Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 202

I Shall Seal The Heaven Chapter 202

ตอนที่ 202

เผชิญหน้ากับสุดยอด!

กลุ่มเมฆหลายชั้นที่ด้านบนม้วนตัวเข้ามารวมกัน และเสียงฟ้าผ่าก็ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ด้านล่าง เมิ่งฮ่าวและโจวเจี๋ย เดินตรงเข้าหากัน สายตาของคนทั้งสองประสานกัน และพลังจิตสัมผัสของพวกเขาก็พุ่งออกไป

การกระแทกของจิตสัมผัสไร้รูปร่างและมองไม่เห็น แต่ในแง่ของความเป็นไปได้ในการสังหาร พลังของมันเกินกว่าอาวุธเวทใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อจ้องมองซึ่งกันและกัน เมิ่งฮ่าวและโจวเจี๋ย ต่างก็เริ่มสั่นสะท้านไปทั้งคู่ โจวเจี๋ยรู้สึกเหมือนกับมันกำลังถูกบดขยี้จากภูเขามากมายจนนับไม่ถ้วน โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก มันขบฟันจนแน่น และท่าทางดุร้ายก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของมัน

เมิ่งฮ่าวก็ดูเหมือนจะมีผลกระทบด้วยเช่นกัน เขาเม้มริมฝีปาก แต่ก็ไม่มีโลหิตปรากฎให้เห็น เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา จากนั้นก็เดินหน้าต่อไป ขณะที่เท้าเหยียบย่างลงไป คนทั้งสองก็สั่นสะท้านขึ้นอีกครั้ง

ใบหน้าโจวเจี๋ยซีดขาวเล็กน้อย มันรู้ตัวว่า มันไม่ได้เก่งมากนักในเรื่องของจิตสัมผัส โดยไม่ลังเล มันถอยหลังออกไปหลายก้าว ขยับมือซ้ายร่ายเวทอาคมอย่างรวดเร็ว เส้นใยของกลุ่มควัน ที่ลอยขึ้นมาจากธูปที่ยาวสามฉื่อในมือขวาของมัน ทันใดนั้น ก็กลายเป็นดาบโค้งพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

ขณะที่ดาบลอยผ่านอากาศ กลุ่มควันซึ่งรวมตัวกันก็เริ่มกระจายออกไป ในไม่ช้า ก็มองเห็นเป็นเงาร่างของคนกำลังถือดาบโค้ง กำลังตวัดดาบฟันไปยังเมิ่งฮ่าว

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย มือซ้ายขยับร่ายเวท และกระบี่ไม้สองเล่ม ที่ดูเหมือนกำลังกระหายเลือดก็ส่งเสียงหึ่งๆ ออกมา กลายเป็นลำแสง แหวกฝ่าอากาศออกไป ขณะที่พวกมันพุ่งตรงไปยังดาบโค้งนั้น

พวกมันไปถึงในทันที ไม่มีการหลบเลี่ยง ไม่มีการหมุนวนไปมา กระบี่ทั้งสองเล่มโจมตีไปยังดาบโค้ง พวกมันกระแทกเข้าด้วยกันด้วยพลังอันแข็งแกร่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ต้องมีอีกฝ่ายที่ถูกทำลายไป

เสียงระเบิดดังออกมา และเมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดสองมือไปมา ราวกับว่ามีเส้นใยที่มองไม่เห็นเชื่อมต่อกระบี่ไม้ไว้กับตัวเขา พวกมันเริ่มเปล่งรังสีกระบี่อันเข้มข้น กระจายเป็นระลอกคลื่นเต็มอยู่ที่บริเวณนั้นในทันที ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มสั่นสะเทือน ใครจะกล้าเข้าไปใกล้?

เสียงระเบิดดังออกมา ดาบโค้งแหลกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และแววตาแปลกๆ ก็ปรากฎขึ้นในดวงตาของโจวเจี๋ย มันยกมือซ้ายขึ้นและโบกสะบัดอยู่ที่เบื้องหน้า จากนั้นก็กดลงไปยังธูปที่อยู่ในมือขวา กลุ่มควันเริ่มลอยออกมามากขึ้น เพียงชั่วพริบตา มันก็กลายเป็นอาวุธมากกว่าสิบชิ้น แต่ละชิ้นก็มีเงาร่างภูติผีกวัดแกว่งอยู่ พวกมันทั้งหมดพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

สีหน้าเมิ่งฮ่าวราบเรียบเหมือนเช่นเคย ขณะที่เขามองไปยังกลุ่มควันภูติผีที่กำลังใกล้เข้ามา เขายกมือขึ้น จากนั้นก็ยื่นตรงออกไป กระบี่ไม้สองเล่มระเบิดเสียงแหลมเล็กออกมา ทันใดนั้น พลังลมปราณทั้งหมดของสวรรค์และปฐพี ดูเหมือนจะพุ่งตรงไปที่พวกมัน รังสีกระบี่ที่อยู่รอบๆ กระบี่ทั้งสองเล่มนั้น ขยายออกไปถึงสิบจ้าง และตัวกระบี่เอง ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นมังกรกระบี่บินสองตัว หมุนวนอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว

เสียงแผดร้องดังออกมาจากกลุ่มควันภูติผีที่กำลังใกล้เข้ามา ทีละตน ทีละตน พวกมันแหลกสลายไป ไม่สามารถเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าวได้

“เจ้าชอบเอาแต่ป้องกันตัว?” โจวเจี๋ยพูดเสียงราบเรียบ “ข้าจะช่วยเอง” แสงอันเย็นชาส่องประกายอยู่ในดวงตาของมัน ขณะที่ยกมือซ้ายขยับร่ายเวทอีกครั้ง จากนั้นก็กดลงไปที่ธูปนั้น ทำให้มันเผาไหม้รุนแรงมากขึ้น และกลุ่มควันขนาดใหญ่ก็ลอยออกมามากมาย ควันเหล่านั้นกระจายออกไป ก่อตัวเป็นวงแหวนหลายวงซ้อนกันเป็นชั้นๆ

แต่ละควันของวงแหวนใหม่ที่เกิดขึ้น ก็จะใหญ่กว่าวงแหวนเดิม ในไม่ช้า วงแหวนมากกว่าร้อยวงก็ก่อตัวขึ้น จากนั้นก็พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว พวกมันหมุนวนไปรอบๆ ตัวเขา ราวกับว่าพยายามจะห่อหุ้มเขาไว้ภายใน

กลุ่มควันวงแหวนดูเหมือนกำลังจะกลืนเขาเข้าไป แต่สีหน้าของเมิ่งฮ่าวก็ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขาอ้าปากขึ้น และกลุ่มหมอกสายฟ้าก็ปรากฎ ในอดีต หมอกสายฟ้านี้ได้ดูดซับทัณฑ์สายฟ้าไว้ รวมถึงเจตจำนงของสายฟ้าในกระถางสี่เหลี่ยม ในตอนนี้ ก็ดูเหมือนว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดอยู่ ขณะที่มันกระจายออก เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นที่ด้านบนท้องฟ้า

หมอกสายฟ้านี้ดูเหมือนจะมีผลกระทบกับกลุ่มเมฆ ทำให้พวกมันรวมตัวกัน ราวกับว่าจะมีสายฟ้าเริ่มฟาดลงมาได้ทุกเมื่อ ดูเหมือนว่า พื้นที่ซึ่งอยู่ด้านนอกกลุ่มหมอกสายฟ้าของเมิ่งฮ่าว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นทะเลแห่งสายฟ้า!

กลุ่มหมอกขยายตัวออกไป จากนั้นสายฟ้าก็ฟาดลงมา เสียงกึกก้องของฟ้าร้องดังอยู่เต็มท้องฟ้า ทันทีที่สายฟ้าฟาดลงไปยังกลุ่มควันวงแหวน พวกมันก็ระเบิดออกกลายเป็นชิ้นๆ

ดวงตาโจวเจี๋ยหดแคบลง มันไม่เคยคิดว่าจะมีกลยุทธ์เช่นนี้มาก่อน เมิ่งฮ่าวเดินตรงไป ล้อมรอบด้วยหมอกสายฟ้า

หมอกรอบๆ ตัวเขาปั่นป่วนไปมา และเสียงฟ้าร้องก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ ถูกปลุกเร้าด้วยสายฟ้า กระบี่ไม้ทั้งสองเล่มระเบิดพลังของเจตจำนงแห่งการฆ่าฟันที่โหดร้ายออกมา เส้นผมเมิ่งฮ่าวลอยพริ้วกระจายไปรอบๆ ศีรษะ และสายฝนก็ตกลงไปอยู่รอบๆ ตัว ใครก็ตามที่ได้เห็นเขาในตอนนี้ ก็จะต้องหวาดกลัวด้วยความรู้สึกถึงอสูรปีศาจในตัวเขา

ทันใดนั้น เมิ่งฮ่าวก็เริ่มแผ่กระจายรังสีออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่รังสีเช่นนี้ได้ปรากฎขึ้นบนตัวเขา

“อันที่จริง” เมิ่งฮ่าวกล่าวอย่างเฉื่อยชา “สิ่งที่ข้าชอบมากที่สุดก็คือการโจมตี” เขาก้าวเท้าตรงไป ปกคลุมไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง เขาเหมือนกับสัตว์อสูรโบราณบางอย่าง พร้อมที่จะพิชิตไปทั่วหล้า

สีหน้าโจวเจี๋ยเปลี่ยนไป ขณะที่มันถูกสะกดไว้จนต้องถอยหลังไป เมิ่งฮ่าวในตอนนี้ ดูเหมือนจะแตกต่างจากตอนที่เขาป้องกันตัวเองก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก เขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความดุร้าย ราวกับว่าก่อนหน้านี้เขาเป็นแค่กระบี่ที่อยู่ในฝัก…แต่เพิ่งจะถูกดึงออกมาในตอนนี้!

เป็นเวลาที่จะแสดงความสามารถออกมา!

หนึ่งก้าว, สองก้าว, สามก้าว…แต่ละก้าวที่เมิ่งฮ่าวย่างไป เสียงฟ้าร้องเหมือนจะดังมากยิ่งขึ้น ฟ้าแลบเต็มท้องฟ้า พลังฝึกตนที่สมบูรณ์ของเมิ่งฮ่าวระเบิดออกมา ตามด้วยจิตสัมผัสที่ขยายออกไป โจวเจี๋ยตกตะลึง และมันก็รู้ว่า ต้องไม่ยอมให้เมิ่งฮ่าวรวบรวมพลังมากเกินไปกว่านี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็ไม่อาจจะหยุดเขาลงได้

ขณะที่ก้าวที่สามของเมิ่งฮ่าวเหยียบย่างลงไป ดวงตาโจวเจี๋ยก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มันปล่อยมือขวาออก และธูปซึ่งตอนนี้มีความยาวน้อยกว่าหนึ่งฉื่อ ก็ลอยขึ้นไปในทันที

เส้นเลือดฝอยกระจายไปทั่วดวงตาของโจวเจี๋ย ขณะที่สองมือของมันขยับร่ายเวทอาคม มันผลักสองมือออกไปที่เบื้องหน้า

“ควันเขียวทำลายล้างตะวันออก!” มันพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกไป ธุปลุกไหม้ขึ้น เผาไหม้อย่างรุนแรงเพื่อสร้างกลุ่มควันที่หนาแน่น ลอยตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“ระเบิด!” โจวเจี๋ยตะโกน กลุ่มควันที่แน่นหนา ทันใดนั้น ก็ระเบิดออก ทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่รอบๆ นั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเสียงของระเบิดก็กลบเสียงฟ้าร้องไป กลุ่มควันยังได้ปกคลุมสายฟ้า ขณะที่มันกระจายระลอกคลื่นสีเขียวเข้ม ซึ่งมีพลังของการทำลายล้างจนถึงแก่ความตายออกมา

ร่างเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน หมอกสายฟ้ารอบๆ ตัวสั่นกระเพื่อมไปมา จากนั้นก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ ภายใต้ความแข็งแกร่งจากการโจมตีนั้น กระบี่ไม้ทั้งสองเล่มพุ่งไปต่อต้านการโจมตีที่กระแทกเข้ามา และเมิ่งฮ่าวก็ถอยหลังไปสี่ถึงห้าก้าว โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก

“ดูเหมือนว่าเต้าจื่อจากสำนักอันยิ่งใหญ่ จริงๆ แล้วก็ค่อนข้างจะสุดยอด…” เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และดวงตาก็สาดประกาย โจวเจี๋ยยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าค่อนข้างซีดขาว แต่ดวงตาก็เปล่งประกาย ขณะที่มันยื่นมือออกไปเพื่อร่ายเวทอาคมอีกครั้ง

ธูปถูกเผาไหม้มากขึ้น ตอนนี้ยาวเพียงแค่สองชุ่น (1 ชุ่น = 2.3 เซนติเมตร) ควันอันหนาแน่นฟุ้งกระจายตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“ระเบิด!” โจวเจี๋ยแผดเสียงออกมา เส้นเลือดปรากฎอยู่ในดวงตามันมากขึ้น ขณะที่กลุ่มควันระเบิดออก เมิ่งฮ่าวก็ยกมือขวาขึ้น และฟาดไปที่เบื้องหน้าห้าครั้ง

ห้าฝ่ามือสำนักชิงหลัว!

ฝ่ามือทั้งห้าถูกฟาดออกไปด้วยความรวดเร็ว และเสร็จสิ้นเพียงชั่วพริบตา ขณะที่กลุ่มควันทำลายล้างกระจายออก ฝ่ามือยักษ์ก็ปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว พุ่งตรงไปยังกลุ่มควันเหล่านั้น

เสียงระเบิดจนพื้นดินสั่นสะเทือนดังออกมา น้ำฝนทั้งหมดที่ตกลงมาในพื้นที่แถบนั้น ระเบิดกลายเป็นละอองน้ำเล็กๆ ดวงตาเมิ่งฮ่าวหรี่เล็กลง และเขาก็พุ่งถอยไปด้านหลัง เสาแห่งเต๋าทั้งห้าต้นของเขาโคจรหมุนวน และทำการโจมตีด้วยห้าฝ่ามือสำนักชิงหลัวครั้งแล้วครั้งเล่า

หนึ่งหัตถ์ยักษ์, สองหัตถ์ยักษ์ เพียงชั่วพริบตา หัตถ์ยักษ์มากกว่าสิบก็ปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว มันมีขนาดใหญ่จนน่าตกใจ ทั้งหมดนั้นต่างก็เรืองแสงสีทองออกมา ขณะที่พวกมันพุ่งผ่านอากาศ ส่งเสียงหวีดหวิว ตรงไปยังโจวเจี๋ย

ดวงตาโจวเจี๋ยเกือบจะเต็มไปด้วยเส้นเลือด มือของมันโบกสะบัดร่ายเวทอาคมอย่างต่อเนื่อง ธูปในตอนนี้ถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น กลุ่มควันของมันพุ่งตรงไปยังหัตถ์ยักษ์ของเมิ่งฮ่าวที่กำลังโจมตีมา เมื่อพวกมันปะทะเข้าด้วยกัน เสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ดังไปทั่วบริเวณนั้น

สายลมอันรุนแรงพัดกรรโชก เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไปในอากาศ ต้นไม้เอนไปด้านหลัง และสายฝนก็กลายเป็นสายหมอก โลหิตกระจายออกมาจากปากเมิ่งฮ่าว สีหน้าของเขาดุร้ายมากยิ่งขึ้น

โจวเจี๋ยโซเซถอยไปด้านหลังเจ็ดถึงแปดก้าว และไม่อาจควบคุมตัวเอง กระอักโลหิตออกมากองโต ใบหน้ามันซีดขาว แต่ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า

ไม่มีใครพูดจา ขณะที่ทั้งสองจ้องมองซึ่งกันและกัน คนทั้งสองรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้…ยังอีกไกลกว่าจะจบลงได้

โจวเจี๋ยเพิ่งจะใช้อาวุธเวทไปแค่ชิ้นเดียว มันยังไม่ได้ใช้วิชาเวทใดๆ ของสำนักเลย รวมถึงยังไม่ได้ใช้ท่าสังหาร เช่นเดียวกับเมิ่งฮ่าว

คนทั้งสองจ้องมองซึ่งกันและกัน สองสามอึดใจ จากนั้นโจวเจี๋ยก็แหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า และหัวเราะออกมา “ฝ่ามือเมฆาเขียว! ช่างเป็นวิชาเวทที่คุ้นเคยอะไรเช่นนี้! พี่เมิ่ง เมื่อท่านเรียนรู้วิชานี้ ข้าก็คิดว่าวันนี้ น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แลกเปลี่ยนฝีมือกัน ข้าขอแสดงให้ท่านเห็นว่า ทำไมฝ่ามือเมฆาเขียวของสำนักชิงหลัว ถึงได้ถูกเรียกว่า เมฆาเขียว!”

มันยกมือขวาขึ้น และการหายใจของมัน ทันใดนั้น ก็ดูเหมือนจะเริ่มแปลกไป ขณะที่มือของมันยกขึ้นไป ภาพลวงตาก็ปรากฎขึ้น

แต่ละภาพเป็นรูปร่างของฝ่ามือ มีทั้งหมดยี่สิบหกฝ่ามือปรากฎออกมา ดวงตาโจวเจี๋ยหดแคบลง และมันก็ฟาดฝ่ามือตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“นี่คือฝ่ามือเมฆาเขียวที่แท้จริง!” ขณะที่เสียงของโจวเจี๋ยดังออกมา มันก็ฟาดฝ่ามือไปข้างหน้า และหัตถ์ยักษ์ก็ปรากฎขึ้น ส่องแสงสีเขียว และรูปร่างดูเหมือนกลุ่มหมอกที่รวมตัวกัน กลุ่มหมอกสีเขียวนี้ไม่ใช่สิ่งใด นอกจากที่มีชื่อว่า เมฆาเขียว!

ฝ่ามือเมฆาเขียว ส่งเสียงแหลมเล็กแหวกฝ่าอากาศตรงไปยังเมิ่งฮ่าว ทำให้พื้นที่บริเวณนั้น เต็มไปด้วยเสียงกระหึ่มกึกก้องราวฟ้าคำราม ในแง่ของความลึกล้ำ หรือพลังการโจมตีนี้ เกินกว่าสิ่งที่เมิ่งฮ่าวได้เรียนรู้มาอย่างไม่ครบสมบูรณ์มากมายนัก

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย แต่เขาก็ไม่พูดอะไรออกมา นี่เป็นบุคลิกส่วนตัวของเขา เมื่อตกอยู่ในห้วงการต่อสู้ เขาก็แทบจะไม่พูดอะไรออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการพูด ได้บอกเล่าผ่านการโจมตี ด้วยการไม่ยอมพูด ทำให้เขาเพิ่มความโหดร้ายในการโจมตีเหล่านั้น

เขายกมือขวาขึ้น และใช้นิ้วชี้กรีดไปบนนิ้วหัวแม่มือ ขณะที่โลหิตไหลออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในสายตาของเมิ่งฮ่าว ก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

 

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: