I Shall Seal The Heaven Chapter 110

0 Comments

ตอนที่ 110

ความต้องการสังหารของฉู่อวี้เยียน

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า มันกำลังแข่งประมูลกับคนที่อยู่ในชั้นบนสุด! มันเป็นใครกัน? มันสวมหมวกใบใหญ่ ทำให้มองไม่เห็นใบหน้า”

“เจ้าผู้นั้นบังอาจเสนอราคาที่สูงมากสำหรับต้นชุนชิว”

“ผู้ฝึกตนที่อยู่ชั้นบนสุดนั่นเป็นใคร…? ช่างน่าสนใจจริงๆ”

เสียงพูดจาดังกระจายออกไปในลานจัตุรัสประมูล มีเพียงท่านเฉียว ที่อยู่บนพื้นเวที ที่ยังคงดูเหมือนเดิม มันชำเลืองมองมาที่เมิ่งฮ่าว จากนั้นก็มองขึ้นไปยังเขตส่วนตัวชั้นบนสุด

ด้านหลังมัน ความสนใจปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเฉี่ยวหลิง นางมองไปที่เมิ่งฮ่าวอย่างละเอียด แต่เนื่องจากหมวกไม้ไผ่ปีกกว้าง และผ้าที่ปิดบังใบหน้าของเขา นางจึงไม่สามารถจำเขาได้

“ห้าแสน!” ฉู่อวี้เยียนกล่าว คิ้วขมวดมุ่น นี่เป็นราคาที่น่าตกใจมากแม้จะเป็นนางก็ตามที นางก้าวไปข้างหน้า เลิกผ้าม่านในเขตส่วนตัวขึ้น ทันใดนั้น นางก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน ในลานจัตุรัสประมูลด้านล่าง

พวกมันทั้งหมดจำนางได้

“นั่นคือ…”

“ฉู่อวี้เยียน! นั่นคือฉู่อวี้เยียน แห่งสำนักจื่อยิ่น!”

“นั่นคือนาง…” ทั่วทั้งเขตจัตุรัสประมูลเต็มไปด้วยเสียงพูดจา ในแคว้นตงหลายแห่งนี้ ฉู่อวี้เยียน เป็นที่เคารพอย่างสูง นางเป็นผู้ฝึกตนจากสำนักจื่อยิ่น เป็นศิษย์ของเจ้าโอสถจอมปีศาจ และบิดาของนางก็เป็นถึงเจ้าสำนัก รวมถึงความงามอย่างไร้ที่เปรียบ ทำให้ทุกคนจ้องไปที่นางในทันที

“น่าตื่นเต้นนัก ถ้าฉู่อวี้เยียนไม่แสดงตัวก็คงไม่เป็นไร แต่ตอนนี้นางแสดงตัวแล้ว คงไม่มีใครยินดีที่จะเสนอราคาสูงกว่านาง เพื่อสิ่งของที่ธรรมดาเช่นต้นชุนชิวนั้น”

“ดูเหมือนว่าฉู่อวี้เยียน ต้องการต้นชุนชิวนั้นให้จงได้ แม้แต่ตัวตนของนางก็ยอมที่จะเปิดเผยออกมา อย่าบอกข้านะว่า ข่าวลือเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เป็นความจริง?”

“ข้าคิดว่าน่าจะจริง มิเช่นนั้น นางก็ไม่ต้องการต้นชุนชิวมากเช่นนี้”

เสียงพูดจาของผู้ฝึกตนทั้งหลายดังไปทั่ว และในตอนที่ฉู่อวี้เยียนคิดว่า การประมูลต้นชุนชิวจบลงไปแล้ว เสียงเย็นชาของเมิ่งฮ่าวก็ดังออกมา

“หกแสน!” เมิ่งฮ่าว ไม่เพิ่มราคาทีละหนึ่งหมื่นอีกแล้ว ทันใดนั้น เขาเสนอราคาที่สูงกว่าฉู่อวี้เยียนถึงหนึ่งแสน ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่ว แม้แต่ท่านเฉียวก็ยังจ้องมองลงมายังเมิ่งฮ่าว

ฉู่อวี้เยียน ขมวดคิ้วมองไปที่เมิ่งฮ่าว แต่ก็มองเห็นเพียงแค่ด้านบนของหมวกเท่านั้น

“หกแสนห้าหมื่น!”

“เจ็ดแสน” เมิ่งฮ่าวพูดเสียงนิ่งเรียบ เขามุ่งมั่นที่จะซื้อต้นชุนชิวนี้ให้จงได้ และจะไม่ยอมแพ้

“สหายเต๋า, ท่านต้องรู้อย่างแน่นอนว่าข้าคือใคร” ฉู่อวี้เยียนกล่าว เสียงของนางอ่อนโยน ขณะที่จ้องไปที่เมิ่งฮ่าว

“ของชิ้นนี้ไม่ได้มีราคาสำหรับหินลมปราณมากเท่านี้ แต่ข้าจำเป็นต้องใช้มันไปช่วยขจัดพิษ ให้กับคนที่ข้ารู้ว่าท่านต้องรู้จักอย่างแน่นอน ได้โปรดถอยไป ถ้าท่านยอม ข้าจะถือว่าเป็นหนี้ท่านในครั้งนี้”

คำพูดนี้ ทำให้เสียงพูดคุยบนลานจัตุรัสประมูลดังขึ้นไปอีก

“ข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริง นางกำลังจะซื้อไปให้หวังเถิงเฟย แห่งตระกูลหวัง!”

“ตามที่คนจากสำนักจินซวงกล่าว หวังเถิงเฟย หนึ่งในผู้ถูกเลือกจากตระกูลหวัง เคยเป็นศิษย์ของสำนักในแคว้นเล็กๆ แห่งหนึ่ง มันได้พยายามค้นหามรดกที่น่าอัศจรรย์บางอย่าง แต่มันก็เป็นผู้แพ้ในช่วงการแย่งชิงเป็นศิษย์สายใน และผู้ฝึกตนในพื้นที่แห่งนั้นก็ตัดนิ้วของมันไป!”

“มันน่าจะเป็นเรื่องจริง คนที่ชื่อหลี่ฟู่กุ้ยจากสำนักจินซวง สนใจเรื่องราวของหวังเถิงเฟยเป็นอย่างมาก มันพูดเรื่องนี้กับทุกคน สำหรับหวังเถิงเฟย มันรักษาตัวเองได้ไม่ค่อยดีนัก มันสร้างนิ้วใหม่ขึ้นมา แต่มันก็ยังมีพิษอยู่ ผู้คนส่วนใหญ่รู้เรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าฉู่อวี้เยียนต้องการต้นชุนชิว เพื่อไปช่วยหวังเถิงเฟยขจัดพิษที่นิ้วของมัน!”

เมื่อเมิ่งฮ่าวได้ยินเช่นนี้ ประกายอันยากจะมองเห็นได้ก็ปรากฎขึ้นในดวงตา ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ทำไมฉู่อวี้เยียน ถึงได้กระวนกระวายอยากได้ต้นชุนชิวมาก และจากสิ่งที่ผู้ฝึกตนอีกคนพูดมา ก็ดูเหมือนว่าเจ้าอ้วน หลี่ฟู่กุ้ย ไปได้ค่อนข้างดีในสำนักจินซวง

“สหายเต๋าฉู่, ข้าก็จำเป็นต้องใช้ของสิ่งนี้มากเช่นเดียวกัน” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงเย็นชา

ดวงตาของฉู่อวี้เยียนแวบแสงเย็นชาออกมา นางกัดฟันแน่นจ้องไปยังเมิ่งฮ่าว “เจ็ดแสนห้าหมื่น!” นางกล่าว

“เก้าแสน” เมิ่งฮ่าวยังมีหินลมปราณในถุงสมบัติไม่ค่อยมากนัก เขาตัดสินใจที่จะชนะการประมูลต้นชุนชิวให้จงได้ ดังนั้นจึงพูดออกไปด้วยราคาที่สูงลิบลิ่วในทันที

เมื่อได้ยินตัวเลขที่สูงขนาดนั้น ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นก็อ้าปากค้าง และมองอย่างละโมบไปที่เมิ่งฮ่าว แต่จากนั้น พวกมันก็ตระหนักว่า ใครก็ตามที่กล้าฉกฉวยสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าฉู่อวี้เยียน แห่งสำนักจื่อยิ่นไป มันคงต้องมีผู้หนุนหลังอันแข็งแกร่งอยู่เป็นแน่

“เจ้า!” ฉู่อวี้เยียนขบฟันตัวเองอย่างรุนแรง จนเกือบแหลกละเอียด นางเป็นผู้ถูกเลือกจากสำนักจื่อยิ่น แต่หินลมปราณที่นำมา ก็ไม่ใช่ของนางเอง แต่เป็นของสำนัก เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่า ทำไมนางถึงต้องใช้หินลมปราณมากมายเพื่อช่วยหวังเถิงเฟย

ถ้าไม่พูดถึงตำแหน่งภายในสำนัก เก้าแสนเป็นตัวเลขที่ทำให้นางรู้สึกค่อนข้างจะหมดหนทาง นางไม่พูดอะไร เพียงแค่จ้องมองลงไปยังเมิ่งฮ่าว ดวงตาส่องประกายความอาฆาตออกมา

ผ่านไปพักใหญ่ และนางก็ไม่เสนอราคาที่สูงกว่าออกมา ต้นชุนชิวจึงถูกส่งไปที่เมิ่งฮ่าว คนจากศาลาร้อยสมบัติเดินเข้ามาใกล้เขา เพื่อจะรับหินลมปราณ และส่งมอบสิ่งของให้ เขารับมันไว้ และจากเขตจัตุรัสประมูลไปอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้

เขาไม่สนใจสิ่งของอื่น ที่กำลังประมูลกันต่อไป เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะอยู่ต่อ ในการประมูลของผู้ฝึกตน ไม่ว่าใครก็สามารถจากไปได้ทุกเมื่อ

เขารีบจากไป เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ผ่านไปหลายตรอกซอกซอย เขาโยนหมวก และผ้าปิดหน้าทิ้งไป จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนี้เขาดูแตกต่างจากที่อยู่ในเขตจัตุรัสประมูลอย่างสิ้นเชิง

เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งหน้าตรงไปยังทางออกประตูเมือง เมื่อออกไปไกลกว่าร้อยจ้าง เขาก็พุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า กลายเป็นลำแสงพุ่งออกไปยังที่ห่างไกล

หลังจากที่บินไปชั่วธูปไหม้หมดหนึ่งดอก เสียงร้องแหลมเล็กก็ได้ยินมาจากด้านหลัง มันเป็นนกกระเรียนสีขาวบริสุทธิ์ ไล่ตามมาด้วยความเร็วที่มากกว่าเขา

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว และเหลียวหลังมองกลับไป

ที่ยืนอยู่บนหลังของนกกระเรียนเป็น หญิงสาวในชุดสีขาว ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากฉู่อวี้เยียน ใบหน้าของนางไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาเป็นน้ำแข็งอันเย็นเยียบ

นางจ้องอย่างเย็นชามาที่รูปแบบการหลบหนีของเมิ่งฮ่าว นกกระเรียนส่งเสียงร้องออกมา กลายเป็นลำแสงขณะที่พุ่งมาใกล้ แสงสีขาวพุ่งออกมาจากปากของมัน กลายเป็นแหยักษ์ พุ่งมาปกคลุมเมิ่งฮ่าว

ฉู่อวี้เยียนถือแผ่นหยกอยู่ในมือ มีจุดสีดำอยู่บนพื้นผิวแผ่นหยกนั้น ซึ่งเปล่งประกายโบราณออกมา นางใช้มันเรียกภูติผีชายชราผมขาว ออกมาจากด้านบนของแผ่นหยก

ภูติผีนั้นยกมือขึ้น และโบกสะบัดนิ้วตรงไปยังเมิ่งฮ่าว พลังดรรชนีของภูติผีก็พุ่งตามเมิ่งฮ่าวไป ซึ่งเป็นหน้าที่พิเศษของแผ่นหยกนี้โดยเฉพาะ

“ส่งต้นชุนชิวมา ข้าจะไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้กับเจ้า มิเช่นนั้น ข้าจะใช้หยกค้นหานี้ติดตามเจ้าไป หยกโบราณนี้เชื่อมต่อกับเจ้าแล้ว ถึงจะหนีไปจนสุดขอบโลก ข้าก็สามารถหาเจ้าเจอ”

ฉู่อวี้เยียนตบไปที่ถุงสมบัติ และลมปราณสีม่วงก็กระจายออกมา กลายเป็นฝักเมล็ดบัวสีม่วง ขนาดเท่ากำปั้น นางโยนมันตรงไปข้างหน้า ครั้นแล้วมันก็สั่นไปมา ยิงเมล็ดบัวออกไปสิบกว่าเม็ด เมื่อมันลอยออกไป เมล็ดบัวสีม่วง ก็กลายเป็นผีสตรีที่ใส่เกราะหุ้มควงหอกต่อสู้ พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

เมื่อพวกมันใกล้เข้ามา แรงกดดันจากพลังฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณของฉู่อวี้เยียน ก็เจาะไชไปยังเมิ่งฮ่าว รวมถึงสตรีในชุดเกราะที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว ก็ดูเหมือนจะมีพลังขั้นพื้นฐานลมปราณระดับต้นด้วย แหสีขาวที่ด้านบนหมุนวนอย่างรุนแรง

ดวงตาของเมิ่งฮ่าวสาดประกาย ในช่วงหกหรือเจ็ดปีที่ผ่านมา เขามีประสบการณ์การต่อสู้ด้วยเวทอาคมอย่างมากมาย โดยไม่รอให้ร่างแหสีขาวขนาดใหญ่ตกลงมา เขาเปิดปากขึ้นพ่นธวัชสายฟ้าออกมา

กลายเป็นกลุ่มหมอกพุ่งออกไป มีประกายไฟแวบไปมาอยู่ภายใน มันไม่ได้พุ่งตรงไปยังร่างแหที่ตกลงมา แต่เข้าไปใกล้กลุ่มภูติผี ห้อหุ้มพวกมันไว้

เสียงระเบิดดังออกมายังทุกทิศทาง กลุ่มภูติผีสตรีแหลกสลายกลายเป็นชิ้นๆ ฉู่อวี้เยียนขมวดคิ้ว ยกมืออันละเอียดอ่อนของนางขึ้น ขยับเป็นรูปแบบเวทอาคม ขณะที่นางกำลังขยับมืออยู่นั้น มือของเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น

เขาใช้กลุ่มหมอกที่กระจายออกมาจากธวัชสายฟ้า ป้องกันไม่ให้ฉู่อวี้เยียนมองเห็นมือของเขาได้ จากนั้นก็ตบไปที่ถุงสมบัติ หยิบกระจกทองแดงออกมา ส่องไปยังนกกระเรียนของฉู่อวี้เยียน

ทันใดนั้น ดวงตาของนกกระเรียนก็เบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เสียงระเบิดดังออกมา เมื่อปีกของมันระเบิดออก กลายเป็นหมอกโลหิต และเศษเนื้อ ต่อมาส่วนท้ายของมันก็สั่นไหว และจากนั้นก็ระเบิด!

โลหิต และเศษเนื้อกลายเป็นสายฝนตกลงไปด้านล่าง และเสียงร้องอย่างโหยหวน ก็ดังออกมาจากจะงอยปากอันสง่างามของมัน สูญเสียความสามารถในการบินไป ร่างของมันสั่นสะท้านตกลงไปที่พื้น ความเจ็บปวดกระจายไปทั่วร่าง

ฉู่อวี้เยียนอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นปีก และก้นของนกกระเรียนระเบิดจนโลหิตสาดกระจาย ทำให้นางหวาดกลัวไปชั่วครู่

ขณะที่นกกระเรียนกรีดร้อง และตกลงไปบนพื้น ร่างแหยักษ์สีขาวก็เริ่มตกลงมา เมิ่งฮ่าวพุ่งถอยหลังหลบออกไป สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเรียกให้หมอกสายฟ้ากลับเข้าไปในถุงสมบัติ

จากนั้น ก็หยิบเอาธนูสีดำออกมา เขาดึงสายธนู และยิงลูกธนูออกไปเก้าดอก พุ่งไปยังฉู่อวี้เยียนที่กำลังตกใจอยู่ ด้วยพลังฝึกตนของเขา ลูกธนูแหวกฝ่าอากาศส่งเสียงแหลมเล็กออกไป

เสียงระเบิดดังออกมาอย่างต่อเนื่อง เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว พุ่งถอยออกไปด้วยความเร็วสูงสุด ตอนนี้มีเกราะป้องกันสีม่วงหมุนวนไปรอบๆ ร่างฉู่อวี้เยียน เมื่อลูกธนูกระแทกเข้าไป พวกมันก็แตกสลายเป็นชิ้นๆ แต่เกราะป้องกันนั้นก็ถูกกระแทกจนถอยไปด้านหลัง จากนั้นก็แตกออกเป็นชิ้นๆ เช่นเดียวกัน

เสื้อผ้าของฉู่อวี้เยียนฉีกขาดออก เนื่องจากลูกธนูพวกนั้น เผยให้เห็นผิวกายอันขาวผ่อง การได้เห็นเช่นนี้ อาจทำให้บุรุษส่วนใหญ่ต้องใจเต้นระรัวด้วยความกระหาย แสงอันคมกริบกระจายออกมาจากดวงตาของนาง ขณะที่จ้องไปยังคันธนูสีดำในมือของเมิ่งฮ่าว

“ธนูนั่น สำนักข้าได้มอบให้ศิษย์พี่ติงซิ่น ทำไมเจ้าถึงมีมัน? หลังจากที่ติงซิ่นไปยังแคว้นจ้าว แผ่นชีวิตของมันก็แตกเป็นเสี่ยงๆ, แคว้นจ้าว…”

ประกายแห่งความฉลาดเต็มอยู่ในดวงตา ขณะที่นางพูด ดวงตาก็กว้างขึ้น นางคิดว่าเมิ่งฮ่าวดูคุ้นๆ แต่ตอนนี้ นางสามารถเชื่อมต่อความคิดได้แล้ว ในที่สุดนางก็จำเขาได้ นี่คือ เมิ่งฮ่าว ซึ่งหวังเถิงเฟย มักจะพึมพำเกี่ยวกับเขาอยู่เป็นประจำ

“เจ้า…เจ้าคือเมิ่งฮ่าว! แคว้นจ้าวไม่ใช่หายไปแล้ว? เจ้า…”

“ช่างเป็นหญิงสาวที่ชาญฉลาดนัก” เมิ่งฮ่าวกล่าว จากนั้นก็บินจากไป

ตอนนี้นางได้รู้ว่าเขาเป็นใคร ความต้องการสังหารก็ยิ่งมีมากขึ้น นางพุ่งไล่ตามไป จิตใจเต็มไปด้วยความตกใจ เมื่อนางคิดไปว่า เพียงไม่กี่ปีที่แล้ว เมิ่งฮ่าวยังอยู่ที่ระดับห้า หรือหก ขั้นรวบรวมลมปราณในตอนนั้น

แต่ตอนนี้ เขาอยู่ที่ขั้นพื้นฐานลมปราณ จากการสั่นสะเทือนของพลังฝึกตนของเขา ก็เห็นได้ชัดว่า มันไม่ใช้ขั้นพื้นฐานแตกหัก นางมั่นใจถึงเก้าในสิบส่วนว่า มันต้องเป็นพื้นฐานรอยร้าว!

เหตุการณ์เมื่อไม่กี่ปีมานี้ในแคว้นจ้าว ได้สร้างคลื่นอันยิ่งใหญ่แห่งความน่าตกใจ กระเพื่อมออกไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ ฉู่อวี้เยียนรู้สึกประหลาดใจที่เมิ่งฮ่าวมาปรากฎตัวอยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่า เขาได้หลบหนีออกมาจากแคว้นจ้าวก่อนที่มันจะหายไป

เมื่อมันบินผ่านไป ภูเขาก็แยกออก และสลายลงไปภายใต้เสียงกรีดร้องของคุนเผิง จากที่ห่างไกล ผู้ฝึกตนมากมายได้เห็นคุนเผิง และกลิ่นอายแห่งความตายของมัน

จิตใจของผู้ฝึกตนเหล่านั้นเต้นรัว เมื่อพวกมันคิดไปถึงของวิเศษที่อยู่บนร่างของคุนเผิง บางคนพยายามที่จะไล่ตามมันไป แต่พวกมันก็ช้ามาก ในชั่วระยะเวลาธูปไหม้หมดหนึ่งดอก พวกมันก็ถูกทิ้งอยู่ด้านหลัง

คุนเผิงผู้โดดเดี่ยวนี้ดูเหมือนใกล้จะถึงแก่ความตาย แต่ก็เหมือนเช่นเคย มันบินผ่านท้องฟ้าไป ราวกับราชันย์แห่งท้องนภา!

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: