Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1122

I shall seal the heaven Chapter 1122

ตอนที่ 1122

ข้าเรียกมันว่ามือสังหาร

ในทันทีที่กลิ่นอายอันน่ากลัวอย่างเข้มข้นนั้นปรากฏขึ้น ก็ม้วนกวาดออกไปในทั่วทุกทิศทาง ทำให้ฝุ่นละอองพุ่งกระจายออกไป สายฟ้าฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า และทั่วทั้งโลกแห่งนี้ก็แปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน จนกระทั่งมันกลายเป็นสีดำไป

ราวกับว่ารูปปั้นที่อยู่ในม้วนภาพไม่ใช่รูปวาดอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นอาณาจักรสายลมก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อาณาจักรสายลมอีกต่อไป แต่กลายเป็นโลกที่อยู่ในม้วนภาพวาดแทน

ทุกสรรพสิ่งเป็นสีดำสนิททั้งพื้นดินและท้องฟ้า แต่อย่างไรก็ตามเมิ่งฮ่าวยังสามารถจะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ชัดเจน

รูปปั้นกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น สวมใส่ชุดยาวสีดำ แต่ทันใดนั้นเองรูปปั้นนั้นก็เริ่มมีปฏิกิริยาขึ้น และจากนั้นก็มองขึ้นมาอย่างช้าๆ

เป็นการขยับตัวอย่างเรียบง่าย แต่ก็ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มไปทั่วทั้งโลกแห่งนี้ เวลาดูเหมือนจะหยุดชะงักนิ่งไป และกฎธรรมชาติก็ดูเหมือนว่าจะตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย ต่อหน้าบุคคลผู้นี้ ดูเหมือนว่าแก่นแท้จะต้องคุกเข่าหมอบลงเพื่อกราบกรานมัน

กลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นเสียดแทงเข้ามาในดวงตาเมิ่งฮ่าว คล้ายกับเป็นลูกธนูอันแหลมคม แทงทะลุเข้ามาในจิตใจ ทำให้ต้องสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง ใบหน้าเขาสลดลงขณะที่จู่ๆ จิตใจก็เต็มไปด้วยความรู้สึกถึงวิกฤตอันร้ายแรง

ความรู้สึกถึงอันตรายนี้ไม่ได้ออกมาจากร่างเต้าเทียน แต่มาจากร่างของบุรุษชุดดำที่อยู่ในภาพวาด

“มันคือใคร?” เมิ่งฮ่าวคิดด้วยจิตใจที่เต้นรัว

“นี่เป็นเวทผู้ยิ่งใหญ่อะไรกัน!?” ผู้ฝึกตนลำดับขั้นทั้งหมดต่างก็มีเวทผู้ยิ่งใหญ่ที่แตกต่างกันออกไป และจากเวทที่แตกต่างกันเหล่านั้นซึ่งเขาเคยพบเจอมา มีแต่เวทของเต้าเทียนเท่านั้นที่ทำให้เขาต้องรู้สึกประหลาดใจขึ้นเช่นนี้

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง เขาอยู่ในอาณาจักรเซียนทุกชั้นฟ้า และรู้ว่าตนเองกำลังระเบิดเป็นพลังพุ่งออกมา ถ้าเต้าเทียนไม่มีเวทผู้ยิ่งใหญ่นี้ มันก็ไม่อาจจะต่อสู้กับเขาได้

ไม่สำคัญว่าเต้าเทียนจะเคยผ่านเข้าไปในอาณาจักรโบราณมาแล้วถึงเก้าครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งเหล่านั้น มันได้เดินไปบนเส้นทางที่ผิดพลาด เส้นทางของเมิ่งฮ่าวคือเส้นทางโบราณของเซียนทุกชั้นฟ้า และแข็งแกร่งมากที่สุดในอาณาจักรเซียน!

เต้าเทียนมองมายังเมิ่งฮ่าว ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหาร “เจ้าเคยบอกว่าเส้นทางของข้าไม่ถูกต้อง…”

“เส้นทางของข้าส่วนใหญ่แล้วไม่ถูกต้องจริงๆ ซึ่งข้าก็ตระหนักดี แต่เจ้าก็ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงต้องเดินไปบนเส้นทางที่ผิดพลาดเดียวกันนี้ต่อไป และจากนั้นก็ย้อนกลับมายังอาณาจักรเซียน นั่นเป็นเพราะว่าเส้นทางที่ข้าต้องการ…คือเส้นทางที่ถูกฝึกฝนขึ้นมาโดยบุรุษที่อยู่ในเวทภาพวาดผู้ยิ่งใหญ่ของข้า!”

“ข้าไม่รู้นามของมัน และไม่รู้ว่าภาพวาดนี้จริงๆ แล้วต้องการจะสื่อถึงอะไร…แต่สิ่งที่ข้ารู้ก็คือว่านี่คือภาพธรรมดา กระดาษที่ใช้ก็ธรรมดา แม้แต่ไม้ที่ใช้ม้วนกระดาษก็ธรรมดา มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่ธรรมดา ซึ่งก็คือบุรุษชุดดำที่อยู่ในภาพวาด”

“เนื่องจากมัน ทำให้กระดาษธรรมดาและไม้ที่ใช้ม้วนกระดาษที่สุดแสนจะธรรมดา ได้กลายเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อและพิเศษออกไป”

“มันเป็นตัวแทนของมือสังหาร เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันน่ากลัว ซึ่งข้าไม่เคยพบเจอมาก่อนชั่วชีวิต เนื่องจากเช่นนั้น ข้าจึงเรียกมันว่ามือสังหาร และในจิตใจของข้าได้มองมันในฐานะที่เป็น…อาจารย์!”

ขณะที่คำพูดของเต้าเทียนดังก้องออกมา มันก็คุกเข่าลงไปที่เบื้องหน้าของม้วนภาพวาด ดวงตาลุกโชนขึ้นด้วยความคลั่งไคล้ ขณะที่โขกศีรษะลงไปอย่างนอบน้อม หลังจากที่โขกศีรษะเสร็จสิ้น รูปปั้นก็ไม่ได้มองขึ้นไปอีก ในที่สุดก็เผยให้เห็นถึงใบหน้าของมัน

เป็นใบหน้าที่ซีดขาวไร้ความรู้สึก และดูเหมือนว่าจะธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามภายในใบหน้าที่ดูธรรมดานั้น ก็มองเห็นเป็นความเย็นเยียบอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ เมื่อมันจ้องมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความเย็นชา

เพียงแค่มันมองมาก็ทำให้ร่างกายเมิ่งฮ่าวต้องสั่นสะท้านขึ้น รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอย่างสุดที่จะพรรณนาบดขยี้กดทับลงมาบนร่าง เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าแรงกดดันของทะเลที่เก้า

ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องกระอักโลหิตออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในอาณาจักรเซียนทุกชั้นฟ้า แต่ก็เริ่มถอยโซเซไปทางด้านหลัง

เขาไม่ต้องการจะถอยหลังไป แต่การจ้องมองมาของบุรุษชุดดำในม้วนภาพวาด ทำให้เขาไร้ทางเลือกใดๆ

ขณะที่เมิ่งฮ่าวถอยไปทางด้านหลัง แรงกดดันที่ออกมาจากบุรุษซึ่งอยู่ในภาพวาด ก็กดทับลงมาบนร่างเขาจนถึงจุดที่ดูเหมือนว่าไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป ถูกบังคับให้ต้องคุกเข่าลงไป บังคับให้ต้องยอมจำนน บังคับให้ต้องกราบกรานสักการะ!

พร้อมกับทุกก้าวย่างที่เขาถอยไปทางด้านหลัง เมิ่งฮ่าวแผดร้องคำรามออกมา ในที่สุดหลังจากที่เดินไปแล้วเจ็ดก้าว ดวงตาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำไปโดยสิ้นเชิง บังคับให้ตัวเองหยุดชะงักนิ่ง ด้วยการจ่ายค่าตอบแทนเป็นโลหิตที่พ่นกระจายออกมาจากปาก

เข่าของเมิ่งฮ่าวสั่นไปมาอย่างรุนแรง รู้สึกราวกับว่าอาจจะแตกหักลงไปได้ทุกเมื่อ

“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่า กำลังถูกบังคับให้ล่าถอยด้วยภาพวาดเช่นนี้! ถ้าบุคคลในภาพวาดเคยเป็นผู้ทรงอำนาจมาก่อน หรืออาจจะเป็นแม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในตอนนี้…มันก็เป็นแค่ภาพวาดเท่านั้น แล้วทำไม…มันถึงสามารถบังคับให้ข้าต้องถอยหลังไปได้!?” เมิ่งฮ่าวดิ้นรนเงยหน้าขึ้น และสีหน้าอันดุร้ายก็ปรากฏขึ้น โลหิตไหลซึมออกมาจากดวงตา, หู, จมูกและปาก แต่ในเวลาเดียวกันนั้น กลิ่นอายของเขาก็พุ่งขึ้นไปอย่างรุนแรง

“เต๋าของข้าคืออิสรภาพและเสรีภาพ! นอกจากเตียและเหนียงแล้ว ก็ไม่มีใครในโลกนี้…ที่จะทำให้ข้า, เมิ่งฮ่าวต้องคุกเข่าลงไปได้! แล้วเจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร!?” เขาหยุดแผดร้องคำราม และพื้นฐานฝึกตนของเซียนทุกชั้นฟ้าก็หมุนวนไปมาอย่างรวดเร็ว ชีพจรเซียนเพียงหนึ่งเดียวของเขาขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเค้าโครงของสะพานอยู่ภายในร่าง!

เมิ่งฮ่าวสะบัดมือขวาออกไปอย่างรุนแรง และชีพจรเซียนที่คล้ายสะพานก็ปะทุเป็นพลังออกมาในทันที เกิดเป็นเสียงกระหึ่มอย่างไร้จุดสิ้นสุดดังก้องออกมา ขณะที่ก่อตัวเป็น…สะพานของจริง อยู่ตรงหน้าของเขา!

สุดยอดสะพาน!

เวทผู้ยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าวเริ่มต้นด้วยเต๋าอันแข็งแกร่ง ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเป็นพลังที่ธรรมดาในตอนแรก แต่ก็ไม่ใช่เป็นเพราะตัวของเวทเอง แต่เนื่องมาจากพื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าว ไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะใช้มันออกมาได้มากไปกว่านั้น

แต่ตอนนี้ด้วยการอยู่ในอาณาจักรเซียนทุกชั้นฟ้า การปลดปล่อยสุดยอดสะพานออกมาไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่สะพานอันยิ่งใหญ่ได้ตกลงมาอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว ทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือน พื้นดินแตกกระจายออกไป

มันไม่ได้ปรากฏขึ้นในรูปแบบของภาพลวงตา แต่เป็นสะพานจริงๆ มีขนาดใหญ่อย่างที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ ราวกับว่าทั่วทั้งโลกแห่งนี้เป็นมุมเล็กๆ ของมันเท่านั้น

สะพานเต็มอยู่ในท้องฟ้า ม้วนกวาดไปทั่วทุกสรรพสิ่ง และกระจายกลิ่นอายสูงสุดแห่งผู้ยิ่งใหญ่ออกมา โลกสั่นสะท้าน พื้นดินสั่นสะเทือน ด้วยการใช้อาณาจักรเซียนทุกชั้นฟ้า ทำให้ในที่สุดเมิ่งฮ่าว…ก็เปิดเผยความงดงามและพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้บางส่วนแล้ว!

แต่ยังมีมากไปกว่านั้น! เงาร่างภาพลวงตามากมายได้ปรากฏขึ้นตรงจุดบนสุดของสะพาน ถึงแม้ว่าไม่อาจจะมองเห็นพวกมันได้อย่างชัดเจน แต่พวกมันก็มีอยู่ตรงตำแหน่งต่างๆ บนสะพาน

เงาร่างเหล่านั้นกระจายเจตจำนงอันน่ากลัวออกมา และเห็นได้ชัดว่าเป็นบุคคลจากเมื่อในอดีต ที่มีคุณสมบัติสามารถจะเดินไปบนสุดยอดสะพานนี้ได้ ถึงแม้ว่าพวกมันไม่สามารถจะเดินไปได้จนสุดสะพาน เหมือนกับเงาร่างอันยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์และปฐพีเมื่อในอดีต แต่พวกมันก็สามารถปลดปล่อยเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์บางส่วนไว้ที่เบื้องหลังได้

ในช่วงเวลาเดียวกับที่สุดยอดสะพานได้ปรากฏขึ้น รูปปั้นชุดดำที่อยู่ในภาพวาดก็มองขึ้นไป และท่าทางหวนรำลึกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทันใดนั้นมันก็พึมพำออกมา…”สะพาน…เหยียบย่ำสวรรค์…”

เสียงของมันเต็มไปด้วยความรู้สึกแห่งการหวนรำลึก แต่ก็ยังคงเย็นชาเหมือนเช่นเคย

เหตุการณ์ที่พลิกกลับกลายเป็นเช่นนี้ ทำให้แม้แต่เต้าเทียนก็ยังต้องเต็มไปด้วยความตกใจ มันเงยหน้าขึ้นในขณะที่กำลังโขกศีรษะอยู่ ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ม้วนภาพวาดเป็นของมัน และเวทผู้ยิ่งใหญ่ก็เป็นของมัน

แต่…มันไม่เคยได้ยินเงาร่างชุดดำซึ่งอยู่ในภาพวาด พูดขึ้นมาแม้แต่คำเดียวมาก่อน!

ราวกับว่าการปรากฏขึ้นของสุดยอดสะพาน ได้ไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดไม่ถึงบางอย่าง ในขณะที่จิตใจของเต้าเทียนกำลังสั่นสะท้านอยู่นั้น จิตใจเมิ่งฮ่าวก็เริ่มหมุนคว้างไปด้วยเช่นกัน

“สะพานเหยียบย่ำสวรรค์?” เมิ่งฮ่าวคิด จ้องมองไปยังสุดยอดสะพานของตนเอง

อย่างน่าตกใจยิ่ง จู่ๆ รูปปั้นชุดดำที่อยู่ในภาพวาด ก็ลุกขึ้นมายืนและก้าวเดินตรงมา เส้นผมที่ยาวของมันตกห้อยลงมาอยู่ที่ด้านหลัง

เมื่อมันก้าวเดินออกมา จิตใจเต้าเทียนก็สั่นสะท้าน เมิ่งฮ่าวกำลังยืนอยู่ตรงด้านหน้าของเส้นทางมัน ทำให้สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ราวกับว่าก้าวที่มันเดินมานี้ประกอบไปด้วยเต๋าบางอย่าง เป็นสิ่งที่สามารถจะโค้งงอความว่างเปล่าและย่นย่อระยะทางได้ เป็นสิ่งที่สามารถสร้างบางสิ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า ด้วยก้าวนั้นของมัน ก็ทำให้โผล่ออกมาจากภาพวาด เข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริง และปรากฏตัวขึ้น…ที่ด้านบนสุดของสุดยอดสะพานของเมิ่งฮ่าว

จิตใจเมิ่งฮ่าวหมุนคว้าง ขณะที่มองไปยังเงาร่างชุดดำที่กำลังยืนอยู่ตรงด้านบนสุดของสุดยอดสะพาน สีหน้าของบุรุษผู้นั้นเย็นชา แต่ก็แต่งแต้มไปด้วยร่องรอยแห่งการหวนรำลึกด้วยเช่นกัน มันเริ่มเดินข้ามสะพานเหยียบย่ำสวรรค์ไปทีละก้าว เดินผ่านเงาร่างอื่นๆ อีกมากมาย ราวกับว่ามันต้องการจะเดินไปจนสุดสะพาน

แต่จากนั้นมันก็หยุดเดิน มองลงไปตรงสะพานที่อยู่ด้านล่างเท้า และดูเหมือนว่าจะเริ่มเศร้าโศกเสียใจขึ้นมา

“สะพานเหยียบย่ำสวรรค์นี้ไม่สมบูรณ์…” มันพึมพำ

“ข้า…ก็ไม่สมบูรณ์ด้วยเช่นกัน…”

“ในปีนั้น…ข้ายืนอยู่เบื้องหน้ามันและนาง ภารกิจของข้าเสร็จสิ้น จากนั้นข้าก็หันหลังไป จิตใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแปลกๆ และข้าก็หายตัวไปพร้อมกับความโศกเศร้าเสียใจ…”

“แล้วทำไม…? ทำไมข้าถึงยังอยู่ในที่แห่งนี้…?” จากนั้นมันก็เริ่มหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบราวน้ำแข็ง และกลิ่นอายอันน่ากลัว

“ข้ารักนางมากกว่าเจ้า!!” เงาร่างชุดดำหัวเราะอย่างบ้าคลั่งโบกสะบัดชายแขนเสื้อ เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องออกมา ขณะที่สุดยอดสะพานพังทลายลงไป เมื่อเป็นเช่นนั้นเงาร่างชุดดำก็สั่นสะท้านและจางหายไปพร้อมกับสะพานเหยียบย่ำสวรรค์ สีหน้าเต็มไปด้วยการหวนรำลึกและความเจ็บปวดใจ

เมื่อมันปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ก็กลับไปอยู่ในม้วนภาพวาด กลายเป็นรูปปั้นอีกครั้ง ก้มศีรษะลง

เมื่อเกิดขึ้นเช่นนั้น เต้าเทียนก็อาเจียนโลหิตออกมาราวกับเป็นสายน้ำ กลุ่มหมอกโลหิตระเบิดขึ้นอยู่รอบๆ ตัวมัน เห็นได้ชัดว่าม้วนภาพวาดนี้ได้ทำการดึงดูดพลังชีวิตเกือบครึ่งของมันไป เต้าเทียนสั่นสะท้าน และใบหน้าก็ซีดขาวราวกระดาษ

มันเคยใช้เวทผู้ยิ่งใหญ่นี้ออกมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรงเช่นนี้มาก่อน

เมิ่งฮ่าวก็กระอักโลหิตออกมากองโตด้วยเช่นกัน และถอยไปทางด้านหลัง รับรู้ได้ว่าเวลาที่อยู่ในฐานะเซียนทุกชั้นฟ้ากำลังใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ดวงตาสาดประกายขึ้น เขายกมือขึ้นตบลงไปบนศีรษะ ออกมาจากอาณาจักรเซียนทุกชั้นฟ้าด้วยตนเอง ผลเนี่ยผานโผล่ออกมาจากหน้าผาก และตกลงมาบนฝ่ามือ กลิ่นอายของเขาลดลงไป และใบหน้าก็ซีดขาว ยืนอยู่ที่นั่นไม่ขยับตัวเคลื่อนไหว จ้องมองไปยังเต้าเทียนด้วยสายตาที่เย็นชา

“ยังต้องการสู้อีกหรือไม่?” เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงที่เยือกเย็น

เต้าเทียนหอบหายใจออกมา ขณะที่ม้วนภาพวาดจางหายไป จากนั้นมันก็มองไปยังเมิ่งฮ่าว ยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า

“เจ้าหวาดกลัวแล้ว? ตอนนี้เจ้าอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง! ข้าสามารถสังหารเจ้าไปได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!”

แต่มันรู้สึกลังเลอยู่ภายในใจ ไม่มั่นใจว่าเมิ่งฮ่าวจะสามารถต่อสู้อยู่ในขั้นที่แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อเช่นนั้นได้อีกต่อไปหรือไม่

ความคิดนับร้อยวิ่งผ่านเข้ามาในจิตใจเมิ่งฮ่าว

เดิมทีเขาวางแผนไว้ว่าจะพยายามข่มขู่เต้าเทียนด้วยความเยือกเย็น แต่จากนั้นก็ตระหนักขึ้นได้ถึงบางสิ่ง และคิดแผนการใหม่ขึ้นมาได้ เขาขมวดคิ้วมองไปยังเต้าเทียน และจากนั้นก็ยกมือที่ถือผลเนี่ยผานไว้ขึ้นมา ผลเนี่ยผานนั้นกำลังส่องประกายระยิบระยับด้วยแสงอันเจิดจ้า

“การสังหารเจ้าไป ข้าคงต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย อาจจะทำให้ร่างกายข้าได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ทำให้ยากที่จะได้รับสิ่งอื่นๆ มาจากอาณาจักรสายลมได้อีก”

“อย่างไรก็ตามถ้าเจ้ายืนกรานที่จะตายไป ข้าก็จะช่วยให้สมปรารถนา”

ดวงตาเต้าเทียนเบิกกว้างขึ้น ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว ถ้าเมิ่งฮ่าวยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ มันคงจะคิดว่าเขากำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงอยู่ แต่เมื่อเห็นเมิ่งฮ่าวขมวดคิ้วเช่นนี้ ก็ดูเหมือนว่าเขากำลังจะตัดสินใจเพราะว่าไร้ทางเลือก ทันใดนั้นเต้าเทียนก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าอะไรคือความจริง

“ทดสอบดูก็จะรู้!” มันคิด ดวงตาแวบขึ้น พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: