Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 271

I Shall Seal The Heaven Chapter 271

ตอนที่ 271

กระบี่วิญญาณ, สังหารปีศาจสวรรค์!

เสียงระเบิดดังกึกก้องได้ยินออกไปทั่วทุกทิศทางในรัศมีหนึ่งร้อยหลี่ ผู้ฝึกตนนับหมื่นของดินแดนด้านใต้ต่างก็ตกตะลึง แม้แต่ภาพที่อยู่เหนือน้ำพุร้อนแห่งเต๋าก็ยังสั่นไหว

ขณะที่เสียงระเบิดสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ว เสียงปะทุก็ได้ยินออกมา ขณะที่รอยร้าวเกิดขึ้นไปทั่วบนพื้นผิวของเกราะป้องกันรอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว ในที่สุด มันก็แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งจากนั้นก็ลอยห่างออกไป

โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากของผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าเล็กน้อย ในขั้นตอนการทำลายเกราะป้องกันโลหิตวิญญาณแรกก่อตั้ง มันได้สูญเสียกระบี่ชีวิตไปหกเล่ม นี่เป็นราคาที่มันต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยแกนปราณ ทำให้ไม่สามารถฟื้นฟูแกนปราณกลับมาได้ในช่วงเวลาธูปไหม้หมดไปครึ่งดอก

แต่ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าก็ไม่สนใจ จากสิ่งที่มันรู้ ตราบเท่าที่เมิ่งฮ่าวไม่มีเกราะป้องกันของโลหิตวิญญาณแรกก่อตั้ง มันก็สามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย

แกนปราณของมันจะฟื้นฟูในช่วงเวลาธูปไหม้หมดไปครึ่งดอก หลังจากนั้น มันก็สามารถใช้พลังพื้นฐานฝึกตนของมันได้อย่างเต็มที่ ในความคิดของมัน ถ้าเมิ่งฮ่าวไม่ได้ใช้โลหิตวิญญาณแรกก่อตั้งในปีก่อน ก็คงเป็นเรื่องง่ายที่จะจับตัวเขา

“มาดูกันว่าเจ้าจะต่อต้านข้าได้อีกนานเท่าใดโดยที่ไม่มีโลหิตนั้น!” ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าหัวเราะออกมา ตบไปที่ถุงสมบัติ สิ่งที่ปรากฎขึ้นเป็นลูกกลมๆ ที่สร้างขึ้นมาจากเส้นผมที่พันกัน มันโยนออกไปด้วยมือซ้าย

“กลั่นปีศาจ!” ขณะที่เสียงแหบแห้งของมันดังออกมา เส้นผม ทันใดนั้น ก็ขยายยาวออกไปกลายเป็นร่างแหสีดำขนาดใหญ่ กว้างหนึ่งร้อยจ้าง กระจายกลิ่นอายรังสีสังหารพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า ที่ตรงกลางของแหมองเห็นเป็นวิญญาณภูติผีอยู่มากมาย ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว และครวญครางอย่างไร้เสียงออกมา

เสียงพูดคุยทันใดนั้นก็ดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนนับหมื่นจากดินแดนด้านใต้ ดูเหมือนพวกมันหลายคนจดจำของวิเศษซึ่งผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าใช้ออกมาได้

“แหกลั่นปีศาจดินแดนสีดำ!! นั่นเป็นหนึ่งในสามของวิเศษอันทรงพลังของผู้ฝึกตนดินแดนสีดำ! ผู้ฝึกตนดินแดนสีดำใดๆ ก็ตามสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ แต่ก็มีความแตกต่างออกกันไป ขึ้นกับบุคลิกส่วนตัวของผู้ที่สร้างมันขึ้นมา พลังของ ของวิเศษแต่ละชิ้นนี้ก็แตกต่างกันออกไปเช่นกัน”

“มันคือแหกลั่นปีศาจดินแดนสีดำอย่างแน่นอน สร้างขึ้นมาจากวิญญาณของคนมีชีวิต คนผู้นั้นจะถูกกลั่นสกัดจนลึกลงไปถึงวิญญาณ ซึ่งจากนั้นเส้นผมของมันก็จะถูกผนึกและถักทอขึ้นเป็นร่างแห มันน่าตกใจยิ่ง ของวิเศษอันชั่วร้ายเช่นนี้ช่างน่ากลัวนัก มันสามารถป้องกันพิษทั้งหมดได้”

“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่า ผู้ฝึกตนดินแดนสีดำจะโหดร้ายไร้ความปราณีเช่นนี้จริงๆ! แหนั่นต้องมีมากกว่าหนึ่งพันวิญญาณอยู่ข้างใน…”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวหดเล็กลง กลิ่นอายสังหารของแหกลั่นปีศาจพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า เสียงกรีดร้องอย่างเงียบๆ ของเหล่าวิญญาณเต็มอยู่ในอากาศ เมื่อมองเห็นเช่นนั้น เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกราวกับว่า วิญญาณของตัวเองกำลังจะถูกฉีกกระชากออกมาจากร่างกาย

“เช่นนั้น” เขาคิด ”มันกำลังใช้ของวิเศษนี้เพื่อโจมตีเต๋าแห่งพิษของข้า!” เขายกมือขวาขึ้นมา และโบกสะบัดอยู่ที่ด้านหน้า ขวดยาที่เบื้องหน้าเขาลอยออกไป จากนั้นก็ระเบิดขึ้นกลางอากาศ หมอกหลากสีจำนวนมากมายไหลออกมา ปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้น ใครก็ตามที่มองมา ต่างก็ต้องตกตะลึงในทันที เห็นได้ชัดว่ามันประกอบไปด้วยพิษหลากหลายชนิด

ขณะที่กลุ่มหมอกฟุ้งกระจาย แหกลั่นปีศาจก็ลอยผ่านอากาศมา ทันทีที่แหและหมอกปะทะเข้าหากัน ก็เกิดเสียงดังออกมาจากหมอกพิษ เพียงชั่วพริบตา วิญญาณที่อยู่ภายในแหกลั่นปีศาจก็เริ่มกลืนกินหมอกเข้าไป

ในเวลาเดียวกันนั้น แหก็เริ่มขยายตัวออกไป ล้อมไปรอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว

มือของผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว และมันก็ใช้นิ้วขยับท่าทางเป็นครั้งคราว วิญญาณภายในแหกลั่นปีศาจส่งเสียงร้องแหลมเล็ก และกลืนกินหมอกพิษเข้าไป ในเวลาเดียวกันนั้น แหก็พุ่งเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว เกือบจะครอบเขาไว้โดยสิ้นเชิง

ดวงตาผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าเย็นชา มีเวทอาคมมากมายที่มันสามารถใช้ได้ แต่มันก็เลือกที่จะใช้แหกลั่นปีศาจ นี่ไม่เพียงแต่เพราะว่ามันเกรงกลัวพิษของเมิ่งฮ่าวเท่านั้น แต่ที่มากกว่านั้นก็คือ เป็นเพราะมันต้องการให้เขาตายอย่างทุกข์ทรมาน ยิ่งเขากรีดร้องอย่างอนาถและโหยหวนมากเท่าใด โทสะของมันก็จะยิ่งสงบลงได้เร็วมากเท่านั้น

กลุ่มหมอกลดน้อยลงไปอย่างรวดเร็ว และแหกลั่นปีศาจก็กำลังหดตัวลง ตอนนี้มันอยู่ห่างจากเมิ่งฮ่าวเพียงแค่ยี่สิบจ้าง ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย เขาสัมผัสได้ว่าพื้นฐานฝึกตนที่ทะลวงปราณซึ่งอยู่ภายในร่างกำลังหนาแน่นมากขึ้น ขณะที่เขาต่อสู้กับขั้นสร้างแกนลมปราณ มันโคจรหมุนวนอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่า เสาแห่งเต๋าต้นที่เก้าจะปรากฎขึ้นได้ทุกขณะจิต

“อีกเพียงแค่เล็กน้อย!” เขาคิด ดวงตาสาดประกายความเย็นชา ยกมือขวาที่มีขวดยาพิษซึ่งเขาได้ปรุงไว้หลังจากกลายเป็นเจ้าแห่งเตาในแผนกเม็ดยาบูรพาขึ้นมา…

เม็ดยาเปลวไฟพิษ เมิ่งฮ่าวใช้นิ้วบดขยี้เม็ดยา จากนั้นก็โบกสะบัดมือ ทะเลเปลวไฟสีเขียวก็ส่งเสียงกระหึ่มขึ้นในทันใด

ในเวลาเดียวกันนั้น เขาสลัดมือซ้ายออกไป ส่งผลให้เม็ดยามากมายลอยขึ้นไปในอากาศ เมื่อพวกมันกระทบไปที่เปลวไฟสีเขียว ก็หลอมละลาย เพียงชั่วพริบตา พวกมันก็กลายเป็นม่านน้ำสีฟ้า นี่คือ อู๋เกินตานสุ่ย! (ยาน้ำไร้แหล่งกำเนิด)

น้ำและเปลวไฟไม่อาจรวมกันได้ แต่ม่านน้ำและทะเลเปลวไฟ ก็ดูเหมือนจะทำงานโดยพร้อมเพรียงกัน พวกมันแผ่กระจายออกไปพร้อมเสียงกระหึ่มกึกก้อง มุ่งหน้าเป็นเส้นตรงพุ่งไปยังแหกลั่นปีศาจ

“น้ำไร้แหล่งกำเนิด ก่อเกิดวิญญาณลอยละล่อง!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย ขณะที่ยาน้ำไร้แหล่งกำเนิดพุ่งไปถึงแหกลั่นปีศาจ ลอยผ่านร่างแหไปอย่างแผ่วเบา ปกคลุมเหล่าวิญญาณไว้ด้านใน พวกมันดูเหมือนจะติดแน่นอยู่กับยาน้ำนั้นราวกับตังเม กำลังจะถูกดึงออกมาจากร่างแหนั้นจนหมดสิ้น

ขณะที่วิญญาณถูกแยกออกมา ทะเลเปลวไฟสีเขียวก็พุ่งมาถึง ความร้อนกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการบรรยาย แต่ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าก็โต้ตอบเพียงชั่วพริบตา ดวงตาหดเล็กลง มันขยับมือขวาร่ายเวทอาคมในทันที จากนั้นก็ยกนิ้วขึ้นมา ในเวลาเดียวกันนั้น ขณะที่มันตวัดนิ้วลง เมิ่งฮ่าวก็หยิบเอาเม็ดยาสีดำสิบเม็ดออกมาจากถุงสมบัติ

เม็ดยาเหล่านี้ไม่ได้กระจายกลิ่นหอมของตัวยาออกมา แต่จริงๆ แล้ว ก็กระจายกลิ่นอายอันน่าตกใจออกมา เม็ดยาดั้งเดิมไม่ได้ถูกปรุงโดยเมิ่งฮ่าว แต่เขาได้มาจากการชนะเฉินเจียสี่ นอกจากนั้น มันก็ไม่ได้ถูกปรุงขึ้นโดยนักปรุงยาชุดสีแดงของแผนกเม็ดยาพสุธา แต่เป็นนักปรุงยาชุดทองที่มีตำแหน่งสูงกว่าเป็นผู้ปรุงเม็ดยาเวทนี้ นามของมันก็คือ เหลยฝ่าหมิง! (เสียงฟ้าฟาด)

เฉินเจียสี่ มีอยู่เพียงแค่หนี่งเม็ด ซึ่งได้รับมาจากอาจารย์ของมันเพื่อใช้ศึกษา หลังจากชนะได้เม็ดยานี้มา เมิ่งฮ่าวก็ตระหนักถึงความสำคัญของมัน เขาจึงทำการคัดลอกมันไว้หลายเม็ด

ดวงตาเขาสาดประกายด้วยแสงอันเย็นชา ขณะที่โบกสะบัดมือ ส่งเม็ดยาเสียงฟ้าฟาดลอยออกไป

“สายฟ้า, ระเบิด!” ทันทีที่เขาตะโกน เกิดเป็นเสียงดังก้องออกมา สิบเม็ดยาเสียงฟ้าฟาด ทันใดนั้น ก็ระเบิดออก เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องไปทั่วบริเวณนั้น กลายเป็นการโจมตีอันน่าตกใจ แหกลั่นปีศาจเริ่มสั่นไปมา และเหล่าวิญญาณก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องอันโหยหวนออกมา

เวทสายฟ้าสามารถควบคุมภูติผีปีศาจได้ทุกประเภท ดังนั้น เม็ดยาเสียงฟ้าฟาด จึงไม่ค่อยมีประโยชน์มากมายนักเมื่อใช้กับผู้ฝึกตน แต่ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อใช้กับวิญญาณ

“ฟางมู่, บังอาจนัก!!!” จิตใจผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าราวกับมีโลหิตหยดหยาดลงมา มันใช้เวลาหลายปีในการกลั่นสกัดสร้างเป็นแหกลั่นปีศาจออกมา เพียงแค่ก้าวเดียวก็จะเปลี่ยนจากร่างแหให้กลายเป็นธง ซึ่งจะยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ร่างแหประกอบด้วยหนึ่งพันวิญญาณ และปกติแล้วก็จะไม่ถูกทำลายลงด้วยเวทสายฟ้า แต่…เมิ่งฮ่าวได้ใช้หมอกพิษโจมตีก่อน จากนั้นก็เป็นน้ำพิษ ต่อมาก็เปลวไฟพิษ และในที่สุดก็เป็นเวทสายฟ้า เนื่องจากเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงทำให้วิญญาณที่อยู่ในแหกลั่นปีศาจกำลังถูกทำลายลง

ดวงตาผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แววตาอันโหดร้ายลุกโชนขึ้น มันย่อตัวลง กระแทกฝ่ามือลงไปด้านล่าง เงยหน้าขึ้น เหยียดแขนออกไป ราวกับว่ากำลังคว้าจับอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ยืดตัวตรงในทันที

“อาชาเงา, พุ่งโจมตี!”

ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มมืดลง และเสียงหอบหายใจก็ได้ยินออกมา จากผู้ฝึกตนนับหมื่นที่มุงดูอยู่รอบๆ ทันใดนั้น ที่เบื้องหน้าของผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า อาชาสีดำเก้าตัวก็ปรากฎขึ้น กลิ่นอายแห่งความตายกระจายออกมาจากพวกมันเป็นระยะ

เนื้อหนังของอาชาทั้งเก้ากำลังเน่าเปื่อย พวกมันสวมใส่ชุดเกราะ และกระจายความเย็นเยียบที่ไร้ชีวิตออกมา ดูเหมือนที่กำลังนั่งอยู่บนหลังอาชาเงาจะเป็นภูติผีที่ไร้ตัวตน สายลมอันเย็นยะเยือกส่งเสียงร้องแหลมเล็ก ระเบิดออกมาปกคลุมเมิ่งฮ่าว

ดวงตาเขาสาดประกาย ขณะที่แหกลั่นปีศาจกระจัดกระจายออกไปรอบๆ ตัว เขาหยีตาลง รู้สึกถึงอันตรายขึ้นมาในทันที แต่ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงเส้นใยแห่งปราณภายในร่าง กำลังมีปฏิกิริยามากยิ่งขึ้น มันโคจรหมุนวนอย่างดุร้าย และรู้สึกได้ว่า ในไม่ช้า เขาก็จะบรรลุการทะลวงผ่านพื้นฐานฝึกตน

เขาสามารถบอกได้ว่า กำลังอยู่แค่ครึ่งทางจากการทะลวงผ่านเท่านั้น!

เขารู้ว่ามีทางเดียวเท่านั้นที่จะก้าวผ่านครึ่งทางนี้ไปได้ ก็คือ…ต้องต่อสู้!!

โดยไม่ลังเล เขาก้าวไปข้างหน้า ขณะที่เก้าอาชาเงาใกล้เข้ามา เขายกมือขึ้น ห้านิ้วกางออก กระแทกตรงไปข้างหน้า ความเย็นชากระจายออกมาจากดวงตา

“เวทผนึกอสูรรุ่นแปด!” เมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น ก็มองเห็นภาพภูติผีโผล่ขึ้นมาจากทั่วทุกที่ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังซ้อนทับกัน ราวกับว่าทั้งโลกแห่งนี้ เต็มไปด้วยการซ้ำซ้อนของตัวมันเอง ภาพภูติผีตรงไปยังอาชาเงาที่ใกล้เข้ามา กระแทกลงไปที่พวกมัน

อาชาเงาทันใดนั้นก็หยุดการเคลื่อนที่ และเริ่มสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้ ดวงตาของพวกมันเป็นสีแดงและว่างเปล่า แต่ตอนนี้พวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สั่นสะท้านมากยิ่งขึ้น จนดูเหมือนจะแหลกสลายลงไปได้ทุกเมื่อ

ภาพเหล่านี้ ทำให้จิตใจของผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา

“เจ้าลูกสุนัขพื้นฐานลมปราณบัดซบ ถึงเวลาที่จะยุติการต่อสู้นี้แล้ว!” จิตใจผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าเต็มไปด้วยโทสะ ไม่ว่ามันจะโจมตีอย่างไร มันก็ไม่สามารถสังหารเขาได้ การต่อสู้ที่มีผู้ฝึกตนนับหมื่นมาร่วมเป็นสักขีพยาน ทำให้มันเกิดความรู้สึกอึดอัดใจอย่างน่าเหลือเชื่อ รังสีสังหารของมันเข้มข้นมากขึ้น ทันใดนั้น มันก็ยกมือขวาขึ้นมา และกดลงไปบนหน้าผาก ดวงตาเริ่มเปล่งแสงสีแดงเข้มออกมา

“แกนวิญญาณสังหาร!” มันพูดขึ้นทันที ภาพเลือนลางของแกนสีส้มเริ่มโผล่ออกมาจากด้านบนศีรษะของมัน

“กระบี่วิญญาณ, สังหารปีศาจสวรรค์!” ร่างกายผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าสั่นสะท้าน มันหลับตาลง ทันทีที่ทำเช่นนั้น รอยแยกก็ปรากฎขึ้นบนแกนสีส้ม เปล่งประกายแสงสีทองออกมา รวมตัวกันเป็นกระบี่บินเล่มเล็ก พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

ด้านบนของกระบี่บิน เป็นภาพจางๆ ของวิญญาณ ซึ่งมีรูปลักษณ์ที่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า

กระบี่เล่มเล็กๆ นี้สามารถทะลุทะลวงการป้องกันได้ทั้งหมด สะกดข่มได้ทุกวิชาเวท พลังของมันมาจากรังสีสังหารอันน่าตกใจ เมื่อไหร่ที่มันปรากฎขึ้น ก็ต้องสังหารเท่านั้น!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: