I Shall Seal The Heaven Chapter 249

0 Comments

ตอนที่ 249

ญาติดีกัน

“อืม, ดูเหมือนว่าการมายังสำนักชิงหลัวในครั้งนี้ ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก!” เมิ่งฮ่าวเก็บต้นชุนชิวกลับไป ยิ้มออกมา แต่ในส่วนลึกของดวงตาก็ส่องประกายแห่งความสงสัยออกมาเล็กน้อย

“ดูเหมือนจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างลึกๆ ระหว่างหานเป้ยและแผนกเม็ดยาบูรพา ข้าอยากรู้ว่ามีความลับอะไรซ่อนอยู่…” เขาคิดเกี่ยวกับมันเล็กน้อย แต่จากนั้นก็วางเรื่องนี้ลง แสงยามเช้าเต็มอยู่ในท้องฟ้าด้านนอกอีกครั้ง

“สำหรับโจวเจี๋ย, ทำไมมันถึงได้คลุ้มคลั่ง? เมื่อข้าได้พบกับมันอีกครั้งในตอนแรกก่อนหน้านี้ มีบางสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง…วิญญาณไร้ร่างครอบครองร่างกาย กลับมาจากชีวิตหลังความตาย…” เมิ่งฮ่าวนั่งอยู่ที่นั่นจมอยู่ในห้วงความคิดสักพัก ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองออกไปด้านนอก

ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงที่แสดงถึงความเคารพดังมาจากด้านนอก “ฟางต้าชือ, วันนี้จะมีการสอนการปรุงยาโดยเฉินต้าชือ แห่งแผนกเม็ดยาพสุธา ท่านต้องการเข้าร่วมฟังด้วยหรือไม่?”

เมิ่งฮ่าวคิดอยู่ชั่วครู่ เขาก็อยากรู้ว่านักปรุงยาจากแผนกเม็ดยาพสุธาผู้นี้ จะมีความเข้าใจในเต๋าแห่งการปรุงยาลึกซึ้งถึงเพียงไหน เขาลุกขึ้นยืน และเดินลงไปจากยอดเขาต้อนรับเขียวขจี พร้อมกับศิษย์จากสำนักชิงหลัว

สถานที่สำหรับสอนเต๋าแห่งการปรุงยา อยู่ที่ภูเขาห้าสิบเจ็ดของสำนักชิงหลัว ภูเขาลูกนี้ไม่มียอดเขา ด้านบนของมันถูกตัดออกเพื่อสร้างเป็นลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่มหึมา ซึ่งเต็มไปด้วยที่นั่งของผู้เข้าชมถึงหนึ่งหมื่นที่

เมื่อเมิ่งฮ่าวมาถึง ก็มีผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหลัวมากกว่าหมื่นคนอยู่เต็มไปหมด พวกมันอยู่ในขั้นการฝึกตนที่แตกต่างกัน มีทั้งรวบรวมลมปราณ, พื้นฐานลมปราณ และสร้างแกนลมปราณ ทุกที่นั่งล้อมรอบเวทีที่ยกสูงขึ้นมา

เฉินเจียสี่ และ หลี่อี้หมิง จากแผนกเม็ดยาพสุธา นั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่ด้านบนเวที

ด้วยความประหลาดใจ ที่ห่างไกลออกไปมีโต๊ะอยู่สามตัว ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะหนึ่งในนั้นเป็นปรมาจารย์จื่อหลัว ด้านข้างมันเป็นสตรีวัยกลางคนผู้สวยงาม เมิ่งฮ่าวจำได้ว่านางเป็นสตรีคนเดียวกับที่ได้นำศิษย์พี่หญิงฉื่อ มาจากสำนักเอกะเทวะเมื่อหลายปีก่อน

โต๊ะตัวที่สามเป็นบุรุษใบหน้าสีแดงก่ำ ดวงตาของมันสาดประกายคล้ายสายฟ้า ยากที่จะหยั่งถึงระดับพื้นฐานฝึกตนของมัน แต่สำหรับเมิ่งฮ่าวก็ดูเหมือนว่า มันมีความแข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์จื่อหลัวอยู่เล็กน้อย

การมีผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งสามคนอยู่ที่นี้ ก็ทำให้การสอนเต๋าแห่งการปรุงยาครั้งนี้มีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง

ที่นั่งขัดสมาธิอยู่ไม่ไกลจากหน้าโต๊ะทั้งสามตัวก็คือ โจวเต๋อคุน ซึ่งกำลังจ้องไปยังเฉินเจียสี่ และหลี่อี้หมิงอย่างเคร่งขรึมในตอนนี้

เมิ่งฮ่าวเดินตรงไป และนั่งลงข้างกายมัน สีหน้าเขาราบเรียบเหมือนเช่นเคย

ดูเหมือนว่าโจวเต๋อคุนละเลยความไม่พอใจในตัวเมิ่งฮ่าวก่อนหน้านี้ไป กล่าวว่า “คนทั้งสองนี้ช่างหยิ่งยโสนัก พวกมันมาหาข้าเมื่อวาน เสแสร้งว่ามาแสดงความเคารพ แต่จริงๆ แล้ว คำพูดของพวกมันก็เต็มไปด้วยความโอหัง เห็นได้ชัดว่าพวกมันคิดว่าแผนกเม็ดยาพสุธา เก่งกว่าแผนกเม็ดยาบูรพาไปแล้ว!” ดูเหมือนมันจะเกลียดชังนักปรุงยาทั้งสองจากแผนกเม็ดยาพสุธาอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งฮ่าวก็เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน ถึงจะมีความขัดแย้งกัน แต่ตอนนี้พวกเขาก็อยู่นอกสำนัก และผูกพันเข้าด้วยกัน

เมิ่งฮ่าวเพิ่งจะนั่งลง โจวเต๋อคุนก็พูดจาอย่างไม่พอใจต่อไป “สำนักชิงหลัวเชื้อเชิญนักปรุงยาจากสองสำนักมา เพื่อช่วยสอนเต๋าแห่งการปรุงยาของพวกมัน แต่แทนที่จะให้พวกเราทำการสอนก่อน พวกมันกลับขอให้แผนกเม็ดยาพสุธาพูดก่อน! มันน่าเจ็บใจนัก!”

“พวกเราต้องระมัดระวังตัวให้มากไว้ แผนกเม็ดยาพสุธามีความคิดไม่ซื่ออย่างเห็นได้ชัดเจน พวกมันต้องการจะฉีกหน้าพวกเรา ถ้ามันเกิดขึ้น พวกเราก็จะเสียหน้าเมื่อกลับไปถึงสำนัก” โจวเต๋อคุนกัดฟันแน่น และจ้องนิ่งไปยังเฉินและหลี่ “ข้าอาจจะดีกว่าเจ้าเล็กน้อย” มันกล่าวต่อ “เจ้าต้องระวังให้มากในตอนปรุงยา อ้ายยย…ฟังนะ ถ้าเจ้ามีปัญหาการปรุงยาในวันที่จะมาถึงนี้ ให้มาหาข้าในทันที ข้าสามารถตอบปัญหาทุกอย่างของเจ้าได้ ข้าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยเจ้าให้รวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

เมิ่งฮ่าวยิ้ม ถึงแม้พวกเขาทั้งสองจะมีความขัดแย้งกัน แต่การผูกติดกันในวันนี้ก็ทำให้เขาตระหนักว่า ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไปสร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่กัน เขาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ข้าไม่คิดว่า ข้าจะสร้างความผิดพลาดใดๆ ไม่ต้องกังวลใจไป”

“เจ้า…อ้ายยย…ฟางมู่ ถึงพวกเราจะแตกต่างกัน ใหญ่หรือเล็ก มันก็ไม่ได้สำคัญอันใด ในตอนนี้ แผนกเม็ดยาพสุธากำลังพยายามที่จะมาหาเรื่องพวกเรา ซึ่งเป็นตัวแทนของแผนกเม็ดยาบูรพา!” มันมองมายังเมิ่งฮ่าว พร้อมถอนหายใจ ตบไปที่ถุงสมบัติหยิบแผ่นหยกออกมายื่นส่งให้ “ข้าจัดเตรียมนี่ให้เจ้าเมื่อคืน เป็นข้อมูลทั้งหมดของเต๋าแห่งการปรุงยาของข้าทั้งหนึ่งร้อยปี ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดของข้าถูกรวบรวมไว้ด้วยกันในแผ่นหยกนี้ ศึกษาให้ละเอียด พวกเราสามารถร่วมมือกัน และทดสอบข้อมูลเหล่านี้ไปด้วยกัน ข้ามั่นใจว่ามันจะช่วยเพิ่มทักษะเต๋าแห่งการปรุงยาของเจ้าได้เป็นอย่างดี”

เมิ่งฮ่าวจ้องมองไปด้วยความตกตะลึงชั่วครู่ เขารับแผ่นหยกมา จากนั้นก็อ่านด้วยจิตสัมผัส ศึกษาอย่างเงียบๆ นานสักพัก ในที่สุด เขาก็มองกลับไปยังโจวเต๋อคุน ข้อมูลด้านในเป็นของแท้อย่างแน่นอน ประกอบไปด้วยประสบการณ์ทั้งหมด ของหนึ่งในเจ้าแห่งเตาผู้อาวุโสแห่งสำนักจื่อยิ่น ข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากตรวจสอบแผ่นหยก เมิ่งฮ่าวก็รู้ว่าเขาใจร้อนไปบ้างก่อนหน้านี้ เจ้าแห่งเตาใดๆ ก็ตาม เป็นบุคคลที่สมควรได้รับความเคารพ และควรค่าแก่การเรียนรู้ ถึงวิธีคิดของโจวเต๋อคุนจะค่อนข้างเข้มงวดตายตัวไปบ้าง แต่ความเข้าใจในรายละเอียดของเต๋าแห่งการปรุงยาของมันก็อยู่ในจุดสูงสุด

ด้วยความเอาใจใส่ในรายละเอียดเช่นนั้น ก็จะมีผลต่ออัตราส่วนในการปรุงยาให้ประสบความสำเร็จ เมิ่งฮ่าวอาจจะมีพรสวรรค์ที่ค่อนข้างจะมากกว่าโจวเต๋อคุนในเต๋าแห่งการปรุงยา และมีความเข้าใจได้ลึกซึ้งมากกว่า แต่อัตราส่วนความสำเร็จในการปรุงยาของเขา ก็อยู่ที่สามหรือสี่ครั้งในการปรุงยาทั้งหมดสิบครั้ง

จากข้อมูลในแผ่นหยก เมิ่งฮ่าวก็สามารถรู้ได้ว่า อัตราความสำเร็จของโจวเต๋อคุนอยู่ที่แปดครั้งในทั้งหมดสิบครั้ง

“ของคุณมาก, โจวต้าชือ!” เมิ่งฮ่าวกล่าว สีหน้าของเขาจริงจัง ขณะที่ประสานมือ และโค้งตัวลงต่ำให้กับโจวเต๋อคุน แผ่นหยกนี้สามารถช่วยเขาได้มาก

“ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น” โจวเต๋อคุนกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม สีหน้าก็แสดงถึงความพึงพอใจออกมา ในจิตใจของมันคิดว่า “เจ้าเด็กผู้นี้อาจจะใช้วิธีที่ไม่ถูกต้องในการเป็นเจ้าแห่งเตา แต่ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ได้เลวร้ายนัก หลังจากกลับไปถึงสำนัก ข้าจะไปพุดคุยเรื่องนี้กับเจ้าแห่งเตาคนอื่นๆ และดูว่าข้าจะช่วยให้ชื่อเสียงของมันดีขึ้นมาได้อย่างไรบ้าง”

มันกระแอมไอออกมา จากนั้นก็ถอนหายใจ และในที่สุดก็พูดถึงสิ่งที่เป็นปริศนาอยู่ในใจมันตลอดเวลาออกมา “เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าได้คิดถึงสิ่งที่เจ้าพูดในหุบเขาวันนั้น จริงๆ แล้ว บางอย่างมันก็มีเหตุผล…ดังนั้น ข้าขอถามเจ้าสักเล็กน้อย ข้ามั่นใจว่าต้นสมุนไพรที่ข้าถืออยู่นั้นเป็นต้นกานพลูเจ็ดใบจริงๆ ข้าไม่คิดว่าข้าจะทำผิดพลาดเช่นนั้น แต่, ข้าก็รู้ว่าใบของมันควรจะส่องแสงเจ็ดสีออกมาในยามพลบค่ำ ข้าเพียงแต่…”

เมิ่งฮ่าวเผยอยิ้มอย่างเขินอายออกมา พร้อมกับไอเบาๆ เขาเปลี่ยนเรื่องพูด

เมิ่งฮ่าวดูเหมือนจะไม่ต้องการจะพูดถึง โจวเต๋อคุนก็ไม่ต้องการเน้นย้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยทักษะในเต๋าแห่งการปรุงยา มันก็มีทฤษฎีบางส่วนอยู่แล้ว ดูเหมือนความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะถูกปรับปรุงแก้ไข และมันก็ไม่ต้องการจะสร้างปัญหาใดๆ ขึ้นมาอีก คนทั้งสองเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเต๋าแห่งการปรุงยา และทั้งคู่ก็ได้รับประโยชน์ด้วยกัน อันที่จริง เมื่อการสอนเริ่มขึ้น พวกเขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก ขณะที่เสียงของเฉินและหลี่ดังออกมาจากแท่นเวที พวกมันก็มักจะเต็มไปด้วยความไม่ค่อยพอใจ เมื่อคนทั้งสองมองลงมายังเมิ่งฮ่าวและโจวเต๋อคุน

ภายในใจ เฉินและหลี่หัวเราะอย่างเย็นชา ในความไม่สนใจที่แสดงออกมาของแผนกเม็ดยาบูรพา แต่พวกมันก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะพูดจาอะไรออกมาได้อย่างเปิดเผย เมิ่งฮ่าวและโจวเต๋อคุน พูดจากันต่อไป และก็ได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

ดวงตาโจวเต๋อคุนค่อยๆ เริ่มเต็มไปด้วยการยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่างในเต๋าแห่งการปรุงยาของพวกเขาเริ่มลดน้อยลง ทำให้มันค่อยๆ บรรลุถึงความรู้แจ้งใหม่ๆ อย่างช้าๆ

สำหรับเมิ่งฮ่าว เขาตระหนักว่าช่องว่างของรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างก็ลดน้อยลง หลังจากได้รับคำแนะนำจากโจวเต๋อคุนเกี่ยวกับเรื่องนั้น เขาก็บอกได้ว่าเขากำลังมีการพัฒนามากขึ้น

หนึ่งชายชรา หนึ่งบุรุษหนุ่ม พุดคุยกันอย่างเมามัน ในที่สุด โจวเต๋อคุนก็ตบมือลงไปบนโต๊ะ อ้าปากค้างด้วยการยอมรับ การกระทำเช่นนั้นดูเหมือนจะมีผลกระทบบ้างเล็กน้อย ทำให้เมิ่งฮ่าวหัวเราะออกมา เขาตัดสินใจว่าเป็นเวลาสำหรับเขาที่จะแสดงถึงความตื่นเต้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงได้ตบฝ่ามือลงไปบนโต๊ะ และอ้าปากหอบหายใจแสดงถึงการยอมรับด้วยเช่นกัน

ทำให้เฉินและหลี่มองมาอย่างเย็นชาในทันที จากนั้น รอยยิ้มอันเย็นชาก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า พวกมันตัดสินใจมานานแล้วว่า จะใช้การมาเยือนยังสำนักชิงหลัวนี้ สร้างโอกาสในการกำราบ และสร้างความอับอายให้แก่แผนกเม็ดยาบูรพา

พวกมันไม่ได้วางแผนจะทำเช่นนั้นในช่วงของการสอน แต่จะทำในช่วงของการปรุงเม็ดยา ด้วยวิธีการนี้ คำพูดก็จะกระจายออกไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ และพวกมันทั้งสองก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นในทันที

ดังนั้น พวกมันจึงสงบปากคำ สอนต่อไปเป็นเวลาสองวัน และไม่มีแม้แต่คนเดียวจากไป แต่ตลอดทั้งการสอนของพวกมัน คนที่เข้าฟังค่อยๆ แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ผู้คนเริ่มมานั่งเป็นวงกลมล้อมรอบเมิ่งฮ่าว และโจวเต๋อคุนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรับฟังที่พวกเขาพูดคุยกัน พวกมันฟังด้วยความตะลึงงัน เข้าใจในเรื่องหลักๆ แต่ก็ไม่ทั้งหมดของสิ่งที่คนทั้งสองพูดคุยกัน

นี่เป็นความตั้งใจมาโดยตลอดของโจวเต๋อคุน ดังนั้นมันจึงมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

ดวงตาเฉินเจียสี่มืดมัวลงมากขึ้น ในที่สุด มันก็จบการสอน จากนั้นก็หันหน้ามาจ้องยังโจวเต๋อคุนและเมิ่งฮ่าวอย่างเย็นชา มันพูดอย่างเคร่งขรึม “ท่านทั้งสองพูดคุยมาแล้วสองวันเต็ม ก็ดี, ตอนนี้ถึงเวลาสอนของแผนกเม็ดยาบูรพาแล้ว ข้าสนใจที่จะรับฟังถึงความเข้าใจในเต๋าแห่งการปรุงยาของพวกท่านเป็นอย่างมาก!”

ข้างกายมัน ใบหน้าหลี่อี้หมิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา มันกล่าวว่า “ถูกต้อง, แผนกเม็ดยาบูรพาอยู่ในจุดสูงสุดของเต๋าแห่งการปรุงยาในดินแดนด้านใต้ ข้าอยากรู้เกี่ยวกับความเข้าใจในเต๋าแห่งการปรุงยาของสำนักพวกท่านเป็นอย่างยิ่ง ว่ามันจะมีสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ใจอะไรบ้าง?”

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนแรก เขาและโจวเต๋อคุนได้แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเต๋าแห่งการปรุงยาจริงๆ แต่พวกเขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการแสดงท่าทาง ด้วยเช่นนั้น เขาจึงสามารถเข้าใจในเต๋าแห่งการปรุงยาของแผนกเม็ดยาพสุธาบางส่วน พวกมันมีมุมมองบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง หลายอย่างก็ดูเหมือนจะสมเหตุสมผล

โจวเต๋อคุนแค่นเสียงเย็นชา ขณะที่ลุกขึ้นยืน และมุ่งตรงไปยังแท่นเวที มันก็สังเกตได้ถึงการสอนของแผนกเม็ดยาพสุธาที่พิเศษบางอย่าง ทำไมมันถึงไม่อาจรับรู้ถึงความเข้าใจที่พิเศษเฉพาะของพวกมัน? ขณะที่มันถูกกำหนดให้มาสอนที่สำนักชิงหลัว มันก็ไม่อาจจะล่าถอยกลับไป มันรู้สึกราวกับว่าความรู้ของมันได้ถูกเหลาให้แหลมคม ด้วยการพูดคุยกับเมิ่งฮ่าว ตอนนี้มันสามารถทำสิ่งใดๆ ที่สามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้อย่างง่ายดาย

เฉินและหลี่ออกจากแท่นเวที และโจวเต๋อคุนก็ไปยืนอยู่ที่นั่น จิตใจของมันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มันวางแผนที่จะใช้คำพูดอธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อเป็นใบเบิกทางในส่วนแรกของการสอน

“ในวิถีทางอันยิ่งใหญ่ของเต๋าแห่งการปรุงยา ต้องมีความสนใจเป็นพิเศษต่อพืชสมุนไพรที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องทำด้วยจิตใจ สิ่งนี้ก่อให้เกิดเป็นความจริงขั้นสูงสุด ด้วยเช่นนั้น เต๋าแห่งการปรุงยาก็จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์! สหายเต๋าทั้งหลาย วันนี้ ข้า, โจวเต๋อคุน จะแจกแจงอาณาจักรที่สามของพืชสมุนไพรที่แตกต่างกันอย่างละเอียด” เห็นได้ชัดว่าโจวเต๋อคุนต้องการจะพูดยืด ออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้มันมีเวลาขบคิด

แต่ก่อนที่มันจะพูดต่อไป เสียงหัวเราะอย่างเย็นชาก็ดังออกมาจากเฉินเจียสี่

“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเรื่องเช่นนี้” มันกล่าว “โจวต้าชือ, ท่านกล่าวว่า เต๋าแห่งการปรุงยา หมายถึงการยึดถือพืชสมุนไพรอยู่ในจิตใจ ซึ่งนำไปสู่ความจริงขั้นสูงสุด ดังนั้น ข้าขอถามท่านว่า อะไรคือความจริงขั้นสูงสุดที่ท่านกล่าวถึง?” มันตบฝ่ามือลงไปบนโต๊ะ เกิดเป็นเสียงดังก้องออกไป หนุนส่งด้วยพลังพื้นฐานฝึกตนของมัน ก่อตัวเป็นกลิ่นอายที่ข่มขู่คุกคาม จ้องนิ่งไปยังโจวเต๋อคุน

สีหน้าแปลกๆ ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบ ปรมาจารย์จื่อหลัว และปรมาจารย์ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ ก็ไม่ทำอะไรเพื่อขัดขวางหรือแทรกแซง ความขัดแย้งที่เห็นของแผนกเม็ดยาบูรพา และแผนกเม็ดยาพสุธา ได้มาถึงจุดแตกหัก

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 212
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 211
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: