ตอนที่ 544 อาชีพรองรับไม่พอ?
“สละสิทธิ์?”
ทุกสายตาจับจ้องจางเซวียน
ในฐานะผู้ได้อันดับ 1 ตลอดทั้งสี่ด่าน เขาคือม้ามืดตัวจริงของการแข่งขันครั้งนี้ ทำไมถึงมาสละสิทธิ์เอานาทีสุดท้าย?
“คุณเข้าร่วมการทดสอบมาตั้ง 4 ด่านแล้วนะ และนี่ก็ด่านสุดท้ายแล้ว…” ปรมาจารย์สู่วขัดขึ้นอย่างไม่สบายใจ
“วัตถุประสงค์ของการแข่งขันรอบคัดเลือก คือเลือกผู้ท้าชิงที่มีผลการทดสอบดีที่สุด 2 คนแรกเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ ด้วยผลการทดสอบที่ผ่านมาของผม ต่อให้ไม่เข้ารับการทดสอบด่านสุดท้าย ผมก็ยังเป็นที่หนึ่งอยู่ดี ในเมื่อไม่มีความจำเป็นจะต้องทดสอบต่อ ผมจึงขอสละสิทธิ์!” จางเซวียนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อีกอย่าง…ผมก็ไม่เห็นจะต้องทำตัวเป็นที่หนึ่งตลอดเวลานี่”
“ผมก็ไม่เห็นจะต้องทำตัวเป็นที่หนึ่งตลอดเวลา?”
“พูดจาขนาดนั้นก็เกินไป!”
“แต่ที่ปรมาจารย์จางพูดก็ฟังขึ้นนะ เพราะเขาเป็นที่หนึ่งมาตลอดทั้ง 4 ด่าน ตอนนี้ก็มี 24 คะแนนแล้ว ส่วนคนอื่นๆ…คุณชายโหลวฮวนซึ่งเป็นที่สองมี 18 คะแนน, ตามมาด้วยฟู่เสี่ยวเฉิน 15 คะแนน, เฟิงมั่วเซิน 13 คะแนน และหลัวฉี่กับตู๋หู่ 7 คะแนน…ต่อให้ปรมาจารย์จางสละสิทธิ์ด่านนี้และได้อันดับสุดท้าย เขาก็ยังมี 25 คะแนน ไม่มีใครเหนือกว่าอยู่ดี เขาจะสละสิทธิ์ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่!”
“ได้เป็นแชมป์ทั้งที่สละสิทธิ์ด่านสุดท้าย…สุดยอด!”
เมื่อได้ฟังจางเซวียนอธิบาย ทุกคนก็เข้าใจ
ในเมื่ออันดับของเขาคงที่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเข้าทดสอบด่านสุดท้าย
“เอ่อ…” เมื่อถึงบางอ้อ ประธานคังก็ได้แต่มองหน้าปรมาจารย์สู่ว
สมกับที่เป็นปรมาจารย์จาง เหลือเชื่อตลอดเวลา!
คนอื่นๆมีแต่จะต้องทุ่มสุดตัวในทุกด่าน ขณะที่ชัยชนะของเขานอนมาตั้งแต่เข้าทดสอบได้เพียง 4 ด่านเท่านั้น
คนเราก็ช่างเกิดมาไม่เท่ากันเสียจริงๆ
“เอาอย่างนั้นก็ได้!”
ประธานคังกวาดสายตามองผู้เข้าท้าชิงคนอื่นๆ และเห็นว่าคนเหล่านั้นก็ไม่เต็มใจจะแข่งขันกับปีศาจอย่างจางเซวียนเช่นกัน เขาจึงได้แต่ส่ายหน้าและพูดต่อ “เอาล่ะ ปรมาจารย์จาง คุณก็อยู่ในห้องก่อนนะ เมื่อจบการทดสอบด่านสุดท้าย เราจะอธิบายรายละเอียดของการประลองปรมาจารย์ให้คุณฟัง!”
“ได้” จางเซวียนพยักหน้า
ไม่ช้าการทดสอบก็เสร็จสิ้น คุณชายโหลวฮวนได้ที่ 1 ในด่านสุดท้าย และได้เป็นตัวแทนอีกคนที่จะเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์
“เอาล่ะ ตอนนี้การแข่งขันรอบคัดเลือกก็สิ้นสุดแล้ว ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการว่าจางเซวียนกับจวินโหลวฮวนคือ 2 ตัวแทนของสมาพันธ์นานาอาณาจักรที่จะเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์…”
เมื่อผลการทดสอบชัดเจนแล้ว ประธานคังจึงประกาศผลเป็นครั้งสุดท้าย
“ท่านประธาน รอเดี๋ยว!”
ประธานคังยังพูดไม่จบดี ฟู่เสี่ยวเฉินก็พูดแทรก “ผมไม่ปฏิเสธความสามารถของปรมาจารย์จาง แต่ถ้าจำไม่ผิด ผู้ที่จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์จะต้องเป็นปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวเป็นอย่างน้อย ในเมื่อปรมาจารย์จางเป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว ผมเกรงว่าเขาอาจไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ หากเข้าร่วมการประลองจริงๆ”
ประธานคังขมวดคิ้ว
อีกฝ่ายพูดถูก นั่นคือคุณสมบัติของปรมาจารย์ที่จะเข้าร่วมการประลอง
อย่างน้อยก็ต้องเป็นปรมาจารย์ระดับ 3 ดาว
เพราะถ้ายังไม่ถึงขั้นนั้น จะเอาชนะคู่ต่อสู้คนอื่นๆได้อย่างไร?
ถึงจางเซวียนจะสำแดงความโดดเด่นไว้มากมายในการแข่งขันรอบคัดเลือก แต่สุดท้าย เขาก็ยังเป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว ยังห่างไกลกับคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์
“แต่ปรมาจารย์จางผ่านการทดสอบทุกด่านได้ง่ายดายแบบนี้ เขาจะเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวเลยก็ยังได้!” ปรมาจารย์สู่วขัด
ขนาดคุณชายโหลวฮวนซึ่งเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวก็ยังสู้จางเซวียนไม่ได้ การที่เขาจะเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวก็ไม่ได้ยากลำบากเลย
“ความเก่งกาจของปรมาจารย์จางน่ะเทียบเท่ากับปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวแล้ว ต่อให้ไม่เข้ารับการทดสอบ จะเลื่อนขั้นให้เขาเลยก็ยังได้ แต่ว่าเงื่อนไขของการได้เลื่อนเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว…ผู้นั้นจะต้องมีอาชีพรองรับ 4 อาชีพเป็นอย่างน้อย! ผมเกรงว่า…ด้วยเงื่อนไขข้อนี้ เขาจะยังมีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่จะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวน่ะสิ” ฟู่เสี่ยวเฉินพูด
ถ้าไม่มีปรมาจารย์จาง ตัวเขากับคุณชายโหลวฮวนก็จะได้เป็นตัวแทน ในเมื่อตำแหน่งของเขาถูกช่วงชิงไป อย่างน้อยก็ต้องทําอะไรสักอย่าง
และอาชีพรองรับของอีกฝ่ายก็เป็นจุดอ่อนข้อใหญ่ที่เขาต้องเล่นงานให้ได้!
ในความเห็นของเขา ไม่ว่าปรมาจารย์จางจะรอบรู้สักแค่ไหน ด้วยอายุเพียงเท่านี้ ก็ต้องมีบางอย่างที่ทำไม่ได้ ถึงอย่างไรก็คงไม่เก่งไปหมดทุกเรื่องหรอก!
“ก็จริงอยู่นะ…”
“อาชีพรองรับน่ะ กว่าจะศึกษาจนเชี่ยวชาญได้ก็ต้องใช้เวลา…”
ทุกคนเงียบกริบ แม้แต่ปรมาจารย์สู่วก็พูดไม่ออก
เรื่องนี้เป็นความจริง
ทั้งความสามารถและความปราดเปรื่องของปรมาจารย์จางเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้ว ไม่มีใครจะโต้แย้งได้ แต่การจะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวก็ยากกว่านั้น และอาชีพรองรับก็คือประเด็นสำคัญ
แม้แต่ปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวก็ยังต้องมีอาชีพรองรับ 3 อาชีพ เช่นเดียวกันกับระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณ นี่คือคุณสมบัติพื้นฐาน
“ทักษะการวาดภาพของปรมาจารย์จางก็เทียบเท่าระดับ 4 ดาวแล้ว ผมยืนยันตำแหน่งของสมาคมจิตรกรให้เขาได้!”
ผู้อาวุโสอวิ๋นพูด
จางเซวียนวาดภาพขั้น 6 ได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าทักษะการวาดภาพของอีกฝ่ายย่อมเหนือกว่าเขา การจะมอบตำแหน่งจิตรกรระดับ 4 ดาวให้ก็ไม่มีปัญหาเลย
“แต่นั่นก็แค่อาชีพเดียว!” ฟู่เสี่ยวเฉินพูด
ต่อให้ได้เป็นจิตรกรระดับ 4 ดาว ก็เป็นแค่อาชีพเดียว เขายังขาดอีกสอง
แน่นอนว่าการจะมีอาชีพรองรับสักอาชีพหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังต้องได้ถึงระดับ 3 ดาว เพื่อให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามแบบของปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวด้วย
“ปรมาจารย์จาง คุณมีอาชีพรองรับอื่นๆที่ได้ระดับ 3 ดาวขึ้นไปบ้างหรือเปล่า?” ประธานคังถาม
“ผม…” จางเซวียนกำลังจะตอบ ก็พอดีกับที่ผู้ช่วยคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามา “ท่านประธาน หัวหน้าหานจากดงอสูรขอเข้าพบ!”
“หัวหน้าหาน? มาทำไมกัน?” ประธานคังชะงัก
นั่นคือหานชง หัวหน้าดงอสูรแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร ซึ่งไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเขา ทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายถึงมาเยี่ยมเยียนถึงสภาปรมาจารย์?
“เชิญเขาเข้ามา!” ถึงจะยังสงสัย แต่ในเวลานี้ ถึงอย่างไรก็ต้องเชิญอีกฝ่ายเข้ามาก่อน
แม้สภาปรมาจารย์จะมีอำนาจเหนือกว่าดงอสูร แต่ฤทธิ์เดชของดงอสูรก็ไม่ใช่สิ่งที่จะประมาทได้ ถึงเขาจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันมิตรสหายกับอีกฝ่าย แต่การไม่สร้างศัตรูก็ย่อมฉลาดกว่า
“ขอรับ!” ผู้ช่วยเดินออกไป และไม่ช้าผู้อาวุโสสองคนก็ปรากฏตัว เมื่อหันไปมอง จางเซวียนก็เห็นชายสองคนกำลังเดินเข้ามา หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าหานซึ่งเคยพบกันที่สันเขาเว้าวอน ขณะที่อีกคน คือประธานไซ่จากสมาคมนักตรวจสอบสมบัติ
“คารวะประธานคังและเหล่าผู้อาวุโสแห่งสภาปรมาจารย์!”
ทั้งคู่ประหลาดใจที่เห็นคนมากมายอยู่ในห้อง แต่ด้วยอิทธิพลและอำนาจในตัวที่ทำให้องอาจได้แม้อยู่ท่ามกลางพายุใหญ่ พวกเขาจึงยังรักษากิริยางามสง่าไว้ได้อย่างดีขณะที่ประสานมือคารวะ
หลังจากพูดคุยกันสองสามประโยค ประธานคังก็ถามอย่างสงสัย “ไม่ทราบว่าหัวหน้าหานกับประธานไซ่มาด้วยธุระอะไร?”
“อันที่จริง ผมมาหาปรมาจารย์จาง” หัวหน้าหานหัวเราะหึๆ “ผมรู้จากประธานไซ่ว่าเขามาที่นี่ ก็เลยรีบตามมา!”
“ปรมาจารย์จาง?” ประธานคังกระพริบตาอย่างงุนงง คนอื่นๆก็หันมามอง
“คุณมาหาผมเพราะอะไร?” จางเซวียนก็ไม่เข้าใจ
เขาเคยพบกับหัวหน้าหานเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมาย แล้วทำไมต้องตามมาถึงที่นี่?
“อ๋อ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ผมได้รายงานวีรกรรมของปรมาจารย์จางเรื่องการจับอสูรห้าสะพรึงให้ทางสำนักงานใหญ่ทราบแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจจะให้คุณเป็นข้อยกเว้น คือเลื่อนขั้นปรมาจารย์จางให้เป็นนักฝึกอสูรระดับ 4 ดาวเลย ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมาที่นี่เพื่อมอบตราสัญลักษณ์ให้คุณ!” หัวหน้าหานยิ้ม
ด้วยวีรกรรมของปรมาจารย์จางที่ทำให้อสูรห้าสะพรึงเชื่องได้ด้วยคำๆเดียว ความสามารถในการฝึกอสูรของอีกฝ่ายจึงเหนือชั้นกว่าเขา และหัวหน้าหานก็ได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางสำนักงานใหญ่รู้ทันทีที่เขากลับไป
และหลังจากที่ได้รับคำตอบ เขาก็รีบมาหาปรมาจารย์จางทันที
โดยทั่วไป นักฝึกอสูรก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆในเก้าสถานะระดับบน คือมีความเข้มงวดในเรื่องระดับวรยุทธกับการเลื่อนตำแหน่ง ผู้ที่จะได้เป็นนักฝึกอสูรระดับ 4 ดาวจะต้องเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 เป็นอย่างต่ำ กรณีอย่างจางเซวียนจึงถือเป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นน้อยครั้งมาก
“นักฝึกอสูรระดับ 4 ดาว?”
“ปรมาจารย์เป็นนักฝึกอสูรระดับ 4 ดาวจริงๆหรือ?”
เมื่อได้ยินที่หัวหน้าหานพูด ทุกคนก็ส่งเสียงเซ็งแซ่
เพิ่งจะเมื่อครู่นี้เองที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าปรมาจารย์จางมีอาชีพรองรับไม่มากพอ จากนั้นแค่แป๊บเดียว เขาก็ได้ตราสัญลักษณ์นักฝึกอสูรระดับ 4 ดาวมา
เมื่อรวมกับอาชีพจิตรกร เขาก็มีอาชีพรองรับ 2 อาชีพแล้ว
“ขอบคุณมาก…”
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะนำตราสัญลักษณ์นักฝึกอสูรระดับ 4 ดาวมาให้ จางเซวียนพยักหน้าอย่างดีใจ ขณะที่เขารับตราสัญลักษณ์มา ผู้ช่วยคนเดิมก็พรวดพราดเข้ามารายงานอีก “ท่านประธาน ประธานเจิ้งกับประธานเมิ่งจากสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลและสมาคมนายแพทย์แห่งเมืองหงไห่ขอเข้าพบ!”
“ไปเชิญเข้ามา!”
ประธานคังโบกมือ
ไม่ช้า ทั้งคู่ก็เข้ามาในห้อง
อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลและนายแพทย์คืออีกสองอาชีพที่มีเกียรติสูงสุดในเก้าสถานะระดับบน ไม่ได้เป็นรองนักฝึกอสูรเลย การมาถึงพร้อมๆกันของประธานสมาคมทั้งสองคนทำให้ปรมาจารย์คนอื่นๆในห้องต่างมองหน้ากัน
“ไม่ทราบว่าคุณทั้งสองมีธุระอะไร?” ประธานคังประสานมือคารวะและตั้งคำถาม
“ผมมาหาปรมาจารย์จาง!” ประธานเจิ้งตอบ
“คุณก็มาหาปรมาจารย์จางเหมือนกัน?” ประธานคังตาโต
“ใช่แล้ว” ประธานเจิ้งหัวเราะหึๆ เขาหันไปพูดกับจางเซวียน “ปรมาจารย์จาง ก่อนหน้านี้ผมให้ตราสัญลักษณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับเสี้ยว 4 ดาวกับคุณ แต่พอคุณออกมาแล้ว ผมก็ได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางสำนักงานใหญ่รู้ พวกเขาจึงตัดสินใจจะยกเว้นให้ โดยให้คุณได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 4 ดาว!”
ในวันนั้น จางเซวียนใช้ทั้งดาบ กระบี่ และหอกเพื่อจารึกอักขระลงบนแผ่นค่ายกลเกรด 5 เพียงเพราะวรยุทธที่ยังอ่อนด้อย จึงทำให้เขามีคุณสมบัติไม่เพียงพอจะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 4 ดาว ในวันนั้นจึงได้ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับเสี้ยว 4 ดาวมาแทน
หลังจากวันนั้น ประธานเจิ้งก็ได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางสำนักงานใหญ่รู้ และเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา เขาก็ได้รับคำตอบจากทางสำนักงานใหญ่ โดยทางนั้นตัดสินใจจะเลื่อนตำแหน่งให้จางเซวียนเป็นข้อยกเว้น คือได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 4 ดาว
“ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 4 ดาวด้วย?”
ทุกคนกระพริบตาปริบๆอย่างไม่อยากเชื่อ
อีกอาชีพหนึ่งแล้ว?
แต่ยังไม่ทันจะหายตกใจ ผู้อาวุโสอีกคนที่ยืนอยู่ข้างประธานเจิ้งก็ประสานมือคารวะและยิ้มให้ “ปรมาจารย์จางอาจไม่รู้จักผม ผมคือประธานเมิ่งฉีจากสมาคมนายแพทย์แห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร!”
“คารวะประธานเมิ่ง!” จางเซวียนพยักหน้า
“ปรมาจารย์จางได้เข้าท้าทายกำแพงคาใจที่อาณาจักรเทียนหวู่ และรักษาสภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงแต่กำเนิดขององค์หญิงที่ 2 แห่งสมาพันธ์จนหาย หัวหน้าหานก็ได้รับการรักษาจากคุณเช่นกัน ความเชี่ยวชาญเรื่องการรักษาโรคของคุณเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงร้องขอไปทางสำนักงานใหญ่ และได้การตอบรับกลับมา นี่คือตราสัญลักษณ์นายแพทย์ระดับ 4 ดาวของคุณ!”
ประธานเมิ่งหัวเราะหึๆ
ในครั้งนั้น สมาคมนายแพทย์แห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรได้แต่งตั้งจางเซวียนให้เป็นผู้อาวุโส ด้วยวีรกรรมการเข้าท้าทายกำแพงคาใจของเขา แต่ก็เพิ่งวันนี้เองที่ได้เจอตัวจริง
ทั้งยังหนุ่มและดูองอาจ รังสีที่แผ่ออกมารอบๆตัวเขาก็ไม่ธรรมดา
“เท่ากับสี่อาชีพแล้ว…”
เมื่อได้ฟังประธานเมิ่ง ทุกคนก็กลืนน้ำลาย
โดยเฉพาะฟู่เสี่ยวเฉิน เขาแทบจะเอาหัวโขกกำแพงให้ตายไปเดี๋ยวนั้น
เพิ่งจะพูดไปหยกๆว่าอีกฝ่ายยังขาดอาชีพรองรับ แล้วหัวหน้าหาน ประธานเจิ้ง กับประธานเมิ่งก็เดินมามอบตราสัญลักษณ์ระดับ 4 ดาวของแต่ละสมาคมให้ มันจะเกินไปไหม?
ต่อให้อยากตบหน้าผม พวกคุณก็ไม่เห็นต้องรีบตบขนาดนี้…
ฟู่เสี่ยวเฉินน้ำตาไหลพราก ถ้ารู้ว่าหมอนั่นจะเก่งขนาดนี้ เขาจะไม่มีวันอ้าปากพูดเลย…
ขณะที่การถูกตบหน้าอย่างจังแทบจะทำให้เขาหัวใจสลาย ประธานไซ่ก็พูดขึ้นมา “พวกเก้าสถานะระดับบนนี่ยุ่งยากเสียจริง ต้องร้องขอทางสำนักงานใหญ่ ต้องรอคำตอบ…กว่าจะมอบตำแหน่งให้ใครได้ ดูอย่างสมาคมนักตรวจสอบสมบัติของพวกเรานี่ เรามอบตราสัญลักษณ์นักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาวให้ปรมาจารย์จางทันทีที่เขาผ่านการทดสอบ ไม่เห็นต้องวุ่นวายแบบพวกคุณเลย!”
“เขาเป็นนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาวด้วย?”
พลั่ก!
ฟู่เสี่ยวเฉินทรุดลงไปกองกับพื้น



