บทที่ 1028 อำนาจเทพแห่งโชค
ยุคจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แม้จะแบ่งเป็นโลกแดนเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกเช่นกัน แต่เขตชายแดนไม่ชัดเจน และเสวียนโยวก็จงใจที่จะทำให้มันพร่าเลือน
จวบจนเสวียนโยวไปจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เสี้ยวหน้าลงมาเยือน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง
เคราะห์ปกคลุมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เผ่าพันธุ์ทั้งหลายเผชิญหน้ากับความตายและสงครามไม่หยุดหย่อน บางเผ่าหายไปชั่วนิรันดร์ บางเผ่าพลิกย้อนสถานการณ์ สุดท้ายพัฒนากลายเป็นเผ่าแข็งแกร่งทั้ง 5
ในนั้น แดนตะวันออกมีเผ่านภาคิมหันต์ปรากฏขึ้น แดนเหนือมีเผ่าราชันประกาศิตอุดร แดนตะวันออกมีเผ่าเอกภพแดนสีชาด แดนใต้มีเผ่ากระดูกต้นกำเนิดแห่งยมโลก และเผ่าแข็งแกร่งอันดับหนึ่งที่ครอบครองพื้นที่ใจกลางแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เผ่าทั้ง 5 ผงาดยืนตระหง่านในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เป็นจุดสูงสุดของโลกในปัจจุบัน
และเพราะจักรพรรดิมนุษย์หลีเซี่ยสำเร็จเทพ 1 ก้าวสู่แท่นเทวะ นำพาเผ่ามนุษย์ผงาดขึ้น จับมือเป็นพันธมิตรกับเผ่านภาคิมหันต์ กลายเป็น 1 ใน 6 เผ่าแข็งแกร่งแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในวันนี้ ทำให้พลังโลกแดนตะวันออกเหนือกว่าแดนตะวันตก ใต้และเหนือ เพียงพริบตาก็ไล่ขึ้นมาเป็นเผ่าแข็งแกร่งอันดับ 1
ความแข็งแกร่งของพวกเขา ผ่านจากสงครามแดนศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้ก็พอจะมองออก
พื้นที่ใจกลางไม่มีแดนศักดิ์สิทธิ์ใดลงมาเยือน
แดนตะวันออก สงครามถูกควบคุมไว้นอกค่ายกล
ส่วนแดนตะวันตก ใต้ และเหนือไปสงครามกลับแผ่ปกคลุมไปทั่ว ทั้ง 2 ฝ่ายบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน…
โดยเฉพาะทางเหนือ ในเวลาครึ่งปีนี้ ก็ได้ทำศึกใหญ่ครั้งใหญ่ไม่ขาดกับ 4 แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับดำที่ได้ลงมาเยือน ณ ดินแดนแห่งนี้
ต่อให้เผ่าราชันประกาศิตอุดรจะแข็งแกร่งเพียงใดก็เริ่มจะรับมือได้อย่างยากลำบากเข้าไปทุกที
ดังนั้นเมื่อกวาดตามองไป ทั้งที่ราบน้ำแข็งแดนเหนือไม่เป็นสีขาวอย่างในอดีตอีกต่อไป พื้นที่หลายแห่งในนั้น…ถูกเลือดอาบย้อม
สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เดินเข้าสู่โลกแดนเหนือ
สัมผัสถึงลมเย็นเยือกของแดนเหนือ ทอดสายตามองธารน้ำแข็งไร้ขอบเขตสุดลูกหูลูกตาของโลกแดนเหนือ ได้กลิ่นคาวเลือดที่หลอมรวมจากความตายมาจากในฟ้าดิน ต่อให้เป็นเอ้อร์หนิวคำพูดคำจาก็น้อยลงไปเล็กน้อยเหมือนกัน
ที่ราบน้ำแข็งที่ผสมปนเปไปด้วยเลือดสดๆ ใต้เท้า ขณะที่ดูน่าสยดสยองขนลุกขนพองก็จะเห็นซากร่างที่โดนแช่แข็งกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งจำนวนไม่น้อย
คงท่าทางก่อนตายเอาไว้
“เทียบกับโลกแดนตะวันออกแล้ว ที่นี่…โหดร้ายรุนแรงยิ่งกว่านัก”
สวี่ชิงทอดสายตามองไปที่ไกล เอ่ยพึมพำเสียงต่ำ
“ดังนั้นอย่าเข้าไปลึกเกินไปจะเป็นการดี”
“ไม่อย่างนั้นก็ที่นี่ก็แล้วกัน อย่างไรที่ที่พวกเราต้องไปก็คือใต้ธารน้ำแข็ง”
สายตาของเอ้อร์หนิวจับจ้องไปที่ซากร่างซากหนึ่งที่ห่างไปไม่ไกล ถอนหายใจเอ่ย
สวี่ชิงพยักหน้า สายตาเก็บมาจากม่านฟ้าที่ไกล มองไปทางธารน้ำแข็งใต้เท้า เท้าขวายกขึ้นกำลังจะก้าวลงไป คิดจะเหยียบธารน้ำแข็งให้พังถล่ม
แต่ในตอนนี้เองสีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป
เสียงหวีดหวิวของลมส่งเสียงที่ไม่ใช่ของลมมา ในอำนาจเทพเจ้าของสวี่ชิงประกอบเป็นภาพขึ้น
มีคน อยู่ที่ไกลๆ…กำลังถูกไล่สังหาร
คนที่ถูกไล่สังหารเป็นผู้บำเพ็ญกลางคน ผิวของเขาออกไปทางสีฟ้า เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เผ่ามนุษย์ พลังบำเพ็ญระดับหวนสู่อนัตตาขั้น 1
เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา ศีรษะสวมกวานสีม่วงทอง แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นผู้ที่มีฐานะไม่ธรรมดา
บนเสื้อคลุมปักลายเหลือบหิมะ จากการเคลื่อนไหว หิมะเหล่านี้จะก่อเป็นภาพมายาวนล้อมอยู่รอบกายเขา เหนี่ยวนำไอเย็นทั่วทุกสารทิศก่อเป็นลมพายุ เร่งความเร็วให้กับเขา
และผู้ที่ไล่สังหารมี 2 คน พลังบำเพ็ญเท่ากับเขา ต่างเป็นระดับหวนสู่อนัตตาขั้น 1 สวมชุดคลุมยาวสีเงิน ที่หว่างคิ้วมีเกล็ด ข้างหลังมีหาง ที่ศีรษะมีเขา
ในร่างแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของห้วงดารากลุ่มหนึ่ง
กลิ่นอายนี้บ่งบอกฐานะของต่างเผ่า 2 คนนี้เช่นกัน พวกเขาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญท้องถิ่นแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ แต่มาจากนอกพิภพ มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์
ตอนนี้ในดวงตาแฝงด้วยจิตสังหาร ไล่โจมตีเร็วจี๋ ยิ่งในขณะที่พุ่งทะยานไปก็ประสานปางมือ วิชาเวทเป็นทางๆ กะพริบแสงวูบวาบ พุ่งตรงโจมตีสังหารผู้บำเพ็ญกลางคนที่อยู่ข้างหน้าคนนั้น
แม้จะถูกไล่ล่าสังหาร แม้จะถูกโจมตี มีเลือดสดๆ ไหลจากมุมปาก แต่สีหน้าของผู้บำเพ็ญกลางคนเป็นปกติ ไม่มีความลนลานแม้แต่น้อย สุขุมยิ่งนัก
อาศัยความเร็วที่ชำนาญ คอยทิ้งระยะห่างอยู่ตลอด
ต่อให้ผลลัพธ์น้อยนิด ทั้ง 2 ฝ่ายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ วิชาเวทก็มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาทางนี้โดนโจมตีหลายครั้ง ยิ่งมีเลือดสดๆ คำโตกระอักออกมา แต่สีหน้าของเขาก็ไม่แตกตื่นตกใจแม้แต่น้อย
เหมือนว่าเขาไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองเลยแม้แต่น้อย สำหรับเรื่องที่ถูกไล่ตามทันความตายใกล้จะบังเกิดขึ้นอยู่รอมร่อก็ไม่เอามาใส่ใจเลย
ภาพแปลกประหลาดภาพนี้สวี่ชิงสัมผัสรับรู้ไว้ได้ ไม่นานหลังจากนั้น เอ้อร์หนิวก็เห็นเช่นกัน
“เสื้อผ้าของคนคนนี้เป็นเผ่าราชาแก่นวิญญาณ น่าสนใจแฮะ หรือจะรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่ หรือจะบอกว่าคนคนนี้ซ่อนวิธีอื่นเอาไว้ ไม่อย่างนั้นจะสุขุมขนาดนี้ได้อย่างไร” เอ้อร์หนิวแปลกประหลาดใจ
สวี่ชิงสีหน้าสงบนิ่ง สายตาจับไปยังร่างของคนทั้ง 3 ที่ไล่กันบนท้องฟ้า
ทั้ง 3 คนนี้ไม่นานนักก็เข้ามาใกล้จากบนท้องฟ้า แต่ว่าด้วยพลังบำเพ็ญของพวกเขาย่อมไม่สามารถรับรู้ถึงสวี่ชิงและเอ้อร์หนิวที่อยู่ในสภาวะซ่อนอำพรางได้
แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ในเสี้ยวพริบตาที่เข้าใกล้พวกสวี่ชิงทั้ง 2 คน ผู้ไล่สังหารที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 คนสำแดงไพ่ตาย ท่ามกลางเสียงระเบิดวิชาเวท ผู้บำเพ็ญเผ่าราชาแก่นวิญญาณที่ถูกไล่สังหารหลบหลีกไม่ทัน ร่างสะท้านเฮือก เลือดสดๆ กระอักออกมา
ขณะที่ร่างโซซัดโซเซก็ถูกขวางทางข้างหน้าเอาไว้ จำต้องพุ่งตรงไปยังพื้นที่ราบน้ำแข็ง
จากการเข้ามาใกล้ของผู้บำเพ็ญแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 ที่มาพร้อมด้วยจิตสังหาร ทั้ง 3 คนนี้ก็ต่อสู้กันขึ้นมาทันทีในบริเวณที่ห่างจากข้างหน้าสวี่ชิงและเอ้อร์หนิว 200 จั้ง
เสียงระเบิดดังก้อง แสงวิชาเวทปะทุขึ้น
ภาพที่แปลกประหลาดภาพนี้ทำเอาสวี่ชิงและเอ้อร์หนิวเห็นแล้วต่างขมวดคิ้ว
“นี่มันจะบังเอิญเกินไปแล้วกระมัง มาต่อสู้ข้างหน้าพวกเราพอดี” เอ้อร์หนิวหรี่ตา
เพียงแต่เห็นการลงมือของทั้ง 3 ต่างมีท่าทางจะสังหารอีกฝ่ายให้ตายจริงๆ อีกทั้งดูจากสีหน้าของพวกเขา ก็เห็นได้ชัดว่าไม่รู้ตัวว่าใกล้ๆ ตัวมีคนจริงๆ
ดังนั้นเอ้อร์หนิวจึงวางแผนจะสังเกตการต่อไป ดูว่า 3 คนนี้ต่อจากนี้จะมีใครตายจริงๆ หรือไม่
ในเมื่อการปรากฏตัวของทั้ง 3 คนนี้เต็มไปด้วยความบังเอิญ อีกทั้งเมื่อความบังเอิญถึงในระดับหนึ่งแล้ว นั่นก็คือความแปลกประหลาด
แต่ว่าสวี่ชิงหลังจากที่ประเมินอย่างละเอียดแล้ว ประกายเย็นเยือกในดวงตาฉายวาบ พลันยกมือขวาขึ้นแล้วสะบัด
จากการสะบัดนี้ ผู้บำเพ็ญทั้ง 3 คนนั้นที่ต่อสู้กันอยู่ เสียงที่ดังจากการลงมือของพวกเขาก็เหมือนถูกตัดขาด หายไปทันที จากนั้นก็ก่อเป็นการสังหารไร้รูปร่าง และปะทุขึ้นในพริบตา
ทุกที่ที่ผ่านกลายเป็นระเบิดเสียง ผู้บำเพ็ญที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์หน้าพลันเปลี่ยนสี สีหน้าหวาดกลัว คิดจะหลบหลีกแต่ก็ไม่ทันแล้ว เพียงพริบตาก็ถูกระเบิดเสียงปกคลุม
ท่ามกลางเสียงระเบิดตูมๆ ร่างทั้ง 2 แหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ กายและจิตดับสูญ
มีเพียงเลือดที่หลั่งริน อาบย้อมผืนดินแดงฉาน
ส่วนผู้บำเพ็ญกลางคนเผ่าราชาแก่นวิญญาณคนนั้น ตอนนี้ก็ถูกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้สะเทือนจนจิตใจพุ่งพล่าน ถอยหลังไปเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ มองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว
ไม่เจออะไรทั้งสิ้น
การซ่อนตัวของสวี่ชิงและเอ้อร์หนิวทำให้ในสายตาของผู้บำเพ็ญที่นี่มองเห็นรอบๆ เป็นพื้นที่กว้างโล่ง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ผู้บำเพ็ญเผ่าราชาแก่นวิญญาณคนนี้ก็สูดลมหายใจลึก โค้งคารวะไปยังท้องฟ้า
“ข้าน้อยหลงจิ่วลูกศิษย์เผ่าราชาแก่นวิญญาณ ขอขอบพระคุณผู้อาวุโสเป็นอย่างสูงที่ช่วยชีวิตเอาไว้ขอรับ”
“ท่านผู้มีพระคุณไม่อยากปรากฏตัว ผู้เยาว์มิขอฝืนใจ แต่บุญคุณนี้ผู้เยาว์ขอจดจำสลักลึกไว้ในใจ”
“วันหน้าหากผู้มีพระคุณมาเยือนยังเผ่าราชาแก่นวิญญาณสามารถใช้ป้ายนี้เรียกหาข้าได้ หากมีสิ่งใดให้รับใช้ หลงจิ่วจะต้องทุ่มสุดกำลังความสามารถแน่นอน”
ท่าทางของผู้บำเพ็ญกลางคนคนนี้จริงใจ แต่สีหน้าไม่ถ่อมตนเกินไปและไม่หยิ่งยโสเกินเหตุ ระหว่างพูดยิ่งหยิบป้ายคำสั่งสีขาวเงินส่องประกายแสงวาววามแผ่นหนึ่งออกมา แล้ววางมันลงบนพื้น
จากนั้นก็โค้งคารวะอีกครั้ง รออยู่ครู่หนึ่ง หลังจากเห็นว่ารอบๆ ไม่มีการขานตอบเขาถึงสูดลมหายใจลึก ลุกขึ้นร่างไหววูบก็พุ่งตรงไปยังขอบฟ้า
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ป้ายคำสั่งที่หลงจิ่วทิ้งไว้ก็ลอยขึ้นเอง มาอยู่ในมือเอ้อร์หนิว
“น่าสนใจ ป้ายนี้ทำมาจากผลึกน้ำแข็ง อีกทั้งคุณสมบัติยังเป็นระดับสุดยอด หลงจิ่วคนนี้…ดูจากท่าทางก็ไม่ธรรมดา ลงมือยังไม่ธรรมดาขนาดนี้…น่าจะอยู่ในเผ่าราชาแก่นวิญญาณก็พอมีฐานะอยู่บ้าง”
“วันหน้าหากไปเผ่านี้ไม่แน่ว่าคนคนนี้อาจจะมีประโยชน์อยู่บ้างจริงๆ ก็ได้”
“แต่ว่าทุกอย่างก่อนหน้านี้ก็ยังบังเอิญเกินไป อาชิงน้อย เมื่อครู่ทำไมเจ้าถึงลงมือหรือ”
เอ้อร์หนิวเล่นป้ายที่อยู่ในมือ มองไปทางสวี่ชิง
สวี่ชิงมองไปทางทิศที่หลงจิ่วจากไปที่ขอบฟ้า เอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ “คนคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ในตัวเขา…มีระลอกคลื่นอำนาจเทพกลุ่มหนึ่ง”
“อำนาจเทพหรือ” เอ้อร์หนิวดวงตาจับจ้อง
“น่าจะเป็นอำนาจเทพที่หายากมากๆ อย่างหนึ่ง…อยู่ในสภาวะใกล้จะเบ่งบานเต็มที ต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยถึงจะสำแดงได้อย่างสมบูรณ์ รอเมื่อพวกเราจัดการเรื่องเฟิงหลินเทาเรียบร้อย ข้าว่าจะไปสำรวจสักหน่อย” สวี่ชิงพูดจบก็ยกมือขึ้นสะบัด นาฬิกาแดดลอยขึ้นฟ้า จากนั้นขาขวาก็ยกขึ้นเหยียบไปที่พื้น
ทันใดนั้นพื้นดินธารน้ำแข็งท่ามกลางความเงียบงันก็พลันแตกร้าว พังถล่มเป็นบริเวณกว้าง เงาร่างของเขาดำดิ่งลงไป
เอ้อร์หนิวกะพริบตาปริบๆ เดินลงไปในถ้ำน้ำแข็งใต้พื้นเช่นกัน
เงาร่างของทั้ง 2 หายไปในนั้น
และใต้ธารน้ำแข็ง ทะยานไปอย่างรวดเร็วข้างล่างในแม่น้ำน้ำแข็ง
สถานที่ที่พวกเขาต้องไปหนาวยะเยือกจับจิต ตัวจะมีพลังงานความร้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เช่นนี้ถึงจะตรงกับเงื่อนไขของมรดกที่ซ่อนอยู่ในวิญญาณเฟิงหลินเทา
ดังนั้นต้องมุ่งหน้าลงไปใต้แม่น้ำน้ำแข็งสายนี้!
และนาฬิกาแดดที่อยู่บนถ้ำน้ำแข็งที่ภายนอก ตอนนี้มันเดินหมุนย้อน พลังแห่งกาลเวลาแผ่ออก ทันใดนั้นธารน้ำแข็งแตกละเอียดบนพื้น ทุกอย่างก็ฟื้นคืนสู่สภาพเดิม
นาฬิกาแดดรางเลือนหายลับไป
เวลาหมุนผ่านไปช้าๆ เช่นนี้ 7 วันผ่านไป
ที่ราบน้ำแข็งทางเหนือ ห่างจากบริเวณที่พวกสวี่ชิงทั้ง 2 คนหายตัวไปหลายหมื่นจั้ง มีธารน้ำแข็งขนาดมหึมาทางหนึ่ง
ที่นี่เทียบกับที่อื่นๆ แล้ว ไอพลังประหลาดค่อนข้างน้อย ดังนั้นแต่เดิมที่นี่เป็นสถานที่รวมไว้ซึ่งสำนักเล็กๆ มากมาย แต่จากการมาเยือนของสงคราม บ้างก็ถูกเกณฑ์ไปร่วมสงคราม บ้างก็ย้ายถิ่นฐาน ดังนั้น สำนักที่เหลืออยู่ในตอนนี้จึงมีเพียงสำนักธารน้ำแข็งเพียงสำนักเดียว
สำนักนี้เล็กมาก ลูกศิษย์มีไม่ถึงร้อย ปกติแล้วมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก การเกิดขึ้นของสงครามยิ่งทำให้พวกเขาลำบากยิ่งกว่าเดิม
ตอนนี้เงาร่างหนึ่งพุ่งมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปในตำหนักใหญ่ของสำนักนี้ ปรากฏร่างขึ้น
เป็นหลงจิ่วที่สวี่ชิงช่วยเอาไว้นั้นเอง
เขาในตอนนี้ ความสุขุมบนใบหน้าถูกความภาคภูมิใจเข้าแทนที่ หลังจากที่นั่งลงในตำหนักใหญ่ มีลูกศิษย์เดินออกมาจากในนั้น โค้งคารวะเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม “คารวะท่านอาจารย์”
คนคนนี้เป็นลูกศิษย์คนโตของหลงจิ่ว
สังเกตเห็นความกลัดกลุ้มบนใบหน้าศิษย์คนโต คิ้วของหลงจิ่วเลิกขึ้น “เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“อาจารย์…วันนี้มีลูกศิษย์สายใน 11 คนเลือกจากไปอีกแล้ว ตอนนี้ทั้งสำนักก็เหลือ 37 คนแล้ว อีกทั้งทรัพยากรฝึกบำเพ็ญของทุกคนก็ขาดแขลนอย่างร้ายแรง หากเป็นแบบนี้ต่อไป…”
หลงจิ่วได้ยินก็หัวเราะ “ไม่เป็นไร คนเราย่อมมีปณิธานที่ต่างกัน ข้าใกล้จะสำเร็จแล้ว”
ลูกศิษย์คนนี้ได้ยินประโยคนี้ก็ถอนหายใจ รู้ว่าอาจารย์ตัวเองตกอยู่ในความหลงผิด ยากจะเอ่ยเตือน ดังนั้นจึงถามขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ ออกไปข้างนอกครั้งนี้ได้ผลเก็บเกี่ยวเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
หลงจิ่วหัวเราะร่า “ข้าออกไปข้างนอก 10 ครั้ง จะต้องมีครั้งหนึ่งที่เผชิญหน้ากับอันตราย และได้พบกับผู้มีพระคุณ!”
“ครั้งนี้โชคดีกว่าที่ผ่านๆ มา ลำบากยากเข็ญมาตลอดทาง ได้เจอกับผู้มีพระคุณ 3 คน!”
ดูท่าทางภาคภูมิใจของอาจารย์ ลูกศิษย์คนโตคนนี้นึกถึงวันเวลายากลำบากของสำนัก ก็เอ่ยโน้มน้าวอย่างอดไม่ได้ขึ้นอีก “อาจารย์ หินวิญญาณฝึกบำเพ็ญของพวกลูกศิษย์ไม่มีแล้ว ไม่อย่างนั้น…พวกเราขายป้ายคำสั่งสักหนึ่งป้ายดีหรือไม่ขอรับ ขายแค่ป้ายเดียว…”
หลงจิ่วได้ยินก็ขมวดคิ้ว “วิสัยทัศน์แคบเสียจริง!”
“ข้ากำลังใช้โชคของตัวเองมาสร้างชื่อเสียงให้ลือลั่น!”
“เจ้าต้องรู้ว่า ผู้มีพระคุณที่ช่วยข้าเหล่านั้นทุกคนล้วนแต่เป็นบุคคลยิ่งใหญ่ พวกเขารับป้ายของข้าไปแล้ว สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของข้า วันหลังเมื่อผ่านเผ่าราชาแก่นวิญญาณก็จะต้องนึกถึงข้า และพูดถึงกับเหล่าผู้แข็งแกร่งในเผ่าด้วยการนี้”
“ทีแรก เหล่าใต้เท้าในเผ่าอาจจะไม่รู้ว่าข้าคือใคร”
“แต่เมื่อผู้มีพระคุณไปหามากเข้า พูดถึงมากเข้า เหล่าใต้เท้าเผ่าราชาแก่นวิญญาณย่อมมีความทรงจำลึกซึ้งต่อข้า แล้วก็จะยิ่งมีคนในเผ่ามากยิ่งขึ้นรู้ว่าข้าเป็นใคร”
“อีกทั้งผู้มีพระคุณทุกคนล้วนเป็นเส้นสายของข้า พวกเขามีบุญคุณช่วยชีวิตข้า ข้าย่อมต้องตอบแทน นี่เป็นผลกรรมเวร!”
“ทำให้บุคคลยิ่งใหญ่ทุกคนกลายเป็นผู้มีพระคุณของข้า เช่นนั้นเจ้าว่าข้าจะไม่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปได้อย่างไร และเมื่อข้ามีชื่อเสียง อยากได้อะไรไม่ได้เล่า”
พูดจบหลงจิ่วก็มองลูกศิษย์คนโตของตัวเองผาดหนึ่ง นึกถึงว่าอีกฝ่ายหลายปีมานี้ติดตามตนก็ลำบากจริงๆ ดังนั้นจึงเอ่ยปลอบไปว่า “เจ้ารออีกหน่อย ข้าคำนวนไว่ว่าหลังจากที่ข้ามอบป้าย 7 ป้ายนั่นที่เหลืออยู่ในมือข้าเรียบร้อยแล้ว เวลาก็พอสมควรแล้ว ไม่พูดแล้ว ข้าจะพักสักหน่อย รักษาบาดแผล จากนั้นก็จะออกจากสำนักไปหาผู้มีพระคุณอีก”
ลูกศิษย์คนโตเงียบนิ่ง คิดอยากจะพูดอะไรอีก แต่เห็นอาจารย์เป็นเช่นนี้ก็ทำได้เพียงแค่ทำตาม
แต่ว่าคิดถึงว่าอาจารย์หลายปีมานี้โชคไม่ธรรมดาจริงๆ จำนวนที่เจอกับคนไล่สังหารมากมายหลายครั้งนัก ล้วนแต่อันตรายวิกฤตทุกครั้ง แต่ทุกครั้งก็มีผู้สูงส่งช่วยเอาไว้เช่นกัน
ทำให้อาจารย์คิดถึงวิธีสร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือเช่นนี้ขึ้นได้…
“หวังว่าจะสำเร็จนะ”
ลูกศิษย์คนโตถอนหายใจ
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



