บทที่ 763 ถอยก่อน! (ต้น)
สายตาเหลือบมองชายหนุ่มที่ชื่อเยี่ยฉวน อวี่เถียนรู้อยู่ว่าคนตรงข้ามใกล้ถึงจุดแตกหักสิ้นความอดทนเต็มที!
เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาย่อมทำได้ทุกอย่าง
ชายวัยกลางคนรีบชี้มือไปยังโลงศพที่ลอยอยู่กลางอากาศใบหนึ่ง “โน้น! โลงโน้น!”
ทันทีที่สิ้นเสียงบอก เยี่ยฉวนได้ปรากฏอยู่ต่อหน้าโลงใบดังกล่าวแล้วจัดการปลดกระบี่พร้อมกับตวัดออกไป พลันฝาโลงปลิวกระเด็น เผยให้เห็นร่างของเด็กหญิงผู้หนึ่งนอนเหยียดยาวอยู่ภายใน
เด็กหญิงคนนั้นคือเยี่ยหลิง!
ขณะนั้นเยี่ยหลิงกำลังนอนหลับ ดวงตาสองข้างปิดสนิท บริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วผนึกแนบด้วยมนตร์อักขระ อีกทั้งปรากฏลมหายใจประหลาดหลั่งไหลวนเวียนอยู่รอบกาย!
เยี่ยฉวนก้มลงพิจารณาร่างเด็กหญิงที่นอนอยู่ในโลง หยาดน้ำใสที่เอ่อล้นเบ้าตาพลันไหลรินออกมาทันที
ในชีวิตนี้มีคนเพียงหนึ่งคนที่ทำให้เขากลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ และคนผู้นั้นก็คือเยี่ยหลิง!
ขณะที่มองดูเยี่ยหลิงน้อยภายในโลงศพ ความรู้สึกที่ท่วมท้นจนชายหนุ่มถึงกับมือไม้สั่นระริก แล้วค่อยๆ เอื้อมมือกระชากอักขระลงยันต์ที่กลางหน้าผากของนางออกทันที ถึงกระนั้นเยี่ยหลิงยังคงนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา!
เยี่ยฉวนตะลึงงัน พลันต่อมาหมุนตัวกลับ ทะยานลงไป เพียงชั่วพริบตาเดียวชายหนุ่มก็ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าอวี่เถียน พร้อมจ่อกระบี่เข้าที่กลางแสกหน้าของอีกฝ่ายพลางตะคอกเสียงเหี้ยม “ทำไมนางยังไม่ฟื้น!”
อวี่เถียนตอบเสียงขรึม “เวลานี้พลังปราณของนางอยู่ในขั้นบ่มเพาะพลังจิตวิญญาณ ส่งผลให้จิตวิญญาณเข้าสู่สภาวะหยุดนิ่ง……”
ชายหนุ่มหน้านิ่ง ตัดบททันทีว่า “ปลุกนางขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
อวี่เถียนส่ายหน้า “ตอนนี้ยังไม่ได้!”
เยี่ยฉวนกระแทกกระบี่ตรงออกไป
ฉึก!
ฉับพลันต่อมาวิญญาณของอวี่เถียนกลับกลายพร่าเลือนไปทันที!
เจ้าตัวรีบละล่ำละลักพูดออกมาว่า “ถึงเจ้าจะฆ่าข้าก็ไม่ทำให้นางฟื้นได้ ตอนนี้จิตวิญญาณของนางอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง ถ้าฝืนบังคับให้ตื่นขึ้นมา วิญญาณจะไม่สมประกอบและอาจส่งผลร้ายแรงเกินเยียวยา”
ผู้พูดมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่ง “ถ้าเจ้าต้องการให้นางตื่นขึ้นมามีเพียงวิธีเดียวคือต้องใช้วิชาลับสุดยอดของสำนักมารภูตผีปลุกขึ้นมาเท่านั้น เวลานี้กายเนื้อของข้าแตกดับไปแล้วเพราะฉะนั้นข้าไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ส่วนคนอื่นของสำนักมารภูตผีที่พอจะทำได้ก็ถูกเจ้าฆ่าตายจนหมด”
เยี่ยฉวนนิ่งฟัง…
อวี่เถียนจ้องเขม็งอีกฝ่ายขณะพูดว่า “มีอีกวิธีหนึ่งคือใช้ตัวเจ้าเป็นสื่อกลางในการทะลวงผ่าน……”
ทันใดนั้นเสียงเจ้าหุนพูดขึ้นในหัวของเยี่ยฉวนว่า “นายท่านข้าสามารถปลุกให้นางฟื้นได้!”
ว่าแล้วชายหนุ่มดันกระบี่เสือกพรวดเข้าที่ศีรษะของอวี่เถียนอย่างแรง!
ขณะที่ฝ่ายนั้นตาเหลือกมองเยี่ยฉวนอย่างไม่เชื่อสายตา “จะ……เจ้า……”
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับพุ่งทะยานไปอยู่หน้าโลงศพ พลางก้มลงมองดูเยี่ยหลิงขณะกระซิบถามในใจเสียงแผ่ว “อาหุน เจ้าปลุกนางให้ฟื้นขึ้นมาได้แน่นะ?”
เสียงในใจตอบว่า “ใช่แล้วนายท่าน ทว่าอาจต้องใช้เวลา ก่อนอื่นข้าจะนำร่างของนางมาไว้ในกระบี่”
จากนั้นร่างของเด็กหญิงในโลงได้แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีดำพุ่งวาบหายเข้าสู่กระบี่อย่างรวดเร็ว!
ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นแล้วหมุนตัวหันกลับ ขณะที่เตรียมตัวจะออกไปนั้นเองพลันดูเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้บางอย่าง เยี่ยฉวนหันไปมองรอบบริเวณ ฉับพลันนั้นเอง เขาหายวับไปจากสถานที่ทันที!
อีกด้านเจ้าสุนัขอสูรสั่นศีรษะน้อยๆ มันรู้แน่ชัดว่าเยี่ยฉวนกำลังจะทำอะไร……
กวาดทรัพย์สินมีค่า!
เยี่ยฉวนเริ่มเก็บกวาดทรัพย์สมบัติของล้ำค่าในสำนักมารภูตผีอย่างรวดเร็ว ยามใดที่ได้พบและพิจารณาว่าเป็นสมบัติล้ำค่าจะรีบเก็บงำไว้ทันที ครู่หนึ่งต่อมาสมบัติประดามีภายในสำนักมารภูตผีได้ถูกเขากวาดเอาไปจนเกลี้ยง…
ขณะที่ชายหนุ่มเตรียมกลับออกไป ทันใดนั้นเองเจ้าหุนส่งเสียงดังขึ้นว่า “นายท่านควรนำโลงศพพวกนั้นไปด้วย!”
โลงศพ!
เยี่ยฉวนชะงักงันและมองขึ้นไปบนผนังหน้าผาไกลออกไป ที่นั่นมีโลงศพลอยตัวอยู่หกโลง!
ชายหนุ่มไม่รีรอพลันร่างสั่นสะท้านเล็กน้อยจากนั้นจึงทะยานตรงไปยังโลงศพทั้งหกดังกล่าว ไม่เสียเวลาเปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างในและโบกมือข้างขวาขึ้นเก็บโลงเข้าไว้จนหมด!
หลังจากเก็บโลงศพแล้วเยี่ยฉวนไปยังเจ้าอสูรสุนัขก่อนจะบอกฝ่ายนั้นเสียงแผ่วว่า “กลับกันเถอะ!”
สุนัขอสูรมองดูด้วยความสงสัย “เกิดอาการข้างเคียงสินะ?”
คนถูกถามพยักหน้า…
เขาได้ใช้ทั้งกระบี่เจิ้นหุนและเกราะเทพแห่งความมืด ร่างกายจึงเกิดปฏิกิริยาจากผลข้างเคียง พร่าผลาญพลังไปเป็นอันมาก!
เจ้าสุนัขอสูรจึงบอกเสียงเรียบว่า “ฟื้นฟูพลังก่อนจากนั้นค่อยออกไป ว่าไง?”
เยี่ยฉวนส่ายหน้า “พวกเราอยู่ในนี้นานไม่ได้!”
เขาไม่ลืมว่าที่ผ่านมาเจ้าสำนักมารภูตผียังไม่ปรากฏตัว ถ้าคนผู้นั้นมาถึงอาจทำให้สถานการณ์ยุ่งยากกว่านี้!
สัตว์อสูรสุนัขจึงพยักหน้า “ไปกันเถอะ!”
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนและสุนัขอสูรจึงออกไปปรากฏกายขึ้นที่ด้านนอก
เมื่อทั้งคู่โผล่ออกมา พบว่ามีสายตาเฝ้าจับจ้องคอยดูอยู่เป็นจำนวนมาก!
เยี่ยฉวนกลับออกมาแล้ว!
บริเวณโดยรอบเงียบสนิท!
จากนั้นเยี่ยฉวนหมุนตัวหันกลับไปมองบานประตูทวารภูตผี ท่าทางลังเลใจบางอย่างก่อนถามขึ้นในใจว่า “อาหุน เจ้ามีวิธีทำให้ข้านำสิ่งนี้กลับไปบ้างไหม?”
ชายหนุ่มรับรู้ๆ ได้ว่าสถานที่ที่ตนเพิ่งเข้าไปนั้นแท้ที่จริงเป็นสถานที่ภายในประตูทวารภูตผี! ด้วยประตูมีช่องว่างที่เป็นชั้นอากาศในตัวของมันเอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามิใช่เรื่องปกติฉะนั้นตนจึงเกิดความคิดที่จะนำสิ่งนี้กลับไปด้วย
เจ้าหุนเงียบไปชั่วครู่ จีงตอบให้ว่า “วัตถุขั้นเซียนชิ้นนี้มีจิตวิญญาณในตัวเอง นายท่านลองใช้กลเม็ดหลอกล่อและดูสิว่ามันจะหลงเชื่อตามนายท่านไปหรือไม่!”
ชายหนุ่มสะอึกถึงกับพูดไม่ออก กลอุบาย? อะไรกัน? ทำอย่างกับเขามักใช้วิธีนี้อยู่บ่อยๆ อย่างนั้น!
ในที่สุดเยี่ยฉวนจำต้องเลือกที่จะลองดู จึงเดินไปหยุดเบื้องหน้าบานประตูทวารภูตผี “นี่จะบอกให้ ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่คงไม่ได้อะไร ทำไมไม่ไปกับข้า?”
ไม่มีปฏิกิริยา!
เขาหยุดนิ่งทีท่าครุ่นคิดครู่หนึ่งต่อมา บริเวณหน้าผากที่กลางแสกหน้าปรากฏภาพเลือนรางของหอคอยขนาดจิ๋ว ทันทีที่เกิดภาพนั้นพลันสีสันแห่งพสุธาแลฟ้าดินเริ่มแปรเปลี่ยน สิ่งที่เกิดขึ้นส่งให้ยอดยุทธ์แถวนั้นถึงกับหน้าถอดสีพากันถอยกรูดเป็นระนาว
ต่ำลงไปเยี่ยฉวนจัดการเก็บหอคอยแห่งเรือนจำและหันหลังให้เสียดื้อๆ ขณะนั้นเองที่ด้านหลังบานประตูทวารภูตผีบังเกิดการสั่นน้อยๆ ฉับพลันต่อมาประตูได้กลายสภาพเป็นลำแสงสีดำพุ่งวาบตามหลังเขามา!
เยี่ยฉวนลอบถอนใจ……สิ่งนั้นไม่ปรารถนาจะติดตามตัวเขาทว่าปรารถนาติดตามหอคอยแห่งเรือนจำนั่นเอง!
เมื่อเป็นเช่นนี้นับว่ายังดี!



