I shall seal the heaven Chapter 1331

0 Comments

ตอนที่ 1331

สาปแช่งเทพ

เวทผนึกรุ่นแปดทำให้การเคลื่อนไหวในโลกแห่งนี้หยุดชะงักนิ่งไปทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างแน่นิ่งและเงียบกริบ สำหรับเวทรุ่นเจ็ดทำการผนึกวัฏจักรแห่งกรรมในโลกแห่งนี้ ทำให้ความทรงจำทั้งหมดถูกแช่แข็งไป

เวทรุ่นหกผนึกความเป็นตายไว้ แทนที่ด้วยการถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ ทำให้โลกแห่งนี้ทั้งหมดเหมือนกับเป็นต้นไม้ที่ไร้ราก

เวทรุ่นห้าทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย ด้านในกลายเป็นด้านนอก จักรวาลบิดเบี้ยวไปมา แผ่นฟ้าและผืนดินมืดสลัวลงไป และแสงทั้งหมดก็จางหายไป!

เวทรุ่นสามทำให้สายน้ำแห่งกาลเวลาในโลกแห่งนี้ไหลช้าลงจนหยุดชะงักนิ่ง เวลาไร้ขอบเขต ไร้ข้อจำกัด ไร้จุดสิ้นสุด แม้แต่การไหลของห้วงเวลาก็ยังต้องหยุดลง

เวทรุ่นสองทำให้ความว่างเปล่ากลายเป็นความจริงขึ้นมา!

ในท่ามกลางเสียงกระหึ่มกึกก้องขนาดใหญ่ สีหน้าของคนนอกคอกสลดลง และร่างกายก็ถูกบังคับให้ออกมาจากสภาวะภาพลวงตาของมัน ทั่วทั้งโลกแห่งนี้เงียบกริบไป เมื่อแผ่นฟ้าและผืนดินถูกผนึกไว้

ขณะที่ร่างกายมันปรากฏขึ้นมาให้เห็น คนนอกคอกก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าไม่อาจจะขยับตัวเคลื่อนไหวได้ มันได้แต่ลอยตัวอยู่ในที่แห่งนั้น แน่นิ่งไม่ไหวติง จิตใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว

“นี่คือวิชาเวทอะไรกัน…? นี่ไม่ใช่แก่นแท้ แต่ประกอบไปด้วยพลังแห่งแก่นแท้…ถ้ามันกลายเป็นแก่นแท้ที่แท้จริง คนผู้นี้ก็จะ…จะ…”

“กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ขั้นต้น!! กายเนื้อของมันอยู่ในระดับห้าแก่นแท้แล้ว และด้วยพื้นฐานฝึกตนเช่นนี้…มัน…”

“ถ้าเด็กผู้นี้ไม่ถูกกำจัดไป มันต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน!”

ขณะที่จิตใจคนนอกคอกหมุนคว้างด้วยความประหลาดใจ เมิ่งฮ่าวก็พุ่งตรงมาราวกับเป็นสายฟ้า จากนั้นก็ยื่นนิ้วออก แทงเข้าไปในหน้าผากของมัน ความสิ้นหวังและโทสะเดือดพล่านอยู่ในแววตาของคนนอกคอก และจากนั้นพลังชีวิตของมันก็ถูกกำจัดไป

ในตอนที่เปลวไฟแห่งพลังชีวิตของมันดับลง ร่างจริงของคนนอกคอกก็เริ่มปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว เป็นกิ้งก่าที่มีความยาวหนึ่งพันจ้าง

กิ้งก่าตัวนี้กระจายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายออกมา แต่ก็ไม่อาจจะปกปิดความเก่าแก่โบราณอันน่าเหลือเชื่อของมันไปได้ ยากที่จะบอกได้ว่าคนนอกคอกผู้นี้มีชีวิตอยู่มานานเท่าใดแล้ว แต่ขณะที่ร่างของกิ้งก่าสั่นสะท้าน หยดโลหิตสีทองก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมัน

ภายในหยดโลหิตสีทองมีจุดสีดำอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งชั่วร้ายจากร่างของคนนอกคอกนี้เอง เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือออกไป ทำให้หยดโลหิตสีทองเริ่มเดือดพล่านขึ้น หลังจากที่สิ่งสกปรกนั้นถูกเผาไหม้ไป หยดโลหิตสีทองก็ลอยตรงมายังเมิ่งฮ่าว และหลอมรวมเข้าไปในหน้าผาก

เสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น ร่างเมิ่งฮ่าวเริ่มสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ขยายขึ้นไปมากนัก พลังกายเนื้อที่กระจายออกมา มีความน่ากลัวมากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวไปมา ราวกับว่ากฎธรรมชาติกำลังถูกขับไล่ออกไป เวลาเดียวกันนั้น…พลังของกายเนื้อห้าแก่นแท้ก็ระเบิดขึ้นมาจากภายในร่าง

“แทบจะถึงระดับหกแก่นแท้แล้ว!!”

ความบ้าคลั่งสาดประกายอยู่ในดวงตาเมิ่งฮ่าว

หกแก่นแท้คือขั้นสูงสุดของระดับจักรพรรดิเต๋า

นานมาแล้วที่กายเนื้อของเมิ่งฮ่าวคือหนึ่งในอาณาจักรที่สูงกว่าพื้นฐานฝึกตน แต่ในที่สุดมันก็มาติดอยู่ระหว่างอาณาจักรโบราณและอาณาจักรเต๋า ถ้าไม่มีโลหิตเทพก็เป็นเรื่องยากที่จะปิดช่องว่างนี้ได้

แต่ตอนนี้ถ้าเมิ่งฮ่าวสามารถจะบรรลุถึงกายเนื้อจักรพรรดิเต๋าได้ พลังการต่อสู้ก็จะสูงส่งอย่างไร้ขอบเขต เขาจะอยู่ในตำแหน่งที่สามารถจะต่อสู้กับผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างแท้จริง!

เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะเป็นผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังมากที่สุดในอาณาจักรขุนเขาทะเลอย่างแท้จริง

เมิ่งฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่ปลดปล่อยโลกแห่งนี้ออกมาจากการถูกตรึงไว้ด้วยเวทผนึก การผนึกโลกทั้งหมดไว้เช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถประคับประคองให้อยู่ได้นานมากกว่าหนึ่งอึดใจ แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต่อต้านสวรรค์โดยสิ้นเชิง

ตอนนี้เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้อย่างแน่ชัดว่า พื้นฐานฝึกตนและพลังการต่อสู้ของตนเอง สูงเกินกว่าสิ่งที่เคยเป็นมาในตอนที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำสงคราม ตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อนัก!

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น ขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของดาวดวงสุดท้าย

สถานที่แห่งนี้แตกต่างไปจากสถานที่แห่งอื่นทั้งหมด

มันไม่ใช่ยอดเขาสูง ไม่ใช่พื้นที่ราบอันกว้างใหญ่ ไม่ใช่ทะเลสาบ แต่เป็น…รูปปั้นขนาดใหญ่มหึมา!

กลุ่มหมอกอันไร้ขอบเขตปกคลุมไปทั่วทั้งรูปปั้น ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง กำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของดวงดาว ดูสง่างามและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง มีแม่น้ำแห่งดวงดาวอยู่ที่มือข้างขวา และกระจายเป็นกลิ่นอายที่สะกดข่มอย่างป่าเถื่อนออกมา

เมื่อเมิ่งฮ่าวเข้าไปใกล้ กลิ่นอายของรูปปั้นก็ปะทุขึ้นด้วยความปั่นป่วนวุ่นวายในทันที ทำให้กลุ่มหมอกม้วนตัวไปมา เวลาเดียวกันนั้นดวงตาของรูปปั้นจู่ๆ ก็กลายเป็นสีทองไป

ดวงตารูปปั้นกระจายเป็นแสงอันเจิดจ้าออกไป และเสียงของมันก็เย็นชาและน่ากลัว ขณะที่กล่าวว่า “ผู้ที่ไม่อยู่ในตระกูลเทพ ไม่อาจจะได้ครอบครองโลหิตเทพ ใครก็ตามที่ขโมยโลหิตเทพไป ก็จะถูกเทพสาปแช่งไปตลอดกาล และจะถูกกำจัดไป!!”

เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังปะทุออกมาจากรูปปั้น คลื่นแห่งความเกลียดชังม้วนกวาดออกไปในทั่วทุกทิศทาง ปกคลุมไปทั่วทุกสรรพสิ่งรวมทั้งเมิ่งฮ่าว

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสลดลง ขณะที่เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ม้วนกวาดตรงมา ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกแห่งนี้บิดเบี้ยวไปมา ราวกับว่าพลังแห่งการท่องไปในกาลเวลากำลังถูกปลดปล่อยออกมา ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งกำลังกลายเป็นภาพลวงตา ในชั่วพริบตาทุกสิ่งทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง และโลกจากก่อนหน้านี้ก็หายไป

ไม่มีรูปปั้น ไม่มีหุบเขาสุสานเทพ ไม่มี…อาณาจักรขุนเขาทะเล!

ที่ยืดยาวออกไปตรงหน้าเมิ่งฮ่าวคือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวอันไร้ขอบเขต ภายในนั้นมีดินแดนอันกว้างใหญ่จนน่าตกใจกำลังลอยอยู่ กว้างใหญ่จนดูเหมือนว่าน่าจะเทียบได้กับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวเอง

ดินแดนขนาดเล็กกว่าอื่นๆ นับพันลอยอยู่ตรงด้านล่างของดินแดนขนาดใหญ่โตนั้น ตรงด้านบนเป็นสงครามอันบ้าคลั่ง เปลวไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นมา และเสียงการต่อสู้อย่างดุร้ายก็ดังก้องขึ้น ความสามารถศักดิ์สิทธิ์สาดกระจายไปมา ทำให้เกิดเป็นคลื่นเสียงขนาดใหญ่ม้วนกวาดออกไป

“นี่…” จิตใจเมิ่งฮ่าวกำลังหมุนคว้าง ขณะที่มองไปยังทวีปอันใหญ่โตนั้น ถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขามองเห็นดินแดนเช่นนี้ แต่ก็มีเสียงๆ หนึ่งร้องตะโกนออกมาจากภายในสายโลหิตของตนเอง

บอกตนเองว่านี่คือ…อาณาจักรเซียนผู้ยิ่งใหญ่!

เสียงกระหึ่มกึกก้องได้ยินมา และเมิ่งฮ่าวก็มองเห็นยักษ์ตนหนึ่ง มีขนาดใหญ่โตจนแทบจะเท่ากับดินแดนอันกว้างใหญ่นั้น และด้านหลังมันก็เป็นยักษ์อีกมากมาย ต่างก็ก้าวเดินตรงมากันทั้งหมด

ยักษ์เหล่านั้นมีความน่ากลัวจนแม้แต่ต่อยออกไปแค่หมัดเดียว ก็สามารถจะกำจัดผู้ฝึกตนไปได้นับพันคน แค่มันชี้นิ้วออกไปก็สามารถจะทำลายสวรรค์หั่นปฐพีให้แหลกสลายลงไปได้

ดินแดนขนาดเล็กจำนวนมากเหล่านั้น คืออาณาจักรชั้นต่ำ ต่างก็แตกกระจายไปแห่งแล้วแห่งเล่า เวลาเดียวกันนั้นอาณาจักรเซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกร้าวแห่งการทำลายล้างพุ่งกระจายออกไป แต่อาณาจักรเซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังคงต่อสู้กลับไปอยู่ตลอดเวลา

โลหิตเทพตกลงมาราวกับเป็นสายฝน ขณะที่เทพขนาดใหญ่ถูกกำจัดไป จิตใจเมิ่งฮ่าวกำลังหมุนคว้าง ขณะที่มองเห็นหนึ่งในเทพเหล่านั้น ซึ่งมีดาวแปดดวงอยู่บนหน้าผาก จู่ๆ ก็หันหน้ามองมายังตนเอง

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เมิ่งฮ่าวเห็นว่าใบหน้าของเทพตนนี้ดูเหมือนจะคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง จนม่านตาต้องหรี่เล็กลง และจิตใจก็สั่นสะท้าน ขณะที่ตระหนักว่า…นั่นคือเทพคนเดียวกับที่ศีรษะของมันถูกสร้างขึ้นเป็นหุบเขาสุสานเทพ

“คำสาปแช่งเทพ…” เทพแปดดาวพึมพำ รังสีสังหารแวบขึ้นมาในแววตา จู่ๆ มันก็แยกตัวออกมาจากสหายคนอื่นๆ พุ่งผ่านผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น ตรงมายังทิศทางของเมิ่งฮ่าว อันที่จริงเมิ่งฮ่าวอยู่ห่างออกไปไกล แต่เนื่องจากขนาดที่ใหญ่โตของเทพตนนั้น ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นมันได้อย่างชัดเจนในการมองไปแค่แวบเดียว สำหรับใครก็ตามที่มีร่างกายที่ใหญ่โตเช่นนั้น แค่เดินไปเพียงก้าวเดียวก็มาถึงตัวเมิ่งฮ่าวแล้ว!

มันก้าวผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว มาปรากฏกายขึ้นที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว เสียงสายลมกรีดร้องระงมได้ยินมา ทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวต้องสั่นสะท้าน…และเมื่อเทพนั้นยกมือขึ้นมายื่นนิ้วออกไป ก็ทำให้ระลอกคลื่นอันทรงพลังพุ่งออกไปยังทั่วทุกทิศทาง ขณะที่นิ้วนั้นพุ่งผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวมา

เสียงกระหึ่มดังก้องออกมาจากพลังทำลายล้างอันไร้ขอบเขต ที่กระจายออกมาจากดรรชนียักษ์นั้น เต็มอยู่ในสายตาของเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง ตัดแบ่งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว และโลกทั้งหมดนี้ออกจากกันในทันที

ความรู้สึกถึงวิกฤตอันร้ายแรงระเบิดขึ้นมาในจิตใจเมิ่งฮ่าว ดูเหมือนว่าความรู้สึกนี้จะเป็นความจริงโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าเมิ่งฮ่าวจะมีเวทจริงเท็จหรือไม่ก็ตาม สำหรับเขาแล้วความรู้สึกนี้ต้องเป็นความจริงอย่างแน่นอน ไม่ใช่ภาพลวงตา!

“แต่…มันจะเป็นไปได้อย่างไร!! นี่เป็นวิชาเวทอะไรกัน? คาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นความจริงไปได้! ที่นี่คือสนามรบโบราณ ถึงแม้ว่าข้าจะถูกส่งมายังที่แห่งนี้ แต่ก็เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์เท่านั้น ร่างจริงของข้าไม่ได้อยู่ที่นี่!” สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่มีเวลาให้ขบคิดมากนัก

ขณะที่ดรรชนีนั้นเข้ามาใกล้ เขาก็พุ่งถอยไปทางด้านหลัง ปลดปล่อยพลังจากพื้นฐานฝึกตนและกายเนื้อออกมาทั้งหมด แต่โชคร้ายที่ทั้งหมดนั้นไร้ประโยชน์ใดๆ!

ในช่วงวิกฤตนี้เอง เมิ่งฮ่าวก็รีบขยับมือร่ายเวท และปลดปล่อยเวทผนึกอสูรออกไป!

เขาไม่ได้ใช้เวททั้งหมดออกไป แต่เป็น…เวทที่ทรงพลังมากที่สุด…เวทรุ่นที่สาม!

เวทอดีตปัจจุบัน!

เต๋าแห่งกาลเวลาถูกปลดปล่อยออกไป ทำให้ร่างเมิ่งฮ่าวเลือนลางลง ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่าเขาจะจางหายเขาไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลา และดรรชนีที่พุ่งเข้ามานั้นก็พุ่งผ่านร่างเขาไป

เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องขึ้น โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากเมิ่งฮ่าว รู้สึกว่าตนเองกำลังอ่อนแอลงไปจนถึงจุดที่แทบจะพังทลายกลายเป็นเสี่ยงๆ ไป อย่างไรก็ตามเวทตราบนิรันดร์ชิงตี้ก็ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

และเมิ่งฮ่าวก็รีบถอยไปทางด้านหลังด้วยความรวดเร็วสูงสุด ดวงตาสาดประกายขึ้น

“มันเป็นความจริง แต่ก็ไม่ใช่ความจริงด้วยเช่นกัน…เป็นภาพลวงตา แต่ก็ไม่ใช่ภาพลวงตา มันคือความฝัน!! ถ้าคนผู้หนึ่งตายอยู่ในความฝัน ก็จะต้องตายไปในชีวิตจริงด้วย!” เมื่อตระหนักดีถึงเรื่องนี้ เมิ่งฮ่าวก็ยกมือขึ้นมาในทันที ขยับมือร่ายเวทและปลดปล่อยเวทผนึกกรรมออกมา จากนั้นก็แตะไปบนหน้าผากของตนเองโดยไม่ลังเลใดๆ

ฉับพลันนั้นเส้นใยกรรมก็ปรากฏขึ้น ในท่ามกลางเส้นใยเหล่านั้น เขาพบว่ามีอยู่หนึ่งเส้นที่ดูแตกต่างไปจากส่วนที่เหลือ เป็นหนึ่งเส้นที่เกิดขึ้นหลังจากที่ดูดซับโลหิตเทพเข้าไป เป็นเส้นใยกรรมที่กำลังเชื่อมต่ออยู่กับเทพตนนี้!

เทพผู้นี้อาจจะตายไปแล้ว แต่เนื่องจากมีการเชื่อมต่อกรรมเข้าด้วยกัน ทำให้มันสามารถจะปลดปล่อยเวทแห่งเต๋าออกมาได้

เมิ่งฮ่าวคว้าจับไปยังเส้นใยกรรมนั้น และกำลังจะตัดมันออกไป แต่ทันใดนั้นเทพก็มองมา มันไม่มีเวลาที่จะโจมตี กลับอ้าปากขึ้นและแผดร้องคำรามตรงมายังทิศทางของเมิ่งฮ่าว!

เสียงแผดร้องคำรามของเทพ!

ตูมมมมมมม!

เสียงคำรามนั้นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ระหว่างเทพและเมิ่งฮ่าวแตกกระจายไป พลังทำลายล้างอันน่าเหลือเชื่อส่งเสียงดังกระหึ่มพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว ไหลท่วมปกคลุมไปทั่วร่าง เวลาเดียวกันนั้นเขาก็กระชากเส้นใยกรรมนั้นออกไป

ตูม!

ทุกสิ่งทุกอย่างมืดสนิท เวลาผ่านไป ในที่สุดก็เริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้นอีกครั้ง และเมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้อยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวโบราณนั้นอีกต่อไป กลับมาอยู่ในหุบเขาสุสานเทพเหมือนเดิม

แสงสีทองในดวงตาของรูปปั้นจางหายไป แต่เสียงแผดร้องอย่างไม่ยินยอมก็ดังก้องไปมา ขณะที่รูปปั้นพังทลายลงไป

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวหมองคล้ำลง และกระอักโลหิตออกมากองโต ถึงแม้ว่าจะฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็อดที่จะคิดไปถึงอันตรายเมื่อครู่นี้ไม่ได้ จนทำให้ร่างกายต้องสั่นสะท้านขึ้นมา

“ไม่ยอมให้ข้าหยิบฉวยโลหิตเทพไป…?” เมิ่งฮ่าวมองไปยังรูปปั้นที่แตกกระจายไป และรู้สึกได้ว่าโลหิตเทพที่อยู่ที่นั่นจากก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้วในตอนนี้

นั่นเป็นโลหิตที่ใช้เป็นพลังสำหรับความสามารถศักดิ์สิทธิ์ ที่ส่งเมิ่งฮ่าวกลับมาจากสมัยโบราณ

เมิ่งฮ่าวเริ่มหัวเราะหึๆ อย่างเย็นชา โบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป รังสีสังหารแวบขึ้นมาในดวงตา

“ถึงแม้ว่าจะไม่มีโลหิตเทพหยดที่แปด ข้าก็สามารถจะ…มีกายเนื้อจักรพรรดิเต๋าได้!”

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: