Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 135

I Shall Seal The Heaven Chapter 135

ตอนที่ 135

ออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ

ขณะที่เมิ่งฮ่าวพูด ปรมาจารย์ตระกูลหลี่ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเชื่อถือเขาเท่านั้น ถ้าไม่ มันก็ย่อมต้องตายอย่างแน่นอน แต่ถ้าเชื่อถือเมิ่งฮ่าว มันก็ยังมีโอกาสรอดชีวิต ถ้ามันไม่เชื่อเมิ่งฮ่าว และถ้าเขาจากไป มันก็ไม่มีโอกาสที่จะออกไปได้

เมื่อเมิ่งฮ่าวพูดออกมา ปรมาจารย์ตระกูลหลี่รู้ว่า หยุดการต่อต้านคือทางเลือกเดียวของมัน มันยอมให้อ๋าวเฉี่ยนกลืนมันลงไป และควบคุมหน้ากากไว้ได้ หน้ากากลอยเข้าไปในมือของเมิ่งฮ่าว เขาคว้าจับมันไว้ และจากนั้นก็พุ่งไปยังทางออกที่กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อเขาลอยออกไป เสียงระเบิดก็ดังออกมา ขณะที่เขตขุมทรัพย์ถูกกลืนกินโดยวังน้ำวนโดยสิ้นเชิง หายไปตลอดกาล

ในปล่องภูเขาไฟ เมิ่งฮ่าวพุ่งผ่านท้องฟ้าราวลำแสง ทะเลสาบโลหิตและแท่นบูชาสั่นสะเทือนอยู่รอบๆ ตัวเขา ศีรษะหินขนาดใหญ่มหึมาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ จมลงไปในทะเลสาบ ในทันใดนั้น ทะเลสาบก็เหือดแห้งหายไปในทันที

มีเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ ปล่องภูเขาไฟที่อยู่บนพื้น ราวกับว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา

แม้ในขณะที่ทะเลสาบเหือดแห้งลง เสียงระเบิดดังสนั่นก็ยังได้ยินมาจากด้านบน เมิ่งฮ่าวเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าด้านบนปล่องภูเขาไป ฟ้าร้องและสายฟ้าเต็มอยู่ในอากาศราวกับมังกรสีเงิน พวกมันรวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ ราวกับว่าต้องการที่จะกระแทกลงมา แต่ก็ถูกปิดกั้นไว้ด้วยแสงสีแดงเลือด ซึ่งดูเหมือนจะมีชีวิต ราวกับว่ามันต้องการที่จะต่อสู้กับสวรรค์

มันอยู่ห่างไกลออกไปมากจนเมิ่งฮ่าวไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือ…เกราะเวทเรืองแสงที่ปากปล่องภูเขาไฟกำลังจะหายไป

“ปรากฎการณ์บนท้องฟ้าที่แปลกๆ ทั้งหมดนี้ ต้องดึงดูดความสนใจคนอื่นๆ อย่างแน่นอน ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!” เขาจับหน้ากากในมือจนแน่น พุ่งตรงไปยังฉู่อวี้เยียน ในเวลาเดียวกันนั้นก็ส่งจิตสัมผัสบางส่วนเข้าไปในหน้ากาก

มันถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์โดยอ๋าวเฉี่ยน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นอาวุธวิญญาณไปแล้ว และมันก็ได้กลืนกินมังกรโลหิตเข้าไปโดยสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน  ตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนการจำศีล ปรมาจารย์ตระกูลหลี่มีพลังฝึกตนที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อนี้ของมัน รวมถึงพลังของมังกรโลหิตที่มันได้ครอบครอง ทำให้อ๋าวเฉี่ยนที่กลืนมันลงไป ถึงแม้จะเป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องใช้เวลาในการดูดซับพลังเหล่านี้นานพอสมควร

เมิ่งฮ่าวไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลาในการจำศีลนานเท่าไหร่ ก่อนที่จะตื่นขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เขาก็สามารถจินตนาการได้ว่าเมื่อมันตื่นขึ้น และปรากฎตัวออกมา มันต้องมีพลังมากจนน่าเหลือเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัย และจะต้องกลายเป็นผู้ช่วยของเขาได้เป็นอย่างดี

ตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนการจำศีล แต่ก็เป็นของเมิ่งฮ่าว หน้ากากก็เช่นกัน เป็นของเมิ่งฮ่าวอย่างสมบูรณ์

จิตใจเมิ่งฮ่าวเต้นรัว เต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่เนื่องจากอ๋าวเฉี่ยนกำลังจำศีลอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจใช้หน้ากากได้ชั่วคราว

“มันจะจำศีลนานเท่าไหร่…” เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลึกลงไปในหน้ากาก เขามองเห็นเศษชิ้นส่วนเล็กๆ ของวิญญาณปรมาจารย์ตระกูลหลี่ที่ยังรู้สึกตัวอยู่ มันอ่อนแอเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเมิ่งฮ่าวสามารถกำจัดมันได้เพียงแค่คิดเท่านั้น เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ตัดสินใจที่จะไม่ทำลายมันไป

ลึกลงไปในหน้ากาก เขายังได้เห็นคัมภีร์สีแดงโลหิต ข้างๆ คัมภีร์ เป็นธงสามแฉก

หลังจากตรวจสอบสักพัก เมิ่งฮ่าวก็เรียกจิตสัมผัสกลับคืนมา และเก็บหน้ากากไว้ในถุงแห่งจักรวาล เขาร่อนลงไปยังฉู่อวี้เยียนที่นอนหมดสติอยู่ และถูกห่อหุ้มด้วยร่างแหสีดำ

เมิ่งฮ่าวดูท่าทางครุ่นคิด ขณะที่จ้องขึ้นไปยังฟ้าร้องและฟ้าแลบที่ด้านนอกปล่องภูเขาไฟ แสงสีแดงโลหิต และแสงของสายฟ้าเชื่อมประสานกันในท้องฟ้า ความมุ่งมั่นเต็มอยู่บนใบหน้าของเขา

“ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่ ข้าต้องออกไป ทัณฑ์สายฟ้าในที่นี้เกิดขึ้นเพราะข้า แต่มันก็ไปกระตุ้นปฏิกิริยาของแท่นบูชาเซียนโลหิต…” เขาโบกสะบัดชายแขนเสื้อเพื่อยกฉู่อวี้เยียนขึ้นมา ใช้พลังของจิตสัมผัสขั้นพื้นฐานลมปราณ ตรวจสอบบริเวณนั้นโดยรอบ จนต้องส่งเสียงเย็นชาอยู่ในลำคอ

ด้านในรอยร้าวและรอยแตกมากมายในพื้นที่นี้ ฉู่อวี้เยียนได้แอบซ่อนเม็ดยารอง ที่ปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไว้สองสามเม็ด เขาเก็บรวบรวมมันเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ลอยขึ้น และออกไปจากปล่องภูเขาไฟ นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี ที่เขาสามารถออกมาจากสถานที่นี้ จิตใจเขาเต็มไปด้วยความมุ่งหวังต่ออนาคต

แต่ความมุ่งหวังบนใบหน้าของเขา ก็กลายเป็นความตกใจอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาจ้องมองไปยังที่ห่างไกล เขาเห็นได้อย่างชัดเจนถึง วัดโบราณขนาดใหญ่มหึมา ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นรถม้าศึก กำลังอยู่ท่ามกลางการสาดอาวุธไปยังสวรรค์ รอบๆ รถม้ามีเงาร่างมากมายนับไม่ถ้วน ที่ส่องประกายรังสีอันน่าตกใจออกมา กำลังต่อสู้กับสายฟ้าจากสวรรค์

ทัณฑ์สายฟ้านี้น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่สายฟ้าหนึ่งสาย ก็เพียงพอที่จะทำให้เมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความรู้สึกน่าหวาดกลัว ซึ่งทำให้ม่านตาของเขาต้องหดแคบลง

“นี่…นี่เป็นทัณฑ์สายฟ้าที่ส่งมาฟาดใส่ข้า?” จิตใจของเขาสั่นสะท้าน เขาสามารถจินตนาการได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในปล่องภูเขาไฟ ถ้าเขาไม่เข้าไปในเขตขุมทรัพย์ หลังจากที่กลืนเม็ดยาพื้นฐานสมบูรณ์ลงไป ทัณฑ์สายฟ้านี้พยายามที่จะเปิดเขตขุมทรัพย์เซียนโลหิตออก และการทำเช่นนี้ก็ไปกระตุ้นให้วัดโบราณไท่เอ้อก่อสงครามขึ้น ถ้าเขาต้องเผชิญมันตามลำพัง ด้วยขั้นพื้นฐานสมบูรณ์ในตอนนี้ เขาก็คงจะถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมิ่งฮ่าวพุ่งออกไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ โอบกอดฉู่อวี้เยียนในวงแขน ศีรษะเขาชาด้าน และรู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นเพราะเขาได้สังเกตเห็นว่า แสงสีแดงโลหิตเริ่มจางหายไป และวัดโบราณไท่เอ้อก็เริ่มเลือนลางลง

โชคดีที่ทัณฑ์สายฟ้าก็เริ่มกระจายไปด้วยเช่นกัน ดูเหมือนจะมีสายฟ้าเหลืออยู่เพียงแค่สายเดียว และจากนั้นมันก็จะหายไป

อันที่จริง การหนีออกไปยังโลกภายนอกของปล่องภูเขาไฟ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่เมิ่งฮ่าวก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำ และต้องหนีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขารู้ว่าการลงทัณฑ์จากสวรรค์ครั้งนี้ จะต้องสร้างความสนใจขยายออกไปทั่ว แน่นอนว่าในบริเวณรอบๆ นี้ต้องมีอยู่หลายคนเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่การลงทัณฑ์จากสวรรค์หยุดลง พื้นที่นี้ก็จะเต็มไปด้วยผู้ฝึกตน ซึ่งภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น คงยากที่จะหลบหนีไป

มีแต่ต้องไปในตอนนี้ เขาถึงจะได้ประโยชน์จากความวุ่นวายนี้

และก็เป็นเช่นที่เมิ่งฮ่าวคาดคิดไว้ บริเวณพื้นที่โดยรอบนี้ก็เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนเกือบหนึ่งพันคนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถูกดึงดูดให้มายังสถานที่นี้โดยทัณฑ์แห่งสวรรค์ แน่นอนว่า ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปในพื้นที่นั้น ทั้งหมดเลือกที่จะมองดูจากที่ห่างไกล ตอนนี้ทัณฑ์แห่งสวรรค์เริ่มหายไป ดวงตาของพวกมันก็เริ่มส่องประกาย ไม่อาจเห็นได้ชัดว่า ใครที่พุ่งออกไปเป็นคนแรก ชั่วพริบตา พวกมันทั้งหมดก็ลอยมาจากทุกทิศทาง ทำให้เขตลงทัณฑ์นี้เต็มไปด้วยผู้คน

เมิ่งฮ่าวกำลังหลบหนีไปด้วยความรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและหยุดลง ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า พึมพำกับตัวเองชั่วครู่ จากนั้นดวงตาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“ถ้าข้ายังไปต่อ ข้าก็จะวิ่งเข้าไปหาผู้ฝึกตนบางคนอย่างแน่นอน ปฏิกิริยาแรกของมันก็คงต้องสงสัยข้า…ถ้าข้าไม่บินไปในทิศทางนี้ต่อไป…อืม ข้าสามารถทำเช่นนี้!” เขาหมุนตัวไปรอบๆ แทนที่จะบินตรงไปยังชายขอบของเขตพื้นที่ลงทัณฑ์แห่งสวรรค์ เขากลับมุ่งหน้าตรงไปยังจุดศูนย์กลาง ซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับเส้นทางเดิมของเขา

เขาไม่ได้บินอย่างรวดเร็ว สำหรับฉู่อวี้เยียน เขาได้เอานางใส่เข้าไปในถุงแห่งจักรวาลไปนานแล้ว มันไม่ได้เป็นแค่ถุงเก็บสมบัติ แต่ด้านในของมันเป็นโลกอีกแห่งหนึ่ง สามารถใส่คนที่มีชีวิตเข้าไปข้างในได้

เมิ่งฮ่าวบินไปเรื่อยๆ สังเกตดูบริเวณรอบๆ อย่างระมัดระวัง หลังจากหายใจเข้าออกสิบครั้งผ่านไป ใบหน้าก็ส่องประกาย เบื้องหน้าเขาทันใดนั้นก็ปรากฎกลุ่มผู้ฝึกตนประมาณสิบคนขึ้น ราวกับลำแสง พวกมันพุ่งผ่านอากาศตรงมาที่เขา

กลุ่มคนทั้งสิบแยกกระจายออก สามหรือสี่คนพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูงสุด จ้องเขม็งมายังเมิ่งฮ่าว

สายตาที่จ้องมา ทันใดนั้นก็เลยผ่านเขาไป เขาแสดงท่าทางเหมือนกับที่พวกมันทำ กำลังค้นหาเขตการลงทัณฑ์จากสวรรค์

ในตอนนี้ ดวงตาของเขามองไปที่พื้น ไม่ได้มองไปยังพวกมัน ตรงข้ามกัน พวกมันก็เคลื่อนที่ไปตามทางของกลุ่มพวกมัน

ในตอนนี้เองที่วัดโบราณไท่เอ้อหายสาบสูญไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่แสงสีแดงโลหิตจางหายไป ฟ้าร้องและกลุ่มเมฆเริ่มแยกย้ายกันออกไป แต่…ยังคงมีสายฟ้าหนึ่งสายที่ดูเหมือนจะไม่ยอมเลิกลา ถึงแม้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ มันหายไป มันก็ยังคงพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมื่อมันพุ่งลงมา เห็นได้ชัดว่ามันกำลังจางหายไป แต่มันก็ยังคงมีความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยไม่ต้องสงสัย มันกำลังจะฟาดลงมายังเมิ่งฮ่าว

ถ้ามันฟาดใส่เขา ถึงแม้จะทำให้เขาบาดเจ็บไม่มากนัก แต่เขาก็จะตกเป็นจุดสนใจของผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นอย่างแน่นอน ถ้าพวกมันเริ่มตรวจสอบ เมิ่งฮ่าวก็คงตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

ในตอนนั้น ผู้ฝึกตนสิบคนหรือมากกว่านั้น ก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เมื่อสายฟ้าพุ่งเข้ามาใกล้จากที่ห่างไกลออกไป พวกมันเริ่มหลบหนีออกไปในทันที

ในจุดวิกฤตนี้ จิตใจเมิ่งฮ่าวหมุนคว้างไปมา ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะเสียงดังออกมา แทนที่จะถอยหนี เขากลับพุ่งตรงไป พูดเสียงดังออกมา “ยังมีทัณฑ์สายฟ้าเหลืออยู่อีก! ในที่สุด ข้า, หวัง ก็ได้รับโชคชะตาแห่งสวรรค์!”

เขาพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับหัวเราะต่อไป โบกสะบัดมือขวา และทันใดนั้น หมอกสายฟ้าก็ปรากฎขึ้นรอบกาย ท่ามกลางการจ้องมาด้วยความตกใจ ของกลุ่มผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ เขาพุ่งตรงไปยังทัณฑ์สายฟ้าเส้นนั้น

“คนผู้นี้มันบ้า?”

“มันเรียกตัวเองว่าหวัง บางทีมันอาจจะมาจากตระกูลหวัง?”

จากมุมมองของพวกมัน นอกจากเห็นทัณฑ์สายฟ้าพุ่งลงมายังเมิ่งฮ่าวแล้ว พวกมันยังได้เห็นเขาพุ่งตรงเข้าไปหามันอีกด้วย และนี่ก็เป็นสิ่งที่เมิ่งฮ่าวต้องการให้เป็นเช่นนั้น

ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องกระจายออกไปรอบๆ ทัณฑ์สายฟ้ากระแทกเข้าไปในหมอกสายฟ้าที่ปกคลุมเมิ่งฮ่าวอยู่ เสียงกระหึ่มกึกก้องดังพุ่งขึ้นไป และร่างเมิ่งฮ่าวก็สั่นสะท้าน เขากระอักโลหิตออกมา และภายในร่าง เสาแห่งเต๋าทั้งสามต้นรอดจากการถูกทำลายไปได้อย่างหวุดหวิด

นี่เป็นเพียงทัณฑ์สายฟ้าแค่หนี่งสาย ซึ่งไม่ได้รุนแรงมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น มันก็เริ่มอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ ขณะที่พุ่งลงมา โชคดีที่มันเกิดขึ้นเช่นนี้ เมิ่งฮ่าวรู้ดีว่าเขาค่อนข้างโชคดีมาก ถ้าไม่มีแท่นบูชาเซียนโลหิต ไม่มีวัดโบราณไท่เอ้อ ถ้าเขาโดนสายฟ้าฟาดเข้าไปเต็มที่ เขาคงต้องตายอย่างแน่นอน

ขณะที่ทัณฑ์สายฟ้าจางหายไปจากร่างเมิ่งฮ่าว มันก็กลายเป็นประจุไฟฟ้านับไม่ถ้วน ซึ่งจากนั้นก็ถูกดูดซับโดยหมอกสายฟ้า ดูเหมือนธวัชสายฟ้าจะถูกทำลายด้วยทัณฑ์สายฟ้าเช่นกัน แต่ตอนนี้มันก็สามารถฟื้นคืนสภาพตัวเองขึ้นมาใหม่ สายฟ้าในตัวมันเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น ราวกับว่ามันได้ผ่านพิธีการล้างบาปมา

ซึ่งก็ทำให้เมิ่งฮ่าวตกใจ แต่เขาก็ยังคงหัวเราะเสียงดังออกมา

“ข้าไม่ได้มาที่นี่โดยเปล่าประโยชน์!” เขาพูด โบกสะบัดชายแขนเสื้อ และหัวเราะออกมา “ด้วยการช่วยเหลือของทัณฑ์สายฟ้า อาวุธเวทของข้าก็สมบูรณ์แบบ! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม!” จากนั้นเขาก็พุ่งตรงไป ทำท่าราวกับว่าเขากำลังค้นหาทัณฑ์สายฟ้าอื่นๆ อีก

“อา, คนผู้นี้กำลังหลอมสกัดอาวุธของมัน!”

“หลอมอาวุธด้วยทัณฑ์สายฟ้า! ศิษย์ตระกูลหวังผู้นี้ช่างกล้าหาญจริงๆ!”

“เจ้าเพียงแต่มองไปที่การหลอมอาวุธ ไม่ได้มองไปที่มัน ตอนที่ทัณฑ์สายฟ้าฟาดลงมาที่มัน ก็เหมือนกับการชำระบาป สำหรับคนที่ฝึกวิชาสายฟ้า เรื่องแบบนี้ช่วยให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย!” ผู้ฝึกตนสิบคนนั้นพุ่งตรงไปข้างหน้า มองหาทัณฑ์สายฟ้าอื่นๆ

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: