I Shall Seal The Heaven Chapter 134

0 Comments

ตอนที่ 134

เวทผนึกอสูรรุ่นแปด!

ตอนนี้เขาได้ผูกมัดหลี่เต้าอีไว้กับการต่อสู้ เมิ่งฮ่าวคิดว่าถ้ามีเสาแห่งเต๋าสี่ต้น เขาก็จะสามารถจบการต่อสู้ครั้งนี้ได้เร็วมากขึ้น ตอนนี้ เขาต้องการสังหารหลี่เต้าอีให้จงได้มากกว่าครั้งใดๆ

แต่พื้นฐานฝึกตนของหลี่เต้าอีอยู่ที่ขั้นสุดท้ายของพื้นฐานลมปราณ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นเต้าจื่อของตระกูลหลี่ ซึ่งโดดเด่นกว่าผู้ถูกเลือก จึงทำให้ยากที่จะสังหารมันได้

ที่สำคัญมากกว่าหลี่เต้าอีก็คือ อ๋าวเฉี่ยน ยิ่งหน้ากากไม่อยู่ในการควบคุมของใครนานมากเท่าไหร่ ด้วยการคงอยู่ของหลี่เต้าอี ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่า เมื่อไหร่ที่การต่อสู้ด้านในหน้ากากจะจบลง และถ้าเมิ่งฮ่าวต้องการจะช่วยอ๋าวเฉี่ยน เขาก็จำเป็นต้องกำจัดหลี่เต้าอี

และวิธีของเขาก็คือ…การทำลายประตูทางออก!

ด้านล่างของพวกเขาเป็นกลุ่มหมอกที่ม้วนตัวไปมา การพังทลายของโลกแห่งนี้กำลังเพิ่มความเร็วมากขึ้น วังน้ำวนส่งเสียงกระหึ่ม และขยายกว้างมากขึ้น ในที่สุด แท่นบูชาสีเขียวเข้มมากกว่าครึ่งถูกดูดเข้าไปในวังน้ำวนนั้น

เมิ่งฮ่าวถอยไปด้านหลัง โบกสะบัดแขนเสื้อ หมอกสายฟ้าปกคลุมไปรอบๆ ตัว จากนั้นก็พุ่งตรงไปอย่างรวดเร็วยังประตูที่กำลังพังทลายไป

สีหน้าหลี่เต้าอีสาดประกาย มันกัดฟันจนแน่น และความเย็นชาก็ปรากฎขึ้นในดวงตา มันโบกสะบัดมือขวา และพัดก็ลอยออกไป พุ่งตรงไปยังประตูเรืองแสงนั้น เสียงระเบิดดังออกมา เมื่อประตูแตกร้าวมากกว่าเดิม ภายใต้พลังการโจมตีนี้

หลังจากพังทลายลงไปเกือบทั้งหมด สิ่งที่ประตูเหลืออยู่เพียงอย่างเดียวก็คือ ช่องที่มีขนาดกว้างสิบจ้าง และช่องนั้นก็เริ่มสลายลงไปอย่างรวดเร็ว

“ไม่มีทางที่เจ้าจะโหดเหี้ยมเท่ากับข้า” หลี่เต้าอีพูด “ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยอมสละชีวิตของตัวเอง!” ร่างของมันแวบขึ้น ขณะที่พุ่งตรงไป มือขวาของมันขยับสร้างเวทอาคม จากนั้นก็ชี้ตรงไป ทันใดนั้น ยันต์อาคมสีเหลืองก็ปรากฎที่ด้านหลังของมัน ยันต์อาคมพุ่งผ่านร่างมันไป เพิ่มความเร็วมากขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะที่พุ่งตรงไปยังประตูที่กว้างสิบจ้างนั้น

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายเย็นชา ตบไปที่ถุงสมบัติ กระบี่บินสิบเล่มก็ปรากฎขึ้น พวกมันไม่สามารถต้านทานพลังจากเสาแห่งเต๋าทั้งสามต้นของเมิ่งฮ่าวได้ และระเบิดออกเป็นชิ้นๆ ในทันที

ท่ามกลางเสียงระเบิดที่กึกก้อง ประตูสิบจ้างนั้นก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันจะแตกกระจายออกไปมากกว่านั้น ตอนนี้ เหลือเพียงแค่สองจ้าง สำหรับแท่นบูชาสีเขียวเข้ม มันถูกดูดเข้าไปในวังน้ำวนจนเกือบหมด ตอนนี้วังน้ำวนเริ่มพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว และหลี่เต้าอี

ทั่วทั้งเขตขุมทรัพย์ใกล้จะถูกทำลายลงไปจนหมดสิ้น รอยแตกปรากฎอยู่บนทุกๆ พื้นผิว และเสียงกระหึ่มกึกก้องอย่างน่าเหลือเชื่อก็เต็มอยุ่ในอากาศ

ด้านบนของพวกเขา ทางออกที่มีเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้ เริ่มเล็กลง และเล็กลงไปเรื่อยๆ ในตอนนี้ ก็เหลือขนาดเพียงหนึ่งจ้างเท่านั้น และเมิ่งฮ่าวก็ตบไปที่ถุงสมบัติอีกครั้ง กระบี่บินอีกสิบเล่มก็ลอยออกมา สีหน้าหลี่เต้าอีหมองคล้ำลง

ถ้ากระบี่พวกนี้ระเบิดไปที่ประตู ซึ่งตอนนี้กว้างเพียงแค่หนึ่งจ้าง มันก็จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง หลี่เต้าอีทันใดนั้นก็คิดว่า เมิ่งฮ่าวไม่คิดจะมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง และยอมที่จะอยู่ในสถานที่นี้ตลอดไป

แต่หลังจากที่เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดแขนเสื้อ และเขาก็ลอยขึ้นไปในกลุ่มหมอกของกระบี่ ทำให้ดูเหมือนว่าเขาได้ยกเลิกความคิดที่จะอยู่ในนี้ และกำลังจะออกไป แต่ถ้าเขาออกไปได้ เขาก็จะทำลายประตู ดังนั้น ถึงหลี่เต้าอีจะได้ครอบครองขุมทรัพย์ของเซียนโลหิต แต่มันก็ไม่มีทางจะออกไปได้

ความสับสนปรากฎขึ้นในดวงตาของหลี่เต้าอี ถ้าเมิ่งฮ่าวทำเช่นนั้น ถึงมันจะได้ขุมทรัพย์ก็ไม่มีประโยชน์ มันต้องทำบางอย่างที่จะขัดขวางเมิ่งฮ๋าว แต่มันก็ตระหนักดีว่า ถ้ามันทำเช่นนั้น ก็จะส่งผลให้เกิดระลอกคลื่นไปกระแทกประตูให้พังทลายไปหมดสิ้น

“ถ้าข้าจากไป, ขุมทรัพย์นี้…”

มันไม่ต้องการจะถูกฝังอยู่ในที่นี้ มันเป็นเต้าจื่อแห่งตระกูลหลี่ มันมีโอกาสอันไร้ขอบเขตรออยู่ในอนาคต การสูญเสียขุมทรัพย์ของเซียนโลหิต จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไป แต่ถ้าตายอยู่ในนี้…

“เมื่อเทียบกับชีวิตของข้าแล้ว ขุมทรัพย์นี้ก็ไม่มีอะไร และใครจะไปสนปรมาจารย์แก่ๆ คนนึง ก็ดี ถ้าใครอยากได้ขุมทรัพย์นี้ ก็ให้มันถูกฝังไปพร้อมกับสถานที่นี้เถอะ!”

ดวงตาหลี่เต้าอีแดงก่ำ ขณะที่มันส่งเสียงกู่ร้องออกมา มันทะยานขึ้นไป กระอักโลหิตออกมาสาดกระจายไปทั่วทั้งตัว จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเงาร่างสีแดงเลือด ทำให้ความเร็วของมันเพิ่มเร็วขึ้นเป็นหลายเท่า มันตรงไปยังกระบี่บินของเมิ่งฮ่าว เข้าไปใกล้พวกมันและเมิ่งฮ่าว ก่อนที่กระบี่บินจะระเบิดออกมา มันพุ่งผ่านเมิ่งฮ่าวไป และจากนั้นก็พุ่งเข้าไปในประตู

ขณะที่มันผ่านเข้าไปในประตู มือขวาของมันก็โบกสะบัดออกมา และไข่มุกสีดำสิบลูกก็ปรากฎ พร้อมที่จะระเบิดออกมา เพื่อทำลายประตู และตัดเส้นทางหนีออกไปของเมิ่งฮ่าว

ในเวลาเดียวกันนั้น ขณะที่มือขวาของมันกำลังจะออกไปจากประตู เมิ่งฮ่าวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และจากนั้นก็ปล่อยพลังเวทที่เขาได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมา

“ผนึกอสูร, เวทรุ่นแปด, ผนึกร่าง!” ดวงตาเขาเป็นสีแดง ขณะที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้วิชาลี้ลับนี้ ซึ่งได้มาจากผู้ผนึกอสรูรุ่นแปด

หลังจากได้ครอบครองเวทอาคมนี้ เมิ่งฮ่าวพยายามหลายครั้งที่จะใช้มัน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ หลังจากบรรลุการรู้แจ้งอย่างลึกซึ้งจากตัวอักษรเวท ในด่านที่ห้าของเขตขุมทรัพย์เซียนโลหิต ทุกสิ่งทุกอย่างก็ลงตัว

ด้วยการใช้เสาแห่งเต๋าทั้งสามต้น นิ้วของเขาสะบัดไปมา เมิ่งฮ่าวมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าเขาต้องสำเร็จในครั้งนี้ ความรู้สึกนี้ปรากฎขึ้นก่อนหน้าที่เขาจะต่อสู้กับหลี่เต้าอี และรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ

เขาลดนิ้วลง และทั่วทั้งโลกแห่งนี้ก็สั่นสะเทือน และจริงๆ แล้ว ไม่ใช่โลกแห่งนี้ที่สั่นสะเทือน แต่เป็นเมิ่งฮ่าว และนิ้วของเขา

เส้นใยเล็กๆ ของลมปราณที่ไม่มีตัวตนก็ปรากฎขึ้น ดูเหมือนว่ามันกำลังเชื่อมต่อกับโลกที่กำลังพังทลายลงอยู่ พวกมันมีอยู่ในทุกที่ แทรกตัวอยู่ในลมปราณแห่งสวรรค์และปฐพี สร้างภาพภูติผีของโลกนี้ขึ้นมา ไม่เพียงแต่เมิ่งฮ่าวและนิ้วของเขาที่สั่น นอกเหนือจากภาพภูติผีของโลกนี้แล้ว ภาพภูติผีของหลี่เต้าอีก็ปรากฎขึ้นมาด้วย!

หลี่เต้าอีไม่ได้ผ่านออกไปทั้งหมดจากประตูที่เรืองแสงนั้น แต่ตอนนี้ ร่างกายของมันเริ่มสั่นสะท้าน และ…มันหยุดการเคลื่อนไหว!

ในเวลาเดียวกันนั้น เสาแห่งเต๋าทั้งสามต้นในตัวเมิ่งฮ่าวเริ่มสลัวลงอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าวิชานี้ได้ส่งผลกระทบ มันกำลังใช้พลังลมปราณเกือบทั้งหมดที่เขามี

สีหน้าของเมิ่งฮ่าวซีดขาว เขาโบกสะบัดมือขวา และหมอกสายฟ้าก็กระจายออกไปในทันใด ปกคลุมไปที่ไข่มุกสิบลูกที่กำลังจะระเบิดออกมา ในเวลาเดียวกันนั้น กระบี่ไม้สองเล่มก็ลอยออกมา มุ่งหน้าตรงไปยังหลี่เต้าอี สำหรับกระบี่บินเล่มอื่นๆ พวกมันระเบิดออกมา ส่งผลให้เกิดระลอกคลื่นกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง

ครู่หนึ่งผ่านไป และหลี่เต้าอีก็เริ่มฟื้นคืนกลับมาเป็นเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก มันยังคงอยู่ในอาการตกใจ ร่างของมันอยู่ที่ด้านนอกแล้ว แต่ก่อนที่มันจะมีโอกาสได้ทำอะไร มันก็ส่งเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวออกมา มันไม่อาจดึงแขนขวาออกมาได้ทันเวลา! เพียงชั่วพริบตากระบี่ไม้ของเมิ่งฮ่าวก็เฉือนแขนขวาของมันขาดออกมา!

ภายในเขตขุมทรัพย์ ใบหน้าเมิ่งฮ่าวซีดขาว และเขาก็กระอักโลหิตออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเขาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ และเริ่มถูกดูดเข้าไปในวังน้ำวน หมอกสายฟ้าส่งเสียงกระหึ่มกึกก้อง มันได้ปิดกั้นการโจมตีจากระเบิดของไข่มุกทั้งสิบได้สำเร็จ แต่ประตูเรืองแสงก็แตกสลายลงไปจนเหลือน้อยกว่าหนึ่งจ้าง

ในที่สุดหมอกสายฟ้าก็จางลงจนดูเหมือนจะหายไปในไม่ช้า แม้แต่ประกายของประจุไฟฟ้าก็เกือบจะมองไม่เห็น เมิ่งฮ่าวเห็นหลี่เต้าอีหนีออกไปพร้อมแขนที่หายไปหนึ่งข้าง เขาก็แอบถอนหายใจออกมา จากนั้นก็หันหลัง และรีบตรงไปยังหน้ากากที่มีสีม่วงครึ่งหนึ่ง สีแดงครึ่งหนึ่ง ซึ่งด้านในมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์สองตัว กำลังพยายามจะกลืนอีกตัวลงไป

ตอนแรก ดูเหมือนว่าแสงสีแดงจะชนะ แต่ทันทีที่หลี่เต้าอีจากไป ทันใดนั้นมันก็อ่อนแอลง ด้านในหน้ากาก ปรมาจารย์ตระกูลหลี่สั่นไปทั้งตัว กระจายคลื่นแห่งโทสะออกมา

“หลี่เต้าอี!!” มันแผดเสียงร้องอย่างดุร้ายออกมา ในอดีต มันเคยเป็นผู้ฝึกตน แต่ตอนนี้มันได้เกิดใหม่เป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ มันก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปฏิบัติตามกฎ ที่ไร้ข้อบังคับของเขตขุมทรัพย์แห่งนี้!

ผู้ชนะของขุมทรัพย์ต้องมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์!

เช่นเดียวกัน โลหิตศักดิ์สิทธิ์ต้องเป็นของผู้แข่งขันล่าขุมทรัพย์ เมื่อผู้แข่งขันล่าขุมทรัพย์จากไป โลหิตศักดิ์สิทธิ์ก็จะหายไปด้วย นอกจากผู้แข่งขันกลับมา โลหิตศักดิ์สิทธิ์ถึงจะปรากฎขึ้นใหม่

แต่ปรมาจารย์ตระกูลหลี่ได้เข้าไปในหน้ากากแล้ว มันจึงไม่ได้หายไป แต่เนื่องจากหลี่เต้าอีจากไป มันจึงได้อ่อนแอลงในตอนนี้ แสงที่กระจายอยู่รอบตัวมันเริ่มจางหายไป

เมิ่งฮ่าวเข้ามาใกล้ ไม่สนใจสิ่งที่กำลังแตกกระจาย และพังทลายลงไปรอบๆ ตัว เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็โคจรพื้นฐานสมบูรณ์ของเสาแห่งเต๋าทั้งสามต้น ทำให้พลังทั้งหมดของสวรรค์และปฐพีในพื้นที่บริเวณนั้นพุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว

ลมปราณเข้าไปในร่างของเขา และจากนั้นก็ไหลเข้าไปในหน้ากาก ผสมรวมเข้ากับอ๋าวเฉี่ยน ด้วยการช่วยเหลือนี้ แสงสีม่วงของอ๋าวเฉี่ยนก็เจิดจ้ามากขึ้น กดลงไปบนตัวมังกรโลหิตซึ่งเป็นปรมาจารย์ตระกูลหลี่ ตัดทางถอยของมันไปจนหมดสิ้น ในทันใดนั้น การควบคุมหน้ากากของอ๋าวเฉี่ยนก็ทำได้มากเกินกว่าครึ่ง แต่ถ้ามันยังควบควบได้ไม่สมบูรณ์ ก็ยังคงไม่อาจหยิบฉวยเอาหน้ากากไปได้

การกลืนกินปรมาจารย์ตระกูลหลี่ ก็ไม่อาจจะทำได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้มันจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย มันก็ยังคงดิ้นรนด้วยความดุร้ายต่อไป

“ถ้าเจ้ายังคงโง่เขลาอยู่เช่นนี้ สิ่งเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นก็คือ พวกเราจะพากันตายไปทั้งหมดในวันนี้” เสียงของเมิ่งฮ่าวดังออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวพวกเขา ส่งเสียงกึกก้องราวฟ้าคำราม แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ประตูทางออกเรืองแสงกว้างแทบจะไม่ถึงหนึ่งจ้าง

“ถ้าเจ้ายอมแพ้ และปล่อยให้โลหิตศักดิ์สิทธิ์ของข้าควบคุมหน้ากากนั้น ข้าก็จะไม่ปล่อยให้มันกลืนเจ้าลงไปทั้งหมด วิญญาณบางส่วนของเจ้าจะยังคงอยู่ และคงมีสักวันที่เจ้าจะสามารถกลายร่างกลับมาเป็นมนุษย์เหมือนเดิม! ทางเลือกนี้แล้วแต่เจ้า!”

“อะไรที่ทำให้เจ้าคิดว่า ข้าจะช่วยให้เจ้าชนะ!?” ปรมาจารย์ตระกูลหลี่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม “และมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ข้าต้องเชื่อถือเจ้า?” มันรู้ถึงอันตรายที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่ และก็รู้วาถ้าปฏิเสธเมิ่งฮ่าวก็หมายถึงความตาย แต่มันยังคงไม่ยอมพ่ายแพ้

“เจ้าอาจจะไม่เชื่อถือข้า แต่เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย

เวลาชั่วครู่ผ่านไป ช่วงหายใจเข้าออกสิบครั้ง บริเวณรอบๆ เริ่มพังทลายลงเป็นครั้งสุดท้าย วังน้ำวนห่างจากเมิ่งฮ่าวเพียงหนึ่งจ้าง กำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป ด้านบน ทางออกแทบจะกว้างไม่ถึงครึ่งจ้าง เสียงกู่ร้องอย่างสิ้นหวังดังออกมาจากปากของมังกรโลหิต ซึ่งเป็นปรมาจารย์ตระกูลหลี่

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: