Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 275

I Shall Seal The Heaven Chapter 275

ตอนที่ 275

ความแตกต่างระหว่างเมิ่งฮ่าวและฟางมู่!

เมิ่งฮ่าวลอยอยู่กลางอากาศ หลับตาลง ปกปิดเส้นเลือดฝอยที่เต็มอยู่ในดวงตา จิตใจหมุนเคว้งคว้าง เขาไม่เคยคาดคิดว่า การนำธวัชสามแฉกออกมา จะสามารถปลดปล่อยพลังที่สามารถสร้างความสั่นสะเทือนไปถึงสวรรค์ได้เช่นนี้มาก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น…นี่ก็เป็นแค่หนึ่งแฉกเท่านั้น นอกจากนี้ ธวัชสามแฉกที่สมบูรณ์ก็ยังไม่ได้ถูกคลี่ออกมาอย่างแท้จริง นี่เป็นเพียงเงาของ ของวิเศษนี้เท่านั้น ฉายออกมาจากจิตสัมผัสของเมิ่งฮ่าว

แต่แม้ว่าพลังที่ฉายออกมาจากธงเก่าๆ ผืนนี้จะสามารถปิดบังท้องฟ้า และปกคลุมผืนดินไปทั้งหมด มันเต็มอยู่ในสายตาของผู้ฝึกตนนับหมื่นโดยสิ้นเชิง สวรรค์และปฐพีเต็มไปด้วยความมืดมิด

ในตอนนี้ สวรรค์และปฐพีก็ดูเหมือนจะถูกแยกออกเป็นสองส่วน สวรรค์ก็คือสวรรค์ ปฐพีก็คือปฐพี ธงที่อยู่ภายใต้สวรรค์ มีปฐพีเป็นของมัน และที่อยู่เหนือปฐพี ก็เป็นธงแห่งสวรรค์!

ทั้งโลกถูกปกคลุมด้วยความมืด วิญญาณจางๆ จักรวาลที่มืดสนิท

แรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อกระจายออกมา และความรู้สึกถึงมหันตภัยอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน เต็มอยู่ในจิตใจของผู้ฝึกตนทั้งหมด มันไม่อาจจะคลี่คลายไปได้ ราวกับว่ามีก้อนหินขนาดใหญ่มหึมากำลังบดขยี้ลงมาที่ร่างกายของพวกมัน

ทั่วทั้งโลกทันใดนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบราวความตาย

กลิ่นอายสีเทาเริ่มกระจายออกมาจากร่างของทุกคน มันส่ายไหวไปมาในอากาศ ก่อตัวเป็นกลุ่มหมอก ด้านนอกมองเห็นเพียงธงเก่าคร่ำคร่ากระพือพัดไปมา บิดเบี้ยวอยู่ภายใต้สวรรค์และปฐพี ยืดยาวขยายออกไปหลายร้อยหลี่ในทุกทิศทาง ดูราวกับว่ามันมาแทนที่ เพื่อเปลี่ยนแปลงเจตจำนงของสวรรค์…

ธงเก่าคร่ำคร่าผืนนี้ใช้ด้านหนึ่งเปลี่ยนสวรรค์ และอีกด้านแปลงปฐพี

เวลานานผ่านไป หรือบางทีอาจจะเพียงชั่วครู่ สีปกติของท้องฟ้าก็กลับคืนมา และสิ่งที่ปกคลุมปฐพีก็หายไป กลุ่มหมอกสีเทากระจายตัวออก และธงอันน่าตกใจ ซึ่งปรากฎขึ้นในท้องฟ้า…ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

มีเพียงเมิ่งฮ่าวที่ยังคงลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่ข้างกาย ผู้ฝึกตนดินแดนสีดำยังคงอยู่ รวมถึงผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ แต่การปรากฎขึ้นของธงที่สะบัดพริ้วอยู่ในท้องฟ้า ได้ทำให้ร่างกายของพวกมันสั่นสะท้าน และเริ่มจมลงไปในพื้นดิน

นอกจากเมิ่งฮ่าว มีเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในท้องฟ้า ก็คือซากศพที่ไร้ศีรษะ ซึ่งค่อยๆ ตกลงไปบนพื้นอย่างช้าๆ ซากศพนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ฝึกตนไร้หน้ากาก!

เมื่อมาถึงตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลง

ช่วงสูดลมหายใจเข้าออก สายตาทุกคู่มองมายังเมิ่งฮ่าว จากนั้น ความประหลาดใจของทุกคนก็ระเบิดออกมา

“ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าดินแดนสีดำ…ตายแล้ว…”

“ผู้ฝึกตนพื้นฐานลมปราณ เพิ่งจะกำจัดผู้ฝึกตนสร้างแกนลมปราณไป นี่…นี่…”

“ฟางมู่มีพลังการต่อสู้เช่นนั้นได้อย่างไร? มันทำให้น้ำพุร้อนแห่งเต๋าเหือดแห้งหายไป! มันช่างโชคดีอะไรเช่นนี้?!?!”

“มันเป็นนักปรุงยา เจ้าแห่งเตาของแผนกเม็ดยาบูรพา แต่มันก็สามารถต่อสู้กับเต้าจื่อ ในอนาคต มันคงจะ…คงจะเป็นอันดับหนึ่งในรุ่นของมันในดินแดนด้านใต้นี้อย่างแน่นอน!”

“ที่สำคัญไปกว่านั้น ฟางมู่เพิ่งจะใช้วิชาเวทอะไรไป? มันเป็นวิชาที่สามารถสังหารสร้างแกนลมปราณ!”

เสียงพูดคุยดังกระหึ่มไปทั่ว ผู้ฝึกตนดินแดนสีดำ หลัวชงและฉือเฟย ต่างก็มีใบหน้าซีดขาวอยู่ภายใต้หน้ากาก พวกมันจ้องมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความงุนงง ก่อนการต่อสู้ครั้งนี้ พวกมันเชื่อว่าตัวเองก็คือผู้ถูกเลือกแห่งสวรรค์ พวกมันคิดว่าน้อยคนนักในดินแดนด้านใต้ ที่อยู่ในขั้นพื้นฐานลมปราณจะเหนือกว่าพวกมัน มากที่สุดก็อาจจะมีใครบางคนที่สามารถต่อสู้กับพวกมันได้

แต่ตอนนี้ พวกมันก็พบว่า ไม่สำคัญว่าจะเป็นพวกมัน หรือผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ ในดินแดนด้านใต้ พวกมันทั้งหมดต่างก็เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง ที่ช่วยให้ฟางมู่เด่นเป็นสง่าขึ้นมา

ถึงแม้พวกมันจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นผู้ถูกเลือกอยู่ในสำนักต่างๆ พวกมันทั้งหมดต่างก็…เป็นแค่คนธรรมดาเมื่อเปรียบเทียบกับฟางมู่

ฟางมู่ลอยอยู่กลางอากาศราวกับเป็นดวงตะวันอันเจิดจ้าในท้องฟ้า เขาส่องแสงสว่าง สุกใส ทำให้ดวงดาวที่อยู่รอบๆ ต้องอับแสง พวกมันอาจจะไม่ยินดี พวกมันอาจจะไม่มั่นใจ แต่ก็ไม่สำคัญ เพราะพวกมันไม่มีทางเลือก…

ผู้ฝึกตนที่ไม่ใช่มนุษย์ได้ปรากฎขึ้นในขั้นพื้นฐานลมปราณ ผู้ซึ่งสามารถกำจัดผู้ฝึกตนสร้างแกนลมปราณ ทุกคนที่อยู่ในรุ่นเดียวกันกับมัน ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตัวสั่นสะท้านและรู้สึกว่าถูกสะกดข่ม

ใบหน้าหวังลี่ไห่ขาวซีด และมันก็ยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ, หานซานเต้าส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มอันขมขื่น และแอบถอนหายใจอยู่ภายใน, เต้าจื่อสำนักจินซวง, ซ่งหยุนซู แห่งตระกูลซ่ง และคนอื่นๆ ในตระกูลที่แตกต่างกัน ผู้ซึ่งคิดว่าพวกมันอยู่ในขั้นสูงสุดของพื้นฐานลมปราณ คนทั้งหมดต่างก็มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว สายตาของพวกมันต่างก็เต็มไปด้วยความเลื่อมใสอยู่ลึกๆ ด้านใน

พวกมันรู้สึกหวาดกลัวต่อพื้นฐานฝึกตนของเขา และพวกมันก็เคารพนับถือเขาในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งเตาของแผนกเม็ดยาบูรพา เนื่องจากสิ่งทั้งหมดนี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะไม่เข้าใจว่าในอนาคต นามของฟางมู่ก็จะไม่มีใครเทียบเปรียบได้ในดินแดนด้านใต้ นับจากวันนี้เป็นต้นไป เขาจะกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในดินแดนด้านใต้!

มีชื่อเสียงที่ได้มาจากการต่อสู้เพียงแค่ครั้งเดียว!

สายตาทุกคู่จ้องนิ่งไปที่เมิ่งฮ่าว ขณะที่เขาลอยอยู่ที่นั่นกลางอากาศ ไม่มีเสียงใดๆ อยู่ในบริเวณนั้น มีเพียงความเงียบสงบ

ด้วยความเงียบเช่นนั้น, ความว่างเปล่าราวกับความตายเช่นนั้น, มันมักจะเป็นตัวแทนของความหวาดกลัวอย่างรุนแรง…

สายตาของผู้ฝึกตนทั้งหลาย ต่างก็เต็มไปด้วยความสับสน, ตกตะลึง, เลื่อมใส, นับถือ และ ริษยา…

แววตาแตกต่างกันเหล่านั้น ดูเหมือนจะกลายเป็นความแหลมคมซึ่งหมุนเวียนอยู่รอบๆ กายเมิ่งฮ่าว อันที่จริง ถ้าเขาลังเลแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าความแหลมคมนั้นก็จะกลายเป็นการสังหาร

พลังอันน่าประหลาดใจของเมิ่งฮ่าว ทำให้จิตใจของหลายๆ คนเต็มไปด้วยความอิจฉาอย่างรุนแรง นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์เมื่อในอดีต และระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา

ถ้าไม่ใช่ความจริงที่ว่า การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นกุญแจที่นำไปสู่การทะลวงผ่าน เขาก็จะไม่มีทางเปิดเผยตัวตนของเขามากมายเท่านี้มาก่อน

การตายของผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้ายังไม่ได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ว่าเต้าจื่อดินแดนสีดำ หรือผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้าก็ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้โดยละเอียด ไม่ใช่เพราะว่าเมิ่งฮ่าวมีพลังขั้นสูงสุด และถูกห้อมล้อมด้วยผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ที่กำลังตกตะลึงกันอยู่

แต่…เขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม ผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้ามองกวาดผ่านไปยังผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ ทำให้ดวงตาของพวกมันกระพริบแสงขึ้นมาเล็กน้อย

สายตาของพวกมันตกกระทบมาที่ร่างเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็เป็นหวังลี่ไห่ เต้าจื่อแห่งตระกูลหวัง มือขวาของหวังลี่ไห่ดูเหมือนจะวางอยู่ในท่าสบายๆ แต่มีเพียงมันที่รู้ว่า มันกำลังเตรียมสามดรรชนีหงส์อัคคีแห่งตระกูลหวังขึ้นมาอย่างช้าๆ

หานซานเต้าแห่งสำนักกูตู๋เจี้ยนหดดวงตาของมันลง แม้แต่ใบหน้าที่ปกติจะดูซื่อตรงของมันก็เริ่มเต็มไปด้วยท่าทางอันน่ากลัวขึ้นมาเล็กน้อย

เต้าจื่อสำนักจินซวง รวมถึงผู้ถูกเลือกจากสำนักต่างๆ ทั้งหมดต่างที่เคยพ่ายแพ้ให้กับเมิ่งฮ่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ดวงตาของพวกมันเริ่มสาดประกายขณะที่พวกมันมองมาที่เขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม…พวกมันก็ไม่กล้าจะโจมตี, แต่ถ้าพวกมันรู้ว่าเขาคือเมิ่งฮ่าว แน่นอนว่าพวกมันต้องไม่รู้สึกลังเลใดๆ ผู้ฝึกตนดินแดนสีดำก็ต้องไม่คำนึงถึงสิ่งใดๆ และต้องโจมตีในทันทีอย่างแน่นอน แต่นี่ไม่ใช่เมิ่งฮ่าว…นี่คือ ฟางมู่!

เจ้าแห่งเตาของแผนกเม็ดยาบูรพา แห่งสำนักจื่อยิ่น!

ขณะที่ผู้คนมีชีวิตอยู่ พวกมันก็มีเครือข่ายที่คอยช่วยเหลือค้ำจุน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจากการสังหารใครบางคน แรกสุดก็ต้องตัดเครือข่ายของคนผู้นั้นไป นั่นเป็นทางเดียวที่จะป้องกันผลที่จะตามมาในอนาคต การกระทำด้วยหนทางอื่นๆ ก็เท่ากับการฆ่าตัวตาย

ก่อนหน้านี้ เมิ่งฮ่าวเป็นเพียงแค่เมิ่งฮ่าว เขาไม่มีเครือข่ายเช่นนั้น และด้วยเช่นนั้น ใครก็ตามที่ต้องการจะสังหารเขาก็สามารถโจมตีได้อย่างง่ายดาย

แต่ตอนนี้ ตัวตนของเขาที่เป็นศิษย์ของแผนกเม็ดยาบูรพา ก็คือเครือข่ายที่ปลอดภัยขนาดใหญ่ของเขา

เมิ่งฮ่าวได้รับการรู้แจ้งของเรื่องนี้ ตอนที่เขาเข้าสังกัดสำนักเอกะเทวะในครั้งแรก การมีใครบางคนให้พึ่งพาได้ เป็นหนึ่งในความจริงของเครือข่ายที่ปลอดภัยอย่างยิ่ง ซึ่งสามารเกิดขึ้นในชีวิตของผู้คน

หวังลี่ไห่ไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ ของตระกูลหวัง ทันใดนั้น ก็ก้าวเท้าตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เท้านั้นดูเหมือนจะเหยียบย่ำลงไปบนจิตใจของผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ หลัวชง ทันใดนั้น ก็ขยับตัว!

สองผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า ก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน…

ท่ามกลางความเงียบสงัดราวความตาย ดูเหมือนภาพสงบสุขนี้จริงๆ แล้วก็เต็มไปด้วยอันตรายอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะที่เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาที่ปิดอยู่ของเขา ทันใดนั้น ก็เปิดขึ้นมา

ทันทีที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ผู้ถูกเลือกตระกูลหวังก็หยุดชะงักลง หลัวชงก็หยุดด้วยเช่นกัน รวมถึงสองผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า

ทุกคนมองมายังเมิ่งฮ่าว สายตาของพวกมันดูท่าทางกำลังครุ่นคิดมากกว่าก่อนหน้านี้

สีหน้าเขาสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย เย็นชาและโดดเดี่ยว ความเย็นเยียบในดวงตาเขาเข้มข้นกว่าก่อนหน้านี้ และลึกลงไปก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันดุร้ายอยู่ด้านใน

ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บอยู่บนร่างเขาแม้แต่น้อยนิด ทำให้ดูราวกับว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้กำจัดผู้ฝึกตนสร้างแกนลมปราณไป!

ทันใดนั้น เขาก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ “การรู้แจ้งจากน้ำพุร้อนแห่งเต๋าของข้า รวมถึงความสามารถศักดิ์สิทธิ์นี้ ข้าคือเจ้าแห่งเตาของแผนกเม็ดยาบูรพา ไม่คุ้นเคยกับการต่อสู้ด้วยวิชาเวท แต่เนื่องจากเกิดความรู้แจ้งอย่างลึกซึ้ง ทำให้ข้าไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้ สหายเต๋าแห่งดินแดนสีดำ ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”

ด้วยเช่นนั้น เขาโบกสะบัดมือ ทำให้ชุดยาวสีฟ้าหายไป แทนที่ด้วยชุดยาวนักปรุงยาของสำนักจื่อยิ่น ชุดเจ้าแห่งเตาสีดำ ซึ่งมีกลิ่นอายสีม่วงกระจายออกมาจากภายในอยู่เล็กน้อย ภาพนี้ทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงในทันที

เขาลอยอยู่ที่นั่นกลางอากาศ มองอย่างสงบเงียบไปยังกลุ่มฝูงชน

ดูราวกับว่าเวลาแห่งการนัดหมายได้มาถึง สองผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า มองเมิ่งฮ่าวอย่างลึกซึ้ง จากนั้นก็หันหลังและกลายเป็นลำแสงพุ่งหายลับตาไป ตัวตนที่ปรากฎขึ้นของเมิ่งฮ่าว ในฐานะเจ้าแห่งเตา เป็นสิ่งที่ทำให้พวกมันขุ่นข้องใจเป็นอย่างมาก เป็นที่รู้กันดีว่า ใครก็ตามที่มาล้อเล่นกับหนึ่งในนักปรุงยาของเจ้าโอสถจอมปีศาจ ก็จะเป็นการไปกระตุ้นโทสะของทั้งสำนัก!

หลัวชง และฉือเฟย มองมายังเมิ่งฮ่าวเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็จากไป

การจากไปของผู้ฝึกตนดินแดนสีดำ ทำให้บรรยากาศที่ชวนอึดอัดใจก่อนหน้านี้ ท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ค่อยๆ ผ่อนคลายลง แรงกดดันหายไป และพวกมันก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้น ขณะที่บางคนเริ่มพูดคุยถึงฟางมู่, เมิ่งฮ่าวประสานมือ และโค้งตัวลงต่ำให้กับทุกคน

“ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือของทุกท่าน, สหายเต๋าทั้งหลาย” เขากล่าว “ข้า, ฟางมู่ คงต้องขอตัวแล้ว ตอนนี้ ข้าจำเป็นต้องไปเข้าฌาณและวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการรู้แจ้งที่เพิ่งได้มานี้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเพิ่งจะได้รับคำสั่งจากสำนัก เรียกตัวให้กลับไป ครั้งหน้าพวกท่านสามารถที่จะไปหาข้าที่สำนักจื่อยิ่นได้ ข้ายินดีต้อนรับและสังสรรค์กับพวกท่านทุกคน”

ด้วยเช่นนั้น เขาโค้งตัวลงต่ำอีกครั้ง ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ เกือบทั้งหมด ต่างก็เข้าใจว่า การเป็นผู้ฝึกตนพื้นฐานลมปราณ มันน่าประหลาดใจยิ่งที่จะสังหารผู้ฝึกตนสร้างแกนลมปราณได้ แน่นอนว่า ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฎขึ้นเป็นภาพที่มาจากอาวุธเวทบางอย่าง ซึ่งไม่มีใครเคยเห็นจริงๆ เห็นได้ชัดว่า เขามีวิชาเวทอันลึกลับอย่างน่าเหลือเชื่อ และมีความสามารถศักดิ์สิทธิ์ให้ใช้ได้

ความเชื่อมั่นที่ถูกปลูกฝังมาจากการรู้แจ้งในการต่อสู้ จะสร้างเป็นความเชื่อมั่นที่คงอยู่ในตอนนี้และตลอดไป มันจะช่วยทุกสิ่งทุกอย่างในอนาคต ในแง่ของการฝึกตน หรือวิชาเวท

ขณะที่พวกมันกำลังย่อยคำพูดของเขา เมิ่งฮ่าวก็ประสานมือให้กับเต้าจื่อของทุกสำนักและตระกูลต่างๆ อีกครั้ง ขอบคุณพวกมันอย่างลึกซึ้งสำหรับการช่วยเหลือของพวกมัน เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการที่จะอยู่อีกต่อไป เขากลายเป็นลำแสงพุ่งหายลับตาไป

หวังลี่ไห่ และคนอื่นๆ ขมวดคิ้ว ขณะที่พวกมันมองเมิ่งฮ่าวหายตัวไป พวกมันไม่มีทางเลือกนอกจากมองออกไป ก่อนหน้านี้ พวกมันไม่มีทางที่จะเข้าใจถึงระดับความลึกล้ำของเมิ่งฮ่าวอย่างแท้จริง เนื่องจากสำนักจื่อยิ่น จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะผลีผลามกระทำการใดๆ พวกมันได้แต่แอบถอนหายใจอยู่ลึกๆ ด้านใน

เมิ่งฮ่าวบินไปด้วยความเร็วสูงสุด หลังจากหนึ่งวันผ่านไป ใบหน้าเขาก็ซีดขาวโดยสิ้นเชิง และกระอักโลหิตออกมา ดูท่าทางอ่อนแออย่างน่าเหลือเชื่อ กัดฟันแน่น ค้นพบภูเขาที่ซึ่ง…เขาจะใช้เวลาในการนั่งเข้าฌาณเพียงลำพัง

เข้าไปในถ้ำแห่งเซียน กระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง และนั่งลงขัดสมาธิในทันที หย่อนเม็ดยาเข้าไปในปาก เขาโบกสะบัดแขนเสื้อ ส่งเม็ดยาพิษจำนวนมากออกมา พวกมันกลายเป็นกลุ่มหมอกปกคลุมไปรอบๆ ตัวเขาในทันที

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: