Skip to content

Library Of Heaven’s Path 480

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 480 ความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ, ไร้แรงกระเพื่อม

“ขอเวลาแป๊บ?”

C

ประธานเจิ้งแทบทรุด

ทำไมหมอนี่ดูไม่เข้าใจภาษามนุษย์เอาเสียเลย?

ผมถามคุณว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลหรือเปล่า แต่คุณกลับตอบว่า ‘ขอเวลาแป๊บ…’

หมายความว่าไง?

กำลังจะบอกว่าตอนนี้ไม่ได้เป็น แต่อีกแป๊บก็จะเป็นอย่างนั้นหรือ?

ล้อเล่นอะไรกันนักหนา?

การที่ใครสักคนจะเข้าเป็นสมาชิกของเก้าสถานะระดับบนได้นั้นต้องใช้ความอุตสาหะอย่างหนัก ขนาดอัจฉริยะก็ยังต้องฝึกฝนหลายต่อหลายปีกว่าจะประสบความสำเร็จ

แต่เจ้างั่งคนนี้บอกว่าขอเวลาแป๊บ…

แป๊บเพื่ออะไร? หาเรื่องให้ตัวเองขายหน้าหรือ?

แถมยัง…หลับตาเสียด้วย?

หลับเอาสวรรค์วิมานอะไร! โผล่มาจากนรกขุมไหนกันนี่!

ประธานเจิ้งหน้าตาถมึงทึง ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาวล่ะก็ เขาคงเตะโด่งออกไปแล้วเรียบร้อย

“สหายเจิ้ง คุณไปเตรียมธง แกนกลางค่ายกล และชุดอุปกรณ์ประกอบค่ายกลจะดีกว่า!”

เห็นเพื่อนเก่าใกล้หมดความอดทนเต็มที ประธานไซ่เข้าไปแนะนำ

“เตรียม?”

“จริงๆ นะ ถ้าปรมาจารย์จางพูดแบบนั้น ก็แปลว่าเขาต้องมีแผนในใจแล้ว อีกอย่าง แค่เตรียมข้าวของพวกนั้นก็ไม่ได้ยากอะไรนี่” ประธานไซ่ตอบ

เขาไม่รู้ว่าปรมาจารย์จางเอาความมั่นอกมั่นใจมาจากไหน แต่หลังจากได้เป็นประจักษ์พยานกับปาฏิหาริย์หลายครั้งหลายหนที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น ความไว้วางใจที่เขามีให้ปรมาจารย์จางในตอนนี้ก็เกือบจะเรียกได้ว่าปราศจากเงื่อนไขเลยทีเดียว

นี่คือบุคคลที่สามารถให้คำชี้แนะได้แม้แต่กับปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว และถึงอย่างไร ประธานไซ่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะประหลาดอะไรมากมายหากเขาจะเรียนรู้เรื่องค่ายกลได้เดี๋ยวนั้น

“เอาเถอะ ครั้งนี้ผมจะเชื่อคุณก็แล้วกัน! เสียวอู่, เอาธงและแกนกลางของค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณออกมา ชุดที่คุณเพิ่งใช้ฝึกฝนไปเมื่อสองสามวันก่อนน่ะ!”

เมื่อเห็นความเชื่อมั่นที่เพื่อนเก่ามีให้ชายหนุ่มคนนี้ ประธานเจิ้งก็ได้แต่โบกมืออย่างหงุดหงิด

“ขอรับ!” ชายหนุ่มสะบัดข้อมือ และอุปกรณ์กองหนึ่งก็ปรากฎอยู่บนพื้น

ค่ายกลนั้นสร้างขึ้นโดยใช้ธงค่ายกลและแกนกลางค่ายกล

สองสิ่งนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นด้วยวัสดุชนิดพิเศษ ซึ่งจะมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของค่ายกลที่พวกมันจะถูกนำไปใช้

เสียวอู่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 2 ดาว และเขาเพิ่งฝึกฝนการประกอบค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณเกรด 2 ไปเมื่อไม่นานมานี้ จึงยังมีชุดอุปกรณ์อยู่ในแหวนเก็บสมบัติของเขา

เมื่อวัสดุหลายชิ้นถูกนำออกมากอง ทุกคนก็หันไปมองชายหนุ่ม แต่ก็เห็นเขายังหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้น บอกได้ยากว่ากำลังทำอะไร

“หรือว่า…ปรมาจารย์จางคิดจะเรียนรู้เรื่องค่ายกลตอนนี้? แต่ต่อให้คิดจะเรียนตอนนี้ อย่างน้อยก็ต้องเปิดดูหนังสือ หรือปรึกษาอาจารย์เสียก่อน ยืนนิ่งอึ้งอยู่แบบนั้น เขาคิดอะไรอยู่?”

ประธานไซ่คิดแบบงงๆ

การศึกษาเรื่องค่ายกลนั้นเกี่ยวข้องกับเคล็ดลับอันลึกซึ้งนับไม่ถ้วน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ศึกษาจะต้องเสาะหาอาจารย์ผู้เก่งกาจให้ได้สักคน เพื่อเรียนรู้คุณสมบัติพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์, 5 ธาตุสำคัญ, หยินหยาง…นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นใครสักคนเรียนรู้ด้วยการยืนบื้อและเข้าภวังค์

แต่ถ้าไม่ใช่เรียนอยู่ แล้วเขากำลังทำอะไร?

ทุกคนก็งุนงง

อันที่จริง ขณะที่ทุกคนงุนงงสงสัยอยู่นั้น จางเซวียนกำลังศึกษาเรื่องค่ายกลอยู่

ก่อนหน้านี้ เขารวบรวมหนังสือเรื่องค่ายกลไว้ในหอสมุดเทียบฟ้าได้จำนวนหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้ประมวลและทำความเข้าใจ

มาตอนนี้ ด้วยการเพ่งสมาธิเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้า หนังสือทุกเล่มที่เกี่ยวข้องกับค่ายกลก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า

“ประมวล!”

จางเซวียนพึมพำในใจ จากนั้น หนังสือที่มีคำว่า ‘ศาสตร์ค่ายกลเทียบฟ้า’ ก็มาปรากฎอยู่ตรงหน้า เขารีบพลิกดูทันที

มหานทีแห่งความรู้กำลังพุ่งเข้าสู่สมองของจางเซวียน

“พอถ่ายโอนความรู้พวกนี้มาเป็นของตัวเองแล้ว เราก็แค่นำมาเรียบเรียงใหม่เท่านั้น ง่ายและได้ผลดีกว่ากันมาก…”

ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่เขาอยู่ในอาณาจักรเทียนหวู่ จางเซวียนได้ใช้หน้าหนังสือสีทองเพื่อถ่ายโอนความรู้เกี่ยวกับค่ายกล วิธีการหลอมยา การรักษาโรค…ทุกอย่างที่อยู่ในหอสมุดเทียบฟ้าเข้าสมอง ถึงแม้เขาจะไม่เคยอ่านเรื่องพวกนั้นมาก่อน แต่ความรู้ทั้งหมดก็ฝังอยู่ในหัวแล้ว

เมื่อมีความรู้เหล่านี้เป็นพื้นฐาน การทำความเข้าใจศาสตร์ค่ายกลเทียบฟ้าจึงเป็นเรื่องง่ายมาก

กระแสความรู้พุ่งเข้าสู่สมองของเขา และภายในสิบอึดใจ จางเซวียนก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปเรียบร้อย

หากเป็นอาชีพที่เขาไม่มีความรู้เลย คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่ด้วยพื้นความรู้เดิมที่ได้จากการถ่ายโอนไว้ ก็แค่ต้องจัดระเบียบข้อมูลเสียใหม่เท่านั้น

ฟึ่บ!

เขาลืมตาและหันไปหาคนอื่นๆ

“ธงกับแกนกลางค่ายกลเรียบร้อยหรือยัง ผมประกอบค่ายกลที่นี่ได้ไหม?”

“แค่ก แค่ก…”

ประธานเจิ้งกำลังรอดูว่าจางเซวียนคิดจะทำอะไร ก็พอดีกับที่เขาลืมตาและพูดออกมา

เมื่อครู่ก่อน หมอนี่ยังไม่ประสีประสาอะไรกับค่ายกลสักนิด…แต่หลังจากหลับตาไปแค่พักเดียว ก็ลืมตาขึ้นมาและพร้อมจะประกอบค่ายกลทันที ก็ได้! ผมก็อยากรู้ว่าคุณจะประกอบค่ายกลชนิดไหน!

“ถ้าคุณคิดว่าพร้อมแล้ว ประกอบที่นี่เลยก็ได้!”

ประธานเจิ้งสะบัดแขนเสื้อและคำรามออกมาด้วยอาการที่พยายามข่มความหงุดหงิดไว้

“ได้เลย!”

จางเซวียนพยักหน้า แล้วเดินไปคว้าธงกับแกนกลางค่ายกล

เมื่อเห็นอากัปกิริยานั้น ทั้งประธานเจิ้งและเสียวอู่ก็หน้าตึงอีกรอบ

ขั้นตอนแรกที่ทุกคนต้องทำก่อนการประกอบค่ายกลก็คือศึกษาพื้นที่โดยรอบ และประเมินหาตำแหน่งในการจัดวางค่ายกล ซึ่งมีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้สามารถหาตำแหน่งที่กระแสพลังงานจะไหลเข้าสู่ค่ายกลได้

แต่ชายผู้นี้ไม่แม้แต่จะหยิบเข็มทิศออกมาหาทิศทาง สิ่งแรกที่เขาทำคือพุ่งเข้าใส่ธงค่ายกลราวกับไอ้ตะกละตะกรามสักคนที่เห็นชิ้นเนื้อกองใหญ่…คุณเรียกการกระทำแบบนี้ว่าการประกอบค่ายกลหรือ?

ล้อเล่นน่ะ!

ถ้าคุณจัดวางและประกอบค่ายกลด้วยวิธีนี้ได้ล่ะก็ หมูก็คงบินได้เหมือนกัน!

“ประธานไซ่ คุณพาคนแบบไหนมากันนี่?”

ประธานเจิ้งส่งโทรจิตหาประธานไซ่อย่างโกรธเกรี้ยว

“ปรมาจารย์จางน่ะ…เก่งกาจจริงๆ นะ!” ประธานไซ่ส่งโทรจิตตอบด้วยใบหน้าแดงก่ำ

เขาเพิ่งได้มีโอกาสสนิทชิดเชื้อกับปรมาจารย์จางผู้นี้มาแค่ 2 – 3 วัน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกันในซุ้มชั้นหนึ่ง ชายหนุ่มคนนี้ก็พุ่งเข้าใส่สายน้ำมหาสมบัติ และเกือบจะคว่ำทั้งสมาคมนักตรวจสอบสมบัติเสียด้วย…และหลังจากนั้น ก็แก้ไขปัญหาให้ชายชราที่ถูกผู้พยากรณ์จิตวิญญาณเข้าครอบงำ! คนที่เก่งกาจขนาดนี้คงไม่ทำอะไรที่ตัวเองไม่มั่นใจ ว่าแต่…ทำไมตอนนี้เขาถึงดูไม่มาดมั่นเสียเลย?

ประธานไซ่เองก็รู้ดีว่ามี 3 ขั้นตอนที่ต้องทำก่อนการประกอบค่ายกล อย่างแรก ต้องใช้เข็มทิศเพื่อวัดสนามแม่เหล็กและระดับความเข้มข้นของพลังจิตวิญญาณในอากาศเสียก่อน จากนั้น ก็ต้อง ประเมินขนาดของค่ายกล และคาดเดาปัญหาต่างๆ นานาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อค่ายกลหลอมรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อจะได้ป้องกันไว้ล่วงหน้า และสุดท้าย ก็จะต้องคำนวณหาตำแหน่งที่จะจัดวางแกนกลางและธงค่ายกล ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการประกอบจริงๆ

อย่าว่าแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 1 ดาวหรือ 2 ดาว ต่อให้ท่านประธานซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของเขาก็ยังต้องใช้เวลาไม่น้อยในการเตรียมการล่วงหน้า หากไม่มีเวลาเตรียม 1 – 2 ชั่วโมงล่ะก็ ไม่มีทางที่จะประกอบค่ายกลได้สำเร็จ

และอีกอย่าง ขั้นตอนที่ว่ามาก็ใช้กับค่ายกลแบบพื้นๆ ถ้าเป็นค่ายกลที่ครอบคลุมพื้นที่หลายตารางเมตรหรือแม้แต่หลายพันตารางเมตร ก็จะต้องเตรียมการกันอย่างน้อยหลายปีกว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จ

แต่ชายคนนี้…ไม่ใช้เข็มทิศ ไม่มีกระบวนการวิเคราะห์และประเมินใดๆ พื้นที่ก็ไม่สำรวจ เขาพุ่งตรงเข้าใส่แกนกลางและธงค่ายกลในทันที…

ง่ายเกิ๊น!

“เก่งกาจ? คุณเรียกแบบนี้ว่าเก่งกาจหรือ? ผมไม่สนหรอกว่าเขาจะเป็นนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาวหรืออะไร เดี๋ยวถ้าทำไม่ได้ล่ะก็ เอาตัวเขาออกไปเลย สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลไม่ต้อนรับคนปัญญาอ่อนแบบนี้!”

ประธานเจิ้งคำราม

“เอ่อ…” ประธานไซ่ตีหน้าไม่ถูก เขากำลังจะแก้ต่างให้ปรมาจารย์จาง แต่เสียงของอีกฝ่ายก็ดังขึ้นเสียก่อน

“เสร็จแล้ว!”

“เสร็จแล้ว? อะไรเสร็จ?”

ทั้งคู่รีบหันขวับมา

ธงและแกนกลางค่ายกลที่จางเซวียนเพิ่งหยิบขึ้นมาได้ถูกนำไปปักไว้บนพื้นที่ไม่ห่างออกไปนัก รูปแบบการจัดวางของมันอยู่ในตำแหน่งที่ออกจะประหลาด มีรัศมีราว 6 – 7 เมตร

“คุณเรียกไอ้นี่ว่าค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณใช่ไหม? ผมประกอบให้คุณแล้วนะ!” จางเซวียนพูด

“ประกอบแล้ว? นี่คือค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ?”

ประธานไซ่มองสิ่งที่ถูกจัดวางไว้ตรงหน้าด้วยสีหน้าสุดงงงัน

ตำแหน่งของการจัดวางธงและแกนกลางค่ายกลก็ดูเหมือนจะเป็นค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ…

แต่เขาก็ไม่มีความรู้เรื่องค่ายกลมากนัก จึงตัดสินอะไรไม่ได้ เขารีบหันไปมองประธานเจิ้ง

“คุณอาจจัดวางรูปแบบของมันได้ แต่สิ่งที่อยู่ข้างในล่ะ ไม่มีหรอก! คุณเรียกไอ้นี่ว่าค่ายกลหรือ?” ประธานเจิ้งเลิกคิ้วและสะบัดแขนเสื้อดังพึ่บ

เห็นอีกฝ่ายโมโห ประธานไซ่รีบถาม “ทำไมล่ะ? ค่ายกลที่ปรมาจารย์จางประกอบมีข้อผิดพลาดหรือไง?”

“เสียวอู่ มาประเมินค่ายกลนี้ซิ!”

แทนที่จะให้คำตอบ ประธานเจิ้งกลับคำรามและเอาสองมือไพล่หลังไว้

“ขอรับ!” ชายหนุ่มที่ชื่อเสียวอู่รีบเดินเข้ามา

“ตำแหน่งของแกนกลางและธงค่ายกลนั้นถูกจัดวางได้อย่างเหมาะสม แต่…ค่ายกลไม่ได้ทำงานได้เพียงเพราะทำตามผังที่อยู่ในพิมพ์เขียวอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญไปกว่านั้นอีกก็คือ มันต้องสามารถรวบรวมพลังจิตวิญญาณจากสภาพแวดล้อมได้ด้วย!”

เสียวอู่วิเคราะห์อย่างมั่นใจ

“รวบรวมพลังจิตวิญญาณจากสภาพแวดล้อม?”

“ใช่แล้ว!” เสียวอู่สะบัดข้อมือและหยิบเข็มทิศออกมา เมื่อมีของสิ่งนั้นอยู่ในมือ สีหน้าท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อครู่ก่อนยังดูเป็นผู้น้อย แต่ตอนนี้มีรัศมีของผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลตัวจริงเปล่งออกมาอย่างเต็มที่

“ดูจากสิ่งที่เขาจัดวางไว้ ไม่มีคลื่นรบกวนของพลังจิตวิญญาณในอากาศแม้แต่น้อย พูดอีกอย่างก็คือ ธงค่ายกลไม่ได้ถูกปักไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม จึงเป็นธรรมดาที่ค่ายกลของเขาจะไม่มีพลัง และนี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า… ‘ค่ายกลเป็นหมัน’ !”

“ค่ายกลเป็นหมัน?”

“ใช่แล้ว ในเมื่อมันคือค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ จึงควรจะสามารถรวบรวมพลังจิตวิญญาณในอากาศได้ทันทีที่ถูกจัดวางลงไป พลังจิตวิญญาณในอากาศจะต้องถูกดูดให้เข้ามารวมตัวกันอยู่ในนี้ราวกับไต้ฝุ่น แต่นี่…ไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่าพลังจิตวิญญาณจะรวมตัวกันแม้แต่น้อย พูดง่ายๆ ก็คือ เขาเลียนแบบแผนผังค่ายกลที่อยู่ในพิมพ์เขียว แทนที่จะประกอบค่ายกลที่ใช้งานได้จริง!” เสียวอู่พูด

การจัดวางค่ายกลในตำแหน่งที่ถูกต้องไม่ได้แปลว่าค่ายกลจะใช้งานได้เสมอไป แม้จะฟังดูซับซ้อนและลึกซึ้งมาก แต่ก็เป็นความรู้พื้นฐานที่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลทุกคนต้องรู้ ต่อให้ผู้ช่วยก็ยังรู้

ก็เหมือนกับการที่นักปรุงยาคนหนึ่งไม่อาจหลอมยาได้สำเร็จ แม้ว่าจะทำตามสูตรยาทุกกระเบียดนิ้ว

พิมพ์เขียวค่ายกลก็เป็นแค่รูปแบบตายตัว แต่การที่จะทำให้ค่ายกลใช้งานได้นั้น มันจะต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้วย

“ตอบได้ดี! เอาล่ะ ปรมาจารย์จาง เห็นแก่ที่คุณเป็นสหายของประธานไซ่ ผมจะไม่เอาเรื่องกับการเล่นตลกครั้งนี้ คุณกลับไปเถอะ!” ได้ฟังการวิเคราะห์ของเสียวอู่ ประธานเจิ้งก็บอกได้ว่าเขาพัฒนาตัวเองขึ้นอีกมาก จึงพยักหน้าอย่างพอใจ

“เล่นตลก? ตลกยังไง?”

จางเซวียนไม่คิดว่าค่ายกลที่เขาอุตส่าห์ประกอบขึ้นอย่างยากลำบากจะถูกมองว่าเป็นการเล่นตลก

“ก็ในเมื่อค่ายกลของคุณไม่สามารถรวบรวมพลังจิตวิญญาณจากสภาพแวดล้อมได้ ยังไม่พอที่จะเรียกว่าเป็นเรื่องตลกอีกหรือ?” เห็นอีกฝ่ายไม่ยอมรับความล้มเหลวของตัวเอง ประธานเจิ้งฟึดฟัดขึ้นอีก

“อ๋อ…คุณหมายความว่าอย่างนี้นี่เอง ผมน่ะเกรงว่าคุณจะเห็นไม่ชัด ก็เลยหยุดการทำงานของค่ายกลไว้ก่อน!”

จางเซวียนคิดว่าอีกฝ่ายพูดถึงเรื่องอื่น แต่เมื่อรู้แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า จากนั้นก็กระทืบเท้า

ตึ้ง!

แรงกระเพื่อมค่อยๆ แผ่ออกจากฝ่าเท้าของเขาและตรงเข้าสู่ค่ายกลที่อยู่ไม่ห่างออกไปนัก จากนั้นค่ายกลก็ส่งเสียงหึ่งเบาๆ และดึงเอาพลังจิตวิญญาณที่อยู่โดยรอบเข้าไปทันที

ฟิ้ววววว!

พลังจิตวิญญาณในบริเวณนั้นพุ่งฉิวเข้าสู่แกนกลางค่ายกลราวกับถูกพายุเฮอริเคนดึงเข้าไป ความแรงของมันทำเอาทุกคนหน้าชา

“อะ…เฮ้ย…”

เมื่อครู่นี้เองที่เสียวอู่เพิ่งจะกระหยิ่มยิ้มย่องชี้ข้อบกพร่องของจางเซวียน แต่เมื่อเห็นภาพนี้ เขาก็ตกตะลึงเสียจนอ้าปากค้าง

“นี่มัน… ‘ความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ, ไร้แรงกระเพื่อม’ มันไม่ส่งคลื่นรบกวนสภาพแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่เมื่อเปิดใช้งาน ก็ทำงานได้สุดยอดในทันที…ค่ายกลสมบูรณ์แบบ? ปะ-เป็นไปได้อย่างไร?”

ประธานเจิ้งตัวสั่นอย่างหนัก

เขาจ้องหน้าจางเซวียนอย่างตกตะลึงราวกับเห็นผี

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!