บทที่ 924 : สวรรค์และปฐพี
สำนักกระบี่เริ่มโจมตีเข้ามาในที่สุด!
ยามนี้ทุกคนในสถาบันฝึกยุทธ์ต่างพร้อมต่อสู้!
บนผืนฟ้าทุกที่ซึ่งกระบี่โลหิตวาดผ่านพลันถูกย้อมด้วยสีแดงเลือดราวแต้มสีผ้าไม่ผิดเพี้ยน!
และพลังเมื่อครู่สร้างความตื่นตกใจแก่ผู้คนในสำนักกระบี่ยิ่ง!
เบื้องบนสถาบันฝึกยุทธ์ ใครบางคนตะโกนออกมา “เอาอาวุธของผู้ก่อตั้งออกมาเลย!”
หลังจากนั้น ฟ้าว!
หอกประกายเพลิงพุ่งขึ้นมาจากสถาบันฝึกยุทธ์ก่อนทะยานขึ้นฟ้า ตัดผ่านอากาศ พุ่งไปยังกระบี่เล่มนั้น พื้นที่ซึ่งอาวุธนั้นกวาดผ่านถูกแผดเผาขึ้นมาทันที!
คมหอกและคมกระบี่ปะทะกันกลางอากาศ ท่ามกลางสายตาทุกคน!
เคร้ง!
เสียงเหล็กกระทบกันดังลั่นทั่วฟ้าดิน แสงจากกระบี่และเปลวเพลิงเข้าปะทะ ส่งให้ทั่วพื้นที่ในระยะหลายร้อยลี้เกิดรอยร้าวไม่ต่างจากใยแมงมุม!
ตอนนั้นเอง พื้นที่เบื้องบนสถาบันฝึกยุทธ์พลันแตกออก ลำแสงกระบี่ต่างเหาะเหินออกมาจากพื้นที่แตกร้าวนั่น
พริบตาเดียว น่านฟ้าเบื้องบนสถาบันฝึกยุทธ์ถูกแสงจากกระบี่ครอบคลุมเสียแล้ว!
อู่เวิ่นมองป่ากระบี่แสงด้วยแววตาเย็นเยียบ แต่กลับนิ่งเฉยไม่เริ่มออกตัวใดๆ
……ทำไม่ได้!
และเขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถหยุดยั้งเทพกระบี่แห่งสำนักกระบี่ได้!
บนอากาศ เหอเหลียนเทียนพลันสั่งเสียงโกรธ “ตั้งค่ายกลเสีย!”
เอ่ยจบ หอกซึ่งอุดมไปด้วยพลังพลันพุ่งขึ้นฟ้าเป็นจำนวนมาก และทุกเล่มต่างมีเจตจำนงในตัวมันชัดเจนทั้งสิ้น!
ไม่นานนัก ทั่วน่านฟ้าและผืนแผ่นดินต่างสั่นสะเทือน!
ปัง ปัง!
เสียงเหล่านี้ต่างดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าของสถาบันฝึกยุทธ์ไม่มีหยุด
ทุกคนในนครอานุภาพต่างหวาดผวา หลายคนถึงกับแตกตื่นวิ่งหนีออกจากนคร!
หากสองค่ายซึ่งแข็งแกร่งที่สุดก่อสงครามในนครอานุภาพ นครนี้ถูกทำลายเป็นแน่!
ต้องหนีเท่านั้น!
คลื่นมหาชนต่างเคลื่อนตัวไปยังทางออกด้วยความเร็วสูง
ด้านนอกนครในมุมมืด ผู้อาวุโสเยว่และคนอื่นต่างมองไปยังทิศทางของนครอานุภาพ
เห็นกระบี่แสงและหอกถูกประดับเสียเต็มท้องฟ้าเช่นนี้ พวกเขาหน้าซีดไม่แพ้กัน
ค่ายกลเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนขั้นไขว่คว้าเต๋าจะทนได้สักนิด!
ต่อให้มีกันสักสิบคนก็คงต้านไม่อยู่!
เหยี่ยหลานเอ่ยพึมพำ “ค่ายกลกระบี่แห่งสำนักกระบี่ช่างทรงพลังนัก!”
ผู้อาวุโสเยว่ตอบเสียงเบา “ผ่านมาตั้งหลายปี สำนักกระบี่จะไม่มีไพ่ตายเลยได้อย่างไรกัน อีกอย่าง เกรงว่าที่เห็นอยู่นี่คงไม่ใช่ไพ่ตายของจริงด้วยซ้ำ!”
เหยี่ยหลานพยักหน้าแล้วถาม “พวกเราจะเริ่มโจมตีตอนไหนดีหรือ”
ผู้อาวุโสเยว่มองไปยังนครอานุภาพ “รอไปก่อน!”
เหยี่ยหลานพยักหน้าแล้วหมุนตัวไปมอง ด้านหลังมียอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋าถึงสิบคน!
สิบคน!
นี่ยังไม่นับรวมกำลังเสริมที่ยังมาไม่ถึง!
เหยี่ยหลานหันไปมองทิศทางของนคร พร้อมกับความรู้สึกสับสนเล็กน้อย มีใครกำลังหนุนหลังสำนักกระบี่อยู่หรือไม่ พวกนั้นรู้ดีว่าพวกเขาอยู่……แต่ยังเลือกจะโหมไฟสงครามกับสถาบันฝึกยุทธ์อีก!
ใจกล้ากันขนาดนั้นเลยจริงหรือ?
ณ สถาบันฝึกยุทธ์
ห่างจากอันหลานซิ่วไปไม่มาก เยี่ยฉวนยังคงไม่เคลื่อนไหว
ยอดฝีมือของสำนักกระบี่ยังไม่โผล่เงาหัวมา
ชายหนุ่มหันไปมองสำนักกระบี่ไกลๆ ดูท่าทีแล้วเหมือนสำนักกระบี่พร้อมจะบดขยี้สถาบันฝึกยุทธ์ให้สิ้นซากไม่ผิดเพี้ยน!
เมื่อสงครามเริ่มขึ้น ผู้ชนะจะถูกตัดสินโดยรากฐานและพลังที่แท้จริง!
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในความมืด “น้องชาย ให้พวกเราช่วยไหม”
คนกล่าวคือผู้อาวุโสหลินแห่งหอวาณิชถงเป่า
เยี่ยฉวนเอ่ยเสียงเข้ม “ท่านอาวุโสทั้งสอง อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวเลยขอรับ!”
ผู้อาวุโสหลินตอบ “นายหญิงแจ้งมาว่า……สำนักกระบี่อาจมีกระบวนท่าใหญ่กว่านี้อีก เจ้าควรระวังตัวไว้!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า มองอันหลานซิ่วจากที่ไกล มือขวากระชับกระบี่เจิ้นหุนไว้แน่น
เขาอยากเห็นหน้ามันเหลือเกิน คนที่โจมตีอันหลานซิ่ว!
ปัง!
ตอนนั้นเอง เสียงระเบิดพลันดังขึ้นมาจากท้องฟ้า!
เหนือสถาบันฝึกยุทธ์ แสงกระบี่เหล่านั้นต่างพุ่งโจมตีไม่หยุดหย่อน การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของแสงกระบี่เหล่านั้น ส่งให้พื้นที่ทั่วสถาบันฝึกยุทธ์เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้น!
ทว่าเหล่ายอดฝีมือแห่งสถาบันฝึกยุทธ์กลับไม่เปิดการโจมตี!
พวกเขากำลังรอให้คนของสำนักกระบี่เริ่มก่อน!
พวกเขาต่างมีจุดมุ่งหมายเดียว คือปกป้องอันหลานซิ่วและช่วยให้นางขึ้นไปยังขั้นไขว่คว้าเต๋า!
ตอนนั้นเอง เสียงฟ้าผ่าพลันดังก้องสนั่น ไม่นานนัก สายฟ้าต่างฟาดลงมาโดยพุ่งเป้าไปที่อันหลานซิ่ว
เยี่ยฉวนหน้าซีดลงเล็กน้อย เขากำลังจะเคลื่อนตัวไป ชายในชั้นหกพลันเอ่ยขึ้นมา “อย่าเชียว! คนนอกจะมาแทรกแซงทัณฑ์สวรรค์นี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่าตัว!”
ชายหนุ่มหยุดชะงักและถาม “ศิษย์พี่ ผู้ฝึกกระบี่ทุกคนจะเจอทัณฑ์สวรรค์ราวๆ นี้หลังไต่ขึ้นขั้นไขว่คว้าเต๋าหรือไม่”
ชายชั้นหกตอบ “ไม่รู้หรอกนะว่าขั้นไขว่คว้าเต๋าโลกเจ้าเป็นอย่างไร แต่เข้าใจถูกแล้ว เมื่อถึงไปยังจุดจุดหนึ่ง ผู้ฝึกกระบี่จะเจอทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้เมื่อยกระดับขึ้นไปอีกขั้นกัน ถ้าผ่านไปได้จะเก่งขึ้นมาก แต่หากไม่รอดจะกลายเป็นขี้เถ้าตายตรงนั้น”
ชายหนุ่มมองอันหลานซิ่วด้วยความเป็นห่วง
ทัณฑ์สวรรค์นี้ช่างทรงพลัง แม้แต่กับยอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋าด้วยกันอาจทนมันไม่ได้ด้วยซ้ำ!
อีกทั้งคนในสำนักกระบี่กำลังเฝ้ามองโอกาสในความมืดเช่นกัน!
เจ้าพวกสำนักกระบี่!
คิดเช่นนั้น เยี่ยฉวนเริ่มแปรสีหน้าเป็นเย็นชา พลันกวาดตามอง ยอดฝีมือของสำนักกระบี่ยังคงไร้การเคลื่อนไหว!
ตอนนั้นเอง สายฟ้าผ่าลงมาถึงหัวของอันหลานซิ่ว นางกำหมัดขวาแล้วชกขึ้นไปข้างบน!
ปัง!
ด้วยการโจมตีนั้น สายฟ้าพลันแหลกสลายลง กลายเป็นคลื่นสายฟ้าอันจ้อยนับไม่ถ้วน และแผ่ขยายไปทั่วท้องฟ้า
เยี่ยฉวนถึงกับอ้าปากค้าง อันหลานซิ่วแข็งแกร่งจริงๆ!
ไม่ทันไร เมฆดำกลับเริ่มก่อสายฟ้าอีกครั้ง
เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว “ศิษย์พี่ นี่ยังไม่จบอีกหรือ”
ชายในชั้นหกตอบ “ปกติหากเป็นภัยพิบัติทัณฑ์สวรรค์จะมีสายฟ้าฟาดเก้าครั้งด้วยกัน แปลว่าต้องทนให้ได้เก้าครั้ง หลังจากนั้นก็จบ……แต่ดูท่าของนางจะต่างจากคนปกติไปสักหน่อย อาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงมั้ง!”
เก้าครั้ง!
แถมยังเปลี่ยนอีก!
ชายหนุ่มมองนาง ยามนี้ดูไม่เป็นไรก็จริง ทว่าสีหน้าเริ่มซีดลงเสียแล้ว!
เก้าครั้งเลยหรือ!
เยี่ยฉวนขมวดคิ้วเป็นปม อันหลานซิ่วจะทนไหวหรือไม่?
ไม่ทันไร บนท้องฟ้านี้ แสงกระบี่พลันแยกตัวออก ตามมาด้วยกระบี่เล่มยักษ์ยาวประมาณร้อยจั้งพลันแหวกม่านเมฆออกมา
ยามกระบี่ยักษ์ออกมา หอกยาวต่างค่อยๆ แหลกสลายลง อีกทั้งภูเขาบางลูกรอบด้านสถาบันฝึกยุทธ์กำลังทรุดตัวลง
ทุกสายตาจับจ้องไปทางกระบี่ยักษ์นั่น!
กระบี่ยักษ์เคลื่อนตัวลงมาอย่างเชื่องช้า สร้างคลื่นไปทั่วอาณาบริเวณ ซึ่งแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือในขั้นไขว่คว้าเต๋าเสียอีก!
และเป้าของกระบี่นั่นคืออันหลานซิ่ว!
เห็นดังนั้น อู่เวิ่นหันไปมองเหอเหลียนเทียน อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วเหาะขึ้นฟ้า เขากลายร่างเป็นลำแสงสีขาวพุ่งเข้าตีกระบี่ยักษ์นั่น
ปัง!
ทั่วน่านฟ้าสั่นสะท้าน ทว่ากระบี่ยังคงอยู่ ส่วนเหอเหลียนเทียนกลับมายังจุดเดิม!
ขณะเดียวกัน กระบี่ยักษ์พลันสับลงมาที่อันหลานซิ่ว!
เยี่ยฉวนกำลังเคลื่อนตัว ชายแก่ในชุดดำพลันปรากฏตัวเหนือหัวของอันหลานซิ่ว และเขาพุ่งขึ้นฟ้าพร้อมหอกในมือ
ตูม!
กระบี่ยักษ์ถูกหยุดไปเสียเฉยๆ ชายเฒ่าคนนั้นพลันควงหอกอย่างว่องไว
ปัง!
กระบี่ยักษ์เล่มนั้นสั่นสะท้านและแตกออกทันที!
ชายแก่ใช้เท้าขวาดีดอากาศ พุ่งทะลวงกระบี่เล่มนั้นด้วยคมหอก!
กระบี่ยักษ์แตกสลายเสียงดังเบื้องหลังชายเฒ่า!
ทว่า ทันทีที่กระบี่แหลกสลาย กระบี่ยาวสิบเล่มพลันล้อมรอบสถาบันฝึกยุทธ์เอาไว้ ในตอนนี้ กระบี่แดงโลหิตบนอากาศหยุดลงทันที ไม่ทันไรกลับบินล้อมน่านฟ้าสถาบันฝึกยุทธ์ ไม่นานนักคลื่นพลังกระบี่เข้าล้อมรอบเอาไว้ทั่วทุกทิศ!
และมีชายวัยกลางคนกำลังถือกระบี่สีแดงเลือดนั่นอยู่!
เป็นหลีเสวียนเฟิงนั่นเอง!
อู่เวิ่นแหงนหน้ามองอีกฝ่าย “ถามจริง? เจ้าอีกแล้วหรือ?”
หลีเสวียนเฟิงก้มมองอู่เวิ่นเบื้องล่าง แล้วเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “ส่งเยี่ยหลิงกับอันหลานซิ่วมา แล้วพวกเราจะถอยกลับไป!”
อู่เวิ่นถามกลับเย้ยหยัน “หลีเสวียนเฟิง เจ้าสมองกลับไปแล้วหรือถึงมาเอ่ยอะไรบ้าๆ เช่นนี้?”
หลีเสวียนเฟิงตอบเสียงเย็น “ในเมื่อปฏิเสธการให้ความร่วมมือ สถาบันฝึกยุทธ์คงต้องหายไปจากโลกมันเสียวันนี้แล้ว!”
เอ่ยจบ เขาเลื่อนฝ่ามือขวาลงไปเบื้องล่าง มือซ้ายโบกบางเบา และเอ่ยคำสรรเสริญขึ้นมา “ท่ามกลางสวรรค์และปฐพี เต๋าแห่งกระบี่จะอยู่ยงเหนือผู้ใด รวมตัว!”
ครืน!
เสียงคำรามกระบี่ทั้งสิบดังเสียจนทำฟ้าสะเทือน ทันใดนั้น กระบี่ทั้งสิบเอ็ดเล่มต่างเชื่อมต่อกันตั้งแต่ด้ามสู่ปลาย และกระบี่ซึ่งอยู่เหนือหัวสุดคือกระบี่โลหิต!
หลีเสวียนเฟิงใช้มือซ้ายชี้ลงไป “ทำลายมัน!”
ทันใดนั้น กระบี่สิบเอ็ดเล่มซึ่งประกอบกันเป็นหนึ่งพลันร่วงหล่นจากฟ้าราวสายฟ้าฟาด และเป้าหมายยังคงเป็นอันหลานซิ่ว!
ไม่เพียงแค่นั้น สายฟ้าเหนือหัวอันหลานซิ่วกำลังฟาดลงมาที่นางอีก!
หนึ่งสายฟ้าฟาดและสิบเอ็ดกระบี่!
เหอเหลียนเทียนกับคนอื่นๆ ต่างอับจนหนทาง!
กระบี่สิบเอ็ดเล่มช่างน่าหวาดหวั่น มันไม่ใช่สิ่งที่ยอดฝีมือในขั้นไขว่คว้าเต๋าจะต้านทานได้เลย!
กระบี่สิบเอ็ดเล่มนั่นคือค่ายกล!
บริเวณนี้มีเพียงอู่เวิ่นเท่านั้นที่ต้านได้!
อู่เวิ่นแหงนหน้ามองฟ้า เขากำลังถูกบีบให้เคลื่อนไหว!
เขาหันไปมองเหอเหลียนเทียน อีกฝ่ายลังเล แล้วยอมร่ายออกมา “ท่านรูปปั้นหินอยู่แห่งหนใด!”
เมื่อเอ่ยจบ ผืนดินทางด้านซ้ายของอันหลานซิ่วพลันแตกร้าว ตามมาด้วยรูปปั้นหินพลันเหินออกมาจากรอยร้าวนั่น รูปปั้นนี้สูงสามจั้งราวกับเสายักษ์ไม่มีผิดเพี้ยน!
หลังจากรูปปั้นหินปรากฏขึ้น มันต่อยท้องฟ้าด้วยหมัดเดียว ส่งให้พื้นที่รอบตัวต่างสั่นสะท้านบ้าคลั่ง ดูแล้วน่าหวั่นเกรงยิ่ง!
สิบเอ็ดกระบี่พุ่งลงมายังกำปั้นของรูปปั้นหินทันที
ปัง!
รูปปั้นหินสั่นสะเทือน รอยร้าวจำนวนมากปรากฏขึ้นบนแขน ทว่ามันสามารถหยุดยั้งกระบี่สิบเอ็ดเล่มนั้นได้!
หลีเสวียนเฟิงยิ้มเย็นบนอากาศ เขาประกบมือและกดมันลงไปโดยพลัน
กระบี่ทั้งสิบเอ็ดส่งลำแสงกระบี่ ทะลวงเข้าไปในกำปั้นของรูปปั้นหิน รูปปั้นหินพลันคว้าค่ายกลกระบี่หมับเข้าให้ด้วยมือซ้าย แล้วทุ่มมันลงไปยังพื้นดิน
ตูม!
พื้นดินเยื้องไปทางซ้ายมือของรูปปั้นหินกลายเป็นหลุมบ่อขนาดยักษ์!
ทว่าทันใด สิบเอ็ดกระบี่พุ่งทะลวงมือของรูปปั้นหิน ก่อนจะมุ่งตรงไปยังอันหลานซิ่วในชั่วพริบตาเดียว
ขณะเดียวกันนั้น ลำแสงกระบี่หลายสิบเล่มพุ่งตรงไปที่นางจากทั่วสารทิศ!
ทุกคนต่างเป็นยอดฝีมือในขั้นไขว่คว้าเต๋าทั้งสิ้น!
ยอดฝีมือในสถาบันฝึกยุทธ์ต่างเร่งรุดไปหยุดพวกเขา ทว่าผู้ฝึกกระบี่เหล่านั้นกลับหมางเมินแล้วพุ่งไปหาอันหลานซิ่วเพียงคนเดียว!
พวกมันหลายคนต่างพุ่งหาอันหลานซิ่วแม้จะบาดเจ็บ สีหน้าอู่เวิ่นเปลี่ยนไป ในตอนนี้ต้องโจมตีบ้างแล้ว ทว่าทันทีที่ออกเคลื่อนไหว เขาหันไปมองถ้ำทางขวามือ ลำแสงแห่งกระบี่เล่มหนึ่งกำลังพุ่งตรงไปในถ้ำ!
เห็นเช่นนั้น อู่เวิ่นพลันหวาดกลัวและตกใจยิ่ง “ไม่จริง เป้าหมายของพวกมันคือเยี่ยหลิงต่างหาก ไม่ใช่อันหลานซิ่ว!”
……หมายหัวเยี่ยหลิงมาโดยตลอด!



