บทที่ 323 ลูกข้า!
หวังเป่าเล่อเริ่มตื่นเต้นเมื่อคิดว่าอาจจะมีแร้งศักดิ์สิทธิ์ฟักออกมา เขาอดนึกถึงเมื่อตอนที่ยังอยู่ในระดับการฝึกตนโบราณแล้วเห็นสัตว์ปีกสุดเกรงขามบินผ่านขณะกำลังกลับบ้านเกิดไม่ได้ สุดท้ายสัตว์ปีกตัวนั้นก็ถูกใครบางคนฆ่าเอา…แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดจินตนาการสุดบรรเจิดของหวังเป่าเล่อได้
ในหัวของหวังเป่าเล่อตอนนี้เป็นภาพตัวเขาเองยืนอยู่บนหลังแร้งศักดิ์สิทธิ์ ดวงตาเฉียบแหลมของมันก้มมองไปยังโลกเบื้องล่าง ส่วนตัวเขาเกาะอยู่บนหลัง มองภาพโลกใต้เท้าอันแสนงดงามอย่างสุนทรี
แค่แรกเกิดก็มีพลังระดับลมหายใจเที่ยงแท้แล้ว เยี่ยมยอดไปเลย ดูมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้ไกลเหมือนกับข้า หวังเป่าเล่อตื่นเต้นหนัก เขาเฝ้ารออยู่เคียงข้างไข่อย่างสุขใจ การรอคอยแร้งศักดิ์สิทธิ์ฟักออกมาจากไข่นั้นเป็นเรื่องบันเทิงใจยิ่งกว่าการฝึกวิชาและการเขียนพิมพ์เขียวปราการให้เสร็จเสียอีก
หวังเป่าเล่อเฝ้ามองเปลือกไข่ที่ค่อยๆ แตกออกด้วยความคาดหวังอันมากล้น เสียงปริแตกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก
ต้องตั้งชื่อให้แล้ว ชื่ออะไรดีนะ… หวังเป่าเล่อระดมสมองคิดหาชื่อ เขาขบคิดหาชื่อให้แร้งศักดิ์สิทธิ์ที่จะถือกำเนิดในไม่ช้าอย่างหนัก ต้องเป็นชื่อที่ไม่เหมือนใครและฟังดูไพเราะเสนาะหู
เจ้าแดงน้อย ดำน้อย ไข่เหล็ก หวังเป่าเล่อเกาหัว ชื่อที่ผุดขึ้นมามีแต่ชื่อโหลๆ ไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของแร้งศักดิ์สิทธิ์เอาเสียเลย
หวังเป่าเล่อเค้นสมองคิดหาชื่ออย่างหนัก ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่ได้ชื่อที่เหมาะที่สุด ระหว่างกำลังหมกมุ่นอยู่กับการคิดหาชื่อนั้น รอยแตกบนไข่อสูรก็ปริไปรอบเปลือก ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นพร้อมๆ กับเปลือกไข่ขนาดเท่าเล็บมือที่ร่วงออกมา
ชื่อต่างๆ หายไปจากหัวของหวังเป่าเล่อ ชายหนุ่มพลันหยุดหายใจชั่วขณะ รีบหันไปมองในทันใด เขาเห็นขา…ที่ปกคลุมไปด้วยขนเหยียดออกมาจากรูไข่ที่แตกออก
นั่นมันขาแร้งนี่! หวังเป่าเล่อตาเป็นประกาย ลุกยืนด้วยความตื่นเต้น แต่ก็เริ่มนึกสงสัย ขานั่น…ดูใหญ่กว่าขาแร้งที่เขาคิดไว้
มีอะไรแปลกๆ… ขณะที่หวังเป่าเล่อเริ่มเคลือบแคลงใจมากขึ้นเรื่อยๆ ไข่อีกฝั่ง ก็แตกออก มีขาเหยียดออกมาอีกหนึ่งข้าง
หวังเป่าเล่อนิ่งไป เขาจ้องไปยังขาที่มีขนปกคลุม ขาทั้งสองข้างแกว่งไปมา
ทำไมข้ารู้สึกว่านั่นไม่ใช่กรงเล็บแต่เป็น…กีบ หวังเป่าเล่อสูดหายใจลึก ก่อนจะตัวสั่นเทิ้มจากลางสังหรณ์แปลกๆ ในจิตใจ เกิดเสียงปริแตกดังขึ้นอีกครั้ง เปลือกไข่ อีกด้านแตกออก ปรากฏให้เห็นขาข้างที่สามและข้างที่สี่ตามออกมา
หวังเป่าเล่องงงวยไปเมื่อเห็นขาทั้งสี่ข้างที่ห้อยออกมาจากไข่
ทำไมแร้งศักดิ์สิทธิ์ถึงมีขาสี่ข้างได้…นี่มันเรื่องบ้าอะไร! หวังเป่าเล่อสับสนขึ้นมาเล็กน้อย ความคิดในหัวตีกันไปมา เปลือกไข่เริ่มแตกออกจนหมดพร้อมกับเสียงดัง ในที่สุดก็เผยให้เห็น…
หัวที่ปกคลุมไปด้วยขนเปียกๆ ขนาดใหญ่กว่าขาเล็กน้อยโผล่ออกมาจากไข่ มีของเหลวไหลหยดลงมาจากบนหัว สัตว์ที่เพิ่งถือกำเนิดพยายามลืมตาขึ้น อย่างยากลำบากเพื่อมองภาพโลกใบใหม่เบื้องหน้า
หวังเป่าเล่อยืนอยู่ตรงหน้าสัตว์ตัวนั้น ลมหายใจของเขาถี่รัว จ้องมองหัวอสูรตัวจ้อยด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
ตัวสีดำขลับ หูยาวสองข้าง หน้ายื่น ปากยาว…ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือ…
“ลูกข้า!” ขณะที่หวังเป่าเล่อกำลังตกตะลึง อสูรตัวจ้อยก็ลืมตาได้ในที่สุด มันมองไปรอบๆ และเมื่อหันมาเห็นหวังเป่าเล่อ ก็ส่งเสียงร้องแรกออกมา มันดูจะชอบพอในตัวชายหนุ่มไม่เบา
อสูรตนนี้ตัวเล็กมาก มีขนาดเท่ากับหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น แต่กลับมีพลังปราณระดับลมหายใจเที่ยงแท้แล้ว แม้จะเพิ่งลืมตาดูโลก แต่เสียงของมันก็ดังก้องไปทั่วทั้งห้องและฟังดูเริงร่ายิ่งนัก หวังเป่าเล่อยกมือตบหน้าผากตัวเองหนึ่งฉาด ภาพฝันกับความเป็นจริงนั้นช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ไข่อสูรใบนี้ฟักออกมาเป็นลา! ไม่ใช่แค่ลา แต่เป็นลาตัวผู้! หน้าโง่เอ๊ย! หวังเป่าเล่อโมโหจนแทบจะระเบิด เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ไข่ส่วนมากมักจะฟักเป็น สัตว์ปีก ถ้าเป็นงูก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่นี่กลับเป็นลา ชายหนุ่มคิดมาตลอดว่า ลาเกิดจากการตกลูกไม่ใช่การฟัก…
ดูเหมือนเจ้าลาน้อยจะสัมผัสไม่ได้ถึงความหงุดหงิดและความเดือดดาลในใจของหวังเป่าเล่อ หลังจากดิ้นออกจากเปลือก มันก็ยืนทรงตัวไม่อยู่ ขาไขว้เป็นกากบาทและทรุดลงพื้น ผ่านไปครู่ใหญ่มันถึงตั้งขาหน้าสองข้างขึ้นได้ ทุกครั้งที่ลงน้ำหนักไปที่ขาหลัง มันก็จะหล่นดังตุ้บลงกับพื้น
หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง เจ้าลาน้อยก็หยุดนิ่ง นั่งหูตูบมองไปทางหวังเป่าเล่อ ตาละห้อย ก่อนจะหันไปมองเปลือกไข่ข้างๆ ทันใดนั้นมันก็อ้าปากกัดกินเปลือกไข่ไปหนึ่งส่วน
เปลือกไข่เหมือนจะมีรสชาติดีทีเดียว เจ้าลาน้อยตาเป็นประกาย นอนกางขาเคี้ยวกรอบแกรบบนพื้น หวังเป่าเล่อมองมันอย่างหงุดหงิด ไม่นานเจ้าลาน้อยก็กินเปลือกไข่จนหมด ทั้งยังไล่เลียของเหลวตรงพื้นจนสะอาด…
แม้จะกินไปหมดนั่นแต่ก็เหมือนยังไม่อิ่ม เจ้าลาจ้องไปทางหวังเป่าเล่อด้วย ดวงตากลมโต มันกะพริบตาและส่งเสียงร้องออกมา
“ลูกข้า!”
หวังเป่าเล่อหน้าบูดบึ้งขึ้นทันใด เขารู้ดีว่าพวกลาต่างส่งเสียงร้องคล้ายๆ แบบนี้ แต่ก็รู้สึกว่าเสียงร้องของเจ้าลานี่มันแปลกพิกลอยู่ดี เจ้าลาน้อยเห็นหวังเป่าเล่อนิ่งเฉยก็เริ่มตื่นตระหนกจึงร้องดังขึ้นกว่าเก่า
“ลูกข้า!”
หวังเป่าเล่อจ้องเขม็งไปทางลาน้อยที่กำลังนอนเตะขาอยู่บนพื้นพลางร้องลั่นใส่เขา ชายหนุ่มจับสัตว์ตรงหน้าดึงเข้ามาหาตน ก่อนจะจ้องมองอย่างขุ่นเคือง
“เลิกร้องได้แล้ว!”
“ลูกข้า! ลูกข้า!” เจ้าลาไม่หยุด กลับร้องดังขึ้นกว่าเก่า หวังเป่าเล่ออารมณ์เสียหนักขึ้นไปอีกเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายความรู้สึกนี้ดี เขาถอนหายใจเนื่องจากไม่มีอะไรที่เหมาะเป็นอาหารของลา แต่เสียงของมันช่างดังแสบแก้วหูเหลือเกิน ชายหนุ่มจึงหยิบเอาขนมที่หลี่อี้ซื้อมาฝากขึ้นมาหนึ่งกำมือ ก่อนจะโยนไปทางเจ้าลา
หลังจากโยนขนมไป เจ้าลาน้อยก็หล่นตุ้บลงพื้นอีกครั้ง เมื่อเห็นขนมปุ๊บมันก็เลิกร้องทันใด รีบคลานไปหาขนมอย่างยากลำบาก ไม่นานก็เข้าไปใกล้ มันไม่เสียเวลา ฉีกซองออกแม้แต่น้อย กลับเขมือบลงคอไปทั้งซอง…
ไม่นานมันก็กินขนมที่หวังเป่าเล่อโยนมาให้จนหมด หลังจากนั้นก็ล้มตัวนอนลงบนพื้นอย่างสบายใจ หลับตาพริ้ม ก่อนจะเข้าสู่ภวังค์นิทรา
หวังเป่าเล่อมองเจ้าลาที่นอนกรนอยู่ด้วยความเหนื่อยหน่าย ผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็ถอนหายใจออกมา เลิกสนใจเจ้าลา และหันกลับไปนั่งขัดสมาธิ ตั้งใจจะฝึกวิชาเพื่อปลดปล่อยความหงุดหงิดในใจ
แต่ผ่านไปไม่นาน…เพิ่งจะพ้นรุ่งสางวันใหม่ หวังเป่าเล่อที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ได้ยินเสียงร้องของเจ้าลาดังขึ้นในหู
“ลูกข้า!”
หวังเป่าเล่อสะดุ้ง ลืมตาขึ้นมองอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นสภาพเจ้าลา เขาก็ส่งเสียงร้องประหลาดใจออกมา
โตขึ้นไวเสียจริง หวังเป่าเล่อตกใจเล็กน้อย เจ้าลานั้นโตขึ้นกว่าเมื่อวาน จากตัวเท่าหนูขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือ กลายเป็นว่าตอนนี้เขาต้องใช้สองมืออุ้มเจ้าลาที่ขนาดเกือบเท่ากระต่าย
ชายหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่งก็โยนขนมหลายถุงไปให้เพิ่ม เจ้าลาส่งเสียงร้องดี๊ด๊า เคี้ยวกินอย่างสุขใจ
หวังเป่าเล่อถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงร้องของมัน ที่ฟักออกมานั้นไม่ใช่อสูรสงคราม แต่เป็นอสูรที่จะมาทำให้เขาปวดกบาลต่างหาก…
ครึ่งเดือนผ่านไป ตลอดครึ่งเดือนมานี้ เจ้าลาจะร้องขึ้นทุกครั้งที่หิว หลังจากกินมันก็หลับปุ๋ยไป มันโตไวจนแม้แต่หวังเป่าเล่อก็ต้องแปลกใจ เจ้าลาไม่ได้มีขนาดเท่ากระต่ายอีกต่อไป ตอนนี้มันโตจนเท่าม้าตัวเล็กแล้ว
ตัวของมันมีสีดำขลับ ดวงตากลมโตและหูยาวทำให้มันดูน่ารักตราบใดที่มันไม่ส่งเสียงร้องออกมา พอเติบใหญ่ขึ้นพละกำลังก็มากขึ้น ในที่สุดเจ้าลาก็หยัดยืนด้วยสี่ขาของมันได้ มันวิ่งตามหวังเป่าเล่อไปทั่วที่พักตลอดทั้งวัน
หวังเป่าเล่อทนได้เกือบทุกอย่าง ที่เขาทนไม่ไหวจริงๆ คือ…ความอยากอาหารอัน มากล้นของมัน เจ้าลามีฟันสุดแข็งแกร่งและท้องที่เป็นเหมือนหลุมดำ สามารถกัดกินและย่อยได้ทุกสิ่งอย่าง
สองสัปดาห์ที่ผ่านมา มันเขมือบขนมที่หลี่อี้ซื้อมาฝากชายหนุ่มจนหมด แถมยังเริ่มกัดกินเครื่องเรือนของเขา ทุกครั้งที่หวังเป่าเล่อลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิ เขามักเห็นเครื่องเรือนขาหายไปข้างหนึ่ง หรือไม่ประตูห้องก็หายไปทั้งบาน…
ไม่นานเครื่องเรือนภายในที่พักของชายหนุ่มก็หายไปจนหมด…
หวังเป่าเล่อโกรธจนแทบจะระเบิด เขาคิดว่าคงไม่สามารถเลี้ยงเจ้าลาดำนี่ได้นานนัก ชายหนุ่มจ้องเขม็งไปยังเจ้าลาที่กำลังเขมือบประตูตู้เสื้อผ้าของเขาอยู่ ก่อนจะตะโกนขึ้นด้วยความเดือดดาล
“เอาเลย กินเข้าไปอย่าหยุด! พอเจ้าโตขึ้นจนข้าเลี้ยงไม่ไหว ข้าจะจับเจ้ามาย่างเป็นอาหาร!”
เจ้าลาที่กำลังเคี้ยวประตูตู้เสื้อผ้าอยู่สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจึงเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย หันมองหวังเป่าเล่อด้วยดวงตาใสซื่อ มันคิดว่าหวังเป่าเล่อพยายามจะ แย่งชิงอาหารจึงแตกตื่น รีบกินเพิ่มอย่างรวดเร็ว เจ้าลาอ้าปากกัดคำโตไม่กี่ครั้งก็เขมือบประตูตู้เสื้อผ้าหายวับไปทั้งบาน มันรีบกินเร็วเกินไปจนเกือบจะสำลักออกมา…
เจ้าลานี่ช่างโง่เง่าเสียจริง! หวังเป่าเล่อยิ้มบูดเบี้ยว จ้องมองที่พักของตนซึ่งโล่งโจ้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
