ตอนที่ 1571 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน (1)
การทดสอบสายฟ้าคือการลงทัณฑ์จากสวรรค์ที่มีต่อนักรบผู้พยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ไม่มีนักรบคนไหนที่ไม่หวาดกลัวการทดสอบสายฟ้า
แม้แต่ผู้ที่ทรงพลังอย่างหลัวชิงเฉินก็ยังหน้าซีดเมื่อต้องเผชิญกับการทดสอบสายฟ้า เขาต้องเตรียมตัวไม่น้อยกว่าจะกล้าปะทะกับมัน
แต่ชายหนุ่มคนนี้ก้าวข้ามทุกความคาดหมายของพวกเขา ทุกคนคิดว่าอีกฝ่ายคงจะใช้เทคนิคอันล้ำลึกเพื่อขับไล่การทดสอบสายฟ้าไป แต่ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่คำตำหนิและการข่มขู่แบบง่ายๆ ก็ทำให้สายฟ้าถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวแล้ว
ไม่มีนักรบคนไหนในทวีปแห่งปรมาจารย์ที่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้!
นี่เป็นการทดสอบสายฟ้าแบบเดียวกับที่พวกเขารู้จักหรือเปล่า?
“คุณบันทึกภาพไว้หรือยัง?”
“เราบันทึกไว้แล้ว แต่…เราจะเรียนรู้จากอะไรแบบนี้ได้ด้วยหรือ?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่แน่ใจ
“ก็คงจะไม่ได้…” หลัวชิงเฉินส่ายหน้าและถอนหายใจเฮือก
ถ้าใครสักคนในหมู่พวกเขากล้าพุ่งเข้าใส่การทดสอบสายฟ้าและใช้ถ้อยคำแบบนั้น ก็คงจะถูกแผดเผาให้กลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา
การกระทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการท้าทายอำนาจสวรรค์!
แต่ทั้งๆ ที่ใจกล้าบ้าบิ่นแบบนั้น ชายหนุ่มก็เดินออกจากการทดสอบสายฟ้าได้โดยปราศจากรอยขีดข่วน หรือว่าเขาไม่ใช่ลูกชายของเซียนดาบชิงเหมิง แต่เป็นโอรสสวรรค์แอบลงมายังพื้นโลก?
“เฮ้อออ เราทำสำเร็จ…” จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่
โชคดีที่เขาได้ข่มขู่การทดสอบสายฟ้าไว้ในครั้งก่อนๆ ไม่อย่างนั้น ถ้าสายฟ้าฟาดลงมาจริงๆ เขาคงเจอปัญหาใหญ่แน่
เมื่อร่อนลงถึงพื้น จางเซวียนเดินเข้าไปส่งยิ้มให้หลัวชวนฉิง “เอาล่ะ ผมขับไล่การทดสอบสายฟ้าขั้นก้าวสู่จักรวาลไปแล้วนะ ดวลกันต่อดีกว่า!”
“……”
หลัวชวนฉิงรู้สึกคันยิบๆ บนหนังศีรษะ
ดวลต่อบ้าบออะไร!
คนธรรมดาอย่างผมจะเอาอะไรไปสู้กับคนอย่างคุณที่สร้างความหวาดกลัวได้แม้กระทั่งกับการทดสอบสายฟ้า? การดวลกับคุณจะต่างอะไรกับรนหาที่ตาย?
“ช่างมันเถอะ! จะดูไม่งามหากผมใช้กำลังกับแขกเหรื่ออย่างคุณ…” หลัวชวนฉิงรีบส่ายหน้า
เขาตัดสินใจแล้วว่านับจากวันนี้ไปจะไม่เปรียบเทียบตัวเองกับอมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าเขาอีก!
เมื่อได้ยินว่าหลัวชวนฉิงไม่เต็มใจดวลแล้ว จางเซวียนถอนหายใจอย่างผิดหวัง ครู่ต่อมาเขาก็เงยหน้าขึ้นและมองหลัวชวนฉิงด้วยสายตาวิงวอน “ถ้าอย่างนั้น…พี่หลัว คุณพาผมไปพบน้องสาวของคุณได้ไหม?”
เมื่อความปรารถนาของเขาอยู่แค่เอื้อม จางเซวียนก็เก็บอาการไม่ไหวอีกต่อไป
หลัวชวนฉิงรู้ดีว่าตอนนี้น้องสาวของเขาเป็นแต้มต่อเดียวที่ทำให้เขาถือไพ่เหนือกว่าจางเซวียน จึงโบกมือและแสร้งทำท่าไม่พอใจ “พรุ่งนี้ก็จะได้พบกันในงานหมั้นแล้ว รออีกสักวันคงไม่เป็นไรหรอกน่ะ ใช่ไหม?”
จางเซวียนส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “อย่างนั้นก็ได้”
เห็นจางเซวียนผิดหวัง รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนใบหน้าของหลัวชวนฉิงขณะที่ตั้งคำถาม “คุณอยากพบเธอจริงๆ หรือ?”
เขาดีใจที่ได้เห็นจางเซวียนผิดหวัง ไม่ใช่เพียงเพื่อชำระความแค้นให้ตัวเอง แต่เพื่อน้องสาวของเขาด้วย เพราะสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าน้องสาวของเขาสำคัญต่อหัวใจของจางเซวียนมาก
“ใช่สิ!” จางเซวียนรีบพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้น ผมก็เกรงว่าคงต้องเลยตามเลย” หลัวชวนฉิงพูด “ผมแอบพาคุณไปพบน้องสาวของผมได้นะ แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้น ตกลงไหม?”
เหตุผลที่แท้จริงที่เขามาที่นี่ก็เพื่อทดสอบว่าจางเซวียนมีความรู้สึกต่อน้องสาวของเขาอย่างไร และเพื่อให้คู่รักได้มีโอกาสพบกันเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะถึงงานหมั้น
ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าจางเซวียนจริงจังกับน้องสาวของเขาจริงๆ ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะทำทุกอย่างให้ยากขึ้นสำหรับอีกฝ่าย
แม้จะไม่เหมาะสมนักที่คู่รักจะแอบพบกันก่อนถึงงานหมั้น แต่กฎก็เป็นแค่กฎ ต่อให้ถูกจับได้ เหล่าผู้อาวุโสของทั้งสองตระกูลก็คงได้แต่แค่ยักไหล่กับความใจร้อนของวัยรุ่นและหรี่ตาข้างหนึ่งเสีย
อีกอย่าง…ชายหนุ่มตรงหน้าเขาก็ไม่ได้เป็นแค่ทายาทน้อยและหัวหน้าตระกูลจาง แต่ยังเป็นหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์และศิษย์พี่ของปรมาจารย์หยางด้วย!
“คุณพูดจริงใช่ไหม?” จางเซวียนหน้าตาแช่มชื่นขึ้นมาทันที
“ก็ใช่น่ะสิ! ผมเคยคืนคำเมื่อไหร่กัน” หลัวชวนฉิงฟึดฟัดฮึดฮัด “รอตรงนี้สักครู่นะ ผมจะไปเตรียมการก่อน…”
จางเซวียนพยักหน้าอย่างร้อนใจ ขณะที่เขากำลังจะขอบคุณหลัวชวนฉิงที่ยอมช่วยเหลือ ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลจางก็พรวดพราดเข้ามาในห้องโถงใหญ่ “ท่านหัวหน้า!”
“มีอะไร?” จางเซวียนขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่าย
“เราเพิ่งได้ข่าวว่าหัวหน้าจ้าวและหัวหน้าเว่ยแห่งศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งและห้องโถงแห่งยาพิษหายตัวไป!” ผู้อาวุโสรายงานอย่างร้อนรน
“หายตัวไป?” จางเซวียนใจหายวาบเมื่อได้ยินคำนั้น เขาลุกพรวด จากนั้นก็หรี่ตาและตั้งคำถาม “คุณหมายความว่าอย่างไร? เกิดอะไรขึ้น?”
“ผะ-ผมไม่รู้…ดูเหมือนจะเกิดการต่อสู้ จากนั้นทั้งคู่ก็หายตัวไปอย่างกะทันหัน ตระกูลจางส่งคนออกไปสืบเสาะเรื่องราวแล้ว” ผู้อาวุโสรายงาน
“หลังจากปลุกสภาวะพิเศษของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ จ้าวหย่าก็เทียบชั้นได้แม้แต่กับผู้เชี่ยวชาญขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนพิษของเว่ยหรูเหยียนนั้นก็ยับยั้งได้แม้แต่กับรองประธานเหรินชิงหยวน…แต่ทั้งคู่หายตัวไปนี่นะ? พวกเธอมีเวลาส่งข้อความขอความช่วยเหลือหรือเปล่า?” จางเซวียนกำหมัดแน่นอย่างไม่อยากเชื่อ
ขนาดตอนที่จ้าวหย่าถูกโหยวโร่วชิงจับตัว เธอก็ยังหาโอกาสส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเขาได้ แล้วใครกันที่ทำให้ทั้งคู่หายตัวไป ถึงขนาดที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งข้อความหาเขา?
“ผมเกรงว่าผมก็ไม่รู้!” ผู้อาวุโสส่ายหน้าอย่างหวาดหวั่น
จางเซวียนสูดหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะสั่งการ “คุณรู้หรือเปล่าว่าการต่อสู้เกิดขึ้นที่ไหน? พาผมไปดูที!”
ข้อมูลข่าวสารของตระกูลจางนั้น มีน้อยครั้งที่จะไม่แม่นยำ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับจ้าวหย่าและเว่ยหรูเหยียนจริงๆ ดังนั้นจึงไม่มีเวลาที่จะมัวชักช้าอยู่
หากเขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณนั้น ไม่อย่างนั้นอาจจะสายเกินไปหากคนอื่นไปถึงก่อน
ผู้อาวุโสพยักหน้า “การต่อสู้เกิดขึ้นในอาณาบริเวณของสมาพันธ์นานาจักรวรรดิ หัวหน้าจ้าวกับหัวหน้าเว่ยอยู่ระหว่างการเดินทางกลับหลังจากแก้ปัญหาในวันนั้นได้แล้ว ซึ่งก็พอดีกับที่เกิดเรื่องขึ้นกับพวกเธอ…”
“อยู่ในอาณาเขตของสมาพันธ์นานาจักรวรรดิ? ได้!” หลังจากรู้พิกัดแล้ว จางเซวียนหันไปประสานมือให้หลัวชวนฉิงอย่างขอโทษขอโพย “พี่หลัว, ผม…”
รู้ดีว่าเรื่องนี้สำคัญกว่ามาก หลัวชวนฉิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ไม่ต้องห่วง คุณรีบไปตรวจสอบสถานการณ์เถอะ ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ ติดต่อผมได้เลย!”
“ขอบคุณมาก!”
จางเซวียนเดินออกจากลานบ้านและนำธงค่ายกลเกรด 9 จำนวนหนึ่งที่ท่านแม่มอบให้ไปด้วย ไม่ช้าเขาก็สร้างค่ายกลทะลุมิติได้สำเร็จ
“เซวียนเอ๋อ แม่จะไปกับลูก!” ดูเหมือนจะรับรู้เรื่องราวเช่นกัน เซียนดาบเหมิงจึงพรวดพราดเข้ามา “ลูกไม่ต้องห่วงทางนี้นะ ท่านพ่อกับปรมาจารย์หยางก็อยู่ พวกเขาจะจัดการทุกอย่างเอง แม่ไม่สบายใจนักที่จะให้ลูกไปคนเดียว ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยแม่ก็ยังปกป้องลูกได้!”
การจัดเตรียมงานหมั้นสำเร็จลุล่วงไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ และเซียนดาบชิงกับปรมาจารย์หยางก็อยู่ที่นี่เพื่อจัดการเรื่องราวต่างๆ ทางนี้จึงไม่มีปัญหาอะไร
“ได้!” จางเซวียนพยักหน้า
ถึงเขาจะฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 9 ได้แล้ว แต่ก็ออกจะยากอยู่สักหน่อยที่จะเปิดใช้งานค่ายกลทะลุมิติด้วยพละกำลังที่มี ดังนั้น การได้ท่านแม่มาช่วยจึงทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก
“ไปกันเถอะ!”
เมื่อตัดสินใจแล้ว ทั้งคู่ก็ลงมือทันที เซียนดาบเหมิงถ่ายทอดพละกำลังของเธอเข้าสู่ค่ายกลทะลุมิติ
วิ้ง!
มันฉายแสงออกมา แสดงถึงการถูกเปิดใช้งาน
ฟึ่บ!
แล้วทั้งคู่ก็หายวับไปจากจุดนั้นพร้อมกัน
……
ครู่ต่อมา พวกเขาก็มาอยู่ในอาณาบริเวณของสมาพันธ์นานาจักรวรรดิ
“ตามทิศทางที่ผู้อาวุโสที่ 8 บอก ก็น่าจะเป็นตรงนั้น…” เซียนดาบเหมิงตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็วและชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง
เมื่อรุดหน้าไป ไม่ช้าทั้งคู่ก็มาถึงตีนเขาแห่งหนึ่ง ภูเขานั้นถูกตัดออกเป็น 2 ส่วนด้วยพละกำลังอันน่าทึ่ง และพันธุ์ไม้เขียวชอุ่มที่อยู่บนนั้นก็ถูกทำลายจนราบคาบ เท่าที่เห็น ดูเหมือนจะมีการสู้รบสะท้านโลกเกิดขึ้นที่นั่นเมื่อไม่นานมานี้
จางเซวียนกำหมัดแน่น
มีชั้นน้ำแข็งบางๆ ครอบคลุมอยู่ทั่วพื้นที่ แน่นอนว่าเป็นฝีมือของจ้าวหย่า
ในเวลาเดียวกัน พันธุ์ไม้ที่อยู่ในบริเวณนั้นก็กลายเป็นสีน้ำตาลไหม้ เป็นสัญญาณว่าพวกมันถูกวางยาจนตาย ซึ่งเท่าที่เห็น ก็น่าจะเป็นฝีมือของเว่ยหรูเหยียน
ตอนแรก จางเซวียนคิดว่าจ้าวหย่ากับเว่ยหรูเหยียนไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่กลับตรงกันข้ามกับที่คิดไว้ ทั้งสองสู้รบเคียงข้างกันตอนที่ถูกจับตัวไป
ใครหน้าไหนในโลกที่มีพละกำลังมหาศาลขนาดนั้น?
อย่าว่าแต่ตระกูลจางกับตระกูลหลัวเลย ต่อให้สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็ไม่อาจพาตัวทั้งสองคนไปอย่างเงียบๆ แบบนี้ได้!
“หรือว่าจะเป็น…ฮ่องเต้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น?” จางเซวียนหรี่ตา



