ตอนที่ 1542 การเปลี่ยนแปลงอันคาดไม่ถึงของตราประทับสภาปรมาจารย์
เห็นร่างที่มีใบหน้าคุ้นตากำลังนั่งทับจางหวู่เหิง เจิ้งหยางหัวเราะลั่น “คุณมาได้เวลาพอดี!”
ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของเขา เขารู้ว่าหยวนเทายังห่างไกลนักที่จะเทียบชั้นกับจางหวู่เหิง แต่ในเมื่อพวกเขาที่เหลือกำลังปกป้องท่านอาจารย์จากปรมาจารย์เหล่านี้ ศิษย์น้องของเขาก็ย่อมไม่พลาด อีกฝ่ายพุ่งฉิวลงมาจากความสูงเท่าที่พละกำลังของเขาจะเอื้ออำนวย ซึ่งก็ตกราวหลายหมื่นเมตร เขาพุ่งลงมาจากความสูงระดับนั้น
กว่าหยวนเทาจะถึงตัวพวกเขา ความเร็วของการพุ่งลงมาก็เหนือกว่าความเร็วเสียงหลายเท่าแล้ว ด้วยการโจมตีอันคาดไม่ถึง บวกกับในเวลานั้นจางหวู่เหิงมัวแต่สนใจเจิ้งหยาง จึงไม่ทันระวังการโจมตีจากด้านบน
ช่องว่างดังกล่าวมากเกินพอที่จะทำให้หยวนเทาเล่นงานเขาได้อย่างรวดเร็ว แรงปะทะจากใครคนหนึ่งที่ร่วงลงมาจากระยะหลายหมื่นเมตรนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะประมาทได้ ถึงจะยังแรงไม่พอที่จะสังหารจางหวู่เหิง แต่ก็ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสจนหมดสภาพได้ในระยะเวลาอันสั้น
ใครจะไปคิดว่าผู้อาวุโสที่ 1 ของตระกูลจาง, ผู้เชี่ยวชาญหมายเลข 1 ของโลกจะลงเอยอย่างหมดสภาพด้วยการถูกใครคนหนึ่งนั่งทับก่อนที่จะทันได้ปลุกความสามารถจากสายเลือดเสียอีก เรื่องนี้จะเป็นรอยด่างพร้อยครั้งใหญ่ต่อชื่อเสียงของเขา
“ค่อยยังชั่วหน่อย!” หยวนเทาปัดก้นก่อนจะลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ทำเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ใต้บั้นท้ายของเขา จึงหันกลับไปแล้วร้องลั่นด้วยสีหน้าที่ดูตกใจเกินกว่าเหตุ “ผู้อาวุโสหวู่เหิง ไปทำอะไรใต้ตัวผมน่ะ?”
“คุณ…พลั่ก!” เห็นสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ของเด็กหนุ่มที่กระแทกเขาจนเกือบตาย จางหวู่เหิงกระอักเลือดออกมาด้วยความแค้น
“ผู้อาวุโสหวู่เหิง ตระกูลหยวนของพวกเราน่ะสนิทชิดเชื้อกับตระกูลจางมาตลอด และเราก็ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทำไมจู่ๆ คุณถึงไปอยู่ใต้บั้นท้ายของผมแบบนั้น? รู้หรือเปล่าว่าครั้งสุดท้ายที่ผมล้างก้นของผมน่ะมันนานแค่ไหนแล้ว แถมก่อนหน้านี้ผมก็เพิ่งไปเข้าห้องน้ำมา หากระดาษชำระก็ไม่ได้ นะ-น่าอายอะไรอย่างนั้นก็ไม่รู้! เร็วเข้า รีบออกมา ผมจะช่วยคุณเดี๋ยวนี้แหละ…”
หยวนเทามีสีหน้ากระวนกระวายขณะยื่นมือออกไปคว้าศีรษะของจางเหิง เขาทำเหมือนดึงหัวไชเท้าขึ้นจากพื้นดิน อีกฝ่ายหลุดผัวะออกมาจากหลุมที่จมลงไป
“พลั่ก!” เมื่อรู้สึกเหมือนคอจะหัก ผู้อาวุโสที่ 1 กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
ความอับอายจากสถานการณ์ครั้งนี้ทำให้นัยน์ตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาพร้อมระเบิดได้ทุกวินาที
ตัวเขาเป็นผู้ทรงอำนาจที่สุดในตระกูลจางรองจากหัวหน้าตระกูล จะให้อดทนกับการถูกเหยียดหยามโดยเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าขนาดนี้ได้อย่างไร!
จางหวู่เหิงขับเคลื่อนพลังปราณด้วยความโมโห หวังจะสั่งสอนบทเรียนให้อีกฝ่าย ก็พอดีกับที่เด็กหนุ่มหันไปพูดกับจางเซวียน “ท่านอาจารย์ ดูเหมือนอาการบาดเจ็บของผู้อาวุโสที่ 1 จะรุนแรงไม่เบานะ ผมจำได้ว่าคุณมีเทคนิคการเยียวยาโดยใช้การอัดให้น่วมนี่ ถ่ายทอดให้ผมหน่อยได้ไหม? ผมจะได้รักษาเขาเพื่อชดเชยความผิดพลาดเมื่อครู่”
“เทคนิคการเยียวยาโดยอัดให้น่วม?” ได้ยินคำนั้น จางหวู่เหิงแทบสำลัก
ลำพังแค่บั้นท้ายที่หล่นทับก็ทำให้เขาหมดสภาพแล้ว ถ้าหมอนี่ซ้อมเขาอีกล่ะก็…
คุณปฏิบัติตัวต่อผู้อาวุโสจากตระกูลที่สนิทสนมกับตระกูลหยวนของคุณแบบนี้หรือ?
“ศิษย์น้องหยวนเทาจำผิดแล้วล่ะ ทักษะนั้นน่ะเรียกว่าเทคนิคการฝึกอสูรโดยอัดให้น่วม ไม่ใช่เทคนิคการเยียวยาโดยอัดให้น่วม! ต่อให้อสูรระดับเซียนตัวนั้นจะร้ายกาจสักแค่ไหน ถ้าท่านอาจารย์ของเราซ้อมมันละก็ มันจะยอมจำนนอย่างว่าง่ายทันที!” เจิ้งหยางเตือนความจำให้
“เอ่อ ใช่ คุณพูดถูก มันคือเทคนิคการฝึกอสูรโดยอัดให้น่วม…ว้า ผมจำผิดไปได้ยังไงนะ? ต้องขออภัยด้วย คงเป็นเพราะว่าสำหรับผมน่ะ เขาดูไม่ค่อยเหมือนมนุษย์สักเท่าไร…แต่ย้อนกลับไปเรื่องเดิมก่อนเถอะ ผมรีบมาจนลืมนำยาเม็ดที่มีอานุภาพฟื้นฟูสภาพร่างกายมาด้วย” หยวนเทาหันไปมองสาวน้อยที่อยู่ไม่ไกลนักและถามว่า “ศิษย์น้องหรูเหยียน คุณมียาทาหรืออะไรทำนองนั้นให้ผมยืมไหม? กูรูยาพิษอย่างคุณน่ะต้องมีของแบบนี้อยู่แล้วล่ะ ใช่หรือเปล่า?”
“ฉันมียาเม็ดที่มีอานุภาพน่าทึ่งอยู่ 2-3 ขนาน เพียงแค่กินเข้าไปราว 10 อึดใจ คนไข้ก็จะหายจากอาการเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานทันที” เว่ยหรูเหยียนตอบพร้อมกับยิ้มหวานขณะยื่นขวดหยกใบหนึ่งให้หยวนเทา
“คุณนี่เป็นผู้ช่วยชีวิตผมจริงๆ เลย ศิษย์น้องหรูเหยียน! มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเป็นยาที่มีอานุภาพน่าทึ่ง ผู้อาวุโสหวู่เหิง, เมื่อครู่นี้น่ะผมไม่ได้ตั้งใจนะ…อ้าว! ผู้อาวุโสหวู่เหิง อย่าเพิ่งวิ่งหนีสิ ผมยังไม่ได้รักษาคุณเลย!”
หลังจากรับขวดหยกมา หยวนเทาตั้งใจจะป้อนยาให้ผู้อาวุโสที่ 1 ก็พอดีกับที่เห็นว่าอีกฝ่ายที่เขาเพิ่งดึงขึ้นมาจากพื้นดินนั้นบินหนีไปแล้วด้วยอาการคลุ้มคลั่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังบาดเจ็บสาหัส จางหวู่เหิงคงจะฉีกหยวนเทำเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว!
“แหม…น่าเสียดาย คุณก็รู้ว่ายานี่เป็นของดีไม่ใช่หรือ? ช่างไม่รู้เสียเลยว่าควรทำอย่างไรกับของดีๆ แบบนี้” หยวนเทาบ่นอย่างเสียดาย จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วหันไปถามเจิ้งหยาง “ผมมาช้า แล้วจะให้ผมจัดการใครล่ะ?”
“คุณนั่งชมการแสดงไปก็ได้ แม่นั่นน่ะ ของฉันนะ!” เว่ยหรูเหยียนโบกมือด้วยท่วงท่าสง่างาม แล้วส่งสายตาพิฆาตใส่ผู้อาวุโสที่ 1 แห่งศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง “ผู้อาวุโสโหยวโร่วชิง คุณกล่าวหาท่านอาจารย์ของฉันและหว่านล้อมให้สภาปรมาจารย์ออกประกาศจับเขา ฉันขอท้าดวลกับคุณอย่างเป็นทางการ ในเมื่อคุณกล้าทำร้ายท่านอาจารย์ของฉัน ฉันก็เชื่อว่าคุณคงกล้าเผชิญหน้ากับฉันเหมือนกัน ใช่ไหม?”
“คุณ…” โหยวโร่วชิงหน้าซีด
เธอเห็นความสามารถของสาวน้อยมาแล้วกับตา ศิลปะการใช้ยาพิษของอีกฝ่ายจัดว่าไร้เทียมทาน
โหยวโร่วชิงมั่นใจในพละกำลังของตัวเอง แต่เธอก็ไม่อาจหาญพอที่จะคิดว่าตัวเองจะรับมือกับใครคนหนึ่งที่สามารถวางยาได้แม้แต่กับปรมาจารย์ระดับ 9 ดาว
“ทำไมล่ะ? เกิดจะกลัวขึ้นมาตอนนี้หรือ?” เว่ยหรูเหยียนคำรามอย่างดูถูกก่อนจะหันไปมองปรมาจารย์จาน “แล้วคุณล่ะ?”
“ผม…” ปรมาจารย์จานอ้าปากค้าง ไม่กล้าตอบรับคำท้าของเว่ยหรูเหยียน
เขาเป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 9 ขั้นต้น ยังห่างไกลนักกับผู้อาวุโสฉู่และคนอื่นๆ
ถ้าสาวน้อยคนนี้เล่นงานเขาขึ้นมาจริงๆ เขาคงพ่ายแพ้ในอึดใจเดียว
“ก็ได้ ฉันจะไม่เอาเปรียบพวกคุณหรอกนะ” เว่ยหรูเหยียนสะบัดแขนเสื้อและประกาศอย่างวางมาด “ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งกับปูชนียสถานนักปราชญ์ผนึกกำลังกันได้เลย ฉันจะเผชิญหน้ากับพวกคุณทั้งหมดพร้อมกันทีเดียว!”
เมื่อทนการยั่วยุไม่ไหวอีกต่อไป โหยวโร่วชิงตวาด “หัวหน้าเว่ย อย่าให้มันมากเกินไปนะ!”
“คุณว่าฉันมากไป? แล้วตอนที่คนของคุณผนึกกำลังกันตีวงล้อมท่านอาจารย์ของฉันล่ะ คุณไม่คิดว่าคุณทำมากไปบ้างหรือ? ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ ก็จะไม่มีพวกคุณคนไหนออกไปจากที่นี่ได้โดยไร้รอยขีดข่วนแน่!” เว่ยหรูเหยียนคำรามขณะพุ่งเข้าใส่โหยวโร่วชิง
ยังไม่ทันที่เธอจะถึงตัวอีกฝ่าย รังสีพิษก็แผ่กระจายไปโดยรอบ อยู่ในรูปของหมอกพิษสีชมพู
“อย่าคิดนะว่าฉันจะกลัว! ศิลปะการใช้ยาพิษของคุณน่ะอาจน่าทึ่ง แต่ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณเหยียดหยามฉันง่ายๆ หรอก!” รู้ดีว่าไม่มีทางหลบเลี่ยง โหยวโร่วชิงตวาดก้องขณะชี้นิ้วไปข้างหน้า
อุณหภูมิโดยรอบตกฮวบพร้อมกับการเคลื่อนไหวของเธอ ราวกับทุกอย่างภายในรัศมีหลายสิบลี้ได้กลายเป็นน้ำแข็งไปหมด
เธอรู้ดีว่าเว่ยหรูเหยียนเป็นคู่ต่อสู้ที่ทรงพลัง จึงไม่คิดจะออมมือ โหยวโร่วชิงขับเคลื่อนปราณหยินบริสุทธิ์ของเธอจนสุดกำลังและปล่อยออกมารวดเดียว
“ดูเหมือนอย่างน้อยที่สุดคุณก็ยังต่อสู้เป็น…” เว่ยหรูเหยียนคำราม
เธอไม่แยแสพลังงานเย็นเยือกที่โหยวโร่วชิงปล่อยออกมา ยังคงพุ่งเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียง 200 เมตร เว่ยหรูเหยียนก็เงื้อมือขึ้นและกำหมัดแน่น
บึ้มมมม!
คลื่นความสั่นสะเทือนสีเหลืองอ่อนระเบิดออกมา และเมื่อปะทะกับพลังงานเย็นเยือกของโหยวโร่วชิง พลังงานเย็นนั้นก็ถูกตีกลับอย่างรุนแรงก่อนจะซึมลงสู่พื้น
“เป็นศิลปะการใช้ยาพิษที่น่าทึ่งอะไรอย่างนี้…”
ฝูงชนที่อยู่โดยรอบรู้สึกชาที่หนังศีรษะ
สามารถขจัดพลังปราณของคนคนหนึ่งได้อย่างราบคาบ ชื่อเสียงของสภาวะกายพิษแต่กำเนิดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ได้มาเล่นๆ
“เจ้าเด็กพวกนี้โตขึ้นแล้วจริงๆ …” จางเซวียนพยักหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ
ครั้งล่าสุดที่บรรดาลูกศิษย์ของเขาช่วยเขาล้างแค้นนั้นคือเมื่อตอนที่พวกเขายังอยู่ในอาณาจักรเทียนเซวียน ทุกคนต้องผนึกกำลังกันกว่าจะเอาชนะลู่ฉวินได้ แต่ตอนนี้ทุกคนเติบโตขึ้น กลายเป็นกลุ่มอำนาจที่สามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ได้แม้แต่กับสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่!
การเปลี่ยนแปลงของพวกเขาทำให้จางเซวียนทั้งมีความสุขและโหยหาอดีต
“อย่างน้อยที่สุด ก็ดูเหมือนว่าความพยายามที่เราทุ่มเทลงไปจะไม่สูญเปล่า” จางเซวียนรำพึง
ในฐานะอาจารย์คนหนึ่ง ไม่มีอะไรที่จะทำให้เขามีความสุขไปกว่าการได้เห็นลูกศิษย์เติบโตขึ้น มันให้ความรู้สึกราวกับว่าการทำงานหนักของเขาให้ผลคุ้มค่า
ตอนนั้นเอง จางเซวียนเลิกคิ้ว เขาสะบัดข้อมือ แล้วตราประทับสภาปรมาจารย์ก็มาอยู่ในฝ่ามือของเขา
ตราประทับกำลังสั่นสะท้านอย่างตื่นเต้น ราวกับให้การยอมรับในตัวจางเซวียน



