บทที่ 743 ข่ม สกัดและรวบรวมจิตวิญญาณ! (ปลาย)
“เมืองเว่ยหยางงั้นหรือขอรับ?”
เมื่อได้ยินชื่อสถานที่ พลันชายหนุ่มก็นิ่วหน้าก่อนถามกลับว่า “ที่เดียวกับอารามจักรวาลดาวเว่ยหยางงั้นหรือ?”
มารดาพยักหน้า “เมืองเว่ยหยางเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนสวรรค์ อาจกล่าวได้ว่าใหญ่ที่สุดในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง มีหนทางเชื่อมต่อไปยังดินแดนในภูมิภาคอื่นๆ อีกหลายแห่งรวมทั้งดินแดนทักษิณและดินแดนอุดร กระทั่งยอดฝีมือจากดินแดนปีศาจ ก็มีเข้ามาค้าขายแลกเปลี่ยนกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นจึงทำให้เว่ยหยางเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรือง แน่ละภายในก็มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนพอตัว ด้วยสถานที่แห่งนี้เป็นที่รวมยอดฝีมือจากหลายดินแดนทั่วโลกและไหนจะยอดฝีมือคนท้องถิ่นแห่งดินแดนสวรรค์ ถ้าพวกเราต้องการตามหาอาหลิงที่นี่เหมาะที่สุดที่เราจะหาคนมาช่วย และถ้าเจ้าต้องการซื้อสิ่งของอันใดก็มีเพียงที่นี่ที่เดียว ทว่า……”
พูดแล้วนางหันหน้าไปมองบุตรชายก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “อาฉวน เจ้ามีสมบัติล้ำค่าอยู่ใกล้ตัว ถ้าไปที่นั่นละก็……”
เยี่ยฉวนยิ้มให้กับอีกฝ่าย “ถ้าเป็นคนที่ข้าสู้ไม่ได้ข้าจะรีบหนีไป หรือไม่ก็จะฆ่ามันเสีย”
ตู๋กูเสวียนจึงพยักหน้า “ก็ได้”
จากนั้นคนบุตรจึงพามารดาและสุนัขอสูรตัวน้อยไปที่หมาย ซึ่งฝ่ายหลังนั้นมีทีท่าลังเลเมื่อรู้ว่ากำลังจะไปเมืองเว่ยหยาง
ด้วยหนทางค่อนข้างไกล ทั้งหมดจึงต้องโดยสารไปด้วยเรือเหาะจักรวาลดารา
ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ ขณะนั้นเยี่ยฉวนกำลังนั่งขัดสมาธิบนพื้นโดยมีกระบี่เจิ้นหุนลอยตัวนิ่งอยู่เบื้องหน้า
นับตั้งแต่ที่กระบี่เจิ้นหุนติดตามมาชายหนุ่มไม่มีโอกาสศึกษามันอย่างถ่องแท้ ตามที่เจียนจื่อไจ้เคยบอกไว้ว่ากระบี่นี้เสมือนเป็นกฎ……ว่าแต่กฎอะไรกันแน่?
เขานิ่งเงียบด้วยกำลังครุ่นคิด ครู่หนึ่งจึงยื่นมือเอื้อมออกไปจับกระบี่เจิ้นหุน ทันใดนั้นจิตสัมผัสของเขารู้สึกถึงความสงบเยือกเย็นอย่างหาที่เปรียบมิได้ซึ่งตนเองไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
ในตอนนั้นพลันมีเสียงของสตรีดังกังวานใสกล่าวดังในจิตใจของเขาว่า “นายท่าน ตัวข้าถูกสร้างขึ้นจากจิตวิญญาณทรงพลังมากมหาศาลและของล้ำค่าชั้นยอดรวมทั้งอัญมณีวิเศษ ผู้ที่ได้ครอบครองจะเป็นผู้ที่สงบจิตให้เยือกเย็นลง ควบคุมดวงวิญญาณทั้งหลายและมีจิตที่บริสุทธิ์กระจ่างแจ้ง!”
เยี่ยฉวนตกตะลึง พลันเอ่ยถามออกไปว่า “เจ้าเป็นวิญญาณของกระบี่เจิ้นหุนงั้นหรือ?”
เสียงใสตอบกลับมาว่า “ถูกต้อง!”
ชายหนุ่มรีบถามโดยเร็ว “กระบี่นี่อยู่ในระดับขั้นไหน?”
เสียงวิญญาณแห่งกระบี่เจิ้นหุนตอบให้ว่า “กระบี่เล่มนี้สูงกว่าขั้นศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอด เรียกว่าขั้นเซียน การก้าวข้ามจากขั้นศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดจนเป็นขั้นเซียนนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ด้วยกระบี่ต้องแปรเปลี่ยนสิ่งล้ำค่าในตัวเอง เทียบกับมนุษย์ปุถุชนก็เหมือนกับการก้าวผ่านขั้นสูงสุดไปสู่ขั้นศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง ด้วยในขั้นนี้ผู้ฝึกฝนไม่เพียงแปรเปลี่ยนการบ่มเพาะพลังชี่ ทว่าผู้ฝึกฝนต้องเกิดการพัฒนาทางด้านสภาวะจิตใจของตัวเองด้วย เมื่อนั้นสิ่งล้ำค่าจึงสามารถบรรลุจนถึงขั้นเซียน อย่างไรก็ตามสูงกว่าขั้นเซียนเรียกว่าขั้นเนรมิต หมายความว่าศาสตราวุธแห่งจิตวิญญาณนั้นมีความสามารถในการฉวยเอาทุกสิ่งถูกสรรค์สร้างไว้ในสวรรค์และใต้หล้ามาได้ ดังเช่นตัวข้า!”
ชายหนุ่มย้อนถามเสียงเร็ว “เหมือนเจ้าหรือ? ช่วยบอกรายละเอียดให้ชัดกว่านี้สักหน่อย!”
เสียงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนตอบว่า “ได้สินายท่าน มนุษย์จะประกอบด้วยจิตใจและร่างกาย แม้ว่าทั้งสองส่วนสามารถแยกจากกันได้ ทว่าเป็นสิ่งจำเป็นซึ่งจะขาดกันไม่ได้ ความสามารถพิเศษของข้าก็คือข่ม สกัดและรวบรวมจิตวิญญาณ หากนายท่านใช้ข้าในการต่อสู้กับศัตรู ท่านไม่ต้องสนใจกายเนื้อ สิ่งล้ำค่าที่ใช้ป้องกันรวมทั้งวิญญาณที่ปกป้องสิ่งล้ำค่าของพวกมัน และแน่นอนมีเพียงสิ่งล้ำค่าขั้นเนรมิตเท่านั้นที่ทำได้ ยกตัวอย่างกระบี่สามเล่มที่อยู่ในหอคอยของนายท่านที่สามารถทำลายความสามารถในการรังสรรค์ของข้า ทว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นนายท่านสามารถกำจัดวิญญาณของศัตรูด้วยพลังฟาดเพียงหนึ่ง ยกเว้นกรณีพิเศษที่ข้าได้บอกไปแล้ว!”
เยี่ยฉวนตั้งคำถามสืบต่อไป “ถ้างั้นความสามารถที่เจ้าว่าแยกดวงวิญญาณเป็นอย่างไรกัน?”
วิญญาณของกระบี่เจิ้นหุนตอบว่า “ความหมายคือสามารถแยกดวงวิญญาณออกจากกายเนื้อ ข้าสามารถเข้าสู่เป้าหมายที่อยู่ห่างไประยะสามร้อยจั้ง โดยเป็นความสามารถที่เกิดขึ้นเองและสามารถออกทักษะชั้นยอดเพื่อแยกวิญญาณออกจากกายเนื้อของฝ่ายตรงข้าม!”
หลังจากที่ได้รับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายอธิบายยืดยาว สีหน้าของชายหนุ่มพลันแปรเปลี่ยน
อาวุธมหัศจรรย์!
อาวุธมหัศจรรย์อะไรเช่นนี้?
เป็นไปแล้ว!
ชายหนุ่มข่มความตื่นเต้นภายในใจและถามออกไปว่า “รวบรวมดวงวิญญาณความหมายของเจ้าคือการเก็บเอาไว้ใช่ไหม?”
เสียงของวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนกล่าวว่า “รวบรวมวิญญาณนั้นในทางตรงกันข้ามเป็นการกดวิญญาณให้อยู่ใต้อำนาจ ภายหลังจากที่กดให้อยู่ใต้อำนาจแล้ว นายท่านสามารถเก็บมันไว้ในกระบี่และขัดเกลาพวกมันให้กลายเป็นวิญญาณที่ร้ายกาจ แม้ว่าสมรรถนะการต่อสู้ของวิญญาณที่ร้ายกาจพวกนั้นอาจไม่ถึงกับแข็งแกร่ง พวกมันก็สามารถพุ่งทะลวงผ่านสุญญากาศและจับต้องไม่ได้……นายท่านคนก่อนของข้าเคยขัดเกลาวิญญาณที่ร้ายกาจนับหมื่นดวง จนล่วงรู้ทุกอณูของทุกดินแดน ถึงกระนั้นการรวมผืนฟ้าและปฐพีเป็นหนึ่งเดียวก็สร้างความเจ็บปวดไม่น้อย และดูเหมือนนายท่านเองต้องเผชิญกับผลข้างเคียงอยู่แล้ว!”
เยี่ยฉวนยามนี้ทั้งตื่นเต้นและปลื้มปีติอย่างบอกไม่ถูก
ไม่เคยรู้สึกมาก่อน!
เขาไม่เคยรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของกระบี่เจิ้นหุน ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ ความน่าสะพรึงกลัวยิ่งเสียกว่ายอดฝีมือขั้นศักดิ์สิทธิ์บางคนด้วยซ้ำ
พลันชายหนุ่มฉุกนึกขึ้นมาได้จึงถามออกไปว่า “เกราะเทพแห่งความมืดและยันต์ผนึกพิภพของข้าถือว่าเป็นขั้นเนรมิตหรือไม่?”
วิญญาณกระบี่เจิ้นหุนตอบว่า “มิได้ เกราะเทพแห่งความมืดถือว่าเป็นขั้นอมตะชั้นยอดเท่านั้น ถึงกระนั้นหากโอกาสเอื้ออำนวยอาจพัฒนาถึงขั้นเนรมิตก็เป็นได้ ในขณะที่แผ่นยันต์ผนึกพิภพเป็นของล้ำค่าขั้นเนรมิตทว่าจิตวิญญาณของสิ่งนั้นได้สูญหายไปแล้ว เว้นเสียแต่ว่าจิตวิญญาณจะกลับมารวมกันอีกครั้ง จึงถือว่าเป็นขั้นอมตะชั้นยอด”
ชายหนุ่มพยักหน้า เขานึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงซักถามต่อไป “เจ้าเคยเห็นกระบี่ที่อยู่ในหอคอยของข้าไหม? กระบี่พวกนั้นมีระดับชั้นอะไร?”
กระบี่สามเล่ม!
พูดถึงกระบี่สามเล่ม เยี่ยฉวนเคยนึกสงสัยมาโดยตลอดเกี่ยวกับระดับขั้นของพวกมัน
ดวงวิญญาณแห่งกระบี่เจิ้นหุนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงตอบให้ว่า “ข้าขออภัยนายท่าน เกี่ยวกับระดับขั้นของกระบี่ทั้งสามเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการรับรู้ของข้า ดังนั้นข้าไม่รู้จริงๆ ว่ากระบี่ทั้งสามมีระดับขั้นเท่าใด”
ชายหนุ่มเงียบไป
เห็นท่าขั้นของกระบี่สามเล่มนั่นอาจสูงเกินกว่าจินตนาการของคนอย่างเขาจะนึกไปถึงได้……
ชายหนุ่มจึงกระตุ้นตนเองด้วยการถามอีกฝ่ายว่า “เหตุใดตอนที่อยู่ในแดนใต้ดินนั่น เจ้าจึงเลือกที่จะมาติดตามข้า?”
ดวงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนนิ่งเงียบ
เยี่ยฉวนยิ้มเผล่พลางตอบเสียเองว่า “ไม่ต้องเขินหรอก เจ้าเห็นว่าข้าแข็งแกร่งและฉลาดเป็นเลิศ จึงได้เลือกมาติดตามข้า ใช่หรือไม่?”
วิญญาณแห่งกระบี่เจิ้นหุนตอบเสียงแผ่ว “มิได้ นั่นเป็นเพราะหอคอยที่อยู่ในตัวนายท่านต่างหาก สิ่งนั้นมีความล้ำเลิศ หากข้าติดตามไปอาจทำให้สัมฤทธิผลในบางสิ่ง……ข้า ข้าสนใจในหอคอย มิใช่นายท่าน”
เยี่ยฉวน “……”



