Skip to content

Library Of Heaven’s Path 734

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 734 อาจารย์ของผม, หยางชวน

“นี่คุณกำลังจะบอกว่า ผมจะไม่ได้คะแนนวิชาการเลยสักคะแนนเดียว?” จางเซวียนถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย

C

“ก็ใช่น่ะสิ!” หยวนหงสะบัดแขนเสื้ออย่างหงุดหงิด “เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมของการทำลายสถิติ เส้นทางสถิติโลกจารึกมีระบบคอยตรวจสอบอยู่ภายในว่ามีการเล่นตุกติกคดโกงหรือเปล่า แต่ในเมื่อตอนนี้ทั้งห้องก็พังพินาศไปแล้ว เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตอนที่อยู่ในนั้น คุณไม่ได้ใช้สิ่งประดิษฐ์อะไรบางอย่าง?”

แน่นอนว่าการทำลายสถิติจะต้องเป็นไปด้วยความสามารถของผู้นั้นล้วนๆ และเส้นทางสถิติโลกจารึกก็มีระบบตรวจสอบมากมายที่จะคอยสอดส่องว่าการดำเนินการท้าทายสถิตินั้นเป็นไปอย่างไร ซึ่งหากปล่อยให้ใครใช้สิ่งประดิษฐ์หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือบางอย่างระหว่างการท้าทายได้ ก็จะกลายเป็นการแข่งขันความอวดร่ำอวดรวยมากกว่าความสามารถ และแนวคิดเรื่องการทำลายสถิติก็จะไร้ความหมายไป

แต่นั่นแหละ ในเมื่อทุกอย่างวินาศสันตะโรไปหมดแล้ว จะแน่ใจได้อย่างไรว่าการทำลายสถิติครั้งนี้เป็นไปอย่างชอบธรรม แล้วจะให้สรุปชี้ชัดได้อย่างไรว่าเกิดการทำลายสถิติขึ้นจริงหรือไม่?

อีกอย่าง คุณก็ทำลายทรัพย์สมบัติของโรงเรียนช่างตีเหล็กทันทีที่เข้ามา ผมยังไม่ได้พูดถึงการชดใช้ค่าเสียหายด้วยซ้ำ คุณกลับมามีหน้าขอคะแนนวิชาการ…ล้อกันเล่นมั้งนี่!

“เอ่อ…” จางเซวียนถึงกับเซ่อไป

เขานึกว่าจะได้คะแนนวิชาการมาทันทีที่ทำลายสถิติได้ แต่เท่าที่ฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่าย ก็ดูจะหมดหวังเสียแล้ว

คราวนี้เขาเหนื่อยเปล่า

แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็ได้อะไรดีๆจากการเข้าท้าทายห้องเปลวเพลิงปฐพี เพราะไม่เพียงแต่จะสำเร็จความโชติช่วงระดับ 2 ของวิชากายทองคำเบญจโชติช่วง จิตวิญญาณของเขาก็ยังฝ่าด่านคอขวดจนมีความสูงเกินกว่า 10 เมตรแล้ว

“ในเมื่อผมไม่ได้คะแนนวิชาการจากครั้งนี้ ผมก็จะขอท้าทายสถิติอื่นล่ะนะ…” จางเซวียนพูดต่อหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

เขาอุตส่าห์มาถึงโรงเรียนช่างตีเหล็กแล้ว อย่างน้อยก็จะต้องเอาตราสัญลักษณ์ช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาวติดมือกลับไปให้ได้ ไม่อย่างนั้น จะมาทำไมให้เสียเวลา

“ท้าทายอะไร? คุณดูเส้นทางสถิติโลกจารึกนั่นสิ! ยังคิดว่าจะมีปัญญาท้าทายอะไรได้อีกหรือ?” หลัวเหยียนลุกพรวดขณะคำรามกร้าว

คุณยังคิดจะท้าทายสถิติอะไรอีก ทั้งๆที่เส้นทางสถิติโลกจารึกก็วายป่วงไปแล้วแบบนี้!

“อ้าว…แล้วอย่างนั้น ผมจะได้คะแนนวิชาการมาจากไหนล่ะ?” จางเซวียนเกาหัว

“เส้นทางสถิติโลกจารึกคือสัญลักษณ์ของเกียรติยศและความรุ่งเรืองแห่งโรงเรียนช่างตีเหล็กของเรา ซึ่งคุณก็ทำลายมันทันทีที่มาถึง ขอผมแนะนำอะไรสักหน่อยเถอะ อย่าได้คิดเรื่องคะแนนวิชาการอีกเลย ตอนนี้คิดก่อนดีกว่าว่าจะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายค่าเสียหายเพื่อเป็นการชดใช้” หลัวเหยียนมองจางเซวียนอย่างสมเพช

ทั้งโรงเรียนนักออกแบบสวรรค์สร้างและโรงเรียนช่างตีเหล็กต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมากกว่าจะสร้างเส้นทางสถิติโลกจารึกขึ้นได้ และมันก็ได้อยู่รองรับการท้าทายสถิติของนักเรียนมากมายนับไม่ถ้วนมาตลอดระยะเวลาหลายพันปี แต่คุณกลับทำมันฉิบหายวอดวายทันทีที่มาถึง…แทนที่จะคิดว่าจะชดใช้ค่าเสียหายได้อย่างไร ยังมีหน้ามาฝันว่าจะเอาคะแนนวิชาการอีก?

หน้าด้านอะไรอย่างนั้น!

“ชดใช้?” จางเซวียนหน้าเสีย หลังจากอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็อ้อมแอ้มถาม “เท่าไหร่ล่ะ?”

เมื่อได้ยินคำนั้น หลัวเหยียนก็หันไปทางอาจารย์ของเขา

ในฐานะลูกศิษย์ เขาไม่มีสิทธิ์จะทำหน้าที่ประเมินความเสียหายใดๆ

“ห้องเปลวเพลิงปฐพีถูกสร้างขึ้นมากว่า 4000 ปีแล้ว ด้วยความร่วมมือกันของหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็กกับหัวหน้าโรงเรียนนักออกแบบสวรรค์สร้าง มีการนำหัวใจเปลวเพลิงปฐพีถึง 4 ดวง และวัตถุล้ำค่าอีกมากมายหลายชนิดมาใช้ในการก่อสร้าง ถ้าจะให้กะความเสียหายกันคร่าวๆตอนนี้ล่ะก็ อย่างน้อยๆก็มีค่าเท่ากับหินวิเศษขั้นสูง 20 ก้อน!”

หยวนหงตอบหลังจากคิดคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง

ในสมาคมทั่วๆไป มักมีนโยบายว่าอัจฉริยะผู้ใดที่สร้างความเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ จะไม่ต้องจ่ายค่าชดใช้ เพราะทางสมาคมสามารถรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานใหญ่ ซึ่งทางนั้นก็จะส่งบุคลากรพร้อมกับทรัพยากรที่เหมาะสมและมากพอเพื่อมาทำการซ่อมแซม

แต่กฏนี้ไม่ได้ใช้กับสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน เพราะที่นี่มีแต่อัจฉริยะทั้งนั้น หากใครต่อใคร สามารถทำลายทุกอย่างได้ตามใจและทำเพิกเฉยได้ แล้วทางสถาบันจะดำเนินการต่อไปได้อย่างไร?

“คะ-คุณว่าอะไรนะ? หะ-หินวิเศษขั้นสูง 20 ก้อน?” จางเซวียนยืนโงนเงนและแทบกระอักเลือดออกมา

นี่ล้อผมเล่นใช่ไหม?

ถ้าผมมีหินวิเศษมากขนาดนั้น จะต้องมามัวเหนื่อยยากไขว่คว้าคะแนนวิชาการอยู่ทำไม? แค่ซื้อเอาก็สิ้นเรื่อง!

ถึงแม้คะแนนวิชาการจะมีค่าสูง แต่ก็มีนักเรียนจำนวนมากมายที่เต็มใจจะขายคะแนนวิชาการของพวกเขาเพื่อแลกกับหินวิเศษขั้นสูง

“เมื่อพิจารณาจากการที่คุณเป็นนักเรียนใหม่ และสิ่งที่ทำขึ้นนั้นก็เป็นไปโดยไม่เจตนา ผมจะลดค่าเสียหายลงให้ครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน คุณชดใช้มาแค่หินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อนก็พอ!” หยวนหงพูด

“10 ก้อน…ผมมีไม่มากขนาดนั้นหรอก” จางเซวียนส่ายหน้า

ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาก็มีหินวิเศษขั้นสูงอยู่แค่ก้อนเดียว ซึ่งได้มาจากการครองตำแหน่งแชมป์ของการประลองปรมาจารย์ ต่อให้เขาขายสมบัติพัสถานที่มีอยู่ทั้งหมด ก็ยังไม่ได้ราคาเท่ากับหินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อนเลย!

“ผมรู้ว่าคุณมีไม่มากขนาดนั้น จึงจะเสนอทางเลือกให้ก็แล้วกันนะ หากคุณยอมทำงานให้โรงเรียนช่างตีเหล็กเป็นเวลา 10 ปี ผมจะพิจารณายกเว้นการชดใช้ค่าเสียหายให้!” หยวนหงโบกมือ

หินวิเศษขั้นสูงนั้นเป็นสิ่งที่ใช้กันในหมู่นักรบระดับเซียน หรือผู้ที่พยายามจะฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นนักรบระดับเซียน จึงไม่มีทางที่นักเรียนใหม่อย่างจางเซวียนจะมีของแบบนั้นอยู่ในครอบครอง ด้วยเหตุนี้ หยวนหงจึงตั้งใจจะให้จางเซวียนทำงานเพื่อชดใช้หนี้

การที่นักเรียนจะทำงานในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างหลี่ชวนเป็นตัวอย่าง เธอก็เป็นนักเรียนคนหนึ่งของโรงเรียนช่างตีเหล็กซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับ เพื่อให้ได้คะแนนวิชาการมากขึ้น

แต่สำหรับจางเซวียน ในเมื่อเขาต้องใช้หนี้ จึงต้องทำงานฟรีโดยไม่ได้คะแนนวิชาการตอบแทน

“ทำงาน 10 ปีเพื่อชดใช้หนี้หินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อน? ถือเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ดีมากนะ!”

“จริงด้วย! หินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อนน่ะแทบประเมินมูลค่าไม่ได้ ลำพังก้อนเดียวก็มีค่าเท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 10,000 ก้อนแล้ว รองหัวหน้าหยวนหงช่างใจกว้างเหลือเกินที่ยื่นข้อเสนอแบบนี้ให้!”

“ก็จริง เจตนาของการลงโทษครั้งนี้ก็เพื่อปรามนักเรียนคนต่อไปที่คิดจะทำอะไรแบบนี้อีก เพราะอันที่จริงน่ะ ต่อให้ทำงานชดใช้กันทั้งชีวิต ก็ยังไม่แน่หรอกว่าจะได้มูลค่าเท่ากับหินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อนหรือเปล่า!”

…..

เมื่อได้ยินคำพูดของหยวนหง ฝูงชนต่างก็พยักหน้า

สำหรับนักรบที่มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ทั่วไป 10 ปีไม่ใช่ระยะเวลายาวนานเลย โดยเฉพาะกับปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวทั่วๆไป ระยะเวลา 10 ปีอาจไม่เพียงพอในการที่เขาจะเลื่อนระดับขึ้นเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวเสียด้วยซ้ำ

การชดใช้หนี้หินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อนด้วยการทำงานเพียง 10 ปี จึงถือเป็นเงื่อนไขที่เบามาก

“10 ปี?”

ตรงกันข้ามกับปฏิกิริยาของฝูงชน จางเซวียนอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำนั้น

เขายังคิดอยู่ว่าจะศึกษาที่นี่ถึงครึ่งปีหรือเปล่า นับประสาอะไรกับ 10 ปี!

หากเขาต้องใช้เวลา 10 ปีอยู่ที่นี่ คงจะต้องตายจากอาการกำเริบของสภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดตั้งแต่ยังไม่ทันได้เป็นอิสระ

“ผมรับข้อเสนอนั้นไม่ได้หรอก ผมมีเวลาไม่มากพอ!” จางเซวียนส่ายหัวและปฏิเสธ

“คุณรับข้อเสนอไม่ได้?” หยวนหงหรี่ตาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ในฐานะรองหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็ก นี่เป็นครั้งแรกที่มีนักเรียนผู้โอหังถึงขนาดกล้าต่อรองกับเขา

ทั้งๆที่เพิ่งทำลายเส้นทางสถิติโลกจารึกไป ความสำนึกผิดแม้สักนิดก็ยังไม่มี

นี่ก็ปรานีแค่ไหนแล้วที่ผมยอมให้คุณทำงานชดใช้หนี้ คุณคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองกับผมหรือ?

“เอาอย่างนี้ไหม ขอผมดูก่อนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นน่ะพอจะซ่อมแซมได้บ้างหรือเปล่า ถ้าผมซ่อมได้ ผมก็จะไม่ต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับที่นี่ ตกลงไหม?” หลังจากใคร่ครวญอยู่คู่หนึ่ง จู่ๆจางเซวียนก็โพล่งออกมา

“ซ่อมแซม? คุณนี่นะ?” หยวนหงจ้องหน้าจางเซวียนราวกับเห็นภูตผีปีศาจ

แน่ใจหรือเปล่าว่าเดินมานี่เอาสมองมาด้วย?

ทั้งห้องเปลวเพลิงปฐพีและเส้นทางสถิติโลกจารึกถูกสร้างขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างช่างตีเหล็กและนักออกแบบสวรรค์สร้างระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด แม้ตัวเขาเองยังไม่มั่นใจเลยว่าจะมีทักษะ เพียงพอจะซ่อมมันได้ แต่หมอนี่บอกว่าขอลองดู?

คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? บรมครูช่างตีเหล็กหวูหยางจื่ออย่างนั้นหรือ?

จะอวดดีไปถึงไหน?

“ใช่!” จางเซวียนพยักหน้า เขาพูดต่อหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าผมซ่อมไม่ได้…ผมจะชี้แนะเทคนิคการตีเหล็กให้คุณ หรือไม่ก็ชี้แนะเรื่องเทคนิควรยุทธเป็นการชดใช้”

“ชี้แนะผม? อวดดีนัก!” หยวนหงโมโหเดือด

ตัวเขาเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของสถาบันปรมาจารย์ เป็นรองหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็ก อีกทั้งปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด เขามีเกียรติสูงส่งทั่วทั้งสถาบัน และมีแต่จะเป็นผู้ให้คำชี้แนะกับคนอื่นตลอดมา รวมถึงการรับใครๆเป็นศิษย์สายตรง แต่เจ้านักเรียนใหม่คนนี้กล้าพูดว่าจะให้คำชี้แนะเรื่องการตีเหล็กหรือวรยุทธเป็นการแลกเปลี่ยน?

นี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าพล่ามนรกจกเปรตอะไรออกมา?

“หมอนั่นทิ้งสมองไว้ในห้องเปลวเพลิงปฐพีหรือเปล่าน่ะ?”

“กล้าพูดกับรองหัวหน้าหยวนหงว่าจะให้คำชี้แนะ…เขาคิดอะไรอยู่?”

หลัวเหยียนกับคนอื่นๆตาค้างอย่างแทบไม่เชื่อหู

น้องชาย, ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาหน่อย! คุณเป็นแค่นักเรียนใหม่นะ!

กล้าพูดออกมาว่าจะให้คำชี้แนะกับรองหัวหน้า นี่คุณนึกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็กหรืออะไรทำนองนั้นหรือไง?

เจียมกะลาหัวตัวเองด้วย!

“เอ่อ…ที่ผมพูดนั้นหมายความว่า จะให้ท่านอาจารย์ของผมมอบคำชี้แนะเกี่ยวกับวรยุทธให้คุณต่างหาก!” เมื่อเห็นความกราดเกรี้ยวของอีกฝ่าย จางเซวียนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้ถึงความไม่เหมาะสมของสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูด

นี่คือผลพวงจากการปลอมตัวเป็น ‘ปรมาจารย์หยาง’ บ่อยเกินไป จึงมีบางครั้งที่เขาพูดอะไรในฐานะของปรมาจารย์หยางโดยไม่ทันคิด

ตอนนี้เขาเป็นแค่นักเรียนใหม่ ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่อีกฝ่ายจะโมโหเดือดเมื่อได้ยินว่าเขายื่นข้อเสนอจะให้คำชี้แนะกับปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด

“ท่านอาจารย์!” หยวนหงพยายามสงบสติอารมณ์

“ท่านอาจารย์ของผม, หยางชวน เคยให้คำชี้แนะกับประธานสภามั่วเกาหย่วนครั้งหนึ่ง และแม้แต่ผู้อาวุโสมั่วก็ยังยำเกรงในตัวเขา” จางเซวียนหัวเราะหึๆขณะสะบัดข้อมือและนำตราหยกออกมา “นี่คือตราสัญลักษณ์ที่ผู้อาวุโสมั่วมอบให้ผม!”

“ผู้อาวุโสมั่ว…คุณหมายถึงหัวหน้าโรงเรียนนักฝึกอสูร…ผู้อาวุโสมั่วนี่นะ?” หยวนหงเลิกคิ้วเมื่อเห็นตรานั้น

ในฐานะรองหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็ก ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้จักตรานั้นเป็นอย่างดี

ตรานั้นเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอำนาจของผู้อาวุโสมั่ว การยืนอยู่ต่อหน้าตราสัญลักษณ์ที่ว่าก็เทียบเท่ากับการยืนต่อหน้าผู้อาวุโสมั่วทีเดียว หากไม่มีเหตุผลซับซ้อนบางอย่าง ผู้อาวุโสมั่วย่อมไม่มอบตราของเขาให้ใครง่ายๆแน่

แม้หยวนหงกับผู้อาวุโสมั่วจะเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดเหมือนกัน แต่สถานภาพและความสามารถของทั้งคู่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่

ความจริงที่ว่าผู้อาวุโสมั่วเป็น 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์ บ่งบอกชัดเจนแล้วถึงความเก่งกาจของเขา

และอีกอย่าง…หมอนี่เพิ่งพูดอะไรออกมานะ?

ท่านอาจารย์ของเขา, หยางชวน เคยให้คำชี้แนะกับประธานมั่วเกาหย่วนครั้งหนึ่งด้วย?

ในฐานะประธานสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิหงหย่วน มั่วเกาหย่วนมีสถานภาพทัดเทียมกับ 10 สุดยอดปรมาจารย์ การให้คำชี้แนะกับคนระดับนั้นย่อมหมายความว่า…หยางชวนน่าจะเป็นปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวเป็นอย่างน้อย?

หยวนหงมีสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นมาทันที

แม้เมื่อครู่นี้เขายังอยากจะบีบคอเจ้าหนุ่มนี่ให้ตายคามือ แต่ตอนนี้ก็ชักจะประหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมา

“หัวหน้าโรงเรียนนักฝึกอสูร? เขาเป็นหัวหน้าโรงเรียนเหมือนกันหรือ?” จางเซวียนชะงัก

“นี่คุณไม่รู้หรือไง?”

การที่อีกฝ่ายไม่รู้แม้กระทั่งว่าผู้อาวุโสมั่วมีตำแหน่งใดในสถาบัน นั่นหมายความว่าทั้งคู่ไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่ถึงอย่างนั้นผู้อาวุโสมั่วก็ยังมอบตราสัญลักษณ์ของเขาให้ นี่แสดงว่าอาจารย์ของหมอนี่จะต้องมีความเก่งกาจอย่างน่าทึ่งจริงๆ

ถ้าไม่อย่างนั้น ทําไม 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์ถึงยอมมอบตราสัญลักษณ์ของตัวเองให้นักเรียนใหม่คนหนึ่ง

เพราะอันที่จริง ก็ยังมีวิธีการอื่นๆอีกมากมายที่เขาจะสามารถแสดงความปรารถนาดีให้กับนักเรียน สักคนได้

ดูไม่สมเหตุสมผลเลยที่เขายอมมอบตราสัญลักษณ์ของตัวเองให้กับบุคคลที่เพิ่งพบหน้ากัน

ส่วนจางเซวียนก็ส่ายหน้ากับคำถามของหยวนหง

เขาไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่รู้

“ผู้อาวุโสมั่วเป็นคนรู้จักมักคุ้นกับผมที่สนิทกันดี แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่สามารถละเว้นการชดเชยความเสียหายให้คุณได้หรอกนะ แต่ว่าจะยอมพิจารณาทางเลือกที่คุณเสนอมาก็แล้วกัน” หยวนหงพูดหลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง

ไม่ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาจะเป็นความจริงหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าเขามีตราสัญลักษณ์ของผู้อาวุโสมั่วอยู่ในมือ ก็บ่งบอกแล้วว่าอีกฝ่ายให้คุณค่ากับเขา แต่ถึงแม้ 10 สุดยอดปรมาจารย์ จะมีอำนาจใหญ่โตล้นฟ้าขนาดไหน ก็ไม่อาจฝ่าฝืนกฎของสถาบันได้

“การที่เส้นทางสถิติโลกจารึกและห้องเปลวเพลิงปฐพีต้องพังพินาศไปนั้นเป็นความผิดของผม คุณจะอนุญาตให้ผมพยายามซ่อมแซมมันได้ไหม ถ้าทำแล้วยังไม่ได้ผลล่ะก็…ผมจะหาวิธีชดใช้ค่าเสียหายให้กับโรงเรียนของคุณ” จางเซวียนเอ่ย

“ในเมื่อคุณมีตราสัญลักษณ์ของผู้อาวุโสมั่วอยู่ในมือ คุณก็น่าจะเป็นคนที่ไว้วางใจได้ เอาเถอะ ผมจะให้โอกาส!” หยวนหงพยักหน้า

คงจะเป็นการดีที่สุดหากอีกฝ่ายบูรณะความเสียหายได้จริงๆ แต่ต่อให้เขาทำไม่ได้ ก็ยังมีทางเลือกอื่นอยู่

“ตราสัญลักษณ์ของผู้อาวุโสมั่ว?”

“หมอนั่นเป็นใครกัน?”

“ท่านอาจารย์ของเขาเคยให้คำชี้แนะกับประธานมั่วด้วย? มีนักเรียนใหม่ผู้น่าทึ่งขนาดนี้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…”

เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ ฝูงชนก็ออกความเห็นกันเซ็งแซ่

หลี่ชวนกับหลัวเหยียนมองหน้ากันอย่างพรั่นพรึง

เพิ่งเมื่อครู่นี้เองที่ทั้งสองคนแสดงอาการหงุดหงิดและดูถูกจางเซวียน ซึ่งพวกเขาคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะถึงอย่างไรหมอนี่ก็เป็นแค่นักเรียนใหม่ แต่ใครจะคิดว่าเขามีคนหนุนหลังผู้ทรงพลังขนาดนั้น!

พูดก็พูดเถอะ หากเขานำตราสัญลักษณ์ของผู้อาวุโสมั่วออกมาตั้งแต่ต้น ทั้งคู่ก็เต็มใจจะให้เขายืมคะแนนวิชาการเสียด้วยซ้ำ

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!