Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1114

I shall seal the heaven Chapter 1114

ตอนที่ 1114

ข้าเรียกว่า…เต้าฟาง!

ขณะที่เสียงของเมิ่งฮ่าวผ่านเข้าไปในหูของมัน และดังก้องไปมา ไห่ตงชิงก็รู้สึกได้ว่ามีมือฟาดลงมาบนศีรษะของมัน…

ตูม!

ดวงตาไห่ตงชิงเบิกกว้างขึ้น ขณะที่ผิวหนังบนศีรษะของมันฉีกขาดออก ในชั่วพริบตาร่างกายมันทั้งหมดก็พังทลายกลายเป็นชิ้นๆ ไป

ในตอนนั้นร่องรอยทั้งหมดของไห่ตงชิงที่มีอยู่ในโลกแห่งนี้หายไปจนหมดสิ้น ประตูเคลื่อนย้ายทางไกลก็หายไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

การที่ถูกเมิ่งฮ่าวสังหารไปสามครั้งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้มันได้ตกตายไปจริงๆ!

ในตอนที่มันตายไป ขณะที่โลหิตและชิ้นเนื้อลอยไปมา เครื่องหมายลำดับขั้นของมันก็เริ่มส่องแสงจางๆ ออกมา และจากนั้นก็ลอยตรงมายังเมิ่งฮ่าว

“คำพูดของอวี่เหวินเจียนเชื่อถือไม่ได้! ก่อนหน้านี้มันบอกว่าได้สังหารไห่ตงชิงไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามันเป็นคำพูดที่ไร้สาระเป็นอย่างยิ่ง!” ความคิดเช่นนี้เกิดขึ้นกับเมิ่งฮ่าวตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เมื่อเขาสังหารไห่ตงชิงไปเป็นครั้งที่สอง ตอนนี้เขาแค่นเสียงเย็นชา ขณะที่ยื่นมือออกไปและคว้าจับเครื่องหมายลำดับขั้นไว้

เครื่องหมายนั้นหลอมรวมเข้าไปในร่างของเมิ่งฮ่าวในทันที

ทำให้เกิดเป็นความเจ็บปวดที่เสียดแทงเข้าไปตรงหน้าผากของเขาอย่างรุนแรง ตอนนี้มีเครื่องหมายที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเขา และถ้าดูให้ละเอียดก็จะบอกได้ว่าจริงๆ แล้ว มีสัญลักษณ์สองชิ้นอยู่ที่นั่น ดูซับซ้อนและหรูหราสวยงาม ราวกับว่ามันได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกล้ำมา

ในเวลาเดียวกันนั้น แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่างเมิ่งฮ่าว และรู้สึกได้ถึงสิ่งที่คล้ายกับเป็นพลังอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ ไหลออกมาจากเครื่องหมายบนหน้าผาก พร้อมกันนั้นเวทผนึกอสูรของเขาก็เริ่มกระจายออกไปเอง ขณะที่มรดกของพันธมิตรแห่งผู้ผนึกอสูรได้หลอมรวมเข้ากับกลิ่นอายของเครื่องหมายลำดับขั้น

เมื่อเกิดการรวมตัวกันขึ้น ร่างกายเมิ่งฮ่าวก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง และเสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ที่คล้ายกับเป็นเสียงการทำลายล้างของสวรรค์และปฐพีก็เต็มอยู่ในจิตใจ มันกระจายออกไปจนถึงวิญญาณของเขา และทำให้เกิดเป็นลำแสงที่มองไม่เห็นพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปในท้องฟ้า และตระหนักว่าเขาถูกห้อมล้อมด้วยเสาแห่งแสง เป็นแสงที่มีเมิ่งฮ่าวอยู่ด้านใน พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางทั้งหมด โผล่ออกไปจากอาณาจักรสายลม และแทงทะลุเข้าไปในท้องฟ้า

โดยที่ไม่มีการหยุดลง แสงนั้นพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในชั่วพริบตาก็แทงทะลุผ่านสิ่งต่างๆ ทั้งหมด ไปปรากฏขึ้น…ในอาณาจักรขุนเขาทะเล!

ตอนนี้เขาลอยตัวอยู่ตรงความสูงที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ มองลงไปยังขุนเขาทั้งเก้าที่เรียงรายอยู่ด้วยกัน ดวงตะวันและจันทราโคจรหมุนวนอยู่รอบๆ พวกมัน และมีทะเลเก้าแห่งอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในเก้าขุนเขาและเก้าทะเลอีกด้วย

นอกเหนือจากนั้น ที่ด้านนอกของเก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่ ดูเหมือนว่าจะเชื่อมต่ออยู่กับอาณาจักรที่อยู่ต่ำกว่าลงมา ซึ่งเป็นดินแดนขนาดใหญ่อยู่สามแห่ง

หนึ่งในดินแดนเหล่านั้นคือ…อาณาจักรสายลม!

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้น ขณะที่มองจากดินแดนขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านล่างทั้งสาม ขึ้นไปยังเก้าขุนเขาเก้าทะเล

เขาสามารถมองเห็นดาวหนานเทียน และบิดามารดากำลังยืนอยู่ที่ชั้นบนสุดของเจดีย์แห่งถัง เขาอยากจะร้องตะโกนออกไปเพื่อทักทาย แต่ก็ไม่มีเสียงดังออกมาแม้แต่น้อย

เขายังมองเห็นพี่สาวกำลังฝึกตนอยู่ในสำนักตี้เซียนอีกด้วย มองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่มากมายในขุนเขาทะเลที่เก้า

เขามองเห็นเจ้าอ้วน, เฉินฝาน, หวังโหย่วฉาย…และในอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า เขามองเห็นจิ่วผอและคนอื่นๆ กำลังนั่งขัดสมาธิเข้าฌานอยู่ ขณะที่คนเหล่านั้นเฝ้ารอคอยให้อาณาจักรสายลมเปิดออกมาอีกครั้ง

ด้วยความรู้สึกที่สั่นสะท้านอยู่ภายในใจ เขามองไปยังขุนเขาที่เก้า และบนยอดเขานั้น ก็มองเห็นดวงตาขนาดใหญ่ ที่ทันใดนั้นก็หันมามองยังเขาด้วยความรู้สึกที่สับสน

เขามองเห็นเคอจิ่วซือกำลังนั่งเข้าฌานอยู่ในสำนักเซียนอสูรโบราณ เขามองไปยังดาวตงเซิ่ง และเห็นร่างจำแลงของปรมาจารย์ตระกูลฟาง

ร่างจำแลงนั้นเดิมทีกำลังนั่งอยู่ที่นั่นคล้ายกับเป็นรูปปั้น แต่ทันใดนั้นท่านก็เงยหน้าขึ้น และมองทะลุผ่านความว่างเปล่าตรงมายังเมิ่งฮ่าว ด้วยท่าทางที่ตกใจอยู่เล็กน้อย

เมิ่งฮ่าวเริ่มหอบหายใจออกมา ขณะที่มองไปยังเก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่ทั้งหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพบเจอกับเรื่องราวเช่นนี้ เขายังจำได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันนี้ ในตอนที่เดินทางไปด้วยเรือที่อยู่ในทะเลเทียนเหอ

ตอนนี้เขาคิดไปถึงชายชราบนเรือลำนั้น ด้วยความรู้สึกประทับใจอย่างลึกล้ำขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

ขณะที่เขาลอยตัวอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหันหน้ามองตรงไปยังขุนเขาที่สี่ เขาเริ่มสั่นสะท้านเมื่อได้เห็น…สวี่ชิง!

เห็นได้ชัดว่า นางไม่มีทางจะรู้ว่าเขาสามารถมองเห็นนางได้ เขารู้สึกเหมือนกับได้อยู่ใกล้ชิดกับนางเป็นอย่างยิ่ง แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็อยู่ห่างไกลกันเป็นอย่างมาก ทำให้จิตใจเขาต้องเสียวแปลบขึ้นด้วยความเจ็บปวด

นางนั่งขัดสมาธิอยู่ในแม่น้ำแห่งดวงดาว โดยมีผู้พิทักษ์เต๋านั่งขัดสมาธิอยู่ใกล้กัน นางมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับก่อนที่จะไปเกิดใหม่ เรียบง่ายและเย็นชา

“ชิงเอ๋อร์…” เมิ่งอ่าวพึมพำ

แทบจะในทันทีที่คำพูดหลุดออกมาจากปากเขา แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่างสวี่ชิง ขนตานางสั่นพลิ้วขณะที่ลืมตาขึ้นมา ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน

หนึ่งในหญิงชราที่นั่งอยู่ข้างกายนาง เข้าไปใกล้ในทันที

“เส้าจู่ (นายน้อย) เกิดอะไรขึ้น?”

สวี่ชิงไม่กล่าวตอบในทันที แค่จ้องมองออกไปในความว่างเปล่า

ในที่สุดนางก็กล่าวว่า “เหมือนกับมี…ใครบางคนกำลังตะโกนเรียกข้า” สุดท้ายสายตานางก็ไปหยุดอยู่ที่…ทิศทางของขุนเขาทะเลที่เก้า

ขณะที่เมิ่งฮ่าวจ้องมองไปยังขุนเขาทะเลที่สี่ ตรงส่วนลึกที่สุดของขุนเขาที่สี่ ทันใดนั้นดวงตาคู่หนึ่งได้จ้องนิ่งมายังเขาอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็ละสายตาไป

เมิ่งฮ่าวรับรู้ได้ จึงเลื่อนสายตามองไป และพบว่าตนเองกำลังมองไปยังรูปปั้นขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อกระจายออกมาจากรูปปั้นนั้น ทำให้เมิ่งฮ่าวรู้สึกตกใจโดยสิ้นเชิง มันเป็นแรงกดดันที่แข็งแกร่งเกินกว่าบุคคลใดๆ ที่เขาเคยพบเจอมาก่อน

ทันใดนั้นเสียงเก่าแก่โบราณก็ดังก้องออกมาจากรูปปั้นนั้น “ที่แท้ก็เป็นการถอดจิตของสหายน้อยเมิ่งฮ่าวนั่นเอง ไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ เกี่ยวกับสวี่ชิง ข้ารับนางไว้เป็นศิษย์แล้ว สหายน้อย…ข้าหวังว่าเจ้าจะถอดจิตได้อย่างปลอดภัย”

หลังจากผ่านไปชั่วขณะ เมิ่งฮ่าวก็ประสานมือและโค้งตัวลงต่ำ จากนั้นก็มองไปยังสวี่ชิงอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง ก่อนที่จะมุ่งความสนใจกลับไปยังเก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่ เขามองเห็นปรมาจารย์เอกะเทวะกำลังลอยผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวของขุนเขาที่แปด ครวญเพลงออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่ากำลังมีความสุขไร้ความวิตกใดๆ

ทันใดนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่าง มันไม่มีเส้นขนอยู่บนร่าง แต่ถ้ามี เส้นขนทั้งหมดคงจะลุกตั้งชี้ชันขึ้นมาแล้ว

“ใคร! ใครกำลังแอบมองท่านปู่ของเจ้าอยู่!!” มันแผดร้องออกมา

“บัดซบ มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับ…คล้ายกับเจ้าสารเลวน้อยเมิ่งฮ่าว! อ๊ากกกกก!!”

“เหลาจู่หลบหนีมาตลอดทางจนถึงที่แห่งนี้ แต่เจ้า เจ้า เจ้า…เจ้าก็ยังไม่ยอมจะเลิกลา?!?!” หลังจากที่มองไปรอบๆ อยู่ชั่วครู่ มันก็จ้องมองเข้าไปในความว่างเปล่าอยู่ชั่วขณะด้วยความงุนงง ทันใดนั้นก็เริ่มหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา

“อันที่จริงเจ้าอยู่ที่นั่นนี่เอง มาสิ เจ้าสารเลวน้อย ถ้าเจ้ามีความสามารถก็มาเลย!”

เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา แต่ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น เนื่องจากสภาวะที่เขาอยู่ในตอนนี้ ทำให้ทันใดนั้นสามารถจะมองเห็นบางสิ่งที่อยู่บนหลังของปรมาจารย์เอกะเทวะ

ตรงมุมที่ดูเหมือนว่าจะปกติธรรมดาของแคว้นจ้าว

บนหลังของปรมาจารย์เอกะเทวะ ตรงจุดกึ่งกลางของแคว้นจ้าวเป็น…ประตูบานหนึ่ง!

ประตูนั้นกระจายแสงที่อ่อนจางออกมา และจู่ๆ ที่เมิ่งฮ่าวมองเห็นมัน ก็เริ่มเข้าใจได้ในทันที มีบางสิ่งที่เขารู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับประตูบานนั้น เป็นสิ่งที่คล้ายกับเป็นกลิ่นอายของสำนักเซียนอสูรโบราณ

“มรดกแห่งราชันหลี่!!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้น และจิตใจก็เริ่มเต้นรัว เมื่อตระหนักว่า มรดกแห่งราชันหลี่จริงๆ แล้วก็อยู่บนหลังของปรมาจารย์เอกะเทวะนั่นเอง!

เขามีเวลาน้อยมากที่จะพิจารณาถึงเรื่องนี้ ขณะที่พบว่าตนเองกำลังลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ อยู่ภายในเสาแห่งแสง ลอยสูงขึ้นไปในความว่างเปล่าเหนืออาณาจักรขุนเขาทะเลทั้งหมด

เขาพยายามระงับจิตใจที่กำลังสั่นสะท้านไว้ ขณะที่มองเข้าไปในอุโมงค์แห่งความว่างเปล่า และทันใดนั้นแสงแห่งความมุ่งหวังก็ปรากฏขึ้นในดวงตา เขาตระหนักว่าเรื่องทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ก็เนื่องมาจากลำดับขั้น ถึงแม้จะไม่มั่นใจนักว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เขาก็รู้ว่า…อาณาจักรขุนเขาทะเลจริงๆ แล้วคืออะไร!

“สามสิบสามสวรรค์…? จากสิ่งที่ข้าได้เรียนรู้มาจากผู้ผนึกอสูรรุ่นหก การทะลวงผ่านสามสิบสามสวรรค์ก็คือทัณฑ์ขุนเขาทะเล!”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น เริ่มพุ่งขึ้นไปเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ

เขาไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าใดแล้ว แต่ในที่สุดก็ทะลวงผ่านเกราะป้องกันบางอย่างออกไป และพบว่าตนเองกำลังมองไปยังเส้นทางแห่งหนึ่ง!

เป็นเส้นทางที่อยู่ในท่ามกลางกลุ่มดาว!

มีสามสิบสามอาณาจักรอยู่บนเส้นทางนั้น ซึ่งดูคล้ายกับเป็นผนึกสามสิบสามชั้น ที่ห่อหุ้มอาณาจักรขุนเขาทะเลไว้โดยสิ้นเชิง

ลำแสงได้นำพาเขาไปตามเส้นทางนั้น และพุ่งทะลวงผ่านอาณาจักรเหล่านั้นออกไปอาณาจักรแล้วอาณาจักรเล่า

ทะลวงผ่านไปจนถึงอาณาจักรที่สามสิบสาม และดูเหมือนว่าเขากำลังจะมองเห็นความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ไกลเกินกว่านั้น แต่ในตอนนี้เอง ที่ลำแสงสีทองได้สาดประกายขึ้นมาในดวงตา จนกระทั่งกลายเป็นสิ่งทั้งหมดที่เขาสามารถจะมองเห็นได้

ทุกสิ่งทุกอย่างแตกกระจายไป!

แรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่าง และแสงที่อยู่รอบๆ ตัวก็เริ่มพังทลายลงไป กระแสแห่งวิญญาณของเขาที่อยู่ในลำแสงเริ่มลอยห่างออกไป แต่ก่อนที่จะเป็นเช่นนั้น เสียงที่ฉีกสวรรค์หั่นปฐพีก็ดังก้องออกมา

“ข้าเรียกว่า…เต้าฟาง!”

ย้อนกลับไปในอาณาจักรสายลมแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเล บนภูเขากั๋วยิ่นของชนเผ่าที่เจ็ด เมิ่งฮ่าวสั่นสะท้านจนต้องแผดร้องออกมา และจากนั้นก็กระอักโลหิตออกมากองโต ถอยโซเซไปทางด้านหลังด้วยใบหน้าที่ซีดขาว

เครื่องหมายที่อยู่บนหน้าผากส่องแสงระยิบระยับขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ เวทผนึกอสูรของเขาก็จางหายไปด้วยเช่นกัน

“แสงสีทองนั่นคืออะไร?!?!”

“และเสียงนั่น เต้าฟาง เต้าฟาง…ทำไมนามนั่นถึงได้คุ้นหูนัก ข้าเคยได้ยินมาก่อนจากที่ไหน!?” เมิ่งฮ่าวเริ่มหอบหายใจออกมา และก่อนที่จะทันได้รำลึกไปถึงนามนั้นมากกว่านี้ แสงอันเจิดจ้าก็พุ่งขึ้นมาจากวิหารกลางของอาณาจักรสายลม

แสงนั้นมีความกว้างถึงหนึ่งหมื่นจ้าง และพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้าราวกับว่า จะฉีกสวรรค์ให้ขาดออก ระลอกคลื่นอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้พุ่งกระจายออกไป และอีกครั้งที่โลกแห่งภูเขาและรูปปั้นได้เปิดออกมา

สายตาทุกคู่จ้องนิ่งไปที่ด้านบน รวมทั้งผู้ฝึกตนลำดับขั้นทั้งหมด ไม่ว่าพวกมันกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้ คนทั้งหมดต่างก็รู้สึกว่าจิตใจกำลังเต้นรัว

ขณะที่มองขึ้นไป สนามรบที่อยู่รอบๆ วิหารกลางทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบ และทุกคนต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง มองไปยังเสาแห่งแสงอันเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี้

ในโลกที่ด้านบนมีภูเขาลูกหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มหมอก อยู่ที่ด้านหลังของภูเขาและรูปปั้นทั้งหมด เป็นภูเขาที่สูงมากที่สุดในโลกแห่งนั้น และทันใดนั้นเอง…ภูเขานั้นก็พังทลายลงไปกลายเป็นเศษหินดินทราย และจากนั้นก็ก่อตัวขึ้นมาใหม่กลายเป็นรูปปั้นหนึ่งรูป

รูปปั้นนั้นดูคล้ายกับเป็นนักรบเซียน ที่น่าตกใจอย่างถึงที่สุด ในทันทีที่คนทั้งหมดมองเห็นใบหน้าของรูปปั้น พวกมันต่างก็ประหลาดที่ได้เห็น…เมิ่งฮ่าว!

ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงที่เย็นชาและเก่าแก่โบราณก็ดังก้องออกมา ดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงที่ไร้ความรู้สึก ดังเต็มไปทั่วทั้งอาณาจักรสายลม กึกก้องไปทั่วในท้องฟ้า

“เมิ่งฮ่าว ผู้ฝึกตนลำดับขั้นจากขุนเขาที่เก้า สังหารผู้ฝึกตนลำดับขั้นคนอื่น ถือว่าละเมิด…”

ก่อนที่เสียงนั้นจะทันได้กล่าวจบ อีกเสียงหนึ่งก็ดังก้องออกมา แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงที่ไม่ได้ไร้อารมณ์ความรู้สึกเช่นก่อนหน้านี้ ระลอกคลื่นอันน่ากลัวพุ่งกระจายออกไป และถ้าฟังดูให้ละเอียด ก็จะบอกได้ว่า…นั่นเป็นเสียงที่แตกต่างไปจากเสียงแรกอย่างแท้จริง!

“รางวัลคือ…ของวิเศษโบราณ, ขวานเซียนเทพสวรรค์!”

หมายเหตุ :

  1. 1. เมิ่งฮ่าวเดินทางไปบนเรือผ่านเก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่ ในตอนที่ 685: เดินทาง
  2. 2. เมิ่งฮ่าวได้ข้อสรุปเกี่ยวกับทัณฑ์ขุนเขาทะเลในตอนที่ 1026: หายนะของ 33 อาณาจักรขุนเขาทะเล!
  3. 3. เต้าฟาง ถูกพูดขึ้นมา 2 ครั้ง ตอนที่ 731 และ 887: แก่นแท้แห่งเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: