

สายน้ำไหลเอื่อยๆ และที่อยู่ตรงหน้าจางเซวียนคือแท่นที่กว้างพอให้ขึ้นไปยืนได้ 1 คน

ทันทีที่จางเซวียนก้าวขึ้นไป ก็เหมือนกับค่ายกลถูกเปิดใช้งาน ใบไม้ใบหนึ่งลอยมาช้าๆ มีวัตถุหน้าตาประหลาดชิ้นหนึ่งอยู่บนใบไม้นั้น

รูปร่างพิลึกพิลั่นของมันทำให้บอกได้ยากว่าเป็นอะไร

“ดูเหมือนนี่คือของล้ำค่าที่เราต้องตรวจสอบ…”

จางเซวียนใช้ดวงตาหยั่งรู้ แล้วก็พบว่าเขาไม่อาจมองเห็นคุณสมบัติของวัตถุที่ลอยมาได้เลย เขาถึงกับตาโต

ก็สมกับเป็นของล้ำค่าที่ทำให้แม้แต่นักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาวก็ไปต่อไม่ได้ เพราะขนาดดวงตาหยั่งรู้ก็ระบุอะไรไม่ได้เลย

ส่วนชื่อสายน้ำมหาสมบัตินั้น สมบัติในที่นี้ก็หมายถึงถ้วยไวน์ที่นักประพันธุ์ใช้กันทั่วไป นักประพันธุ์เหล่านั้นมักจะนั่งทอดหุ่ยริมน้ำ และปล่อยให้ถ้วยไวน์ไหลไปตามสายน้ำ ใครก็ตามที่ได้เจอกับถ้วยไวน์นั้นก็จะดื่มมันเข้าไปและส่งมันกลับมาพร้อมกับบทกวีบทหนึ่ง

ของล้ำค่าส่วนใหญ่มักจมเพราะน้ำหนักของมัน ใบของต้นภูผาม่วงจึงถูกนำมาใช้

ใบไม้ชนิดนี้มีน้ำหนักเบามาก ผู้ใหญ่ 1 – 2 คนสามารถขึ้นไปยืนบนนั้น โดยที่ใบก็ยังสามารถลอยไปตามน้ำได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ นี่คือเหตุผลที่สายน้ำมหาสมบัติเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า สายน้ำแห่งใบไม้

“มันคืออะไร?”

ใบไม้ยังลอยมาไม่ถึงจางเซวียน เขาจึงมองเห็นแค่รูปร่างและลักษณะภายนอกเท่านั้น

มันมีขนาดพอๆ กับผลแตงโม และมีสีน้ำเงินเข้ม ดูเหมือนจะทำจากโลหะพิเศษบางอย่าง

จางเซวียนจ้องดู แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า

เขาไม่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตรวจสอบสมบัติ จึงไม่แน่ใจว่านักตรวจสอบสมบัติทำงานกันอย่างไร

แต่ในเมื่อนักตรวจสอบสมบัติผู้เชี่ยวชาญมากมายยังระบุไม่ได้ว่าของสิ่งนี้คืออะไร แล้วมือใหม่อย่างเขาจะรู้ได้อย่างไรกัน

“ช่างมันเถอะ!”

จางเซวียนหยิบกระดาษและพู่กันออกมา และเมื่อใบไม้ลอยมาถึงตัว เขาก็ยื่นมือออกไปแตะ

วิ้ง!

หนังสือเล่มหนึ่งปรากฎขึ้นในหัว

เหตุผลหลักที่จางเซวียนกล้าเข้าท้าทายสายน้ำมหาสมบัติก็เพราะเขามีหอสมุดเทียบฟ้า โดยส่วนตัวแล้ว เขาไม่มีทักษะการตรวจสอบสมบัติเลย แค่ของง่ายๆ ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

จางเซวียนพลิกดูหนังสือและตั้งต้นจดรายละเอียด

“ค้อนทองแดง รังสรรค์ขึ้นเมื่อ 3000 ปีก่อนโดย ช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว, ตวนมู่อีกวง…วัสดุที่ใช้คืออัลลอย ซึ่งหลอมขึ้นจากแร่ธาตุหายาก 13 ชนิดและโลหะร้อยสงคราม…ใช้เวลาผลิตชิ้นงาน 49 วัน…”

ขณะที่จางเซวียนเขียนรายละเอียดลงไปในสมุด ฝูงชนที่อยู่ด้านนอกก็กำลังจ้องมองกำแพงอย่างใจจดใจจ่อ

ซุนฉางเดินว่อนไปทั่วเพื่อชักชวนให้ใครต่อใครพนันกับเขา แต่ก็ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องที่กำแพง พวกเขาอยากรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะบอกรายละเอียดของสมบัติล้ำค่า และเอาชนะสายน้ำมหาสมบัติได้หรือเปล่า

“เท่าที่ดูจากเวลา ของล้ำค่าชิ้นแรกน่าจะลอยมาถึงตัวเขาแล้ว คุณว่าเขาจะทำสำเร็จไหม?” นักตรวจสอบสมบัติคนหนึ่งเปรยขึ้นมา

“ทำสำเร็จ? ล้อเล่นน่ะ! ขนาดประธานไซ่ที่เข้าท้าทายสายน้ำมหาสมบัติตั้งหลายหนแล้ว ยังระบุอะไรไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว ก็เห็นกันอยู่ว่ามันยากเย็นแค่ไหน แล้วเด็กหนุ่มอย่างเขาจะทำสำเร็จได้อย่างไร?”

“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ดูเจ้าคนรับใช้จองหองของเขาสิ คุณคิดว่านักตรวจสอบสมบัติตัวจริงจะมีคนใช้อวดดีอย่างนั้นหรือ?”

“ก็พูดยากนะ ในเมื่อเขากระตือรือร้นจะท้าพนันเสียเหลือเกิน ก็แปลว่าต้องมั่นใจ…”

ทุกคนกระซิบกระซาบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

แม้แต่นักตรวจสอบสมบัติที่อายุน้อยที่สุดในห้อง ก็ยังอยู่ราวๆ 30 ปี พวกเขารู้สึกว่าการที่เด็กหนุ่มอายุยังไม่ถึง 20 ปีคนหนึ่งเข้าท้าทายสายน้ำมหาสมบัตินั้นเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ยาก

“อย่ากังวลไปน่ะ ถ้าของล้ำค่าที่ลอยมาในสายน้ำมหาสมบัติจะถูกระบุกันได้ง่ายๆ แบบนั้น มันคงไม่ถูกใช้เป็นการทดสอบของนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาวหรอก!”

เห็นผู้อาวุโสเฉินจ้องมองกำแพงอย่างกระวนกระวาย ผู้อาวุโสลู่เดินเข้ามาปลอบ

อันที่จริง เขาก็ไม่คิดว่าจางเซวียนจะทำอะไรได้

ตัวเขาเองก็เคยพยายามเข้าท้าทายสายน้ำมหาสมบัติมาก่อน แต่นอกจากของล้ำค่าที่ลอยมาจะระบุได้ยากว่าเป็นอะไร ที่หนักกว่านั้นคือมีเวลาจำกัดด้วย แค่สิบอึดใจมันก็จะลอยไป และมีของชิ้นใหม่ลอยมาแทน คนๆ หนึ่งจะตรวจสอบของล้ำค่าชิ้นหนึ่งได้อย่างไร ทั้งที่ไม่เคยเห็นมันมาก่อนและมีเวลาให้แค่ 10 อึดใจเท่านั้น?

“กังวล? ผมจะต้องกังวลอะไรกัน? หมอนั่นก็แค่เด็กหนุ่มโง่เง่า ตัวเองคงไม่ได้เป็นนักตรวจสอบสมบัติเลยด้วยซ้ำ แต่ยังกล้าพูดจาอวดดีแบบนั้น…”

ผู้อาวุโสเฉินพึมพำ แต่ยังไม่ทันจบประโยค เสียงระฆังก็ดังขึ้น ร่างของเขากระตุกทันที

แก๊ง!

เสียงนั้นดังมาจากอีกฟากหนึ่งของกำแพง มันก้องเข้าไปในหัวใจของทุกคน

“เสียงระฆัง? เขาทำไม่สำเร็จหรือ?”

“รอเดี๋ยว ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ของล้ำค่าทุกชิ้นต้องลอยผ่านไปก่อน ระฆังถึงจะดังขึ้นเพื่อ ยืนยันความล้มเหลวของผู้เข้าท้าทาย แต่เท่าที่ดูเวลา เขาน่าจะเพิ่งตรวจสอบของล้ำค่าชิ้นแรกเท่านั้น!”

ฝูงชนถึงกับชะงัก ต่างมองหน้ากันอย่างสับสน

โดยปกติ เสียงระฆังจะหมายถึงผู้เข้าท้าทายสายน้ำมหาสมบัติทำไม่สำเร็จ

แต่มันจบแล้วหรือ? จางเซวียนเพิ่งเข้าไปแค่ครู่เดียว เท่าที่ดูเวลา เขาน่าจะเพิ่งตรวจสอบของล้ำค่าชิ้นแรกเท่านั้น

“ว่ากันว่า ถ้าประเมินของชิ้นแรกไม่ได้ ก็จะสอบตกเลย!”

“อย่างนั้นเลยหรือ?”

“รอก่อน นึกออกแล้ว เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มไหนสักเล่มนี่แหละ!”

ใครคนหนึ่งในหมู่ฝูงชนตะโกนขึ้นมา ทุกคนมีสีหน้าประหลาด

ต่อให้ผู้เข้าท้าทายบอกรายละเอียดของสมบัติล้ำค่าชิ้นแรกไม่ได้ อย่างน้อยก็น่าจะคาดเดาได้คร่าวๆ ถ้าจางเซวียนสอบตกเพราะไม่ได้เขียนอะไรลงไปเลยล่ะก็ คงจะน่าอับอายมาก!

พรึ่บ!

ทุกคนหันขวับไปมองซุนฉางอย่างสมเพช คราวนี้หมอนี่จะต้องล้มละลายขายตัวแน่

เคร้ง!

แต่ในตอนนั้นเอง เสียงถ้วยชาตกกระทบพื้นก็ดังไปทั่วห้อง

เมื่อมองไปทางต้นเสียง ทุกคนก็เห็นประธานไซ่ตัวสั่นไม่หยุด แถมใบหน้าก็ซีดเผือด

“นั่นไม่ใช่…เสียงระฆัง มันคือ…จิตวิญญาณเริงร่า! ไม่เพียงแต่เขาจะระบุรายละเอียดของสมบัติล้ำค่าได้ แต่ยังได้การยอมรับจากจิตวิญญาณในสมบัติล้ำค่านั้นด้วย!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!