Skip to content

Library Of Heaven’s Path 952

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 952 ราชาใบไม้สีทองตัวจริงกับตัวปลอม (2)

“ไม่มีทั้งอสูรวิเศษและอสูรระดับเซียน?” จางเซวียนเกือบกระอักเลือด

C

ไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะแต่งเรื่องให้ผ่านเหตุการณ์พิลึกพิลั่นนี้ไปได้ และเขาก็กำลังจะหว่านล้อมให้อีกฝ่ายเชื่อให้ได้ว่าเขาเป็นตัวจริง แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้น ก็แทบปล่อยโฮออกมา

เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นไม่มีทั้งอสูรวิเศษและอสูรระดับเซียน?

มันบ้าบออะไรกัน?

เกิดอะไรขึ้นกับโชคชะตาของเราในวันนี้?

“มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก!” ถึงจะแน่นหน้าอกจนแทบหายใจหายคอไม่ออก เขาก็จะไม่ยอมออกอาการ จางเซวียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจและอธิบาย “ที่ผมพูดถึงอสูรน่ะ ผมหมายถึงศิษย์น้องที่ผมเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเด็ก ผมสอนเขาให้เป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงใกล้ชิดของผม และตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ได้ทุ่มเททั้งความพยายามและทรัพยากรมากมายเพื่อบ่มเพาะเขา ใครจะไปรู้ว่าหมอนี่จะเนรคุณ กล้าปลอมตัวเป็นผม สั่งการต่างๆ ในนามของผมด้วย? อยากจะเตะตัวเองเสียจริงๆ สำหรับเรื่องนี้!”

“แกพูดอะไรเลอะเทอะ!” ราชาใบไม้สีทองคำรามอย่างหงุดหงิด

แกต่างหากที่เป็นสัตว์เลี้ยง โคตรเหง้าของแกทั้งโคตรน่ะเป็นสัตว์เลี้ยง!

ฟิ้ว!

ราชาใบไม้สีทองคำรามเดือดก่อนเงื้อมือขึ้น พละกำลังมหาศาลระเบิดออกมาจากฝ่ามือของเขาและพุ่งตรงเข้าใส่จางเซวียน

คราวนี้เขาอารมณ์เสียเอาจริงๆ

เขาคิดว่าจะสามารถขู่เจ้าโง่ที่ปลอมตัวมาเป็นเขาได้ด้วยการเผชิญหน้ากันตรงๆ แต่ใครจะไปคิดว่า หมอนั่นลื่นราวกับปลาไหล พูดได้ถึงขนาดที่ว่าเขาเป็นสัตว์เลี้ยงของมัน

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนไร้ยางอายขนาดนี้!

กล้าปลอมตัวต่อหน้าตัวจริงแบบจะๆ !

ฟิ้ววววว!

คลื่นพลังงานนั้นบิดแล้วม้วนตัวเหมือนผืนผ้า

“ทรงพลังจริงๆ”

“พวกเราเสร็จแน่”

เมื่อเห็นการโจมตีนั้น ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวที่อยู่ข้างหลังจางเซวียนต่างหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวผู้ทรงเกียรติของทวีปแห่งปรมาจารย์ พวกเขามั่นใจในความสามารถของตัวเอง คิดว่าอย่างน้อยก็เทียบเท่ากับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น แต่หลังจากได้เห็นพละกำลังที่ราชาใบไม้สีทองแผ่ออกมาแล้ว ก็อดรู้สึกหวาดหวั่นจนจับขั้วหัวใจไม่ได้

พละกำลังนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอะไรจะเปรียบเทียบกันได้เลย

ถ้าพวกเขาถูกเล่นงานล่ะก็คงตายทันที เทพเจ้าองค์ไหนก็ชุบชีวิตไม่ได้

“อ้าว หมากำลังจะกัดกัน เยี่ยม!”

“ฆ่าหมอนั่นเลย!”

ปรมาจารย์ 2 คนคำรามเสียงเย็น

การโจมตีไม่ได้พุ่งตรงมาที่พวกเขา และพวกเขาก็ยิ่งกว่ายินดีที่จะได้เห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น 2 ตัวปะทะกันเอง ถ้าพวกมันฉีกทึ้งกันเองเป็นชิ้นๆ ได้ก็คงจะดีมาก

“กล้าโจมตีฉัน แกกล้าดียังไง!” นึกไม่ถึงว่าราชาใบไม้สีทองจะพุ่งเข้าโจมตีเขาโดยไม่ลังเล จางเซวียนเลิกคิ้ว เขาไม่หลบ แต่ยกนิ้วขึ้นและแตะไปที่กลางอากาศ

ฟึ่บ!

ความเร็วของนิ้วนั้นไม่เท่าไหร่และดูเหมือนจะไม่ได้มีพละกำลังมากมายอะไรด้วย แต่เจตนาสังหารที่สั่นประสาทของฝ่ายตรงข้ามได้ระเบิดออกมาทันที จากเจตนาสังหารอันโหดเหี้ยมนั้น ใครก็รู้สึกได้ถึงความสง่างามของราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น และดูเหมือนจะกดข่มผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันไปหมด

ราชาใบไม้เขียวหรี่ตาอย่างประหลาดใจ “เป็นปราณสังหารที่บริสุทธิ์อะไรอย่างนี้”

ในฐานะเผ่าพันธุ์ปีศาจ เขาสัมผัสได้ว่าพลังปราณของอีกฝ่ายทรงพลังแค่ไหน

พละกำลังที่อีกฝ่ายแผ่ออกมานั้นอาจเป็นรองราชาใบไม้สีทองที่ออกตัวก่อน แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจที่พลังปราณกลับบริสุทธิ์กว่ามาก บริสุทธิ์กว่าตัวเขาเองเสียอีก!

พูดง่ายๆ ก็คืออีกฝ่ายเป็นลำดับชั้นราชา ซึ่งน่าจะเหนือกว่าเขา

ต่อให้หมอนี่ไม่ใช่ราชาใบไม้สีทอง ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเป็นราชาผู้ไร้เทียมทานจากที่ไหนสักแห่ง ราชาใบไม้เขียวคิด

การจัดลำดับชั้นของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนั้นวัดจากความบริสุทธิ์ของปราณสังหาร ในเมื่อหมอนี่มีพลังปราณที่บริสุทธิ์กว่าตัวเขาเสียอีก ก็แปลว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นราชาเช่นกัน แม้จะไม่ใช่ราชาใบไม้สีทอง แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขาเลย

แต่ทำไมคนระดับนี้ถึงต้องปลอมตัวเป็นราชาใบไม้สีทองล่ะ? มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาต้องทำอย่างนั้น?

วิ้ง!

ขณะที่ราชาใบไม้เขียวกำลังสงสัย นิ้วของจางเซวียนก็ปะทะเข้ากับฝ่ามือของราชาใบไม้สีทอง ในตอนนั้นแสงสว่างระเบิดออกมาจากปลายนิ้วของเขาและเกิดเป็นปราการ

ปราการนั้นสร้างขึ้นจากเจตจำนงจำนวนมาก เป็นปราการแสงที่ไม่มีใครทำลายได้ ทำให้การโจมตีของราชาใบไม้สีทองหมดสภาพไป จากนั้น จางเซวียนก็ใช้นิ้วแตะปราการ ซึ่งพลังงานจากนิ้วของเขาก็ซึมผ่านปราการนั้นเข้าไปอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

พลั่ก!

เมื่อเจอกับแรงปะทะอันทรงพลัง ราชาใบไม้สีทองหน้าแดงก่ำขณะถอยกรูดไปหลายก้าว

มันเป็นการปะทะพละกำลังกันโดยตรง และเขาก็ถือไพ่เหนือกว่าด้วยซ้ำเพราะเริ่มโจมตีก่อน แต่อีกฝ่ายกลับทำลายฤทธิ์เดชของการโจมตีของเขาและตอบโต้ได้อย่างง่ายดาย พูดง่ายๆ ก็คือหมอนี่แข็งแกร่งกว่าเขามาก

มันมาจากไหน?

“เฉียบคมอะไรอย่างนั้น!”

ขณะที่ราชาใบไม้สีทองกำลังประหลาดใจ จางเซวียนก็แอบถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขามีระดับวรยุทธแค่ระดับกึ่งเซียน ภายใต้สถานการณ์ปกติ ไม่มีทางที่จะสู้กับนักรบระดับเซียนขั้น 4 ได้เลย

ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาจึงรีบใช้ตราประทับอาจารย์ใหญ่

ในฐานะของล้ำค่าที่สร้างขึ้นจากเจตจำนงของอาจารย์และนักเรียนนับไม่ถ้วนของสถาบันปรมาจารย์ อานุภาพในการปกป้องของตราประทับอาจารย์ใหญ่นั้นยากแม้แต่สำหรับนักรบระดับเซียนขั้น 4 ที่จะเข้าถึง

หลังจากสลายฤทธิ์เดชของการโจมตีไปแล้ว เขาก็ใช้นิ้วของไอ้โหดเข้าตอบโต้อีกรอบ

ไอ้โหดนั้นยังห่างไกลกับสภาพความแข็งแรงดังเดิมมาก แต่หากเป็นการเผชิญหน้าโดยตรง มันก็ยังพอรับมือกับนักรบระดับเซียนขั้น 4 ได้ แต่จะใช้ไอ้โหดบ่อยครั้งไปก็ไม่ปลอดภัย ครั้งเดียวหรือแค่ 2 ครั้งก็ยังพอไหว ถ้ามากเกินไป อีกฝ่ายก็อาจจะรู้ว่าเขาแอบใช้ตัวช่วย

หลังจากจัดการราชาใบไม้สีทองให้ถอยกรูดไปแล้ว จางเซวียนตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว “เป็นเพราะความสัมพันธ์ในอดีตของเราหรอกนะที่ฉันยังไว้ชีวิตแก แกคิดจะฆ่าเจ้านายของแกจริงๆ หรือ?”

ถ้าการต่อสู้ยังดำเนินต่อไป เขาจะต้องแพ้แน่ ในสถานการณ์แบบนี้ มีวิธีเดียวก็คือต้องทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวเอาไว้ก่อน

“แกมันตัวนรกอะไร?” หลังจากแลกหมัดกันแล้วและรู้ว่าอีกฝ่ายมีพละกำลังเทียบเท่ากับเขา ราชาใบไม้สีทองรู้ดีว่ามีโอกาสที่เขาจะแพ้หากยังปล่อยให้การต่อสู้ดำเนินต่อไป จึงตัดสินใจพูดขึ้นมาเพื่อถ่วงเวลาหากระบวนท่าต่อไป

“ก็อย่างที่ฉันพูด ฉันคือราชาใบไม้สีทอง!” จางเซวียนคำรามและหันไปมองราชาใบไม้เขียว “ไม่มีประโยชน์ที่จะมาถกเถียงกันแบบนี้ พูดไปก็ไม่ได้อะไร ทำไมคุณไม่เป็นกรรมการตัดสินล่ะว่าระหว่างเราสองคน ใครที่เป็นตัวจริง?”

“ผม?” ราชาใบไม้เขียวถึงกับผงะ

ก็อย่างที่ผมพูดไปเมื่อครู่ คุณน่ะตัวปลอม และที่อยู่ข้างๆ ผมน่ะตัวจริง จะต้องมาตัดสินอะไรอีก?

“จะว่าไป ราชาใบไม้สีทองตัวจริงจะต้องรู้ข้อบกพร่องในวรยุทธของเขาเป็นอย่างดี ใช่ไหม?” จางเซวียนถาม

“ก็ใช่น่ะสิ” ราชาใบไม้เขียวพยักหน้า

นักรบแต่ละคนจะเก็บข้อบกพร่องในวรยุทธของตัวเองไว้เป็นความลับ ไม่ยอมบอกใคร หากใครคนหนึ่งสามารถชี้ข้อบกพร่องในวรยุทธของราชาใบไม้สีทองออกมาได้ ก็บอกได้เลยว่าเขาคือราชาใบไม้สีทองตัวจริง

แม้ราชาใบไม้เขียวจะเป็นเพียงคนนอกและไม่มีความเข้าใจในวรยุทธของราชาใบไม้สีทองมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาที่จะตัดสินว่าข้อบกพร่องไหนถูกต้องหรือไม่ โดยใช้พื้นฐานวรยุทธของตัวเขาเอง

เมื่อรับรู้ความคิดของราชาใบไม้เขียว จางเซวียนพูดต่อ “สิ่งที่ผมจะเสนอนั้นง่ายมาก เจ้าหมอนั่นกับผมจะบอกข้อบกพร่องในวรยุทธของเรา แล้วคุณก็ตัดสินเอาเองว่าระหว่างเราสองคน ใครที่เป็นราชาใบไม้สีทอง เป็นธรรมดาที่ผู้ที่บอกข้อบกพร่องได้แม่นยำและตรงประเด็นกว่าจะเป็นราชาใบไม้สีทองตัวจริง!”

“คุณจะร่ายยาวถึงข้อบกพร่องในวรยุทธของคุณหรือ?” ราชาใบไม้เขียวหันไปมองราชาใบไม้สีทองอย่างลังเล “น้องหยิ่ง”

ราชาใบไม้สีทองคำราม “อย่าไปฟังเจ้าคนเหลวไหลนั่น! ผมได้ฝึกฝน ‘ศิลปะจันทรางามสง่า’ จนถึงขีดสุดของมันแล้ว ไม่มีทางที่จะมีข้อบกพร่อง!”

“ไม่มีทางที่จะมีข้อบกพร่องอย่างนั้นหรือ? ช่างปากกล้านัก! ถ้าอย่างนั้น ผมจะชี้ข้อบกพร่องในศิลปะจันทรางามสง่าของคุณให้ แต่จะไม่พูดถึงข้อบกพร่องพื้นฐานหรอกนะ เพราะคุณก็คงไม่รู้หรอก! ถ้าคุณไม่กล้าประชันกับผมล่ะก็ นั่นหมายความว่าคุณเป็นตัวปลอม ราชาใบไม้เขียว อย่างที่คุณเห็นแหละ ความจริงน่ะชัดเจนกว่านี้ไปไม่ได้อีกแล้ว ถามเจ้าตัวปลอมที่อยู่ข้างคุณดูสิ” จางเซวียนโบกมือ

“ผมนี่นะตัวปลอม?” ราชาใบไม้สีทองหน้าตึง “บังอาจ!”

“ก็ถ้าคุณไม่ใช่ตัวปลอม ทำไมถึงเกรงกลัวการท้าทายเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้? แต่เป็นไปได้ เพราะตัวปลอมน่ะไม่รู้อะไรมากมายนักหรอก เป็นธรรมดาที่คุณจะกลัวผม” จางเซวียนพูด

“คือ” ราชาใบไม้สีทองลังเล

ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงพุ่งเข้าสังหารหมอนั่นเสียแล้ว แต่จากการแลกหมัดเมื่อครู่ บอกได้เลยว่าอีกฝ่ายมีพละกำลังเหนือกว่า ต่อให้เขาใช้พละกำลังเต็มพิกัดก็ยังไม่แน่ว่าจะรับมือไหวหรือไม่

ถ้าเลวร้ายไปกว่านั้น เขาอาจได้รับบาดเจ็บด้วยซ้ำ

เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือหาให้เจอว่าอีกฝ่ายเป็นใคร และทำไมต้องปลอมตัวเป็นเขา

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ราชาใบไม้สีทองคำราม “ก็ได้ ฉันรับคำท้าของแก ถ้าแกแพ้ล่ะก็ ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของแกออกมาทันทีนะ”

เทคนิควรยุทธที่เขาฝึกฝนอยู่รวมถึงข้อบกพร่องของมันเป็นความลับสุดยอดที่เขาเก็บงำไว้ ไม่เคยบอกใครเลย จึงไม่เชื่อว่าเจ้าตัวปลอมจะล่วงรู้เรื่องนี้

“ผมต่างหากที่ควรจะเป็นคนพูดคำนั้น เอาล่ะ เริ่มเลย เราจะใช้การส่งโทรจิตหาราชาใบไม้เขียว คุณเริ่มก่อน” จางเซวียนหัวเราะหึๆ ขณะส่งสัญญาณให้ราชาใบไม้สีทองเริ่มก่อน

เรื่องอื่นๆ เขาอาจไม่แน่ใจมากนัก แต่เรื่องการชี้ข้อบกพร่อง เขาโคตรจะมั่นใจ!

ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะรู้ดีไปกว่าเขาแน่ๆ

“ได้สิ!” ราชาใบไม้สีทองคำรามก่อนจะส่งโทรจิตหาราชาใบไม้เขียว “ไอ้หมอนั่นมันบ้า เทคนิควรยุทธของผมมีข้อบกพร่องอยู่นิดหน่อย ผมจะบอกคุณบางส่วน จากนั้นคุณฟังหมอนั่นพูดอีกที แล้วบอกผมนะ ผมอยากรู้ว่าเขาจะรู้อะไรบ้าง”

จากนั้น ราชาใบไม้สีทองก็เริ่มบอกข้อบกพร่องของเทคนิควรยุทธให้ราชาใบไม้เขียวฟัง

ไม่มีนักรบคนไหนที่ไม่มีข้อบกพร่องในวรยุทธของตัวเอง

ข้อบกพร่องที่ราชาใบไม้สีทองพูดออกมาคือข้อบกพร่องที่พบได้ในเทคนิควรยุทธทั่วไป ถึงคนอื่นจะได้รับรู้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

อันที่จริง ข้อบกพร่องของนักรบแต่ละคนนั้นถือเป็นจุดเป็นจุดตาย ไม่มีทางที่นักรบคนไหนจะยอมเปิดเผยให้คนอื่นรู้

เหตุผลที่เขายอมรับคำท้าก็เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร ถ้าหมอนั่นรู้ข้อบกพร่องของเขาเหมือนกันก็คงจะน่าสะพรึงไม่น้อย!

“อือ” หลังจากฟังราชาใบไม้สีทองแล้ว ราชาใบไม้เขียวก็พยักหน้าก่อนจะหันไปทางจางเซวียน “ตาคุณแล้ว”

“ได้สิ” จางเซวียนไม่รู้ว่าทั้งคู่พูดอะไรกัน แต่ก็บอกได้ว่าทั้งคู่ร่วมมือกันทำอะไรสักอย่าง เขาไม่ใส่ใจและเริ่มส่งโทรจิตหาราชาใบไม้เขียวพร้อมกับยิ้มน้อยๆ

“เทคนิควรยุทธที่ผมฝึกฝนอยู่นั้นคือศิลปะจันทราสง่างาม ผมเริ่มฝึกฝนตั้งแต่ปี 1731 และสำเร็จ เทคนิคขั้น 4 มีข้อบกพร่องอยู่ทั้งหมด 7 ข้อ”

“ข้อแรก เทคนิควรยุทธนี้จะเพิ่มความเข้มข้นของเจตนาสังหาร ทำให้อานุภาพการทำลายล้างรุนแรงขึ้น นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมพลั้งมือสังหารใครต่อใครไปบ้างเพราะความใจร้อน”

“ข้อ 2”

“ข้อ 3”

จางเซวียนร่ายยาวถึงข้อบกพร่องของศิลปะจันทราสง่างาม ข้อบกพร่องที่เขาพูดออกมานั้นเป็นรายละเอียด แต่ก็เหมือนกับราชาใบไม้สีทอง คือเขาไม่ได้เปิดเผยสิ่งใดที่จะทำให้เป็นอันตรายกับตัวเอง

พูดอีกอย่างก็คือ ต่อให้ราชาใบไม้เขียวเข้าใจข้อบกพร่องพวกนี้ ก็ไม่มีทางเอามาใช้ทำอะไรเขาได้

ทันทีที่จางเซวียนพูดจบ ราชาใบไม้เขียวอดตาลุกไม่ได้ เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

ถ้อยคำที่อีกฝ่ายพูดนั้นเหมือนกับที่ราชาใบไม้สีทองได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งยังละเอียดกว่าด้วย มันประกอบด้วยรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้เทคนิควรยุทธนั้นสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก

หรือว่าหมอนี่จะเป็นราชาใบไม้สีทองตัวจริง? ราชาใบไม้เขียวเกิดความสงสัยขึ้นมา

ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ราชาใบไม้สีทอง แล้วจะรู้รายละเอียดและข้อบกพร่องของศิลปะจันทราสง่างามได้อย่างไร?

เพราะการฝึกฝนวรยุทธเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่มีใครแบ่งปันรายละเอียดกับใครแม้แต่กับเพื่อนสนิทที่สุดหรือคู่ครอง ในเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่มีอะไรผิดพลาด ก็ยากที่จะเชื่อว่าเขาไม่ใช่ราชาใบไม้สีทองตัวจริง

“เอาล่ะ ผมพูดหมดแล้ว คุณได้ฟังเราทั้งคู่แล้ว ผมเชื่อว่าคุณคงจะรู้แล้วล่ะว่าใครคือราชาใบไม้สีทองตัวจริง” จางเซวียนยิ้ม

“เอ่อ” ราชาใบไม้เขียวลังเลก่อนจะหันไปมองราชาใบไม้สีทองที่ยืนอยู่ข้างเขา ได้ยินอีกฝ่ายส่งโทรจิตถามอย่างร้อนรน

“หมอนั่นพูดว่าอะไร?”

“เขาพูดว่า” ราชาใบไม้เขียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกราชาใบไม้สีทองทุกถ้อยคำที่ได้ฟังจากจางเซวียน

ได้ยินคำบอกเล่านั้น ราชาใบไม้สีทองหน้าซีดเผือดและตัวแข็งทื่อ เขาหันไปมองจางเซวียนด้วยสีหน้าสะพรึงสุดขีด “แกเป็นใคร? รู้เรื่องของฉันมากขนาดนี้ได้อย่างไร?”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!