Skip to content

Library Of Heaven’s Path 463

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 463 การประมูลเริ่มต้น

“เข้าใจแล้ว…”

C

จางเซวียนได้แต่ส่ายหน้า

ถ้าสมาคมนักตรวจสอบสมบัติเป็นคนจัดการประมูลครั้งนี้ ก็ย่อมจะจัดให้ตัวเขาพบกับผู้ขายโดยตรงได้ โอกาสที่จะได้หุ่นโลหะไร้วิญญาณมาก็ย่อมจะสูงขึ้น

“พวกคุณเคยตรวจสอบหุ่นโลหะไร้วิญญาณหรือเปล่า ผมอยากรู้รายละเอียดของมัน”

เห็นการประมูลยังไม่เริ่ม จางเซวียนตั้งคำถาม

หลังจากที่ได้หินวิเศษ 5000 ก้อนเป็นรางวัลแล้ว เขาก็ใช้คืนให้กับประธานไซ่ 100 ก้อน และเพิ่มให้อีก 100 ก้อนตามที่พูดไว้

ตอนนี้จางเซวียนจึงมีหินวิเศษ 4800 ก้อนอยู่ในมือ ถึงประธานไซ่จะมั่นใจว่าเท่านี้ก็มากพอจะประมูลหุ่นโลหะไร้วิญญาณแล้ว แต่จางเซวียนก็ยังอยากฟังรายละเอียดก่อนที่เขาจะตัดสินใจ

“ได้สิ”

ประธานไซ่พยักหน้า “ราว 1 เดือนก่อน มีผู้อาวุโสคนหนึ่งมาที่สมาคมของเราและขอให้ผม ตรวจสอบวัตถุชิ้นหนึ่ง ดูเหมือนมันจะหลอมขึ้นจากทองคำและมีรูปร่างหน้าตาเหมือนหุ่น หลังจากใคร่ครวญและประเมินอยู่หลายหน ผมก็ลงความเห็นว่ามันคือหุ่นโลหะไร้วิญญาณในตำนาน ผมได้ขอความคิดเห็นจากผู้อาวุโสลู่กับผู้อาวุโสเฉินด้วย ก่อนที่จะสรุปออกมา”

“โลหะที่ใช้ทำหุ่นนั้นทนทานอย่างยากจะหาอะไรเทียบ และมีความเป็นไปได้ว่าผู้ที่ประดิษฐ์มันได้ ให้มันกลืนกินโลหะเข้าไปเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิต ก่อนจะใช้ศาสตร์ลับบางอย่างหลอมหุ่นตัวนี้ขึ้นมา ทั้งเนื้อทั้งตัวมันหลอมรวมกันเป็นชิ้นเดียว จึงป้องกันรังสีที่อยู่ภายในไม่ให้รั่วไหลออกมาได้ ในตัวของมันยังมีค่ายกลอยู่ด้วย ซึ่งสามารถสั่งการได้โดยผ่านหินวิเศษ ส่วนในแง่ของพละกำลังนั้น เทียบเท่ากับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 3 ทีเดียว”

“เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิต…หุ่นโลหะไร้วิญญาณทำจากร่างของมนุษย์จริงๆ หรือ?” จางเซวียนผงะ

เขาได้ฟังเรื่องของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณจากประธานหลัว ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจรายละเอียดนัก ส่วนตอนที่ฟังเรื่องหุ่นโลหะไร้วิญญาณ ก็คิดว่าคงเป็นหุ่นที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ เหมือนกับหุ่นที่เขาเจอเมื่อครั้งเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ แต่คำพูดของไซ่เสี่ยวหยูบ่งบอกว่ามีบางอย่างที่แตกต่างออกไป

“อ๋อ ก็เหมือนกับงานฝีมือชิ้นอื่นๆ นั่นแหละ มันเป็นแค่หุ่นที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะมีจิตวิญญาณในตัวของมันเอง แต่ก็ใช่ว่ามนุษย์จะควบคุมมันได้ ต่อให้พยายามก็ไม่สำเร็จอยู่ดี เหมือนกับพวกอาวุธและเสื้อเกราะ ถึงจะใช้งานง่าย แต่ก็ใช่ว่าใครจะควบคุมสั่งการมันได้เหมือนเป็นแขนขาของตัวเอง” ประธานไซ่ตอบ

จางเซวียนพยักหน้า

ไม่ว่าใครสักคนจะเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางควบคุมมันได้เหมือนกับเป็นแขนขาของตัวเอง หุ่นที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นก็เป็นแบบนั้น ต่อให้ใช้จิตวิญญาณของตัวเองสั่งการมันได้ แต่ก็ไม่มีทางบังคับให้มันเคลื่อนไหวได้ดังใจเหมือนเป็นร่างกายของตัวเอง

“แต่ว่า…เอาเข้าจริง หุ่นโลหะไร้วิญญาณนี่ไม่เหมือนกันนะ มันถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้ร่างของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วนำโลหะมาห่อหุ้ม ไม่เพียงแต่จะมีทักษะการโจมตีและการป้องกันตัวอันน่าทึ่ง แต่ยังมีจิตวิญญาณที่ใช้การได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย ทำให้นักรบคนหนึ่งขับเคลื่อนมันได้อย่างง่ายดาย มีตำนานกล่าวไว้ว่า แม้พวกผู้พยากรณ์จิตวิญญาณจะมีความสามารถอันโดดเด่นในการควบคุมจิตวิญญาณ แต่ร่างกายของพวกเขาอ่อนแอมาก คนเหล่านั้นจึงหาร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า แล้วนำมาใส่จิตวิญญาณของพวกเขาเข้าไป เพื่อให้พวกเขากลายเป็นอะไรสักอย่างที่มีพลังอย่างน่าสะพรึง” ประธานไซ่อธิบาย

ในที่สุดจางเซวียนก็กระจ่าง เขารู้สึกอัศจรรย์ใจมาก

เปลี่ยนร่างของมนุษย์คนหนึ่งให้เป็นหุ่นเพื่อปกป้องตัวเอง…อาชีพนี้ช่างประหลาดและโหดเหี้ยมเหลือเกิน

“ในสมัยโบราณ ชื่อเสียงของพวกผู้พยากรณ์จิตวิญญาณก็น่าสะพรึงสูสีกับกูรูยาพิษ เรียกได้ว่าเป็นสองอาชีพที่น่าหวาดกลัวที่สุด ว่ากันว่า ด้วยพลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ พวกเขาสามารถดึงจิตวิญญาณของนักรบคนหนึ่งออกจากร่างของเขา และหลอมเอาหุ่นโลหะไร้วิญญาณเข้าไปในร่างอันว่างเปล่านั้นแทน อันที่จริง ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณที่เก่งกว่านั้นบางคนทำได้ถึงขนาดสร้างกองทัพนักรบโลหะไร้วิญญาณเลยทีเดียว!”

ประธานไซ่พูดต่อ “นี่คือเหตุผลที่พวกเขาถูกอาชีพอื่นอื่นๆ คว่ำบาตรและจัดการโค่นล้ม ประธานสภาปรมาจารย์เป็นผู้นำทัพนักรบจากอาชีพอื่นๆ เข้าทำสงครามต่อต้านและปราบเหล่าผู้พยากรณ์จิตวิญญาณด้วยตัวเอง จึงเป็นอันสิ้นสุดเชื้อสายของพวกเขา ผมเองก็รู้เรื่องของหุ่นโลหะไร้วิญญาณจากการอ่านตำราโบร่ำโบราณหลายเล่ม ไม่อย่างนั้นก็คงจะคิดว่ามันเป็นแค่หุ่นธรรมดาตัวหนึ่ง”

จางเซวียนข่มความตื่นเต้นไว้และตั้งคำถามต่อ “ผมได้ยินมาว่า อาชีพนี้น่ะ…สามารถปลุกจิตวิญญาณหลับไหลได้ มันจริงหรือเปล่า?”

แม้หลัวเฉียนหงจะเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 3 ดาว แต่ความรู้ในเรื่องนี้ของเขาก็ยังเป็นรองประธานไซ่ ดังนั้น การไต่ถามประธานไซ่น่าจะได้ข้อมูลที่แม่นยำกว่า

“จิตวิญญาณนั้นเป็นเรื่องลึกซึ้งและซับซ้อน มีแต่ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวขึ้นไปที่จะเข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดแจ้ง ไม่ว่าผู้นั้นจะแข็งแกร่งขนาดไหน ต่อให้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 9 ก็ยังไม่อาจหาญแตะต้องเรื่องนี้ คนจำพวกเดียวที่ทำได้ก็คือผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ! พวกเขาทําได้ถึงขนาดดึงเอาจิตวิญญาณออกจากร่างที่ยังมีชีวิต ดังนั้น การปลุกจิตวิญญาณหลับไหลจึงเป็นเรื่องง่ายมาก” ประธานไซ่ตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เมื่อได้ฟังอีกฝ่ายยืนยัน จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ดูนั่น การประมูลเริ่มแล้ว!”

ขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกัน ก็เกิดเสียงเซ็งแซ่ขึ้นด้านล่าง เมื่อหันไปดู เจ้าภาพก็ขึ้นไปยืนบนเวทีแล้ว

ผู้อาวุโสเฉินนั่นเอง

ในฐานะนักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาวและผู้อาวุโสของสมาคมนักตรวจสอบสมบัติ คำพูดของเขามีอำนาจโน้มน้าวใจและน่าเชื่อถือ ซึ่งในการประมูลใหญ่ๆ แบบนี้ ความน่าไว้วางใจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ได้ราคาสูงขึ้น

“ของล้ำค่าที่นำมาประมูลในวันนี้มีทั้งอาวุธ เสื้อเกราะ ของเก่าโบราณ ภาพวาด สมบัติจากฟากฟ้า หุ่นโลหะไร้วิญญาณ รวมแล้ว 35 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้นได้รับการตรวจสอบจากสมาคมนักตรวจสอบสมบัติเป็นที่เรียบร้อย พวกเรารับประกันได้ว่าเป็นของแท้”

ผู้อาวุโสเฉินกวาดสายตาไปที่ฝูงชนอย่างวางมาด

ทันทีที่ขึ้นเวที เขาก็กลายร่างเป็นนักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาวผู้สง่างามทันที ไม่มีร่องรอยของผู้เฒ่าที่ถูกซุนฉางต้อนให้จนมุมจนต้องกระอักเลือดออกมา

“35 ชิ้น? เยอะมาก”

“ก็แหงอยู่แล้ว การประมูลที่สมาคมนักตรวจสอบสมบัติจัดขึ้นน่ะมีแค่ปีละครั้ง ของล้ำค่าทุกชิ้นที่ถูกนำมาประมูลจึงมีมูลค่าสูงมาก!”

“ผมเตรียมตัวเพื่อการประมูลครั้งนี้มานานแล้ว มีของล้ำค่าบางชิ้นในนี้ที่ผมต้องเป็นเจ้าของให้ได้…”

หลังจากได้ฟังผู้อาวุโสเฉิน ฝูงชนก็ออกความเห็นกันเซ็งแซ่

ผู้ที่มีตำแหน่งในระดับเดียวกับประธานไซ่จะอยู่บนที่นั่งชั้นสวีท ขณะที่ลูกค้าทั่วไปจะได้ที่นั่งด้านล่าง

คนเหล่านี้ บ้างก็เป็นนักรบพเนจร บ้างก็เป็นแขกของตระกูลใหญ่ๆ แต่ทุกคนล้วนเตรียมการมาอย่างดีเพื่อการประมูลครั้งนี้ หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องคว้าของล้ำค่าที่ตัวเองหมายตาเอาไว้กลับไปให้ได้

ประธานไซ่มองลงไปและออกความเห็น “ดูเหมือนหุ่นโลหะไร้วิญญาณจะขายดี มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ตรงนี้ตั้งหลายคน!”

“จริงด้วย” จินชงไห่พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

ตัวเขาเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 และได้ติดตามใกล้ชิดหัวหน้าสมาพันธุ์มานานแล้ว จึงคุ้นหน้าคุ้นตากับผู้เชี่ยวชาญหลายคนในสมาพันธุ์เป็นอย่างดี

แม้การประมูลครั้งนี้จะจัดขึ้นในเมืองหงไห่ แต่เท่าที่กวาดสายตาไปรอบๆ หอประมูล ก็เห็นผู้เชี่ยวชาญที่มีวรยุทธระดับเดียวกับเขาอยู่หลายคน บางคนเหนือกว่าเขาเสียอีก

เป็นไปไม่ได้ที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะมารวมตัวกันในการประมูลทั่วๆ ไป พวกเขาน่าจะมาเพื่อหุ่นโลหะไร้วิญญาณเสียมากกว่า

“ผมเกรงว่า หินวิเศษ 3000 ก้อนก็อาจจะไม่พอประมูลหุ่นโลหะไร้วิญญาณ!”

ประธานไซ่ยิ้มเจื่อนๆ หลังจากที่กวาดสายตาไปรอบๆ

ก่อนหน้านี้ เขาคาดการณ์ว่าหุ่นโลหะไร้วิญญาณน่าจะมีมูลค่าเท่ากับหินวิเศษราว 1500 ก้อนเท่านั้น ต่อให้ราคาถูกโก่งขึ้นเป็น 2 เท่าตามความเดือดของการประมูล ก็น่าจะตกราว 3000 ก้อน แต่เท่าที่ดูจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่มารวมตัวกันที่นี่ หินวิเศษ 3000 ก้อนก็ไม่น่าจะชนะการประมูลได้

“รอดูไปก็แล้วกัน! ถ้าผมมีเงินไม่พอ คงต้องขอยืมประธานไซ่ก่อน” จางเซวียนหัวเราะหึๆ

“เฮ่อ…” ประธานไซ่ถึงกับกลอกตา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหมอนี่ยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีก

“ทุกคน ได้โปรดอยู่ในความสงบ การประมูลกำลังจะเริ่มแล้ว ผมจะนำของล้ำค่าชิ้นแรกออกมาเดี๋ยวนี้!”

เมื่อปล่อยให้ทุกคนได้ระบายความตื่นเต้นกันแล้ว ผู้อาวุโสเฉินก็ยิ้มกว้าง

ฟึ่บ!

แท่นหินที่อยู่ด้านล่างยกตัวสูงขึ้น เผยให้เห็นกล่องหยกทรงแคบและยาวใบหนึ่ง

เมื่อเปิดกล่องหยกออกมา พืชโปร่งแสงชนิดหนึ่งก็ปรากฎต่อสายตาของทุกคน มันแผ่ความเยือกเย็นจับขั้วหัวใจที่พุ่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้น แม้จะมองดูจากระยะไกล ก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง

“นี่คือหญ้าวิญญาณเย็นเยือกอายุ 500 ปี ใช้ได้ผลดีมากกับนักรบที่ฝึกฝนวรยุทธที่มีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบ หากนำหญ้าชนิดนี้ไปหลอมเป็นยาเม็ด ระดับวรยุทธของผู้ที่กินเข้าไปจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาประมูลเริ่มต้นอยู่ที่หินวิเศษ 220 ก้อน และทุกราคาที่เสนอใหม่จะต้องสูงขึ้นไม่ต่ำกว่าครั้งละ 20 ก้อน!”

“หญ้าวิญญาณเย็นเยือก? มันคือส่วนผสมหลักของยาเกรด 4 -ยาเม็ดวิญญาณเย็นเยือก! ไม่เพียงแต่จะมีประโยชน์กับผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธที่มีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบ ยังใช้ได้ผลดีเป็นพิเศษกับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 3 -หยินหยางด้วย”

“ใช่เลย นี่เป็นของล้ำค่าจริงๆ ! สมกับเป็นการประมูลที่สมาคมนักตรวจสอบสมบัติจัดขึ้นแค่ปีละครั้ง แค่ชิ้นแรกก็แจ่มแล้ว!”

“ผมจะเอาหญ้าวิญญาณเย็นเยือกต้นนี้ หินวิเศษ 240 ก้อน!”

“นี่คุณคิดว่าจะซื้อสมุนไพรอายุ 500 ปีได้ด้วยเงินแค่นั้นหรือ? ฝันไปเถอะ… 260 ก้อน!”

“เฮ้ย มันของผมนะ! 300 ก้อน…”

แม้ของล้ำค่าชิ้นแรกที่นำมาประมูลจะเป็นแค่สมุนไพรขั้นจิตวิญญาณ แต่บรรยากาศก็ร้อนแรงขึ้นทันที

หญ้าวิญญาณเย็นเยือกเป็นสมุนไพรล้ำค่าอยู่แล้ว แถมต้นนี้ยังมีอายุถึง 500 ปี ซึ่งเรียกได้ว่าโตเต็มที่ สุดท้ายราคาเคาะก็จบที่หินวิเศษ 540 ก้อน

“สมกับเป็นการประมูลที่จัดโดยสมาคมนักตรวจสอบสมบัติ ตื่นเต้นจริงๆ …”

จางเซวียนประทับใจกับภาพที่เห็น

เท่าที่เขากะดู มูลค่าสูงสุดของหญ้าวิญญาณเย็นเยือกต้นนี้ก็น่าจะเท่ากับหินวิเศษ 300 ก้อน แต่มันพุ่งขึ้นไปจนเคาะที่ 540 ก้อน…เกือบ 1 เท่าเลยทีเดียว ก็อย่างที่ประธานไซ่พูด ไม่ง่ายเลยที่เขาจะชนะการประมูลหุ่นโลหะไร้วิญญาณ

จากนั้น ของล้ำค่าชิ้นที่ 2 ก็ถูกนำออกมา มันคือสินแร่พิเศษชนิดหนึ่งที่สามารถเพิ่มความคมและทนทานของอาวุธได้อย่างชะงัด หากใส่มันลงไปเสี้ยวหนึ่งระหว่างกระบวนการหลอมอาวุธ

ทันทีที่สินแร่ก้อนนั้นปรากฎขึ้น บรรยากาศก็ร้อนแรงขึ้นอีกรอบ หนักกว่าตอนที่หญ้าวิญญาณเย็นเยือกถูกนำออกมาเสียอีก

มิตรคู่กายของเหล่านักรบก็คืออาวุธ ยิ่งได้อาวุธที่แข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ ความสามารถในการป้องกันตัวของพวกเขาก็จะยิ่งโดดเด่นขึ้นเท่านั้น แล้วใครกันจะอยากพลาดของดีๆ แบบนี้?

ใช้เวลาไม่นาน ราคาก็พุ่งขึ้นไปที่หินวิเศษ 600 ก้อน และสุดท้าย ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ได้มันไปที่ 720 ก้อน

“ของล้ำค่าชิ้นที่ 3 คือดาบเล่มยาวที่มีชื่อว่า ‘หยินเย็น’ ประดิษฐ์ขึ้นโดยช่างตีเหล็กระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุด, จิ่วมู่จื่อ ใช้สินแร่ทั้งหมด 37 ชนิด โดยสินแร่ชนิดที่มีมูลค่าสูงสุดคือ ‘หินหยินเย็น’ มันมีพลังหยินเข้มข้นอยู่ภายใน และหากนักรบที่มีพลังหยินในตัวได้ใช้อาวุธที่มีส่วนประกอบของมัน พละกำลังของเขาจะเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าระดับความสามารถในการต่อสู้ที่ตัวเองเคยมีอีกหลายเท่า!”

ผู้อาวุโสเฉินชักดาบออกจากฝักอย่างช้าๆ ประกายเยือกเย็นอย่างน่าทึ่งของมันเผยตัวสู่สายตาของฝูงชน ใครที่ได้เห็นก็ล้วนแต่รู้สึกเย็นเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง

“นี่คืออาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง ตัดโลหะให้ขาดเป็น 2 ท่อนได้ง่ายดายเหมือนกับโคลน ราคาประมูลเริ่มต้นอยู่ที่ 500 ก้อน และทุกราคาที่เสนอใหม่จะต้องสูงขึ้นครั้งละไม่ต่ำกว่า 50 ก้อน!”

“ดาบหยินเย็น? ผมได้ยินมาว่ามันเป็นดาบที่มีพละกำลังสูงส่งอย่างน่าทึ่ง เหมาะมากที่สุภาพสตรีจะใช้!”

“อาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลางนั้นเหมาะสมกับผู้ที่มีวรยุทธสูงส่งขนาดนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 เลยทีเดียว หินวิเศษ 500 ก้อนน่ะไม่แพงเลย ผมอยากได้!”

“อย่าแม้แต่ฝันจะแข่งกับผม ผมจะต้องเอาดาบเล่มนี้มาเป็นอาวุธคู่ใจให้ได้… 550 ก้อน!”

ประกายเยือกเย็นของดาบทำให้ทุกคนตาร้อนผ่าว

จางเซวียนก็ตาโต เขาหันไปถามจ้าวหย่า “อาวุธชิ้นนั้นไม่เลวเลย จ้าวหย่า, คุณอยากได้ไหม?”

จ้าวหย่ามีปราณหยินบริสุทธิ์ ดาบเล่มนี้ดูจะเติมเต็มสภาวะพิเศษของเธอได้ดี หากจ้าวหย่าได้ใช้มัน พละกำลังในการต่อสู้ของเธอจะต้องพุ่งสูงขึ้นอีกมาก

“อาจารย์ ฉันคิดว่าคุณควรจะเก็บเงินไว้ประมูลหุ่นโลหะไร้วิญญาณเพื่อช่วยลู่ชงดีกว่า ฉัน…ไม่อยากได้หรอก!”

จ้าวหย่าส่ายหน้า แต่นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!