I shall seal the heaven Chapter 1130

0 Comments

ตอนที่ 1130

เต๋าสับสน

ในทันทีที่ผู้ฝึกตนศีรษะล้านผ่านเข้ามาในเขตพื้นที่วิหารกลาง เมิ่งฮ่าวก็ลืมตาขึ้นมาและเหลียวหลังมองไปยังบุรุษผู้นั้น

สายตาของมันก็ตกกระทบมาบนร่างของเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน และมันก็ยิ้มออกมา

เป็นรอยยิ้มที่สุภาพ เต็มไปด้วยความอบอุ่นอย่างไร้ขอบเขต ทำให้บาดแผลของมนุษย์ที่อยู่ด้านล่างทั้งหมดเริ่มถูกรักษาฟื้นฟู แม้แต่ผู้ฝึกตนก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้น ขณะที่รู้สึกว่าปราณและโลหิตของพวกมันกำลังเพิ่มขึ้นมา

บุรุษผู้นั้นพุ่งตรงมาพร้อมรอยยิ้ม มาปรากฏร่างขึ้นอยู่ตรงหน้าเมิ่งฮ่าว

“เมิ่งฮ่าว เจ้ายึดเอาแก้วผลึกโลหิตหลบหนีออกมาจากชนเผ่าที่สามได้ ก็ดูเหมือนว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะตื่นขึ้นมา เจ้าไม่จำเป็นที่จะอยู่ในโลกจอมปลอมนี้อีกต่อไป มากับข้าเพื่อไปเห็นสวรรค์และปฐพีที่แท้จริง จากนั้นเจ้าก็จะเข้าใจ…ถึงความจริงทั้งหมด”

อ๋าวเฉี่ยนหยุดชะงักนิ่งอยู่ในกลางอากาศ แผดร้องคำรามและมองไปยังผู้ฝึกตนศีรษะล้านด้วยความระมัดระวังตัว มีบางสิ่งที่รู้สึกคุ้นเคยเกี่ยวกับกลิ่นอายของบุรุษผู้นี้ และเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวจนแทบจะหยุดหายใจไป

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้น ขณะที่มองกลับไปยังบุรุษผู้นั้นอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีรังสีสังหารอยู่แม้แต่น้อย และคำพูดที่เพิ่งจะกล่าวออกมานั้นก็แปลกเป็นอย่างยิ่ง จนเมิ่งฮ่าวค่อนข้างจะสับสน

ที่ด้านล่างลงไป มนุษย์ได้หยุดการสู้รบกันไปแล้ว และกำลังมองขึ้นมายังบุรุษชุดดำที่กำลังลอยตัวอยู่ในท้องฟ้า ทันใดนั้นกลุ่มคนก็เริ่มคุกเข่าลงไปโขกศีรษะ ในที่สุดนักรบของชนเผ่าต่างๆ ก็คุกเข่าลงไปทั้งหมด

ผู้ฝึกตนจากขุนเขาทะเลต่างๆ มองขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป ผู้ฝึกตนศีรษะล้านนี้ทำให้จิตใจพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และสามารถจะรับรู้ได้ถึงทะเลแห่งโทสะอย่างรุนแรงที่เปี่ยมล้นอยู่ภายในร่างมัน

อย่างไรก็ตาม ความดุร้ายนั้นก็ดูเหมือนว่าจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมด้วยเช่นกัน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่มันเปิดเผยออกมาก็คือความเยือกเย็น

ฝานตงเอ๋อร์และเป้ยอวี้รู้สึกว่าจิตใจกำลังสั่นสะท้าน สบตากันไปมาด้วยความระมัดระวังตัว และจากนั้นก็เริ่มถอยไปทางด้านหลังอย่างช้าๆ

“ข้าไม่ต้องการจะต่อสู้กับเจ้าอีกครั้ง ดังนั้น…ให้มากับข้าเป็นอย่างไร? และเจ้าก็จะไม่พบเจอกับอันตรายใดๆ อีกในชีวิต จริงๆ แล้วเจ้าอาจจะได้ครอบครองโชควาสนาบางอย่างเพิ่มอีกด้วย” บุรุษผู้นั้นกล่าวขึ้น มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าที่สัตย์ซื่อจริงใจ

“เนื่องจากเรื่องของแก้วผลึกโลหิต ทำให้เต๋าของเจ้าและเต๋าของพวกข้าเป็นเช่นเดียวกันแล้วในตอนนี้ สิ่งที่เป็นของเจ้าก็คือของพวกข้า ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันออกไปสำหรับพวกเรา เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องหวาดกลัวไป”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้น ในทันทีที่บุรุษผู้นั้นใช้คำว่า ‘อีกครั้ง’ เขาก็ตระหนักว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้นอยู่ หลังจากที่มองไปยังบุรุษผู้นั้นอย่างละเอียด จิตใจเมิ่งฮ่าวก็เริ่มเต้นรัวขึ้นมา

“เจ้าคือ…จ้งอู๋หยา!” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นอย่างช้าๆ

“ที่เจ้าต่อสู้ด้วยก่อนหน้านี้เป็นแค่ร่างจำแลงของข้าเท่านั้น นี่คือร่างจริงของข้า เมิ่งฮ่าวซือตี้ (ศิษย์น้องเมิ่งฮ่าว)” จ้งอู๋หยากล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา

สีหน้าอันซับซ้อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมิ่งฮ่าว เขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อจากพื้นฐานฝึกตนของบุรุษผู้นี้ และรู้ว่าเขาไม่อาจจะต่อสู้กับมันได้ แม้แต่อยู่ในอาณาจักรเซียนทุกชั้นฟ้า ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะผู้แข็งแกร่งเสมือนเต๋าได้

เมิ่งฮ่าวจำได้ว่าเคยเห็นนามจ้งอู๋หยาบนประตูแท่นศิลาตัวอักษรสีทองในอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า ก่อนที่เขาจะได้รับความรู้แจ้งของหมัดที่สามผู้ฝึกตนกายเนื้อ นามของจ้งอู๋หยาอยู่ในอันดับหนึ่งของรายชื่อเหล่านั้น

หลังจากนั้นเขาก็พยายามตรวจสอบดูข้อมูลเกี่ยวกับมัน แต่ก็พบว่าจ้งอู๋หยาไม่ได้อยู่ในอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าอีกต่อไป

หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะ เมิ่งฮ่าวก็กล่าวว่า “ท่านมายังอาณาจักรสายลม แต่ก็ไม่เคยกลับไปอีก ท่านตัดสินใจอยู่ในที่แห่งนี้ เหมือนกับผู้ฝึกตนชุดดำทั้งหลาย ผู้ฝึกตนอาณาจักรขุนเขาทะเลเช่นพวกท่านทั้งหมด มายังที่แห่งนี้นานหลายปีมาแล้ว แต่ก็เลือกอยู่ต่อไป เห็นได้ชัดว่าท่านไม่ได้ตกอยู่ในแรงปรารถนาของตนเอง แล้วทำไมถึงได้ยอมอยู่ต่อไป?”

“บางคนเลือกที่จะอยู่เพราะว่าพวกมันพ่ายแพ้ให้กับแรงปรารถนาของตนเอง บางคนอยู่ต่อเพื่อไล่ตามความคิดของตนเอง สำหรับข้า, ข้าเลือกที่จะอยู่ต่อ…อันเนื่องมาจากเต๋าเดิมแท้”

“เต๋าเดิมแท้?” เมิ่งฮาวถามขึ้น

จ้งอู๋หยามองเมิ่งฮ่าวพร้อมกับยิ้มออกมา จากนั้นก็โบกสะบัดมือขึ้นไป ทำให้สายลมอันอ่อนโยนพุ่งขึ้นมา สายลมนั้นไปหอบเอาคนทั้งหมดที่อยู่บนพื้นด้านล่าง รวมทั้งฝานตงเอ๋อร์และเป้ยอวี้ ให้ลอยขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง

“ข้าอยากจะพูดคุยเรื่องเต๋ากับสหายน้อยของข้าในที่แห่งนี้ ท่านทั้งหลายโปรดให้พวกเราอยู่กันตามลำพัง ขอบคุณมาก” จากนั้นสายลมก็นำพาคนทั้งหมดออกไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป

ด้วยเช่นนั้น จ้งอู๋หยาก็ลอยลงไปบนพื้น นั่งลงขัดสมาธิ จากนั้นก็มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ก็ลอยลงไปนั่งอยู่ตรงข้ามกับจ้งอู๋หยา

ดวงตาของจ้งอู๋หยาสาดประกายขึ้นด้วยท่าทางหวนรำลึก ขณะที่กล่าวขึ้นอย่างช้าๆ “ถ้าปราศจากความถูกต้อง ความผิดก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เหมือนกับที่ข้าได้พูดกับเจ้าก่อนหน้านี้ เมื่อพูดถึงเรื่องเต๋า…ก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าถูกหรือผิด!”

“ถ้าเช่นนั้น ในความคิดของเจ้า เต๋าคืออะไร?” ใบหน้าจ้งอู๋หยาสงบนิ่ง แต่ประกายหวนรำลึกในแววตายิ่งเข้มข้นมากขึ้น ขณะที่พูดคุยเรื่องเต๋าอย่างต่อเนื่อง

เมิ่งฮ่าวไม่จำเป็นต้องขบคิดเกี่ยวกับคำตอบนี้ ก็กล่าวขึ้นมาในทันที “เต๋าคือสิ่งที่ครอบงำอยู่ในจิตใจ เป็นวิถีทางที่เลือกจะเดินไป”

“ถ้าเช่นนั้น เต๋าของเจ้าคืออะไร?”

“อิสรภาพและเสรีภาพ!” เมิ่งฮ่าวกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่เด็ดขาด ซึ่งสามารถตัดตะปูเฉือนเหล็กกล้าได้

“อิสรภาพ เสรีภาพ…” จ้งอู๋หยายิ้มออกมา พร้อมกับส่ายหน้า

“อิสรภาพคืออะไร? และเช่นเดียวกัน อะไรคือความเป็นอิสระ? อิสรภาพคือการหลุดพ้นจากข้อจำกัดทั้งปวง? อิสระคือการตัดขาดจากข้อผูกมัดทั้งหลาย? ขณะที่เจ้านั่งอยู่ที่นี่ตรงหน้าข้า สวรรค์และปฐพีได้จำกัดเจ้าไว้ ทั่วทั้งโลกแห่งนี้ผูกมัดเจ้าไว้”

“เมื่อมองขึ้นไป เจ้าก็จะเห็นท้องฟ้า ท้องฟ้ากดทับลงมาบนร่างเจ้า นอกเหนือจากอาณาจักรสายลมคือความว่างเปล่าและสวรรค์ มีอยู่สามสิบสามอาณาจักร พวกมันทั้งหมดกำลังกดทับลงมาบนร่างเจ้าเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากสามสิบสามอาณาจักรเหล่านั้น ก็ยังมีอาณาจักรและโลกอื่นๆ อีก พวกมันทั้งหมดต่างก็กำลังกดทับลงมาด้วยเช่นกัน”

ถึงแม้ว่าจ้งอู๋หยาจะพูดจาด้วยความเยือกเย็น แต่คำพูดของมันกลับแหลมคมราวกับกระบี่ที่แทงเข้ามา จนดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยพลังที่แปลกๆ ราวกับว่าทุกๆ คำพูดของมัน กล่าวขึ้นมาด้วยความถูกต้องอย่างที่ไม่อาจจะโต้แย้งได้

ขณะที่คำพูดของมันผ่านเข้าไปในหูของเมิ่งฮ่าว เขาก็สั่นสะท้านขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมแต่ทันใดนั้นก็ต้องคิดย้อนกลับไปยังภาพวาดของสุ่ยตงหลิว ในตอนที่อยู่บนดาวหนานเทียนเมื่อหลายปีก่อนโน้น และได้สอบถามกับตนเองว่าสิ่งที่คงอยู่ตรงด้านบนสุดของภาพวาดนั้น จริงๆ แล้วคือท้องฟ้าใช่หรือไม่…?

“อะไรคือศีลธรรมและหลักการ” จ้งอู๋หยากล่าวต่อไป ด้วยคำพูดที่ยิ่งคมกริบมากขึ้นไปเรื่อยๆ “พวกมันไม่ใช่ข้อจำกัด? เจ้าสามารถไม่สนใจพวกมันได้หรือไม่? เจ้าสามารถเหยียบย่ำพวกมันได้หรือไม่? แล้วอิสรภาพของเจ้าจะมาจากไหน? อิสระของเจ้าจะมาจากที่แห่งใด?” ดวงตามันสาดประกายขึ้น และดูเหมือนว่าจะประกอบไปด้วยภูมิปัญญาที่ไร้ผู้ต่อต้าน

“เจ้าอ่อนแอเกินไป” มันกล่าวขึ้นพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตาเมิ่งฮ่าว “เมื่อเจ้าพบกับผู้แข็งแกร่ง เจ้าก็จะไร้อิสรภาพ ไม่มีความเป็นอิสระใดๆ จนกว่าเจ้าจะกลายเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุดเท่านั้น แต่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนี้กว้างใหญ่ และสวรรค์ก็กว้างขวางใหญ่โต บางทีเมื่อเจ้าคิดว่าตนเองคือผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุด เจ้าจะไม่สงสัยหรืออย่างไรว่า อาจจะมีบุคคลอื่นนอกเส้นขอบฟ้าที่มองว่า พวกมันคือผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดด้วยเช่นกัน?”

“ข้า…” เมิ่งฮ่าวกำลังจะกล่าวตอบ แต่ก็ถูกจ้งอู๋หยาตัดบทไป

“เจ้ามีความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับเต๋า อิสรภาพของเจ้าไม่ใช่เต๋า มันคือความคิดที่ครอบงำของเจ้าเอง และความคิดเช่นนั้น…ก็ไม่ใช่เต๋าเช่นเดียวกัน!”

คำพูดของมันดังก้องไปมา ทำให้จิตใจเมิ่งฮ่าวต้องหมุนคว้าง

“นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการจะอธิบายให้เจ้าฟัง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเต๋าเดิมแท้คืออะไร? ไม่ว่าเจ้าหรือคนอื่นๆ ในอาณาจักรขุนเขาทะเลทั้งหมด…ก็มีเต๋าเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ไม่ว่าสิ่งที่รู้แจ้งมา หรือผ่านขั้นตอนของเต๋าคนอื่นๆ สิ่งที่พวกมันไล่ตามไป ต่างก็เป็นเต๋าจอมปลอมทั้งหมด”

“ดังนั้น เวทแห่งเต๋าและความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า เมื่อมาเผชิญหน้ากับเต๋าเดิมแท้ที่ข้าเดินตามไป ก็จะกระจัดกระจายหายไป นั่นเป็นเพราะว่า เมื่อมาเผชิญหน้ากับสิ่งที่เป็นของจริง ของปลอมก็จะหายไปเป็นธรรมดา”

เมิ่งฮ่าวหอบหายใจออกมา ขณะที่มองไปยังจ้งอู๋หยา ราวกับว่าจิตใจกำลังเต็มไปด้วยคลื่นแห่งความตกตะลึง เขาไม่เคยได้ยินคำพูดที่ถูกกล่าวออกมาเช่นนี้มาก่อน เป็นคำพูดที่ดูเหมือนว่าต้องการจะล้มล้างทุกสรรพสิ่งที่เขาเคยเชื่อมาก่อน

จ้งอู๋หยากล่าวต่อไป “ชีวิตของเจ้า, ความคิดของเจ้า, คำพูดของเจ้า, สิ่งที่เจ้าเคยได้ยินมา, ความรู้แจ้งที่เจ้าบรรลุมา ต่างก็เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งสิ้น ไม่มีอะไรเป็นของจริงเลย พวกมันทั้งหมดคือของปลอม เมิ่งฮ่าว ออกมาจากลำดับขั้น และมาพบเจอกับโลกที่แท้จริง ข้าจะนำเจ้าไป และพวกเราจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ด้วยกัน เจ้าสามารถขบคิดใคร่ครวญถึงเต๋าที่แท้จริง และจากนั้นเจ้าก็จะเข้าใจว่า…อะไรคือโลกที่แท้จริง!”

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าไม่เคยคิดว่าทำไม เซียนถึงถูกแบ่งออกเป็นแท้และเทียม? เซียนเทียมบรรลุได้ด้วยการรับความรู้แจ้งมาจากเซียนแท้คนอื่นๆ!”

“แล้วอะไรคืออาณาจักรโบราณ? มันก็เช่นเดียวกัน!”

“และอาณาจักรเต๋า…? ก็เป็นเช่นกัน!” ดวงตาจ้งอู๋หยาสาดประกายขึ้นด้วยแสงแปลกๆ ลึกลงไปข้างใน มองเห็นการหวนรำลึกยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น แทบจะราวกับว่ามันไม่ได้พูดกับเมิ่งฮ่าว แต่พูดกับตนเองอยู่

ราวกับว่าคำพูดเหล่านี้กำลังถูกพูดกับมันโดยใครบางคนเมื่อในอดีตที่ผ่านมา เป็นคำพูดที่ทำให้จิตใจมันต้องปั่นป่วนวุ่นวาย จนเปลี่ยนแปลงชีวิตของมันไป ตอนนี้มันอยู่ในสถานะเดียวกับคนผู้นั้นเมื่อหลายปีก่อนโน้น ที่กำลังกล่าวคำพูดอันน่าตกใจ เพื่อเปลี่ยนชีวิตของเมิ่งฮ่าว และในขั้นตอนนี้…ก็กำลังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเองอยู่!

“เจ้าอยู่ในโลกของผู้ยิ่งใหญ่ และผู้ยิ่งใหญ่นั้นก็ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นผู้ก่อตั้งลำดับขั้น, ไห่เมิ่ง มันคือผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในอาณาจักรเซียนผู้ยิ่งใหญ่, จิ่วเฟิงจื้อจุน!”

“เจ้าอาศัยอยู่ในโลกที่มันสร้างขึ้นมา และดังนั้นความรู้แจ้งทั้งหมดของเจ้า ก็จะเกี่ยวข้องกับเต๋าของมัน จริงๆ แล้ว มีแต่เต๋าแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเลเท่านั้นที่เป็นเต๋าของมัน!”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายของทั้งหมดนี้คืออะไร?

ข้าจะบอกกับเจ้า, เมิ่งฮ่าว ผลลัพธ์สุดท้ายคือพวกเจ้าทั้งหมด ผู้ฝึกตนทุกคนในอาณาจักรขุนเขาทะเล ต่างก็เป็นแค่เชื้อเพลิง เป็นเชื้อเพลิงที่จะช่วยเติมพลังให้กับจิ่วเฟิงจื้อจุนฟื้นคืนชีพกลับมา!”

“สุดท้าย…มันก็จะคืนชีพกลับมา และพวกเจ้าทั้งหมด…ก็จะสูญเสียตัวตนไปตลอดกาล เจ้าจะกลายเป็นโลหิตของมัน, กระดูกของมัน และส่วนต่างๆ ในร่างกายมันทั้งหมด!”

“บางทีถ้าเจ้าแข็งแกร่งเพียงพอ ก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งในนิ้วของมันก็เป็นได้!”

“ดังนั้น นั่นคือเหตุผลที่ทำไมข้าถึงได้บอกว่าเต๋าทั้งหมดเหล่านั้นเป็นแค่ของเทียมเท่านั้น เต๋าเหล่านั้นทั้งหมดเป็นของปลอม ถ้าเจ้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้ เจ้าจะได้รับความรู้แจ้งจากเต๋าของตนเอง จากนั้นเจ้าก็สามารถจะเข้าใจ…ถึงความรู้สึกที่ได้ครอบครองเต๋าที่แท้จริง และเจ้าก็จะเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า…เต๋าคืออะไร!”

“ละทิ้งกายเนื้อของเจ้า และตัดขาดจากตำแหน่งในลำดับขั้น ข้าจะนำวิญญาณเจ้าไปพบเจอกับการชำระล้างความทุกข์ทรมานต่างๆ มันจะช่วยกวาดล้างผนึกของอาณาจักรขุนเขาทะเลในตัวเจ้าออกไป ในโลกด้านนอก มีกลุ่มคนได้จัดเตรียมร่างกายใหม่ให้กับเจ้าไว้แล้ว เป็นร่างกายที่แท้จริง เมื่อผ่านเข้าไปในร่างกายนั้น ก็จะแยกออกมาจากสิ่งแปลกปลอมนี้ และเจ้าก็จะกลายเป็น…คนที่แท้จริง!”

“มีแต่ถึงเวลานั้นเท่านั้น ที่เจ้าจะมีคุณสมบัติในการไล่ตามอิสรภาพและเสรีภาพของเจ้าได้อย่างแท้จริง”

“เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะได้เห็นโลกที่แท้จริง ที่นั่น เจ้าจะเห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวอย่างแท้จริง ไม่มีดวงตะวันและจันทรา ซึ่งเป็นเพียงแค่ดวงตาของจิ่วเฟิงเท่านั้น เวทในที่แห่งนั้นไม่ใช่เวทของห้าธาตุ ซึ่งเป็นแค่อวัยวะทั้งห้าของจิ่วเฟิงเท่านั้น แม่น้ำและทะเลในที่แห่งนั้นก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากโลหิตของจิ่วเฟิง และไม่มีอาณาจักรขุนเขาทะเลที่ก่อตัวขึ้นมาจากของวิเศษของจิ่วเฟิงด้วยเช่นกัน”

“ที่สำคัญมากที่สุดในทั้งหมดนั้น เจ้าจะได้รับความรู้แจ้งที่ไม่ใช่เป็นเต๋าและเจตจำนงของจิ่วเฟิง ไม่ใช่กฎธรรมชาติของขุนเขาทะเล ไม่ใช่เต๋าของขุนเขาทะเล!”

“เมิ่งฮ่าว ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมลืมตาขึ้นมา! ในโลกที่แท้จริงนั้น สัญลักษณ์ที่ส่องประกายมากที่สุด ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นผีเสื้อ! ในโลกที่แท้จริง พื้นดินไหลไปด้วยเต๋าเดิมแท้! เมื่อได้รับความรู้แจ้งจากเต๋าเดิมแท้ เจ้าก็จะยิ่งกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม!”

“ออกไปจากสถานที่แห่งนี้พร้อมกับข้า มากับข้า…เพื่อพบเจอกับเต๋าเดิมแท้” เมื่อจ้งอู๋หยาพูดจบ ดวงตามันก็สาดประกายขึ้นด้วยความเข้มข้นมากกว่าก่อนหน้านี้

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: