Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1199

I shall seal the heaven Chapter 1199

ตอนที่ 1199

ความเกลียดชังของสะพานเซียน

สะพานเซียนเดินหน!

ครั้งหนึ่งมันคือสะพานที่โอ่อ่าเกรียงไกรเพื่อทอดข้ามท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ถูกสร้างขึ้นโดยสำนักเซียนอสูรโบราณ แต่หลังจากนั้น…ในช่วงสงครามที่ยืดเยื้อของตระกูลจี้ มันก็ถูกทำลายไป…

นั่นคือสงครามนองเลือดที่เกิดขึ้นในตอนที่ตระกูลจี้ทรยศต่อสำนักเซียนอสูรโบราณ ตลอดช่วงสงครามครั้งนั้นสำนักเซียนอสูรโบราณถูกทำลายไปโดยสิ้นเชิง และอสูรโลหิตก็ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส พร้อมกับพลังชีวิตที่เสียหายอย่างร้ายแรง ท่านจึงได้หลบหนีไปยังดาวหนานเทียน ทำการแบ่งแยกแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของตนเองออกจนกลายเป็นร่างจำแลงไป

สงครามในครั้งนั้นยังได้ทำลายร่างของจักรพรรดิอสูรดินยะเยียบไปอีกด้วย และวิญญาณของท่านก็แตกกระจายไป มีเพียงเศษชิ้นส่วนวิญญาณของท่านหลบหนีไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ในภายหลัง

ที่ลึกลับมากที่สุดก็คือ ไม่มีรายงานการเสียชีวิตของจักรพรรดิอสูรไฟมอดไหม้ ไม่มีใครรู้ว่าท่านต้องพบเจอกับชะตากรรมเช่นไรเมื่อสงครามสิ้นสุดลง…

ตระกูลฟางเป็นผู้นำการต่อต้านตระกูลจี้ แก่งแย่งชิงดีกับพวกมันเพื่อเป็นราชันแห่งขุนเขาทะเลที่เก้า ถึงแม้ว่าสำนักอสูรเซียนโบราณจะถูกทำลายไปจนหมดสิ้น แต่การต่อสู้ก็ยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปีหลังจากนั้น

ในที่สุดขุนเขาทะเลที่แปดก็สอดมือเข้ามาในความขัดแย้งครั้งนั้น ขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่ทั้งสองต่อสู้กันไปมาหลายครั้ง สุดท้าย…จี้เทียนก็ได้รับชัยชนะไป กลายเป็นราชันคนใหม่แห่งขุนเขาทะเลที่เก้า!

เมื่อสงครามแห่งขุนเขาทะเลจบลง สงครามกลางเมืองก็เสร็จสิ้น…

ประวัติศาสตร์เช่นนี้เป็นที่รู้จักกันดีในท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนแห่งขุนเขาทะเลที่เก้า ยิ่งไปกว่านั้นเศษซากปรักหักพังของสะพานเซียนเดินหน ก็เป็นประจักษ์พยานถึงความทารุณโหดร้ายของสงครามในครั้งนั้น

ทุกวันนี้สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของสะพานก็คือ เศษซากปรักหักพังที่ดูเหมือนจะยืดยาวออกไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด ลอยไปมาอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็จะเห็นก้อนศิลาที่ลอยอยู่รวมกัน มีรูปร่างเหมือนกับเป็นสะพานอย่างเลือนลาง

มันคือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งขุนเขาทะเลที่เก้า และมีผู้ฝึกตนมากมายมายังที่แห่งนี้เพื่อดิ้นรนค้นหาโชควาสนา บางคนก็ผ่านเข้าไปในซากปรักหักพังแต่ก็ไม่เคยกลับออกมาอีกเลย บางคนก็ได้รับโชควาสนาตามที่ต้องการ นับจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของพวกมันก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

เมิ่งฮ่าวเคยมายังที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งในตอนที่ยังเป็นแค่ผู้ฝึกตนอาณาจักรวิญญาณเท่านั้น นี่คือสถานที่ที่เขาเคยพบเจอกับจื่อเซียง และเป็นสถานที่ที่เขาเคยพบกับ…ผู้มีพระคุณ

หานซาน!

ท่านคือจักรพรรดิอสูรดินยะเยียบแห่งสำนักเซียนอสูรโบราณที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่…หานซาน!

ภรรยาของหานซานถูกจองจำอยู่ในสะพานเซียนเดินหนไปตราบชั่วกาลนาน และหานซานก็ยินดีที่จะจ่ายค่าตอบแทนเพื่อมาค้นหานางยังสถานที่แห่งนี้ และปลุกนางจากการหลับใหล แต่ท่านก็ไม่อาจจะทำได้ ดังนั้นท่านจึงยินดีที่จะ…อยู่ในที่แห่งนี้ไปตราบชั่วนิรันดร์พร้อมกับภรรยาของท่าน

ท่านมอบกระบี่, ขวดน้ำเต้าสุรา และดินยะเยียบของท่านให้กับเมิ่งฮ่าว ผูกมัดโชคชะตาเชื่อมต่อคนทั้งสองเข้าด้วยกัน ท่านช่วยให้เมิ่ง  ฮ่าวประสบความสำเร็จ และสร้างเป็นความหวังขึ้นเล็กน้อยสำหรับตนเองและภรรยาของท่าน…

ในครั้งนั้นเมิ่งฮ่าวได้ให้คำสัญญาว่า เมื่อเขาบรรลุเต๋า ก็จะมาตอบแทนความเมตตาของท่าน!

หานซานรู้ดีว่าถ้าเมิ่งฮ่าวเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อคำสัญญา เขาจะต้องกลับมาอย่างแน่นอน แต่ถ้าเมิ่งฮ่าวไม่ใช่คนเช่นนั้น…ท่านก็ไม่อาจจะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้ เรื่องราวในอนาคตยากที่จะคาดเดา ในตอนนั้นหานซานไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

บางทีถ้าหานซานยังคงมีสติแจ่มใสอยู่ ท่านอาจจะคิดไปถึงคำสัญญาของเมิ่งฮ่าวเป็นระยะ หรือบางทีท่านอาจจะลืมความหวังของตัวเอง ซึ่งมาจากโอกาสที่ท่านได้มอบให้กับเมิ่งฮ่าวไปแล้ว

ความจริงของเรื่องนี้ก็คือ เมิ่งฮ่าวไม่เคยลืมบุคคลที่เคยช่วยเหลือเขาไว้ และไม่เคยลืมคำสัญญาที่ตนเองเคยพูดออกมา เขาไม่เคยลืมกู๋อี่ติงซานอวี่ หรือว่าหานซาน คำสัญญาที่เขาเอ่ยขึ้นมาจะคงอยู่ไปตราบชั่วนิรันดร์ในความทรงจำของเขา

“บรรลุเต๋า เติมเต็มคำสัญญาของข้า!” เมิ่งฮ่าวพึมพำ กลายเป็นลำแสงอันเจิดจ้าพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

“ถึงแม้ว่าข้าจะยังไม่บรรลุเต๋าได้อย่างแท้จริง แต่ก็สามารถช่วยให้พี่ใหญ่หานซานและภรรยาของท่านหลุดพ้นเป็นอิสระได้…” เมิ่งฮ่าว กล่าวเสียงแผ่วเบา เมื่อผ่านเข้าไปในอาณาเขตของสะพานเซียน ผู้ฝึกตนที่ติดตามเขามาด้วยความตื่นเต้นก็ค่อนข้างจะสับสน พวกมันไม่รู้ว่าทำไมเมิ่งฮ่าวถึงต้องมายังที่แห่งนี้

“หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับตระกูลจี้? สะพานนั่นถูกตระกูลจี้ทำลายไปเมื่อหลายปีก่อนโน้น!” ขณะที่กลุ่มฝูงชนเริ่มคาดเดากันไปต่างๆ นาๆ เมิ่งฮ่าวก็ผ่านเข้าไปในสะพาน มุ่งหน้าไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการหยุดพัก

ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่อยู่ด้านในสะพานเซียนเดินหน ผู้ฝึกตนอื่นๆ มากมายต่างก็อยู่ที่นั่น พวกมันทั้งหมดอยู่ในอาณาจักรวิญญาณ มาจากดวงดาวอื่นๆ เพื่อเข้าร่วมการทดสอบต่างๆ

เหมือนกับตอนที่เขาเคยมายังที่แห่งนี้เมื่อหลายปีก่อน

เมิ่งฮ่าวบินผ่านก้อนศิลาต่างๆ ที่เคยถูกสร้างเป็นสะพานเซียนเดินหนไป มาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้อีกครั้งจากความทรงจำเมื่อในอดีต เขาบินไปอย่างเงียบๆ เดินทางลึกเข้าไปในเศษซากปรักหักพังมากขึ้นเรื่อยๆ

เมิ่งฮ่าวมองเห็นผู้ฝึกตนมากมาย บ้างก็ต่อสู้กันไปมา บ้างก็ร่วมมือกันเพื่อค้นหาโชควาสนา ขณะที่เขาผ่านสถานที่ที่ดูคุ้นเคย เขาก็จะคิดไปถึงประสบการณ์ของตัวเองเมื่อในอดีต เขาไม่ได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ฝึกตนที่พบเห็น และพวกมันก็ไม่อาจจะมองเห็นเขาได้ขณะที่เขาพุ่งผ่านไป พวกมันยังคงต่อสู้ดิ้นรนกันต่อไป มองไม่เห็นเขาโดยสิ้นเชิง

เมิ่งฮ่าวมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเดิมที่จดจำได้ในครั้งก่อน ขณะที่เดินทางอยู่นั้นในที่สุดก็ตระหนักว่าไม่มีใครอยู่ในตำแหน่งที่เขาเคยไปมาเมื่อครั้งก่อน เขาไม่ได้หยุดลงเพื่อตรวจสอบดูถึงแม้ว่าอาจจะมีโชควาสนาอยู่ก็ตามที เป้าหมายหลักของเขาก็คือ…

ตอบแทนผู้มีพระคุณ

ในไม่ช้าดินแดนขนาดใหญ่ของก้อนศิลาที่แตกหักก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า มองเห็นสีของดินยะเยียบได้อย่างเด่นชัด ในที่สุดเมิ่งฮ่าวก็บรรลุถึงอาณาเขตที่ลึกมากที่สุดของสะพานเซียนเดินหน เป็นสถานที่ซึ่ง…เขาเคยเห็นหานซานและภรรยาอยู่ที่นี่

สิ่งที่แตกต่างไปก็คือว่าตอนนี้ที่เขากลับมาอีกครั้ง กลับมองไม่เห็นวิญญาณทาสสะพานแม้แต่ดวงเดียว สิ่งที่มองเห็นทั้งหมดก็คือดินยะเยียบอันไร้ขอบเขต แต่เมื่อเขามองไปยังหน้าผาที่เป็นจุดศูนย์กลางของดินยะเยียบนั้น ที่กำลังนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของหน้าผาเป็นบุรุษและสตรีคู่หนึ่ง

สตรีกำลังเอนตัวพิงไปที่ไหล่ของบุรุษ ดวงตาหลับอยู่ และมองเห็นรอยยิ้มน้อยๆ อยู่บนใบหน้า ดูเหมือนว่านางจะมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง มือของบุรุษพันไปที่เส้นผมอันงดงามของนาง และมองลงไปพร้อมรอยยิ้มด้วยเช่นกัน

ช่างเป็นภาพที่งดงามและอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง ใครก็ตามที่มองไป ก็จะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกห่วงใยซึ่งกันและกันของคนทั้งสอง

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ถูกห้อมล้อมโดยดินยะเยียบที่ดูเหมือนว่าจะไร้จุดสิ้นสุด แม้แต่หน้าผาก็ยังดูคล้ายกับเป็นแท่งน้ำแข็งสีฟ้าอันลึกล้ำ!

น้ำแข็งนั้นไม่ได้กระจายความหนาวเย็นใดๆ ออกมา แต่ดูเหมือนว่าจะผนึกคนทั้งสองไว้ ปกป้องคนทั้งคู่ไปตราบชั่วนิรันดร์

เห็นได้ชัดว่า เจตจำนงของวิญญาณภรรยาท่าน ถูกผนึกไว้ในที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน…

เมิ่งฮ่าวเดินขึ้นไปอย่างเงียบๆ ไปยืนอยู่ที่ด้านข้างของหน้าผา มองไปยังบุรุษและสตรีทั้งสอง ใบหน้าที่ดูคุ้นเคยของพวกท่าน ทำให้ความทรงจำมากมายพุ่งขึ้นมาในทันที

“พี่ใหญ่หานซาน…” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง จากระดับพื้นฐานฝึกตนของเขา แค่มองไปเพียงแวบเดียวก็สามารถจะบอกได้ว่า หานซานจงใจที่จะผนึกตนเองไว้ในที่แห่งนี้

แทนที่จะมีชีวิตอยู่อย่างไร้จิตวิญญาณ ท่านได้ใช้พลังของจักรพรรดิอสูรดินยะเยียบ เพื่อผนึกตนเองและภรรยาไว้ นั่งเฝ้ารออยู่ที่นี่อย่างเงียบๆ เผื่อคนทั้งสองอาจจะตื่นขึ้นมาได้ในวันข้างหน้า

เมิ่งฮ่าวมองไปยังบุรุษและสตรีที่กำลังนั่งอยู่บนยอดหน้าผา และกล่าวขึ้นเป็นเสียงแผ่วเบา “นอกจากข้าจะสามารถฟื้นฟูสะพานเซียนเดินหนที่ถูกทำลายนี้กลับมาได้ทั้งหมดแล้ว ต่อให้ข้าสามารถจะคลายผนึกนี้ พี่ใหญ่หานซานและภรรยาก็ยังคงต้องอยู่ในที่แห่งนี้อย่างเงียบๆ ปีแล้วปีเล่า โดยที่ไม่อาจจะจากไปได้”

“การทำลายสะพานเซียนเดินหนนี้…เกิดขึ้นมาจากตระกูลจี้ มันต้องใช้โลหิตของตระกูลจี้มาเซ่นสังเวยเพื่อฟื้นฟูกลับมาใหม่…น่าเสียดายที่ในตอนนี้ข้ายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำเช่นนั้นได้”

“พื้นฐานฝึกตนของข้าอาจจะทำให้สะพานเซียนเดินหนนี้สั่นสะเทือนได้เท่านั้น หรืออาจจะบังคับให้มันยอมจำนน…” เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ นั่งลงขัดสมาธิอยู่ที่ด้านล่างหน้าผา หลับตาลง โคจรหมุนเวียนพื้นฐานฝึกตน และเรียกพลังแห่งเซียนทุกชั้นฟ้ามาด้วย แสงสีฟ้าเริ่มสาดประกายออกไปในทั่วทุกทิศทางอย่างฉับพลัน

ในชั่วพริบตาแสงนั้นก็สาดส่องไปไกลถึงหนึ่งหมื่นจ้าง ทำให้โลกแห่งนี้ทั้งหมดตกอยู่ในแสงสีฟ้า เวลาเดียวกันนั้นสะพานเซียนเดินหนก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมา เหมือนเช่นที่เมิ่งฮ่าวกล่าวไว้ เขาพยายามใช้พื้นฐานฝึกตนทำให้สะพานสั่นสะเทือน และฟื้นฟูมันกลับมา!

ขณะที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขากระจายออกไปทั่วในบริเวณนั้น สองมือก็ขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กดลงไปบนพื้น เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น ปกคลุมไปทั่วทั้งสะพาน โดยมีเมิ่งฮ่าวเป็นจุดศูนย์กลาง

ก้อนศิลาทั้งหมดที่ถูกสร้างเป็นสะพานเซียนเดินหนกำลังสั่นไปมา และในที่สุดสวรรค์ก็สั่นสะท้าน ปฐพีแตกกระจายออกไป ได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากศิลาแต่ละก้อน

เสียงตะโกนนั้นดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่กำลังเข้าร่วมการแข่งขันตกตะลึงและสีหน้าก็สลดลง ต่อมาก็มีภาพของวิญญาณลอยออกมาจากก้อนศิลาเหล่านั้น! วิญญาณจำนวนมากเหล่านั้นคือส่วนทั้งหมดของวิญญาณแห่งสะพานเซียนเดินหน!

พวกมันลอยขึ้นมาจากศิลาแต่ละก้อน และจากนั้นก็ลอยไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว มาบรรจบรวมกันเป็น…วิญญาณที่แท้จริงของสะพานเซียนเดินหน!!

วิญญาณลอยอยู่ที่นั่นเหนือซากปรักหักพังของสะพาน กระจายแรงกดดันอย่างสุดที่จะพรรณนาออกมา เต็มไปด้วยการทำลายล้างและความเกลียดชัง กดทับลงมายังร่างเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวลืมตาขึ้นมาในทันที สาดประกายเจิดจ้าขณะที่มองขึ้นไปยังวิญญาณพยาบาทของสะพานเซียนเดินหน

“เถ้าสู่เถ้า ธุลีสู่ธุลี” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้น “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ อย่าได้มีโทสะผิดคน โปรดปลดปล่อยคนทั้งสองให้จากไป…” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งสะพานเซียนเดินหน ทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่ได้ยิน ต่างก็จ้องมองไปรอบๆ ด้วยความตกใจ

จากสิ่งที่พวกมันสามารถจะบอกได้ มีผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังบางคนได้ลงมาจากท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาว เพื่อบังคับให้สะพานยอมจำนน!

ไม่เพียงแต่พวกมันเท่านั้นที่ตกตะลึง ผู้ฝึกตนที่ติดตามเมิ่งฮ่าวมาตั้งแต่ตอนแรก ต่างก็มองไปรอบๆ บริเวณนั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง สั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง

พวกมันมองเห็นวิญญาณของสะพานเซียนเดินหน และรับรู้ได้ถึงการทำลายล้างและความเกลียดชังที่กระจายออกไปอย่างไร้จุดสิ้นสุดด้วยเช่นกัน ทันใดนั้นพวกมันก็ตระหนักว่าทำไมเมิ่งฮ่าวถึงต้องมายังที่แห่งนี้

“มัน…มันกำลังใช้พลังของตนเองขจัดการทำลายล้างของสะพานเซียนเดินหน!”

“การทำลายล้างของสะพานนี้จะคงอยู่ไปตราบชั่วนิรันดร์ สะพานเกลียดชังตระกูลจี้ และขุนเขาทะเลที่เก้า มันคือความเกลียดชังที่ทำให้สามารถจะก่อตัวขึ้นมาเป็นสะพานได้ ถึงแม้ว่าจะถูกทำลายไปแล้วก็ตาม!”

“เมิ่งฮ่าวผู้นี้อาจจะแข็งแกร่ง แต่มันจะขจัดความเกลียดชังของสะพานเซียนเดินหนนี้ไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร?!”

ในตอนนี้เองที่วิญญาณสะพานเซียนเดินหน กระจายแสงอันน่ากลัวอย่างไร้ขอบเขตออกมา ก่อตัวเป็นใบหน้าขนาดใหญ่ที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว

“ไม่!” มันแผดร้องออกมา คำพูดนั้นกลายเป็นคลื่นเสียงลมพายุที่ม้วนกวาดออกจากสะพานตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“ความเกลียดชังของเจ้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า ข้ามายังที่แห่งนี้เพื่อนำคนทั้งสองจากไป ถ้าเจ้าเห็นด้วยก็ดี ถ้าไม่เห็นด้วยข้าก็ไม่สนใจ ข้าจะต้องนำพวกท่านไปให้จงได้” เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือออกไป ทำให้ทั่วทั้งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวต้องสั่นสะท้านขึ้นมา ในขณะที่สะพานอีกแห่งจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้น

สะพานนั้นเต็มไปด้วยพลังแห่งผู้ยิ่งใหญ่ นี่คือเวทผู้ยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าว…สุดยอดสะพาน!

เขาคิดว่าจะใช้สุดยอดสะพานมากำราบสะพานเซียนเดินหน!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: