I Shall Seal The Heaven Chapter 123

0 Comments

ตอนที่ 123

รวมจิตสัมผัสกลายเป็นรูปร่าง

ความต้องการสังหารนั้นช่างแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ ดูเหมือนจะทำให้มหาสมุทรสั่นไหว โลหิตหยดลงจากสะพาน และคลื่นลูกใหญ่ก็ซัดไปทั่วทั้งมหาสมุทร

หลังจากที่มันพูดจบ เด็กชายก็ยกมือขึ้น กำเป็นหมัด จากนั้นก็เริ่มพุ่งลงมาที่เมิ่งฮ่าว มหาสมุทรโลหิตส่งเสียงกระหึ่ม ขณะที่คลื่นประดังขึ้นมาพร้อมกับเด็กชายที่พุ่งเข้ามา

ดวงตาเมิ่งฮ่าวหดแคบลง พลังฝึกตนของเด็กชายอยู่ขั้นสุดท้ายพื้นฐานลมปราณ แต่เมิ่งฮ่าวก็รู้ว่า เมื่อเข้ามายังสถานที่นี้ เขาก็ต้องต่อสู้ เขาก้าวตรงไป ตามติดด้วยลูกสุนัข ซึ่งยังคงส่งเสียงเห่าข่มขู่ออกมา กลุ่มควันโลหิตลอยอยู่รอบๆ ร่างขนาดฝ่ามือของมัน เมิ่งฮ่าวและมันกลายเป็นลำแสงสองลำ พุ่งตรงเข้าไปยังเด็กผู้ชายนั้น

เมิ่งฮ่าวตบไปที่ถุงแห่งจักรวาล และกระบี่ไม้สองเล่มก็ลอยออกมาในทันใด ต่อจากนั้น เขาก็พ่นธวัชสายฟ้าออกมา ทำให้ตัวเขาถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มหมอก ราวกับลูกธนูที่หลุดออกจากแหล่ง เขาและลูกสุนัขกระแทกเข้าไปที่เด็กชาย

เสียงระเบิดดังออกมา เมิ่งฮ่าวกระอักโลหิต และกระบี่ไม้ก็หมุนคว้างหลุดจากการควบคุม กลุ่มหมอกของธวัชสายฟ้าเริ่มจางหายไป เมิ่งฮ่าว และลูกสุนัขสั่นไปทั้งร่าง ขณะที่พวกเขาลอยไปด้านหลัง พ่นโลหิตออกมาจากปาก

เด็กชายมองอย่างเย็นชามาที่เมิ่งฮ่าว จากนั้นก็ยกมือขวาขึ้น ด้านหลังของมัน ทะเลก็เริ่มเดือดพล่านปั่นป่วน และสะพานโค้งแห่งที่สองก็ปรากฎขึ้น เด็กชายหายตัวไป บนสะพานที่สอง เห็นเป็นบุรุษหนุ่มยืนอยู่

รูปร่างหน้าตาของบุรุษหนุ่มดูคุ้นตา มันดูเหมือนเด็กชายจากสะพานแรกเป็นอย่างยิ่ง นอกจากอายุแก่กว่าสิบปี

“เจ้าจะมาต่อสู้เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ” มันกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “ถ้าหมัดของข้าสังหารเจ้าไม่ได้ เจ้าก็ผ่านไปยังสะพานที่สามได้” หลังจากกล่าวจบ มันก็ปิดตาลง และยืนอยู่ที่นั่นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

เช็ดโลหิตออกจากปาก เมิ่งฮ่าวนั่งลงขัดสมาธิบนสะพานแรก การโจมตีเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังของขั้นสุดท้ายแห่งพื้นฐานลมปราณ ถ้าไม่ได้การคุ้มครองจากธวัชสายฟ้า แน่นอนว่าเขาต้องถูกกำจัดไปแล้ว

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อีกเจ็ดคนก็ยังไม่สามารถผ่านด่านที่สองนี้ไปได้ในเร็ววัน การแข่งขันล่าขุมทรัพย์เซียนโลหิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และนี่ก็เป็นแค่ด่านที่สองเท่านั้น…” หลังจากคิดไปสักพัก ดวงตาของเมิ่งฮ่าวก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขากลืนเม็ดยาลงไป และปรับพื้นฐานพลังฝึกตน เขายังได้วางเม็ดยาลงไปที่เบื้องหน้าของลูกสุนัข ซึ่งมันก็ตวัดเข้าปากไปในทันที จากนั้นก็นอนหมอบลงไปบนตักของเมิ่งฮ่าวเพื่อฟื้นฟูพลัง และรักษาอาการบาดเจ็บ

สองวันหลังจากนั้น ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็ลืมขึ้น ลูกสุนัขยังคงนอนบนตักของเขา แต่อาการบาดเจ็บของมันดูเหมือนจะรักษาไปได้มากกว่าครึ่ง มันกระโดดขึ้นมา ถึงแม้ว่ามันไม่ได้เติบโตสูงใหญ่ขึ้น แต่กลิ่นอายของมันก็แตกต่างจากก่อนหน้านี้

ดูเหมือนว่ามันเริ่มใกล้ชิดกับเมิ่งฮ่าวมากขึ้น และเริ่มดุร้ายต่อโลกมากขึ้น ถ้าไม่ใช่เม็ดยาคุณภาพสูงของขั้นรวบรวมลมปราณ ซึ่งเมิ่งฮ่าวให้มัน มันก็เกือบจะตายไปจากการบาดเจ็บครั้งนี้

“เจ้าก็คล้ายกับข้าก่อนหน้านี้” เมิ่งฮ่าวพูดเสียงอ่อนโยน มองไปที่ลูกสุนัข “ง่ายๆ และธรรมดา แต่ถูกผลักให้เข้ามาสู่โลกแห่งการฝึกตน เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเปลี่ยนแปลง ไร้ทางเลือก นอกจากต้องแข็งแกร่งขึ้นและต้องเลือดเย็น เจ้าต้องเรียนรู้การสังหาร”

ลูกสุนัขจ้องขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว ราวกับว่ามันเข้าใจคำพูดของเขา มันเลียชุดยาวของเมิ่งฮ่าว วิ่งไปรอบๆ เขาเป็นวงกลมสองสามรอบ จากนั้นก็นอนลงที่แทบเท้า

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ และจากนั้นก็มองตรงไปยังสะพานที่สอง ตบไปที่ถุงแห่งจักรวาล และพิรุณกระบี่ก็เริ่มบินออกมา

หนึ่งร้อย, สองร้อย, สามร้อย… กระบี่บินห้าร้อยเล่มหมุนวนรอบๆ ตัวเขา! พวกมันก่อตัวเป็นรูปร่างของมังกรปีกวารี พลังจากแกนอสูรที่กำลังสั่นไปมาภายในเสาแห่งเต๋า เติมเต็มไปทั่วร่างของเมิ่งฮ่าว เขาโบกสะบัดทั้งสองมือไปที่ด้านหน้า และกระบี่ไม้ก็ปรากฎ ก่อตัวเป็นเขี้ยวยาวๆ ของมังกรปีกวารี ทั้งหมดนี้พุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด ตรงไปยังบุรุษหนุ่มบนสะพานที่สอง

สีหน้าของบุรุษหนุ่มไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย มันโบกมือขวาช้าๆ กำเป็นหมัดต่อยออกไปตามสบาย ไม่มีคลื่นก่อตัวขึ้นบนมหาสมุทรโลหิต ไม่มีทั้งเสียงกระหึ่มกึกก้องใดๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ตามธรรมชาติ แต่ก็เหมือนกับหมัดของเด็กชายผู้นั้นเป็นอย่างยิ่ง มันไม่รอให้เมิ่งฮ่าวมาถึง กระบี่บินของเขาก็เริ่มแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ราวกับว่าพวกมันได้พุ่งเข้าไปชนกับผนังศิลาอันแข็งแกร่ง

แต่พวกมันก็ไม่ได้แหลกสลายไปทั้งหมด มีเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่ตรงกลางด้านหน้าแตกหักไป จากนั้นเส้นที่มองไม่เห็นก็ปรากฎขึ้น ทะลุผ่านกระบี่บินตรงมายังเมิ่งฮ่าว เมื่อสัมผัสถึงภัยความตายที่เข้ามาใกล้ เมิ่งฮ่าวก็พุ่งพลังลมปราณทั้งหมดเข้าไปในหมอกสายฟ้า และส่งกระบี่ไม้สองเล่มที่อยู่ด้านหน้ามาขวางกั้นไว้

ด้วยความตั้งใจของมันเอง ลูกสุนัขลอยตรงขึ้นมายังหน้าอกของเมิ่งฮ่าว ใช้แผ่นหลังของมันเป็นเกราะกำบัง เมิ่งฮ่าวรีบจับมัน และโยนออกไปด้านข้างในทันที

เสียงระเบิดดังออกมาจนดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด โลหิตพุ่งออกมาจากปากเมิ่งฮ่าว และเขาก็ลอยออกไปยังด้านหลัง หมุนคว้างราวกับว่าวที่ถูกตัดสายป่าน ลอยตกลงไปยังสะพานแรก กระอักโลหิตออกมาอีก ใบหน้าซีดขาว ดูเหมือนเสาแห่งเต๋าของเขา จะแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ

“การโจมตีครั้งนี้น่ากลัวกว่าครั้งแรกหลายเท่านัก และจากที่ข้าสัมผัสได้ มันประกอบไปด้วยพลังของพื้นฐานไร้ตำหนิระดับกลาง…แล้วเจ้าสุนัขตัวนี้กระโดดขึ้นมาปกป้องข้า…?”

เช็ดโลหิตออกไป เขามองลงไปยังลูกสุนัข ซึ่งเขาโยนออกไปด้านข้าง มันมองขึ้นมาที่เขาอย่างกังวล เขาลูบไปที่ขนยาวๆ บนศีรษะของมัน จากนั้นก็มองกลับไปยังบุรุษหนุ่มผู้นั้น

“อย่างไรก็ตาม เจ้าผ่านแล้ว” บุรุษหนุ่มพูดเสียงราบเรียบ “แต่จากระดับพลังของเจ้า ถ้าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงใดๆ เจ้าไม่มีทางที่จะผ่านสะพานที่สามไปได้” มันโบกสะบัดมือขวา และสะพานที่สามก็ปรากฎขึ้นด้านหลังของมันในทันที

เมื่อสะพานปรากฎขึ้น มันก็หายตัวไป บนสะพานที่สามปรากฎบุรุษวัยกลางคนขึ้น มันดูคล้ายคลึงกับบุรุษหนุ่มจากสะพานที่สอง นอกจากชราขึ้นสิบปี จากพลังฝึกตนที่กระจายออกมาของมัน เมิ่งฮ่าวก็คาดเดาได้ว่าบุรุษผู้นี้อยู่ในระดับเดียวกับตัวเขา ระดับต้นขั้นพื้นฐานลมปราณ พร้อมด้วยเสาแห่งเต๋าหนึ่งต้น ช่างน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง!

“นี่แปลกมาก” เมิ่งฮ่าวกล่าว ดวงตาหดแคบลง “ทำไมสะพานที่สามเป็นคนที่มีพลังฝึกตนเช่นนี้…? ดูเหมือนลำดับมันตรงข้ามกัน…”

“การจะผ่านสะพานนี้” บุรุษผู้นั้นพูดเสียงเย็นชา “เจ้าต้องต้านรับหนึ่งในการโจมตีของข้าโดยไม่กระอักโลหิตออกมา เจ้ามีโอกาสสามครั้ง แต่ละการโจมตี จะเป็นการต่อยหนึ่งครั้ง ถ้าเจ้าล้มเหลวสามครั้ง เจ้าก็จะไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองขุมทรัพย์อีกต่อไป และจะถูกฝังอยู่ในมหาสมุทรโลหิต วิญญาณของเจ้าก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแท่นบูชา”

เมิ่งฮ่าวไม่พูดจา นั่งลงขัดสมาธิบนสะพานที่สอง และหยิบเม็ดยาออกมาจำนวนหนึ่ง เขาให้เม็ดยากับลูกสุนัขด้วยเช่นกัน มองดูมันกลืนเม็ดยาลงไป เมิ่งฮ่าวคิดกลับไปตอนที่มันกระโดดขึ้นไปปกป้องเขา และความรู้สึกอบอุ่นก็เต็มอยู่ในจิตใจ

หลังจากสามวันผ่านไป เมิ่งฮ่าวฟื้นฟูร่างกายกลับมาบ้างเล็กน้อย ลูกสุนัขลืมตาของมันขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนจะกระปรี้กระเปร่าขึ้นเล็กน้อย

จ้องไปที่บุรุษบนสะพานที่สาม ดวงตาเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความครุ่นคิด ในจิตใจของเขา นึกทบทวนการต่อสู้กับเด็กชายจากสะพานแรก และบุรุษหนุ่มจากสะพานที่สอง พยายามที่จะเชื่อมต่อชิ้นส่วนบางเบาะแสเข้าด้วยกัน เกี่ยวกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

เวลาเล็ดลอดไปจนกระทั่งอีกหนึ่งวันได้ผ่านไป จิตใจเมิ่งฮ่าวสับสน และเขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ คิดถึงคำตอบที่เป็นไปได้

“เมื่อเด็กชายนั้นโจมตีมา มันเป็นพลังของพื้นฐานลมปราณขั้นสุดท้าย และทำให้มหาสมุทรโลหิตพลุ่งพล่าน นั่นเป็นเพราะพลังการโจมตีกระจายออกมา สำหรับบุรุษหนุ่มนั้น ถึงแม้มันจะอยู่ที่ขั้นพื้นฐานลมปราณระดับกลาง แต่พลังโจมตีก็ไม่ได้กระจายออก และกระบี่ห้าร้อยเล่มของข้า มีเพียงยี่สิบเล่มเท่านั้นที่ถูกทำลายไป มันบังคับให้ข้าต้องเผชิญหน้ากับหมัดนั้นโดยตรงด้านหน้า”

“ในการต่อสู้ทั้งสองครั้งนี้ พื้นฐานฝึกตนไม่เหมือนกัน เห็นได้ชัดว่า สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือวิธีใช้พลังฝึกตน!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวส่องประกายด้วยความเข้าใจ เขาไม่ได้โง่เขลา ตอนนี้เขาเข้าใจถึงคำตอบของปัญหาอย่างชัดแจ้ง

“ครั้งนี้ พลังฝึกตนของบุรุษผู้นี้เหมือนกับของข้า แต่พลังอะไรที่มันจะใส่เข้าไปเพื่อโจมตี…?” เมิ่งฮ่าวมองไปที่มัน ขณะที่เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ดวงตาสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ ในตอนนี้ จริงๆ แล้ว เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับขุมทรัพย์ของเซียนโลหิตมากเท่าไหร่ ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักว่าภายในด่านทั้งเก้านี้…ยังมีขุมทรัพย์ที่มองไม่เห็นอยู่ในทุกที่!

เขาไม่โจมตีในทันที แต่ยืนอยู่บนสะพานที่สอง และทดสอบบางอย่างเล็กน้อย ค่อยๆ ส่งพลังออกมาช้าๆ จากนั้นก็พยายามที่จะควบคุมพลังไม่ให้กระจายออกไป มันยากมาก แต่เมิ่งฮ่าวก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ ซึ่งก็เป็นบุคลิกพื้นฐานของเขา โดยไม่สนใจเวลาที่ผ่านไป และในที่สุด เจ็ดวันก็ผ่านไป เงยหน้าขึ้น เขายังควบคุมไม่ได้สมบูรณ์มากเท่าไหร่ ทำได้แค่สามในสิบส่วนเท่านั้น

“ข้าคงรีรอต่อไปอีกไม่ได้ ต้องทดลองดูว่าความคิดของข้าถูกต้อง” ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า เขาเดินตรงไปที่บุรุษผู้นั้น

ตูม!

หลังจากหายใจเข้าออกผ่านไปสิบครั้ง เมิ่งฮ่าวก็ลอยไปด้านหลัง โลหิตกระจายออกมาจากปาก และความปวดร้าวก็เต็มอยู่ในศีรษะ เขาตกลงไปยังสะพานที่สอง ร่างกายสั่นสะท้าน ใช้มือข้างหนึ่งยันไปที่สะพานไม้สีเขียวเข้ม กระอักโลหิตออกมาอีก ข้างกายเขา ลูกสุนัขก็สั่นไปทั้งตัว ขาหักไปหนึ่งข้าง และดูท่าทางอ่อนแอเป็นอย่างมาก เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปอย่างช้าๆ ยังบุรุษผู้นั้นบนสะพานที่สาม

“การพยายามครั้งที่หนึ่ง ล้มเหลว”

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และนั่งลงขัดสมาธิ เขาป้อนเม็ดยาให้ลูกสุนัขเพื่อช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้กับมัน มันบาดเจ็บเท่ากับที่เขาเป็น รูปร่างของมันเปลี่ยนไป ขนของมันไม่ได้ดูมีสุขภาพดีอีกต่อไป และดวงตาก็ดูมืดมัว แต่พลังชีวิตของมันยังแข็งแกร่ง ทุกครั้งที่มันฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก็จะยิ่งมีความต้องการสังหารเพิ่มมากขึ้น

“บุรุษผู้นี้แค่อยู่ในขั้นพื้นฐานลมปราณเริ่มต้น และเมื่อมันโจมตีก็เกือบจะไม่มีพลังรั่วไหลออกมาเลย รวมกับการที่มันยังเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พิเศษเฉพาะ…ดูเหมือนว่าหมัดของมันไม่ได้เป็นหมัดจริงๆ…แต่ข้าก็บอกได้ว่าความพยายามที่ใช้ไปตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ไม่สูญเปล่า ข้ามาถูกทางแล้ว!”

เขายกมือขึ้น และกดลงไปตรงระหว่างคิ้ว ขับไล่ความเจ็บปวดที่ทรมานร่างกายให้หายไป

เขาลุกขึ้นยืน และพยายามฝึกฝนการควบคุมพลังลมปราณ ที่กระจายออกมาจากพลังฝึกตน อีกเจ็ดวันได้ผ่านไป และเมิ่งฮ่าวก็รู้สึกว่าสามารถควบคุมได้ประมาณห้าในสิบส่วน ถึงแม้พลังฝึกตนของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้น ในแง่ของความแข็งแกร่งในการต่อสู้ แต่เขาก็เพิ่มความสามารถในการกระแทก และการโจมตี

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไป ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า เขาและลูกสุนัขพุ่งตรงไป มนุษย์ และสุนัขร่วมกัน จู่โจมไปยังร่างบนสะพานที่สาม

ตูม!

อีกครั้งที่ลมหายใจเข้าออกสิบครั้งผ่านไป เมิ่งฮ่าวก็ลอยกลับไปด้านหลัง หมุนเคว้งคว้างไปหลายรอบ โลหิตพุ่งออกมาจากปากเปื้อนเสื้อผ้า แต่ดวงตาของเขาก็สาดประกายเจิดจ้า

สำหรับลูกสุนัข ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปขณะที่เมิ่งฮ่าวบรรลุการรู้แจ้ง อาการบาดเจ็บของมันไม่ได้รุนแรงมากนักในครั้งนี้ มันส่งเสียงเห่าอย่างดุร้ายเล็กๆ ออกมา

“จิตสัมผัส! มันไม่เพียงแต่จะใช้พลังลมปราณ มันได้เพิ่มจิตสัมผัสเข้าไปในการโจมตีของหมัดมันด้วย! ทำให้หมัดของมัน…สามารถกระแทกไปตรงๆ ยังพื้นฐานการฝึกตน!”

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่การรู้แจ้งเต็มอยู่ในดวงตา ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจ แม้ว่าพื้นฐานฝึกตนจะเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ฝึกตน แต่เมื่อมันกลายเป็นพลังลมปราณ และวิธีการที่จะใช้มัน การควบคุมก็เป็นกุญแจหลักในการต่อสู้อย่างแท้จริง!

เขานั่งลงขัดสมาธิ และปิดตาลง ครั้งนี้ เขาใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ก่อนที่จะลืมตาขึ้น เขาได้ติดอยู่ในด่านนี้เกือบหนึ่งเดือน เขาไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับอีกเจ็ดคนนั้น แต่เท่าที่เมิ่งฮ่าวเข้าใจ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในลำดับสุดท้าย เขาก็ยังได้ครอบครองบางสิ่งบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อ

เขายืนขึ้นช้าๆ บินตรงไป ลูกสุนัขดูเหมือนจะกำเนิดใหม่ เนื่องจากการรู้แจ้งของเมิ่งฮ่าว มันติดตามเขา พุ่งตรงไปโจมตีบุรุษบนสะพานที่สาม

ตูม!

เมิ่งฮ่าวถอยกลับไปด้านหลังแปดก้าว เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ลมปราณและโลหิตพลุ่งพล่าน แต่ก็ไม่มีโลหิตพุ่งขึ้นมาจากลำคอ บุรุษผู้นั้นดึงหมัดของมันกลับไป เมิ่งฮ่าวโค้งตัวคารวะมันด้วยการประสานมือ

“เจ้ารู้แจ้งแนวทางการเปลี่ยนจิตสัมผัสให้กลายเป็นรูปร่าง เจ้าได้ผ่านด่านที่สอง!” บุรุษผู้นั้นพยักหน้า และโบกสะบัดแขนเสื้อ โลกรอบๆ ตัวเริ่มสลายไป

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 219
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 218
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 217
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: