I shall seal the heaven Chapter 1428

0 Comments

ตอนที่ 1428

ยุคสมัยที่ผ่านไปในภาพวาด

เวลาเลื่อนผ่านไป ในที่สุดเมิ่งฮ่าวก็เริ่มสั่นสะท้าน ดวงตาเริ่มแจ่มใสขึ้น และถอยไปทางด้านหลังสองสามก้าว หอบหายใจออกมา ระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกกำลังกดทับลงมาในจิตใจ ขณะที่มองไปยังภาพบนผนัง

“หลัวเทียน…” เมิ่งฮ่าวพึมพำ คำถามนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาในจิตใจ แต่หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ดวงตาก็สาดประกายขึ้นเมื่อออกไปจากห้องศิลา และมุ่งหน้าลงไปตามอุโมงค์

แม้ในขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งผ่านเข้าไปในอุโมงค์ บนสะพานที่เชื่อมต่ออยู่กับดินแดนอันกว้างใหญ่แห่งแรกตรงด้านบน มีเงาร่างมากมายกำลังพุ่งออกไป ถ้ามีเมิ่งฮ่าวอยู่ด้วยระยะทางหนึ่งหมื่นจ้างสุดท้ายนั้น คงไม่ใช้เวลานานมากนักสำหรับผู้ฝึกตนแห่งชางหมางพ่ายที่จะพุ่งผ่านไป และน่าจะปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง

แต่ด้วยการที่เมิ่งฮ่าวจากไป ในที่สุดกลุ่มคนเหล่านั้นก็พบเจอกับอันตรายที่แท้จริง ขณะที่พุ่งผ่านอาณาเขตแห่งนั้น หลังจากที่เดินทางไปได้เพียงแค่ห้าพันจ้าง พวกมันก็ต้องพบเจอกับการบาดเจ็บล้มตายอยู่หลายครั้ง

แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่เก้าแก่นแท้ก็ยังต้องพบเจอกับการสูญเสีย ร่างจำแลงของพวกมันถูกทำลายไปทั้งหมด และร่างจริงก็ตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้าย ในช่วงการเดินทางห้าพันจ้างสุดท้าย คนทั้งหมดใช้ความสามารถและไพ่ไม้ตายออกมาอย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาชีวิตไว้

จากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ในที่สุดพวกมันก็บรรลุถึงจุดหมายปลายทาง แต่ในตอนนี้เองก็มีอีกสามคนที่ถูกกำจัดไป

แต่เป็นเพราะว่าเจ้าสำนักและผู้ฝึกตนเก้าแก่นแท้ขั้นสูงสุดอีกสองคนได้ทุ่มออกมาจนสุดตัว

มิเช่นนั้นแล้วก็อาจจะเกิดการบาดเจ็บล้มตายไปมากกว่านี้ ในที่สุดผู้ฝึกตนเก้าแก่นแท้ขั้นสูงสุดทั้งสามคนก็มีใบหน้าซีดขาว จากความพยายามทั้งหมดที่ทุ่มเทออกไป

ถึงแม้ว่าจะไม่มีการพูดคุยกัน แต่จิตใจของหลายคนก็เต็มไปด้วยโทสะ การที่มีเมิ่งฮ่าวอยู่และไม่มี ก็เห็นได้ชัดว่าแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ทำให้ผู้คนมากมายในกลุ่มคนเหล่านั้น รวมทั้งเจ้าสำนัก ต่างก็มีโทสะเพิ่มมากขึ้นต่อผู้แข็งแกร่งเก้าแก่นแท้ขั้นสูงสุดอีกสองคน รวมทั้งตี้ลิ่วจื้อจุนและตี้ปาจื้อจุน

ในที่สุดเมื่อคนทั้งหมดก้าวเดินออกมาจากสะพานและเหยียบย่างลงไปบนดินแดนอันกว้างใหญ่ สีหน้าอันบูดบึ้งขุ่นเคืองก็มองเห็นได้อยู่ทั่วทุกที่

หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะ เจ้าสำนักก็มองไปรอบๆ จากนั้นก็มองไปยังผู้แข็งแกร่งเก้าแก่นแท้ขั้นสูงสุดอีกสองคน รวมทั้งตี้ลิ่วจื้อจุนและตี้ปาจื้อจุนด้วยสายตาที่เย็นชาราวน้ำแข็ง กล่าวขึ้นมาว่า “พวกเราอยู่บนวิถีทางที่แตกต่างกัน เหล่าฟูไม่ต้องการจะเดินทางไปพร้อมกับพวกเจ้าทั้งสี่อีกแล้ว”

คนอื่นๆ แค่นเสียงเย็นชา จากนั้นก็เดินไปอยู่ที่ด้านหลังเจ้าสำนัก

“ไม่เป็นไร พวกเราทั้งหมดต้องไปยังแท่นบูชาสูงสุดบนดินแดนอันกว้างใหญ่แห่งแรกนี้ ซึ่งหมายความพวกเราต้องมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน แต่ก็ยังมีโชควาสนาอื่นๆ อยู่ในที่แห่งนี้นอกจากแท่นบูชาสูงสุดอีกด้วย”

“เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็แยกกันตรงนี้ และพบกันอีกครั้งตรงแท่นบูชาสูงสุด” ด้วยเช่นนั้นมันก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อ ส่งผลให้แผ่นหยกลอยออกไปยังตี้ลิ่วจื้อจุนและตี้ปาจื้อจุน จากนั้นก็หันหลังจากไป

ซาจิ่วตงส่ายหน้าไปมา และมุ่งหน้าออกไปยังอีกทิศทางหนึ่ง

ตี้ลิ่วจื้อจุนและตี้ปาจื้อจุนสบตากัน จากนั้นก็จากไปพร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชา

เวลาเดียวกันนั้น ย้อนกลับไปยังส่วนลึกของอุโมงค์ตรงด้านล่างพื้นผิวของดินแดนอันกว้างใหญ่ เมิ่งฮ่าวกำลังเร่งความเร็วพุ่งผ่านไป ไม่กี่วันต่อมาก็ไปถึงห้องศิลาที่สอง

ในทันทีที่ผ่านเข้าไป ก็มองไปรอบๆ และพบว่าสถานที่แห่งนี้ก็มีภาพวาดอยู่บนฝาผนังด้วยเช่นกัน

เป็นภาพวาดของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวจำนวนมาก แต่ละท้องฟ้าเหล่านั้นเต็มไปด้วยอาณาจักรต่างๆ มากมาย…มีดวงดาว, โลก, สิ่งมีชีวิตอยู่นับไม่ถ้วน

สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาและตกตายไปภายใต้วัฏจักรแห่งการเกิดใหม่อย่างไม่รู้จบ แทบจะราวกับว่าเวลากำลังผ่านไปอยู่ภายในภาพวาดเหล่านี้ ไม่มีคำพูดเขียนอธิบายไว้ต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ แต่เมิ่งฮ่าวก็สามารถจะบอกได้ว่าสิ่งที่ถูกวาดออกมานี้คือช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด

เงาร่างที่เรียกตนเองว่าหลัวเทียนเริ่มมีแสงเจิดจ้าขึ้นมาอย่างช้าๆ แสงนั้นเริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุดทั่วทั้งร่างก็ส่องแสงสว่างออกมา จากนั้นก็คาดไม่ถึงว่า…มันจะเริ่มจางหายไป

สิ่งแรกที่หายไปคือสองขาของมัน จากนั้นก็ลำตัว และจากนั้นก็เป็นศีรษะ ในที่สุดก็มีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวอันไร้ขอบเขต ซึ่งก็คือมือขวาของมัน ส่วนอื่นๆ ของร่างกายหายไปจนหมดสิ้น

ในที่สุดฝ่ามือและนิ้วหัวแม่มือก็หายไป เหลือไว้แต่ดรรชนีทั้งสี่ที่ยังคงหมุนวนอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวเป็นรูปวงกลมเท่านั้น แสงทั้งปวงค่อยๆ ถูกดูดซับเข้าไปในดรรชนีเหล่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าพวกมัน…จะไม่จางหายไป แต่ก็เริ่มส่งเสียงดังกระหึ่มขึ้นมาด้วยพลังชีวิต กลิ่นอายที่โดดเด่นสี่ชนิดเริ่มไหลซึมออกมา กลิ่นอายที่ยากจะอธิบายเหล่านั้นดูเหมือนว่าจะมีความแข็งแกร่งมากไปกว่าเงาร่างของตัวมันเองซะอีก!

เมื่อเมิ่งฮ่าวมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ คลื่นแห่งความตกตะลึงก็บดขยี้ลงมาในจิตใจ

“เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร…?” เมิ่งฮ่าวพึมพำ

“นี่…นี่…” ถึงแม้ว่าจะด้วยระดับพลังแห่งเจตจำนงของเมิ่งฮ่าวก็ตาม เขากำลังหอบหายใจออกมา จากดรรชนีทั้งสี่เหล่านั้น ดรรชนีที่สองมีกลิ่นอายที่เขารู้สึกว่าคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง…มันคือกลิ่นอายเทพ หลังจากที่ทำการยืนยันอยู่ชั่วขณะ ก็แน่ใจได้ว่ามันคือกลิ่นอายเดียวกันกับรูปปั้นที่อยู่บนอาณาจักรเทพ

นอกจากนั้นดรรชนีที่สามก็กระจายเป็นความรู้สึกเดียวกันกับอาณาจักรมารที่ป่าเถื่อนดุร้ายออกมา กลิ่นอายมาร!

และจากนั้นก็เป็นดรรชนีแรก กลิ่นอายของมันคล้ายกับของเซียน แต่ก็ไม่ใช่ เต็มไปด้วยความตาย เหมือนกับกลิ่นอายที่กระจายออกมาจากสุสานของปรมาจารย์ชางหมาง! ประกอบไปด้วยความผันผวนเช่นเดียวกับสิ่งที่อยู่ในเมืองภูตผี!

และดรรชนีสุดท้าย…มีกลิ่นอายอสูรอยู่ ซึ่งเหมือนกับของเมิ่งฮ่าว!

“ภูตผี, เทพ, มาร, อสูร!!” เมิ่งฮ่าวคิดด้วยจิตใจที่หมุนคว้าง ขณะที่กลับออกมาจากภาพวาดเมื่อตนเองมองไปยังโลกข้างในนั้น เริ่มหอบหายใจออกมาขณะที่มองไปยังภาพนั้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนเมื่อครู่นี้

เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานด้วยใบหน้าที่ซีดขาว ฟื้นสติกลับคืนมา ในที่สุดก็มองขึ้นไปและดวงตากำลังเปล่งประกายเจิดจ้าออกมา

“เงาร่างนั้นคือหลัวเทียน บางทีมันอาจจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่…เป็นสิ่งที่โดดเด่นบางอย่าง เนื่องจากตัวมัน ทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่จึงยังคงอยู่ ดวงดาวถือกำเนิดขึ้นมา รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทั้งปวง…หลัวเทียน, หลัวเทียน…”

“เห็นได้ชัดว่ามันตายไปแล้ว และไม่ได้มีชีวิตอยู่ตราบชั่วนิรันดร์ สุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับมันก็กลายเป็นดรรชนีทั้งสี่ ซึ่งโดดเด่นไปคนละแบบคือ ภูตผี, เทพ, มาร และอสูร แต่เซียน…?”

“เซียนอยู่ที่ไหน…?” หลังจากที่เงียบไปเป็นเวลานาน เมิ่งฮ่าวก็ขยับร่างเคลื่อนไหว พุ่งลงไปในอุโมงค์อย่างรวดเร็ว ดวงตาลุกโชนขึ้นด้วยความต้องการจะได้เห็นภาพวาดกลุ่มที่สาม

ไม่กี่วันต่อมาเมิ่งฮ่าวก็ยังคงพุ่งผ่านเข้าไปในอุโมงค์โบราณ รู้สึกราวกับว่ากำลังพุ่งผ่านห้วงกาลเวลาไป จนกระทั่งในที่สุดตรงเบื้องหน้าขึ้นไป…ก็เป็นห้องศิลาแห่งที่สาม

ม่านตาเมิ่งฮ่าวหรี่เล็กลง และจิตใจก็เริ่มเต้นรัวด้วยความรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ แทบจะในทันทีที่พุ่งเข้าไปในห้องศิลาที่สาม ก็มองไปรอบๆ เพื่อค้นหาภาพวาด

เหมือนกับที่คาดคิดไว้ มีภาพวาดชุดที่สามอยู่ในที่แห่งนี้!

เมื่อเมิ่งฮ่าวมองไป จิตใจก็ต้องหมุนคว้าง และจมลงไปในโลกแห่งนั้น

ครั้งนี้โลกที่อยู่ภายในภาพวาดแสดงให้เห็นถึงสถานที่ที่เมิ่งฮ่าวเคยเห็นมาก่อน มันคือเมืองแห่งหนึ่ง อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของเก้าดินแดนอันกว้างใหญ่…ภาพวาดนี้แสดงให้เห็น…สุสานของปรมาจารย์ชางหมาง

อย่างไรก็ตามนี่คือช่วงเวลาก่อนที่มันจะกลายมาเป็นเมืองภูตผี ย้อนกลับไปในตอนที่มันยังคงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง มีสิ่งปลูกสร้างและอาคารบ้านเรือนอยู่นับไม่ถ้วน รวมทั้งผู้ฝึกตนอีกมากมาย เป็นสถานที่คึกคักและรุ่งเรือง เห็นได้ชัดว่าเป็นยุคทองของมัน

เขามองเห็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งดูเหมือนกับรูปปั้นของร่างจำแลงปรมาจารย์ชางหมางที่เคยเห็นเป็นอย่างมาก บางทีบุรุษหนุ่มผู้นี้…ก็คือปรมาจารย์ชางหมางนั่นเอง!

มันกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในกลางอากาศ ขณะที่สายฟ้านับไม่ถ้วนกำลังฟาดลงมา เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ในท่ามกลางการเผชิญหน้ากับทัณฑ์บางอย่าง ตรงด้านล่างในเมือง ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนกำลังมองขึ้นมา ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งหวัง

ความผันผวนอันแข็งแกร่งกระจายออกมาจากร่างของบุรุษหนุ่มผู้นี้

และเมื่อเมิ่งฮ่าวสัมผัสได้ ก็ต้องสั่นสะท้านขึ้นมา ความผันผวนเหล่านั้นเกินกว่าระดับเก้าแก่นแท้ และห่างจากจุดสูงสุดเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นก็คือว่ากลิ่นอายของบุรุษหนุ่มผู้นั้น…ประกอบไปด้วยปราณอสูร!

เป็นปราณอสูรที่บริสุทธิ์โดยสิ้นเชิง!

มันกำลังพยายามจะอยู่ในจุดสูงสุด เอาชนะทัณฑ์เหล่านั้นไปในฐานะที่เป็นเซียน!

ขณะที่สายฟ้าแห่งทัณฑ์ทำลายล้างฟาดลงมายังบุรุษหนุ่มเพื่อกำจัดมันไป มันก็ลุกขึ้นมายืนและยื่นมือออกไปราวกับว่าต้องการจะบดขยี้สวรรค์

ในตอนนั้นเองที่ลำแสงสายหนึ่งได้ตกลงมาจากด้านบน ฉีกกระชากท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวให้ขาดออกจากกัน ดรรชนีข้างหนึ่งตกลงมา เป็นดรรชนีที่เมิ่งฮ่าวตระหนักว่า…เป็นหนึ่งในสี่ดรรชนีที่ตนเองเพิ่งจะเคยเห็นมาในภาพวาดชุดที่สอง!

ดรรชนีนั้นปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว และการตกลงมาของมันก็ทำให้คนทั้งหมดที่อยู่ภายในเมือง ไม่ว่าพวกมันจะมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่ระดับใด…ต่างก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง จากนั้นพวกมันก็ถูกทำลายไปทั้งร่างกายและวิญญาณ ถูกกำจัดไปโดยสิ้นเชิง! มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงรอดชีวิตอยู่ก็คือบุรุษหนุ่มและคนอื่นๆ อีกจำนวนแค่หยิบมือ!

หนึ่งดรรชนีทำลายชีวิตในเมืองใหญ่ไปจนหมดสิ้น

หนึ่งดรรชนีทำให้โลกที่เจริญรุ่งเรืองกลายเป็นสถานที่แห่งความตายและซากศพ

หนึ่งดรรชนีทำให้อาณาจักรที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต ต้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายในชั่วพริบตา!

สิ่งต่อมาที่เมิ่งฮ่าวเห็นก็คือว่า บุรุษหนุ่มที่ลอยตัวอยู่ในท่ามกลางกลิ่นอายแห่งความตายอันไร้ขอบเขต กำลังส่งเสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจอย่างลึกล้ำมากที่สุด

จากนั้นภาพก็เปลี่ยนไป คาดไม่ถึงว่า ซากศพทั้งหมด…เริ่มมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แต่ใบหน้าของพวกมัน บิดเบี้ยวขึ้นด้วยรอยยิ้มที่แปลกๆ ราวกับว่าพวกมันไม่ใช่ตนเองอีกต่อไป จากนั้นก็เริ่มบินขึ้นไปในอากาศตรงไปยังบุรุษหนุ่ม ราวกับว่าจะไปสังหารมัน

เสียงหัวเราะอันขมขื่นของบุรุษหนุ่มเริ่มกลายเป็นเสียงร้องไห้อย่างน่าอนาถใจ

ภาพจบลงอยู่ที่ตรงนั้น ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องใช้เวลานานกว่าที่จะฟื้นสติกลับคืนมาได้ จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และมุ่งหน้าต่อไป เขาต้องการเห็นภาพวาดชุดที่สี่ และมีลางสังหรณ์อย่างแรงกล้าว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในภาพวาดนั้น…คงจะต้องเป็นสิ่งที่ลี้ลับและน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

ความลับอะไรก็ตามที่อยู่ในนั้น น่าจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเองอย่างแน่นอน!

เมิ่งฮ่าวคิดย้อนกลับไปถึงการทำลายล้างของอาณาจักรขุนเขาทะเล ถึงปราณอสูรที่ปรากฏขึ้นมาบนร่างตนเอง และคำพูดที่อาณาจักรเทพและอาณาจักรมารเคยบอกว่า ไม่ต้องการให้เซียนปรากฏขึ้นมาในอาณาจักรขุนเขาทะเล

“คล้ายคลึงกัน ช่างคล้ายคลึงกันเป็นอย่างยิ่ง แตกต่างกันก็เพียงแต่ว่าปรมาจารย์ชางหมางพยายามจะอยู่ในจุดสูงสุดด้วยฐานะที่เป็นเซียน ในขณะที่อาณาจักรขุนเขาทะเล เซียนเพิ่งจะปรากฏขึ้นเท่านั้น…”

“อาณาจักรเทพและอาณาจักรมารต้องการจะทำลายขุนเขาทะเลไปจริงๆ หรือว่า…มีคนอื่นอีก!?!?”

“ทำไมถึงไม่มีบันทึกบอกไว้ และทำไมถึงมีแต่ต้องจมลงไปในภาพวาดเหล่านี้เท่านั้น…?”

“มันกำลังปกป้องอะไรอยู่?”

“หลัวเทียนทำลายโลกทั้งหมด…” ขณะที่เมิ่งฮ่าวบินตรงไปยังห้องศิลาแห่งที่สี่ จิตใจก็หมุนคว้างไปด้วยความคิดนับไม่ถ้วน เวลาเดียวกันนั้นใบหน้าก็เริ่มบึ้งตึงมากขึ้นเรื่อยๆ

ในตอนนี้เขากำลังรู้สึกว่าการทำลายล้างของอาณาจักรขุนเขาทะเล…อาจจะไม่ใช่เรื่องเรียบง่ายอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่า…ยังมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่!

และเมิ่งฮ่าวกำลังจะเปิดเผยความลับนั่นออกมาทีละน้อย จากภาพวาดบนผนังเหล่านี้!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 219
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 218
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 217
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: