I Shall Seal The Heaven Chapter 270

ตอนที่ 270

ต่อสู้กับสร้างแกนลมปราณ!

ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า ซึ่งแซ่หยาง มองมายังเมิ่งฮ่าวอย่างเย็นชา เมิ่งฮ่าวได้ประทับเป็นความทรงจำอย่างลึกล้ำอยู่ในจิตใจของมัน น่าตกใจเป็นอย่างยิ่งที่เขาไม่เพียงจะไม่ตายไปเท่านั้น เขายังได้ทะลวงผ่านพื้นฐานฝึกตนของตัวเองได้อีกด้วย ทำให้มันรู้สึกอึดอัดถึงอันตรายอันน่ากลัว

อันที่จริง มันรู้สึกน่าอัปยศเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นผู้ฝึกตนขั้นสุดท้ายพื้นฐานลมปราณ แต่มันก็ยังรู้สึกถึงอันตรายอันเนื่องมาจากตัวเขา ภายใต้หน้ากาก ใบหน้าของมันเคร่งขรึม เกือบจะในทันทีที่คำพูดหลุดออกมาจากปาก มันก็เริ่มเคลื่อนที่ตรงไปข้างหน้า

เมื่อเท้าของมันเหยียบย่างลงไป ก็ส่งผลให้เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายไปในอากาศ เสียงกระหึ่มอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ดังขึ้นสั่นสะท้านอยู่ในจิตใจของผู้ฝึกตนทั้งหมื่นคน มีเพียงผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าและเมิ่งฮ่าว ที่อยู่บนท้องฟ้า ก้าวแรกของมันดูเหมือนจะสร้างความสั่นสะเทือนไปรอบๆ พื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง มันได้พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย เสียงกระหึ่มกึกก้องนั้นไม่ได้มีผลใดๆ ต่อเขาแม้แต่น้อย เสาแห่งเต๋าทั้งแปดต้น โคจรหมุนเวียนด้วยพลังของวิชาลมปราณม่วงบูรพา ทำให้ร่างของเมิ่งฮ่าวเปล่งประกายแสงสีม่วงออกมา กระจายไปทั่วร่างและด้านนอก ทำให้เสื้อผ้าชุดสีฟ้าของเขา ทันใดนั้น ก็กลายเป็นสีม่วง!

อากาศรอบๆ ตัวเขา เต็มไปด้วยแสงสีม่วง ทำให้เขาดูไม่ธรรมดาสำหรับผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น!

“ลมปราณม่วงบูรพา! นั่นคือลมปราณม่วงบูรพา แห่งสำนักจื่อยิ่น!”

“เจ้าแห่งเตาจากสำนักจื่อยิ่น สามารถฝึกฝนมันได้! มันคือฟางมู่จริงๆ!” ทุกคนเพ่งมองไปยังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ก่อนหน้านี้ มีบางคนได้สงสัยว่า เมิ่งฮ่าวไม่ได้เป็นบุคคลที่เขากล่าวอ้าง แต่เสียงพูดคุยก็ได้ชะล้างความสงสัยนี้ออกไป หลังจากที่ได้เห็นแสงสีม่วง ทุกคนก็แน่ใจถึงตัวตนของเขา

“ข้าปล่อยให้เจ้าหลบหนีไปได้ครั้งที่แล้ว แต่ตอนนี้เจ้าก็รนกลับมาหาที่ตาย!” ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าแค่นเสียงเย็นชาออกมา จากนั้นก็ก้าวเท้าไปข้างหน้า มือขวาของมันทันใดนั้นก็ยกขึ้นมา ร่ายเวทอาคมอย่างรวดเร็ว และชี้ตรงไป ดูเหมือนเป็นการเคลื่อนไหวปกติธรรมดา แต่จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันได้เผชิญหน้ากับเมิ่งฮ่าว การต่อสู้เมื่อปีก่อนได้ประทับอยู่ในความทรงจำของมัน เมื่อรวมกับความรู้สึกถึงอันตรายที่มันสัมผัสได้ในตอนนี้ ก็ทำให้มันรู้สึกไม่สบายใจ ดังนั้น มันจึงโจมตีด้วยพลังทั้งหมด

เสียงกู่ร้องราวกับเสียงพญาหงส์ดังก้องไปทั่ว เพียงชั่วพริบตา มังกรสิบตัวขนาดใหญ่ก็ปรากฎอยู่เบื้องหน้าผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า ตามมาด้วยภาพลวงตาหงส์อีกสิบตัว การปรากฎขึ้นของพวกมันทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มสั่นสะเทือน ความหนาวเย็นยะเยือกมาพร้อมกับพวกมัน ซึ่งดูเหมือนจะสามารถทำให้ทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นกลายเป็นน้ำแข็งไป ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าโบกสะบัดนิ้วของมัน ส่งสิบหงส์สิบมังกรพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ พื้นฐานฝึกตนของเขาส่งเสียงดังกระหึ่ม เสาแห่งเต๋าที่สมบูรณ์โคจรกระจายพลังอันไร้ขอบเขตเต็มอยู่ในร่าง แสงสีม่วงรอบๆ ตัวเข้มข้นมากขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความต้องการต่อสู้

การต่อสู้ครั้งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อเขาอย่างที่สุด!

การต่อสู้นี้จะเป็นกุญแจที่นำไปสู่วงจรอันยิ่งใหญ่สมบูรณ์ของพื้นฐานลมปราณ!

การต่อสู้นี้จะเป็นผลลัพธ์ของการรอคอยมาหนึ่งปี! เขาพ่ายแพ้ไปเมื่อปีก่อน และตอนนี้ เขาจะพลิกสถานการณ์ และ…ต่อสู้กับสร้างแกนลมปราณ!

มือขวาเมิ่งฮ่าวพุ่งขึ้นไป และใช้นิ้วหัวแม่มือกรีดไปที่นิ้วทั้งสี่อย่างรวดเร็ว โลหิตไหลออกมา ขณะที่เขายื่นมือไปข้างหน้า

หนึ่งนิ้ว, สองนิ้ว…เพียงชั่วพริบตา ภาพลวงตาของนิ้วทั้งห้าก็ปรากฎขึ้น ภาพที่เมิ่งฮ่าวเห็นเปลี่ยนเป็นสีโลหิต และเสียงกระหึ่มกึกก้องก็เต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ห้านิ้วก่อตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นฝ่ามือโลหิต

ฝ่ามือสีโลหิตขนาดใหญ่เปล่งประกายสีแดงเข้มออกมา ตามมาด้วยกลิ่นอายสังหารอันน่าตกใจ เต็มไปด้วยพลังของเสาแห่งเต๋าที่สมบูรณ์ทั้งแปดต้นของเมิ่งฮ่าว รวมถึงแสงสีม่วง จากนั้นก็พุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

เสียงกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดดังอยู่เต็มท้องฟ้า ในเวลาเดียวกันนั้น ฝ่ามือก็ปรากฎขึ้น เมิ่งฮ่าวกัดปลายลิ้นเล็กน้อย พ่นโลหิตออกมา ละอองโลหิตพุ่งออกไปรวมตัวเข้ากับฝ่ามือโลหิต

“ฝ่ามือโลหิต!” เมิ่งฮ่าวตะโกน ยกมือซ้ายขึ้นมา และสร้างเป็นฝ่ามือโลหิตอีกข้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นี่เป็นฝ่ามือโลหิตข้างซ้ายพุ่งตรงออกไปด้วยเช่นกัน

พลังของสองฝ่ามือโลหิต เต็มไปด้วยโลหิตจากพื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าว มันเริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน เป็นภาพที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง ใช้เวลาไม่นานพวกมันก็พุ่งไปถึงสิบหงส์สิบมังกร กระแทกเข้าไปอย่างรุนแรง

เสียงระเบิดดังกึกก้องอย่างน่าตกใจราวกับเสียงฟ้าฟาด สิบมังกรและสิบหงส์ส่งเสียงคำรามออกมา พวกมันก่อตัวขึ้นมาจากพลังของพื้นฐานฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณ และมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ฝ่ามือโลหิตของเมิ่งฮ่าวกระจายหายไปในทันที

เมื่อเป็นเช่นนั้น โลหิตจากพื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวก็หายไปด้วยเช่นกัน ฝ่ามือโลหิตที่สองส่งเสียงกระหึ่ม เกิดเป็นเสียงระเบิดดังกึกก้อง เมื่อหกมังกรและเจ็ดหงส์ถูกทำลายไป!

สี่มังกรและสามหงส์ที่ยังเหลืออยู่ ส่งเสียงคำรามแหวกฝ่าอากาศตรงมายังเมิ่งฮ่าว กระแทกลงมาที่เขา ห่อหุ้มเขาไว้ แต่เสียงคำรามนั้นในที่สุดก็หายไป และระลอกคลื่นในอากาศก็สิ้นสุดด้วยเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง และเมิ่งฮ่าวก็โผล่ออกมา แสงสีม่วงกระจายออกมาจากร่างกายพุ่งขึ้นไปจนถึงสวรรค์

โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากเขาเล็กน้อย ดวงตารวมถึงเส้นโลหิตทั่วร่างเปลี่ยนเป็นสีม่วง และกลิ่นอายอันทรงพลังก็กระจายออกมา ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นว่า เมิ่งฮ่าวได้ใช้พลังของตัวเองในการยืนหยัดต่อต้านวิชาเวทของผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณ!

เวทแปลงม่านตาม่วงไหลผ่านร่างกายเมิ่งฮ่าวอย่างรวดเร็ว รักษาอาการบาดเจ็บให้เขา เมิ่งฮ่าวไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บนี้มากนัก แน่นอนว่า ความต้องการต่อสู้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นภายในดวงตา ขณะที่จ้องไปยังผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า

ภายใต้หน้ากาก ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด มันรู้ว่าคู่ต่อสู้ของมันไม่ธรรมดา และมีพื้นฐานฝึกตนที่เพิ่มขึ้น แต่มันจะคาดคิดได้อย่างไรว่าเป็นการเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจเช่นนี้?

การโจมตีกันครั้งแรกระหว่างคู่ต่อสู้ทั้งสอง ทำให้ผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นตกตะลึงไปตามๆ กัน ซึ่งก็รวมถึงหวังลี่ไห่, หานซานเต้า และผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ ทั้งหมด

“พื้นฐานลมปราณต่อสู้กับสร้างแกนลมปราณ!!”

“ฟางมู่อยู่ในขั้นสุดท้ายพื้นฐานลมปราณ แต่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ และวิชาเวทของมัน เกือบจะเท่ากับผู้เชี่ยวชาญสร้างแกนลมปราณ ซึ่งไม่มีแกนปราณ!! แต่…บุรุษหน้ากากฟ้า แห่งดินแดนสีดำก็ยังไม่ได้ใช้แกนปราณของมัน…” เสียงพูดคุยดังกระหึ่มเต็มไปทั่วบริเวณนั้น ก่อนหน้านี้ พวกมันได้รับปากว่าจะช่วยหนุนหลังเมิ่งฮ่าว เพราะมีความเชื่อว่า ที่เขากล้าต่อสู้กับสร้างแกนลมปราณก็เป็นเพราะเขามีอาวุธเวทบางอย่าง

แต่ภาพอันน่าตกใจนี้ก็ได้เกิดขึ้นที่เบื้องหน้าของพวกมัน ไม่มีอาวุธเวทใดๆ นอกจากวิชาเวทเท่านั้น!

นี่ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ได้อ่อนแอ เขาได้ต่อต้านวิชาเวทของผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณได้โดยตรง จริงอยู่ที่ว่า คู่ต่อสู้ของเขายังไม่ได้ใช้แกนปราณ แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็เห็นได้ชัดว่า เมิ่งฮ่าวมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะท้าทายสร้างแกนลมปราณ!

เมิ่งฮ่าวก้าวเดินตรงไป ยกมือขวาขึ้นมา เมื่อเขาทำเช่นนั้น แสงสีม่วงก็กระจายออกมาจากร่าง ดูเหมือนจะกลายเป็นของเหลว ซึ่งไหลจากมือเขาออกไป ที่นั่น มันรวมตัวกันเป็นบางสิ่งที่ดูคล้ายกับดวงตะวันสีม่วงอันเจิดจ้า

ดวงตาเขาสาดประกายเจิดจ้า ขณะที่พลังของเสาแห่งเต๋าทั้งแปดต้นเร่งปฏิกิริยาวิชาลมปราณม่วงบูรพา ขณะที่เวทแปลงม่านตาม่วงรักษาอาการบาดเจ็บ เมิ่งฮ่าวก็ใช้พลังของเวทลมปราณม่วงบูรพาปลดปล่อยวิชาเวทอันทรงพลังที่เขาได้เรียนรู้มาเกือบทั้งหมดออกไป

“ตัดปราณม่วง!”

ปราณที่อยู่ในมือเมิ่งฮ่าวกลายเป็นมีดยาวสีม่วง มีดโค้งขยายตัวออกไป ต่อท้ายด้วยกลุ่มควันสีม่วง ดูเหมือนจะประกอบไปด้วยพลังแสงสีม่วงของเมิ่งฮ่าวทั้งหมด ทันใดนั้น มันก็ยืดยาวออกสี่จ้าง พุ่งไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ตรงไปยังผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า

“ทักษะอันต่ำต้อย” ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้ากล่าวขึ้นพร้อมแค่นเสียงเย็นชาออกมา ”เจ้าช่างไม่ประมาณตนนัก” การที่ถูกโจมตีโดยผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณ แม้แต่จะเป็นคนที่เห็นได้ชัดว่ามีความสามารถที่ไม่ธรรมดา สำหรับมันแล้วก็ไม่มีอะไรนอกไปจากความอัปยศอดสู จากตอนที่การต่อสู้นี้ได้เริ่มขึ้น มันก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง

มันต้องการสังหารเมิ่งฮ่าวอย่างแรงกล้า แสงที่แทบมองไม่เห็นส่องประกายอยู่ในดวงตา ขณะที่แกนปราณของมัน ทันใดนั้นก็ปรากฎขึ้น แสงสีเหลืองอ่อนกระจายออกไป และภายในก็มองเห็นเป็นรูปร่างของกระบี่อย่างเลือนลาง มันกระจายกลิ่นอายของกระบี่อันดุร้ายออกมา ตามติดด้วยความเย็นเยียบราวน้ำแข็ง

ในขณะที่เวทตัดปราณม่วงของเมิ่งฮ่าวพุ่งเข้ามาใกล้ แกนปราณของผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าก็ระเบิดออกมา กระบี่พุ่งออกไป กลายเป็นลำแสงอันเจิดจ้า

มันกระแทกเข้าไปในเวทตัดปราณม่วง และเสียงระเบิดก็ดังกระหึ่มกึกก้อง เส้นใยแห่งปราณม่วงสั่นสะท้าน จากนั้นก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ กระบี่เจิดจ้าพุ่งต่อไป เพิ่มความเร็วตรงมายังศีรษะเมิ่งฮ่าว

ม่านตาเมิ่งฮ่าวหดแคบลง ขณะที่ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างรุนแรงพุ่งขึ้นมาในทันที ขณะที่กระบี่แกนปราณทำลายเวทตัดปราณม่วง และพุ่งตรงมาที่เขา เกราะป้องกันสีฟ้าอมเขียวก็ปรากฎขึ้นรอบๆ ตัว นี่ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจี้หยกป้องกันตัวของเขา

เสียงระเบิดดังเต็มไปทั่วบริเวณนั้น ขณะที่กระบี่แกนปราณของผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าแหลกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อมันเกิดขึ้น ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าก็ส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจออกมา และตบไปที่ถุงสมบัติ ทันใดนั้น กระบี่บินสีดำก็ปรากฎขึ้นอยู่ในมือ มันโยนกระบี่ขึ้นไป หลอมรวมเข้ากับแกนปราณของมัน เป็นขั้นตอนที่ดูเหมือนค่อนข้างจะกลับกัน แกนปราณของมันเริ่มลดน้อยลงชั่วครู่ก่อนที่มันจะฟื้นฟูตัวเอง

“ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ ข้าจะล้มเหลวเป็นครั้งที่สองได้อย่างไร!” ดวงตามันเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย ขณะที่โบกสะบัดมือขวา จากแกนปราณที่อยู่ด้านบนศีรษะของมัน กระบี่ดำพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

“มาดูกันว่า โลหิตจากขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งจะต้านทานได้นานเท่าใดในครั้งนี้!” กระบี่ดำแหวกฝ่าอากาศส่งเสียงร้องแหลมเล็กมาอย่างดุร้าย ขณะที่มันเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว

ทันใดนั้น เสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ดังกึกก้องไปทั่ว และเมิ่งฮ่าวก็ถูกกระแทกไปด้านหลัง สีหน้าเขาไม่เปลี่ยนไป อันที่จริง เขาต้องการให้การต่อสู้รุนแรงมากกว่านี้ ในตอนนี้ เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้อย่างชัดแจ้งว่า ปราณที่อยู่ภายในร่าง ซึ่งจะช่วยให้เขาทะลวงผ่านพื้นฐานฝึกตน มันกำลังระเบิดพลังออกมา หมุนวนอย่างต่อเนื่อง เร็วขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้น เขายังสัมผัสได้ถึงเสาแห่งเต๋าต้นที่เก้าใกล้จะปรากฎขึ้น!

“เกือบแล้ว แต่ก็ยังมีปราณแห่งการต่อสู้ที่ไม่เพียงพอ!” ดวงตาเขาสาดประกายเจิดจ้า ขณะที่มองไปยังกระบี่บินที่กระแทกเข้ามาในเกราะป้องกัน ซึ่งจากนั้นกระบี่ดำก็เต็มไปด้วยรอยร้าว ขณะที่เขาล่าถอย เขาก็ตบไปที่ถุงสมบัติ หยิบเอาขวดมากมายออกมา

ดวงตาผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าดุร้ายขึ้น ขณะที่มันส่งกระบี่บินสีดำอีกเล่มกระแทกเข้าไปในเกราะป้องกันสีฟ้าอมเขียวของเมิ่งฮ่าว มันต้องการทำลายเกราะป้องกันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการทำเช่นนั้น มันก็ได้สูญเสียกระบี่แห่งชีวิตที่มันสร้างขึ้นมาพิเศษเฉพาะไปแล้วหลายเล่ม

“เมื่อไหร่ที่โลหิตของวิญญาณแรกก่อตั้งซึ่งปกป้องเจ้าหายไป, เจ้าก็ต้องตาย” มันกล่าวเสียงเย็นชา ”แค่เฉือนด้วยกระบี่แกนปราณของข้าอีกเพียงครั้งเดียว” เสียงของมันเต็มไปด้วยรังสีสังหารอันเข้มข้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น