I shall seal the heaven Chapter 1205

ตอนที่ 1205

มือสังหารปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เมิ่งฮ่าวเสร็จสิ้นการทวงหนี้จากห้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์, สามนิกายหกสำนัก ไปเยี่ยมเยียนสหายเก่าและเติมเต็มสุดยอดสะพานจนสมบูรณ์ ตอนนี้ก็มีลูกหนี้อยู่ในท่ามกลางสามตระกูลใหญ่เท่านั้น

แน่นอนว่าสำหรับตระกูลหลี่แล้ว เมิ่งฮ่าวรู้สึกอึดอัดใจอยู่เล็กน้อยที่จะไปที่นั่น ดังนั้นจึงเหลือเพียงแค่…ตระกูลซ่งและหวังเท่านั้น!

“ซ่งหลัวตานและหวังมู่ เมื่อไหร่ที่ข้าทวงหนี้จากพวกเจ้าได้ ข้าก็จะออกไปจากขุนเขาทะเลที่เก้า!” เมิ่งฮ่าวบินออกไปจากเศษซากเซียน ดวงตาสาดประกายขึ้นขณะที่มุ่งหน้าตรงไปยังประตูเคลื่อนย้ายทางไกลบนดาวดาวหนึ่ง อันที่จริงลึกลงไปในจิตใจ ยังมีสถานที่อีกแห่งที่เขาต้องการจะไปเยี่ยมก่อนที่จะจากไป

ดาวเป่ยหลูอยู่ห่างไกลจากดาวหนานเทียนมาก และยังมีขนาดใหญ่กว่าดาวตงเซิ่งอีกด้วย ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็จะดูเหมือนกับเป็นลูกทรงกลมสีฟ้าขนาดใหญ่ มีดาวขนาดเล็กกว่าอยู่สามดวงที่โคจรอยู่รอบๆ มันอย่างน่าตกใจยิ่ง

ดาวทั้งสามดวงเหล่านั้นคือที่ตั้งของสามตระกูลใหญ่ และบนดาวเป่ยหลูเอง ก็ยังถูกครอบครองโดยตระกูลเหล่านั้น

สำนักทั้งหลายในที่แห่งนั้นต่างก็เป็นสาขาย่อยของสามตระกูลเหล่านั้น

ตอนนี้เมิ่งฮ่าวกำลังเดินออกมาจากประตูเคลื่อนย้ายทางไกลที่ส่องแสงระยิบระยับ บนหนึ่งในสามดวงดาวของดาวเป่ยหลู ซึ่งเป็นของตระกูลซ่ง

ในทันทีที่เขาปรากฏกายขึ้น ก็พบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับศิษย์นับร้อยจากตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังรอคอยเขาอยู่ แทบจะในทันทีที่เขาโผล่ออกมา หนึ่งในศิษย์ตระกูลซ่งก็ก้าวเดินตรงมาพร้อมกับถุงสมบัติในมือ

“กงจื่อของพวกเราบอกว่า นี่คือหนี้ทั้งหมดของท่าน!” ผู้ฝึกตนตระกูลซ่งกล่าวขึ้นด้วยโทสะ จากนั้นก็โยนถุงสมบัติตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวกระพริบตาปริบๆ ต่อวิธีการจัดการเรื่องราวของตระกูลซ่ง เขาตระหนักดีว่าข่าวคราวได้แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งขุนเขาทะเลที่เก้าแล้วว่าเขากำลังไปทวงหนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาคือสิ่งที่ทำให้คนอื่นๆ ต้องขุ่นเคืองใจ ดังนั้นตระกูลซ่งจึงรีบส่งมอบหนี้ที่ติดค้างไว้ออกมาในทันที เพื่อที่จะขับไล่เขาไปให้พ้น

แต่เมิ่งฮ่าวก็ไม่สนใจตราบเท่าที่ได้เงินกลับคืนมา หลังจากที่ตรวจสอบไปที่ถุงสมบัติด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เพื่อยืนยันความถูกต้องถึงจำนวนเงินที่อยู่ด้านใน เขาก็หันหลังและจากไป เป้าหมายของเขาไม่ใช่ประตูเคลื่อนย้ายทางไกล แต่เป็นสถานที่ที่ห่างไกลออกไปในท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาว นั่นก็คือตระกูลหวัง!

ตอนนี้ประตูเคลื่อนย้ายทางไกลที่ด้านหลังกำลังส่องแสงระยิบระยับอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ฝึกตนคนแล้วคนเล่าปรากฏตัวขึ้น เพื่อมองดูเมิ่งฮ่าวมาไล่ทวงหนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ค่อนข้างจะน่าเบื่ออย่างแท้จริง พวกมันหวังว่าจะได้เห็นเมิ่งฮ่าวทวงหนี้ด้วยกำลัง ไม่ใช่ภาพที่เฉยเมยเช่นนี้ เขารับเงินมาโดยที่ไร้ความวุ่นวายใดๆ

ในเวลาเดียวกันนั้น ซ่งหลัวตานนั่งอยู่บนยอดเขาที่ห่างไกลออกไปลูกหนึ่ง กำลังมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยเวทลับบางอย่าง เมื่อมันเห็นว่าเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา ถึงแม้มันจะรู้สึกผิดต่อเรื่องทั้งหมดนี้ แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ ถ้ามันสามารถจ่ายหนี้ให้กับเมิ่งฮ่าว และทำให้เขาจากไปได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องดี

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เมิ่งฮ่าวกำลังจะจากไป ผู้ฝึกตนตระกูลซ่งที่ส่งมอบถุงสมบัติให้กับเขา ก็เห็นได้ชัดว่ารู้สึกเบื่อหน่ายต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ จึงกล่าวแดกดันขึ้นมาว่า “กงจื่อพวกเรากล่าวว่าใครทำอะไรไว้สวรรค์รับรู้ได้ทั้งหมด ถ้าเจ้ายังคงขูดรีดผู้คนเช่นนี้ เจ้าก็จะถูกลงโทษไม่เร็วก็ช้า!”

ผู้ฝึกตนตระกูลซ่งคนอื่นๆ จ้องมองมาด้วยความตกใจ ซ่งหลัวตานที่อยู่ห่างไกลออกไปอ้าปากค้าง และยืนขึ้นมาในทันที สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ มันยินดีที่จะสาบานว่าไม่เคยกล่าวเช่นนั้นมาก่อน

มันคุ้นเคยกับนิสัยของเมิ่งฮ่าวเป็นอย่างดี และรู้ว่าคำพูดเช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดเป็นหายนะขึ้นมาได้!

“บัดซบ!!” ซ่งหลัวตานคิด รีบบินออกมาจากยอดเขาในทันที ไม่อาจจะนั่งดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้อีกต่อไป มันต้องไปอธิบายกับเมิ่งฮ่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อที่จะส่งมอบเงินคืนให้กับเมิ่งฮ่าว มันต้องไปหยิบยืมมาจากหลายหน่วยงานในตระกูล และยังต้องไปขอกู้ยืมมาจากตระกูลเองอีกด้วย ถ้าทั้งหมดนี้ต้องถูกทำลายลงอันเนื่องมาจากคำพูดเพียงประโยคเดียวแล้วละก็ มันคงอยากจะร้องไห้แต่ก็ไร้น้ำตาเป็นแน่

ก่อนที่เมิ่งฮ่าวจะจากไป ก่อนที่เขาจะบินขึ้นไปในอากาศ ก็ได้ยินคำพูดเหล่านั้น จึงมองกลับไปยังผู้ฝึกตนตระกูลซ่ง เขายังสังเกตเห็นด้วยว่ามีผู้ฝึกตนเร่ร่อนมาห้อมล้อมชมดูอยู่มากมาย คนทั้งหมดต่างก็มีท่าทางตื่นเต้นขึ้นมา บางคนยังดูเหมือนกับว่าต้องการจะขอบคุณผู้ฝึกตนตระกูลซ่งที่เป็นคนพูดผู้นั้นอีกด้วย

“ไร้สาระ” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา สมาชิกตระกูลซ่งคนอื่นๆ กำลังสั่นไปทั้งร่าง เมื่อพวกมันมองเห็นรอยยิ้มของเขาก็รีบถอยไปทางด้านหลัง เหงื่อเท่าเม็ดถั่วปะทุขึ้นมาบนหน้าผาก “ข้ารู้จักซ่งหลัวตานดี มันไม่ใช่คนโง่เช่นนั้น ไม่ว่ามันจะต้องกัดฟันส่งเงินมาให้ข้า หรือว่ากัดฟันที่จะไม่ยอมส่งมอบมาก็ตาม”

“ไม่ว่ามันจะเลือกอย่างไร มันก็ไม่มีทางจะพูดจาเช่นนั้น ดูเหมือนว่า…ศักดิ์ฐานะของซ่งหลัวตานในตระกูลซ่งนี้จะไม่ค่อยมั่นคงนัก แต่ก็ไม่เป็นไร เมื่อมันและข้าเป็นสหายกัน ข้าก็จะช่วยมันสักเล็กน้อย” เมิ่งฮ่าวยิ้มกว้างมากขึ้น และยังมีท่าทางเขินอายและกระอักกระอ่วนใจอยู่เล็กน้อยอีกด้วย

รอยยิ้มและคำพูดของเมิ่งฮ่าว ทำให้สีหน้าของผู้ฝึกตนตระกูลซ่งที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นต้องเปลี่ยนไปในทันที

“นั่นคือสิ่งที่กงจื่อบอกกับข้า…”

“ซ่งหลัวตาน ออกมานี่!” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นอย่างฉับพลัน เกิดเป็นเสียงดังก้องราวกับเป็นเสียงฟ้าผ่า กระจายออกไปทั่วทั้งดาวดวงนี้

แทบจะในทันทีที่เขาพูดจบ ซ่งหลัวตานก็ปรากฏตัวขึ้น แวบตรงมายังทิศทางนี้ด้วยความรวดเร็วราวกับเป็นสายฟ้า ในทันทีที่มันมาถึง ก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อ ทำให้ลมพายุพุ่งขึ้นมา ม้วนกวาดไปรอบๆ ร่างของสมาชิกในตระกูลที่เพิ่งจะกล่าวขึ้นมาเมื่อครู่นี้ บุรุษผู้นั้นลอยออกไปยังที่ห่างไกลในทันที โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส

“ท่านย่ามันเถอะ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาใส่ความข้า! ทุกคน, จับกุมมัน!” ผู้ฝึกตนตระกูลซ่งที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น รีบบินไปคว้าจับบุรุษผู้นั้นไว้อย่างฉับพลัน

ไม่แม้แต่จะเสียเวลาไปสอบถามบุรุษผู้นั้น ซึ่งแอบอ้างว่ามันเป็นคนพูด ซ่งหลัวตานหมุนตัวมองมายังเมิ่งฮ่าว ใบหน้าเคร่งขรึมและจิตใจก็เต็มไปด้วยความขมขื่น ทันใดนั้นก็รู้สึกเสียใจต่อการตัดสินใจก่อนหน้านี้ ที่จะรักษาหน้าตนเองด้วยการไม่มาพบเมิ่งฮ่าวด้วยตัวเอง ถ้ามันทำ เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ก็คงจะไม่มีทางเกิดขึ้น

เมิ่งฮ่าวมองไปยังซ่งหลัวตานพร้อมกับรอยยิ้มอันลี้ลับ รอคอยให้มันพูดออกมา

“ข้าไม่เคยพูดเช่นนั้น!” ซ่งหลัวตานลังเลชั่วขณะ กล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

“ข้ารู้ แต่เมื่อพวกเราเป็นคนคุ้นเคยกัน ก็เลยคิดว่าจะช่วยเจ้าบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าคิดไม่แพง” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ซ่งหลัวตานกำลังจะปฏิเสธ แต่จากนั้นแววตาก็สาดประกายขึ้น “เจ้าต้องการเท่าไหร่?”

“สองเท่าของสิ่งที่อยู่ในถุงสมบัติที่เจ้าเพิ่งจะมอบให้ข้า”

“เจ้ามันดุร้ายนัก! มันเรียกว่าซ่งหลัวเสิน เป็นผู้ถูกเลือกจากสายโลหิตหลักแห่งตระกูลซ่ง มันพยายามจะแย่งชิงตำแหน่งเต้าจื่อไปจากข้า อย่าได้สังหารมัน! แค่ทำลายชื่อเสียงมันไปก็พอ!”

เมิ่งฮ่าวหัวเราะหึๆ และทันใดนั้นก็ร้องตะโกนออกไปราวกับเป็นเสียงฟ้าผ่า “ซ่งหลัวเสิน! เจ้าเป็นหนี้ข้า! ถึงเวลาที่ต้องชดใช้แล้ว!”

เสียงของเมิ่งฮ่าวดูเหมือนจะประกอบไปด้วยพลังสวรรค์ ขณะที่ดังก้องออกไปทั่วทั้งดาวดวงนี้ ทำให้ภูเขานับไม่ถ้วนต้องสั่นสะเทือน เสียงตอบรับที่เย็นชาลอยออกมาจากที่ห่างไกล

“สหายเต๋าเมิ่ง ข้าจำได้ว่าไม่เคยเป็นหนี้ท่าน บุคคลที่เป็นหนี้ท่านคือซ่งหลัวตาน”

“ถ้าข้าบอกว่าเจ้าเป็นหนี้ข้า เจ้าก็ต้องเป็นหนี้ข้า!” ขณะที่พูด เมิ่งฮ่าวก็ก้าวเท้าตรงไป ร่างกายแวบขึ้น และไปปรากฏตัวขึ้นใหม่ยังที่ห่างไกลออกไป เขาต่อยหมัดลงไปบนพื้น ทันใดนั้นพื้นดินตรงนั้นก็พังทลายลงไป และเงาร่างร่างหนึ่งก็ลอยขึ้นมา

เป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง มีหน้าตาหล่อเหลา แต่มีดวงตาที่เรียวแหลม เดิมทีดวงตาคู่นั้นสาดประกายขึ้นด้วยความเย็นชาอันชั่วร้าย แต่ตอนนี้กลับเจิดจ้าด้วยความตื่นตระหนก เมื่อมองเห็นเมิ่งฮ่าวปรากฏตัวขึ้นด้วยพลังสะกดข่มเช่นนี้

“สหายเต๋าเมิ่ง เจ้ากำลังจะทำอะไร!?!?” บุรุษหนุ่มแผดร้องออกมา รีบถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันนั้น สำแสงสิบกว่าสายก็เริ่มบินออกมาจากภายในตระกูลซ่ง บุคคลเหล่านั้นคือผู้แข็งแกร่งซึ่งมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองพื้นที่บริเวณนั้น

ตอนนี้สำนักและตระกูลทั้งหมดต่างก็ทราบข่าวที่เมิ่งฮ่าวไปทวงหนี้ ตระกูลซ่งไม่ต้องการจะมีปัญหากับเขา พวกมันแค่อยากให้เขาจากไปอย่างรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เท่านั้น

แต่บุคคลเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้คอยเฝ้าพิทักษ์บริเวณแห่งนี้ ถ้ามีสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น ตอนนี้เมื่อพวกมันมองเห็นเมิ่งฮ่าวเคลื่อนที่เข้ามา จึงต้องปรากฏตัวขึ้น

“เมิ่งฮ่าว เจ้าได้เงินไปแล้ว ยังจะทำอะไรอีก!?” เสียงแผดร้องดังก้องขึ้นมา ขณะที่ลำแสงสิบกว่าสายเข้ามาใกล้ เพื่อพิทักษ์บุรุษหนุ่มที่กำลังจะถูกเมิ่งฮ่าวโจมตีผู้นั้น

“ซ่งหลัวตานใช้หนี้ข้าเรียบร้อยแล้ว แต่ซ่งหลัวเสินยังไม่ชดใช้” เขากล่าวเสียงราบเรียบ โบกสะบัดมือขวาออกไป ทำให้เกิดเป็นลมพายุพุ่งขึ้นมาปกคลุมไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น ขณะที่จิตใจพวกมันกำลังสั่นสะท้าน เมิ่งฮ่าวก็ก้าวเดินตรงไปยังซ่งหลัวเสิน

“ข้าไม่เคยเป็นหนี้เจ้า!!” ซ่งหลัวเสินร้องตะโกนออกมา มันรู้สึกเสียใจที่พยายามจะหลอกใช้เมิ่งฮ่าวไปจัดการซ่งหลัวตาน แต่เสียใจในตอนนี้ก็สายไปแล้ว ขณะที่พุ่งถอยไปทางด้านหลัง มันก็บดขยี้แผ่นหยก เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสของตระกูล

“เจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นหนี้ข้า แต่กลับพยายามปลุกระดมความขัดแย้งระหว่างข้าและซ่งหลัวตาน ช่างไร้สาระนัก! ข้าไม่เข้าใจว่าคนที่มีสติปัญญาเช่นเจ้า จะทำให้ซ่งหลัวตานรู้สึกถูกคุกคามได้อย่างไร?” เมิ่งฮ่าวส่ายหน้า โบกสะบัดมือตรงไปยังซ่งหลัวเสิน จากนั้นก็ทำท่าคว้าจับ ทำให้ซ่งหลัวเสินลอยตรงมาพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน

“ท่านปรมาจารย์ ช่วยข้าด้วย!!” ซ่งหลัวเสินแผดร้องออกมา เมิ่งฮ่าวกำมือซ้ายเป็นหมัด และต่อยออกไปในอากาศตรงข้างกายมันด้วยหมัดสังหารเทพในทันที!

หมัดนี้ทำให้อากาศพังทลายลงไป ได้ยินเสียงกระหึ่มดังก้องออกมา ขณะที่ชายชราใบหน้าเคร่งเครียด รูปร่างผอมกระหร่องผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้น

มันพยายามจะช่วยเหลือซ่งหลัวเสิน แต่ก็ไม่รวดเร็วเพียงพอ ตอนนี้มันไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากมองดูเมิ่งฮ่าวคว้าจับตัวซ่งหลัวเสินไว้

“เมิ่งฮ่าว อย่าเกินเลยไปมากนัก ถึงแม้ตระกูลซ่งจะไม่ต้องการเป็นศัตรูกับเจ้า แต่เจ้าก็ไม่อาจจะมากเกินไป!” ชายชรากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม กระจายกลิ่นอายของอาณาจักรเต๋าออกมา เห็นได้ชัดว่ามันคือหนึ่งในปรมาจารย์อาณาจักรเต๋าแห่งตระกูลซ่ง

ขณะที่มันพูดขึ้นมา กลิ่นอายอาณาจักรเต๋าอีกกลิ่นอายก็เริ่มกระจายออกมาจากดาวดวงนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครปรากฏกายขึ้น แต่กลิ่นอายนั้นก็ตรึงแน่นอยู่บนร่างเมิ่งฮ่าว

บนดาวเป่ยหลูที่อยู่ห่างไกลออกไป ยังมีกลิ่นอายอาณาจักรเต๋าที่น่ากลัวมากกว่านี้อีกด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าจะเพ่งสมาธิมายังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้

“การพยายามจะแย่งชิงตำแหน่งเต้าจื่อตระกูลซ่ง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า แต่ก็เห็นได้ชัดว่าซ่งหลัวเสินพยายามจะหลอกใช้ข้า ด้วยเช่นนั้นมันจึงต้องจ่ายค่าตอบแทนมา” เมิ่งฮ่าวคว้าจับซ่งหลัวเสินไว้ในมือ และจ้องนิ่งไปยังชายชราร่างผอมแห้งผู้นั้น ไม่สนใจกลิ่นอายอาณาจักรเต๋าไปโดยสิ้นเชิง

ชายชราจ้องมองไปยังซ่งหลัวเสินอย่างมีโทสะ ตอนนี้มันตระหนักว่าซ่งหลัวเสินไปใช้เล่ห์เหลี่ยมกับเมิ่งฮ่าวก่อน และกำลังแอบสาปแช่งในความโง่เขลาของมัน ตระกูลซ่งยอมรับวิธีการที่ซ่งหลัวตานเก็บรวบรวมเงินเพื่อชดใช้คืนให้กับเมิ่งฮ่าวไปโดยปริยาย และเมื่อขาดแคลนอีกเล็กน้อย ตระกูลก็ยินดีที่จะให้มันกู้เงินไปอีกด้วย จึงเป็นเรื่องง่ายที่พูดได้ว่า ตระกูลซ่งไม่ต้องการจะไปตอแยเมิ่งฮ่าว

แต่ตอนนี้ เจ้าโง่ผู้นี้กลับกระทำเรื่องเช่นนี้ จากมุมมองของชายชราร่างผอมแห้ง ซ่งหลัวเสินช่างปัญญาอ่อนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าสายโลหิตของมันมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือตระกูลแล้วละก็ มันคงไม่สนใจเรื่องนี้แล้ว

“พวกเราจะต้องชดใช้เรื่องนี้ให้กับเจ้าอย่างแน่นอน” ชายชรากล่าวขึ้นช้าๆ เมิ่งฮ่าวยิ้มออกมาและปลดปล่อยซ่งหลัวเสินไป มันกำลังจะพูดจาออกมา แต่ทันใดนั้นเองแรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่างเมิ่งฮ่าว และเริ่มจ้องมองข้ามไหล่ของชายชราไปด้วยความงุนงง

ดวงตาของชายชราเบิกกว้างขึ้น และรีบหมุนตัวไป แต่ก็มองไม่เห็นสิ่งใด ขณะที่มันขมวดคิ้ว ก็รับรู้ได้ว่าดวงตาของเมิ่งฮ่าวกำลังหรี่เล็กลง

เมิ่งฮ่าวเริ่มหอบหายใจออกมา เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจะเห็นสิ่งแปลกๆ บางอย่างอยู่ที่ด้านหลังของชายชรา เป็นบุรุษในชุดสีดำผู้หนึ่ง พร้อมกับเส้นผมที่ยาวสีขาว กำลังก้าวเนิบนาบผ่านความว่างเปล่าไป

บุรุษผู้นั้นมีกลิ่นอายอันน่ากลัว ซึ่งก็คือ…บุคคลที่เดินออกมาจากเวทผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรสายลม…ผู้ยิ่งใหญ่!

มือสังหาร!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น