Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 306

I Shall Seal The Heaven Chapter 306

ตอนที่ 306

สังหารจี้!

ขณะที่คำพูดของจี้หงตงดังก้องออกมา ท้องฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะเมิ่งฮ่าว ก็เริ่มปะทุด้วยเสียงฟ้าร้อง สายฟ้าขนาดใหญ่เท่าแขนพุ่งลงมาด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ มุ่งหน้ามายังเมิ่งฮ่าวโดยตรง

แกนม่วงภายในร่างเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว ระเบิดพลังของพื้นฐานฝึกตนอันไร้ขอบเขตออกมา ขณะที่มันกระจายไปรอบๆ เมิ่งฮ่าว มือขวาเขาก็พุ่งขึ้นไป ปราณม่วงจำนวนมากมายปรากฎขึ้นที่ด้านบน กลายเป็นเกราะป้องกันทรงโค้ง

ระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่สายฟ้ากระแทกเข้าไปในเกราะป้องกัน ทำให้มันแตกกระจายเป็นชิ้นๆ จากนั้นเกราะป้องกัน เกราะที่สาม, สี่, ห้าก็เกิดขึ้นตามมาในทันที…ดูเหมือนจะมีเกราะป้องกันมากมายนับไม่ถ้วนปะทุออกมาเพื่อต่อต้านสายฟ้า ในที่สุด สายฟ้าก็เบาบางลงจนมีขนาดเท่านิ้ว จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็พ่นบางอย่างออกมาจากปาก และกลุ่มหมอกสายฟ้าก็ปรากฎขึ้น มันกลืนกินสายฟ้าเข้าไปในทันที

“ถึงเวลาจบลงแล้ว!” จี้หงตงกล่าวพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา มันสั่นระฆังอีกครั้ง ทำให้เกิดเสียงดังกระจายออกไป ทันใดนั้น ภายในกลุ่มเมฆสีดำในท้องฟ้าด้านบนเมิ่งฮ่าว สายฟ้าสามเส้นประสานรวมตัวเข้าด้วยกัน ดูเหมือนกำลังจะฟาดลงมาที่ด้านล่างได้ทุกเมื่อ

แสงสว่างปรากฎขึ้นในดวงตาเมิ่งฮ่าว เขาได้มาถึงจุดที่แข็งแกร่งของพลังการต่อสู้ของเขาอย่างแท้จริง ถึงจะไม่มีแกนปราณ แต่เขาก็สามารถต่อสู้กับคนที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นต้นสร้างแกนลมปราณได้

แต่เขาก็ยังคงไม่อาจจะเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด เขาเพียงแค่สามารถต่อสู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน เมิ่งฮ่าวอาจจะมีเปรียบถ้าเขากำลังต่อสู้กับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่จี้หงตง ซึ่งเป็นสายโลหิตของตระกูลจี้

ถ้าในตอนนี้เขาได้เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนหน้ากากฟ้า แห่งดินแดนสีดำอีกครั้ง การเอาชนะมันก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง

ความตระหนักสาดประกายอยู่ในดวงตา “ถ้าข้าฝึกฝนแกนปราณ” เขาคิด “หรือมีแกนสมบูรณ์…การสังหารสร้างแกนลมปราณขั้นต้น เป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!”

เขามองไปยังจี้หงตงอย่างเยือกเย็น และกล่าวขึ้น “เจ้าพูดถูก ถึงเวลาที่ต้องจบเรื่องแล้ว” เขาตบไปที่ถุงสมบัติ และหน้ากากสีโลหิตก็ปรากฎขึ้นอยู่ในมือ

หน้ากากของขุมทรัพย์เซียนโลหิต เงื่อนไขต่ำสุดในการสวมหน้ากากนี้ ก็คือ ต้องมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในขั้นสร้างแกนลมปราณ

ด้านบนเมิ่งฮ่าว สายฟ้าสามเส้นกำลังรวมตัวกัน เตรียมที่จะฟาดลงมาที่เขา เมิ่งฮ่าวเลื่อนหน้ากากลงไปบนใบหน้า ทันทีที่มันสัมผัสผิวหนังของเขา แรงสั่นสะเทือนก็ไหลผ่านไปตลอดร่าง

เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างน่าเหลือเชื่ออยู่บนใบหน้าในทันที ราวกับว่าหน้ากากกำลังแนบติดอยู่กับผิวหนังอย่างถาวร ในเวลาเดียวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีโลหิต

ปีศาจอันโหดร้าย ทันใดนั้น ก็ปรากฎขึ้นในจิตใจ มาแทนที่สติปัญญาของเขา ระลอกคลื่นของรังสีสังหารพุ่งขึ้นไป ราวกับว่าเขากำลังถุกสาปแช่งอย่างทุกข์ทรมาน

หนึ่งคำดังก้องไปมาอยู่ในจิตใจ “ฆ่า…ฆ่า…ฆ่า…” ราวกับว่ามีใครหลายคนมากมายจนนับไม่ถ้วนกำลังพูดขึ้นมา, บางคนเป็นบุรุษ, บางคนเป็นสตรี, บางคนชรา, บางคนอายุเยาว์ แม้แต่เสียงของสัตว์และต้นไม้ก็มีด้วย ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดกำลังพูดคำนั้นเข้าไปในหูเขาโดยตรง

โลกที่อยู่เบื้องหน้าเขาเริ่มเป็นสีแดงคล้ำลงไปมากกว่าเดิม ภายในช่วงหนึ่งลมหายใจ ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลายเป็นสีแดงโดยสิ้นเชิง!

ภายในโลกสีแดง เขารู้สึกว่า พื้นฐานฝึกตนของเขาทันใดนั้นก็ระเบิดออกมา เขายังคงอยู่ในขั้นต้นสร้างแกนลมปราณ แต่ในทันใดนั้น ก็สามารถก่อตัวแกนปราณสีแดงขึ้นมา!

แกนปราณหนาแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะที่มันปรากฎขึ้นอยู่ด้านบนศีรษะเมิ่งฮ่าว ถ้าดูอย่างละเอียด ก็จะพบว่าแกนปราณนี้ไม่ได้เป็นของเมิ่งฮ่าว แต่เป็นของหน้ากากขุมทรัพย์เซียนโลหิต!

ด้วยหน้ากากบนใบหน้า เมิ่งฮ่าวดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก แม้แต่กลิ่นอายอสูรอันน่ากลัวก็ปรากฎขึ้นรอบๆ ตัวเขา จี้หงตงมองมายังหน้ากาก ไม่มีรูปหน้าอยู่บนหน้ากากนั่น มีเพียงรูที่เป็นดวงตาอยู่สองรู ซึ่งมองเห็นสายตาที่แดงเจิดจ้าของเมิ่งฮ่าวอยู่ด้านใน

สีแดงในดวงตาของเขา เป็นสีเดียวกับแกนปราณที่ลอยอยู่ด้านบน

ชุดยาวสีเขียวของเขาในตอนนี้ ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง กระพือพริ้วอยู่รอบๆ ตัว ทำให้ดูคล้ายกับเป็นปีศาจร้ายสีโลหิต!

“นี่เป็นอาวุธเวทอะไรกัน?” จี้หงตงกล่าว สีหน้าเปลี่ยนไป ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างรุนแรง ปรากฎขึ้นภายในจิตใจ ทันทีที่เมิ่งฮ่าวสวมใส่หน้ากาก จริงๆ แล้ว มันไม่ค่อยมีประสบการณ์มากมายนัก ดังนั้นความรู้สึกนี้ได้ทำให้มันสั่นสะท้านไปทั่วร่าง โดยไม่ต้องคิด มันสั่นระฆังในมือขึ้นอีกครั้ง ด้านบนเมิ่งฮ่าว สายฟ้าทั้งสามสายฟาดลงมา

เมิ่งฮ่าวหัวเราะ รอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากการหัวเราะถูกปิดบังด้วยหน้ากาก แต่เสียงหัวเราะนั้นก็ดังรอดออกมา เขาเริ่มยกมือขวาขึ้นตรงไปยังสายฟ้าทั้งสามที่กำลังพุ่งเข้ามา กำมือเป็นหมัด และขณะที่ทำเช่นนั้น แกนปราณสีแดงซึ่งอยู่ด้านบนก็กลายเป็นหมัดขนาดใหญ่ เสียงกระหึ่มกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่มันพุ่งขึ้นไปยังสายฟ้าทั้งสามนั้น

เสียงระเบิดสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี สายฟ้าทั้งสามสายแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ แม้แต่ท้องฟ้าที่อยู่ด้านบนก็ยังสั่นสะเทือน

ใบหน้าจี้หงตงสลดลง ดวงตาของมันเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ระฆังที่อยู่ในมือของมันดังขึ้นมาในทันที และมันก็กระอักโลหิตออกมากองโต สีหน้ามันเริ่มดุร้ายมากขึ้น ส่งเสียงแผดร้องแหลมเล็กออกมา “เจตจำนงแห่งสวรรค์จงมา! พิพากษาลงทัณฑ์!”

ขณะที่คำพูดของมันดังก้องออกมา กลุ่มเมฆในท้องฟ้าที่อยู่ด้านบนเมิ่งฮ่าว ก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทันที ก่อตัวซ้อนกันเป็นชั้นๆ ภายในกลุ่มเมฆสีดำอันหนาแน่นนั้น สายฟ้าเก้าสายปรากฎขึ้น ดูเหมือนจะหลอมรวมเข้ากับเจตจำนงแห่งสวรรค์ ขณะที่พวกมันเตรียมจะฟาดลงมา

กลิ่นอายที่ดูเหมือนจะทรงพลังเพียงพอที่จะทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดกระจายออกไปในทันที ความหวาดกลัวปรากฎขึ้นบนใบหน้าฉื่อชิง ซึ่งยืนอยู่ในที่ห่างไกลออกไป

ในตอนนี้เองที่เมิ่งฮ่าวได้พูดขึ้นมา

เสียงของเขาแหบแห้ง และชวนให้งุนงงอย่างน่าประหลาดใจ

“ไร้หน้า…” เมิ่งฮ่าวพูดเพียงสองคำในความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของขุมทรัพย์เซียนโลหิต ไร้หน้า, หนึ่งคำ, ไฟสงครามรวมเป็นหนึ่ง, สะบั้นเมฆา, พิรุณโลหิต, ทะเลเต็มท้องฟ้า, จับกุมเหล่าเทพ, เดินทัพรุดหน้า, ไฟกลืนหอคอย, แปลงวิญญาณและสายเลือดทั้งหลาย ให้กลายเป็นเก้าพลังสังหาร!

คำพูดนี้จริงๆ แล้ว ก็ประกอบไปด้วยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าของเซียนโลหิต ต้องสวมใส่หน้ากากนี้เท่านั้น ถึงจะใช้ความสามารถนี้ได้ ตอนนี้ วิชาเวทอันน่าตกตะลึงของชนเผ่าไท่เอ้อโบราณ ที่ไม่เคยได้เห็นมานานนับหมื่นปี ทันใดนั้น ก็ปรากฎขึ้นในมือที่ยื่นออกไปของเมิ่งฮ่าว

ทันทีที่คำพูดดังออกมาจากปากเขา แกนปราณจำนวนมหาศาลที่อยู่ด้านบนศีรษะ ทันใดนั้นก็เริ่มกระจายออกไป กลายเป็นใบหน้าขนาดใหญ่มหึมา เป็นใบหน้าที่ไม่มีรูปหน้า มีแต่ดวงตาสองดวง มันไม่ใช่อะไรนอกไปจากทะเลสีแดง!

ดวงตาข้างซ้ายเป็นสีแดงโดยสิ้นเชิง ดูแล้วน่าตกใจนัก ภายในตำแหน่งของดวงตาข้างขวา…เป็นเมิ่งฮ่าว!

ทันทีที่ใบหน้าขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น มันก็พุ่งตรงไปยังสายฟ้าเก้าสายที่กำลังฟาดลงมา

ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน แม้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ของจริง มันก็ยังคงสั่นอย่างรุนแรงในทันที สายฟ้าทั้งเก้าแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ในทันใด กลุ่มเมฆสีดำในท้องฟ้าเริ่มสลายหายไป และขณะที่ใบหน้าปะทะเข้ากับจิตลงทัณฑ์แห่งสวรรค์ มันก็พังทลายลงไปด้วยเช่นกัน

วิชาไร้หน้านี้ กลายเป็นใบหน้าขนาดใหญ่ ด้วยดวงตาที่ลึกซึ้งข้างซ้าย และเมิ่งฮ่าวที่ข้างขวา ด้วยการไร้ใบหน้า ทำให้จี้หงตงขนลุกชี้ชันขึ้นมา และทำให้มันรู้สึกถึงความตายอันเข้มข้นเอ่อล้นอยู่ในจิตใจของมัน

“เจ้า…” จี้หงตงกำลังจะพูดออกมา แต่ก็ต้องค้างอยู่ในลำคอ นี่เป็นเพราะในตอนนี้เองที่ วิชาเวทไร้หน้า ซึ่งกลายเป็นใบหน้าขนาดใหญ่ ทันใดนั้น ก็ปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าของมัน เมิ่งฮ่าว ยืนอยู่ในตำแหน่งของดวงตาข้างขวา ยกมือออกไป และคว้าจับมายังลำคอของจี้หงตง

เขาบีบมือตัดคำพูดของจี้หงตงไป ทำให้ใบหน้าของมันบิดเบี้ยว มันต้องการจะดิ้นรน แต่ทันใดนั้น ก็พบว่าพื้นฐานฝึกตนของมันถุกสะกดไว้ ไม่มีทางที่จะต่อสู้กลับไป

สายตามันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและครั่นคร้ามอย่างรุนแรง มันรู้สึกได้ถึงรังสีสังหารของเมิ่งฮ่าว เต็มไปด้วยความดุร้ายอย่างที่มันเทียบไม่ติด และแน่นอนว่า…มันไม่อยากจะเชื่อว่าในทวีปหนานซาน จะมีใครกล้าสังหารคนที่เป็นสายโลหิตของตระกูลจี้

แนวคิดนี้ได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจของมัน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่มันยังเยาว์วัย ในตอนนี้ มันกำลังอยู่ในจุดวิกฤต แต่ความหวาดกลัวของมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยความเคร่งขรึม มันจ้องมายังเมิ่งฮ่าว และรอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า

มันไม่อาจพูดจา แต่ในดวงตาของมันพูดคำว่า “เจ้ากล้าสังหารข้า?” ข้อความนี้ส่งผ่านเข้าไปในจิตใจเมิ่งฮ่าวทันที

มันไม่ได้ร้องขอความเมตตา ไม่พูดประจบสอพลอใดๆ ในช่วงแห่งความเป็นตายนี้ มันยังไม่ลืมถึงเกียรติศักดิ์ของสายโลหิตแห่งตระกูลจี้ มันยืดอกขึ้น และจ้องอย่างเย็นชามายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวเงียบไปสักพัก จากนั้นก็พูดเสียงแหบแห้งขึ้น “จริงๆ แล้ว…ข้าไม่ต้องการสังหารเจ้า…” แสงสีแดงในดวงตาเขาเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยสายตาปกติของเมิ่งฮ่าว

เมื่อได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มอันเย็นชาก็เผยอขึ้นมาที่ริมฝีปากของจี้หงตง ทันใดนั้น มือขวาของเมิ่งฮ่าวก็บีบแน่นลงไป เสียงปะทุได้ยินออกมา และดวงตาของจี้หงตงก็เบิกกว้าง ลำคอของมันถูกกระแทกจนแหลกละเอียด พลังของเซียนโลหิต ซึ่งพุ่งผ่านมือของเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น ก็ไหลเข้าไปในร่างของจี้หงตง มันสั่นสะท้าน และร่างกายก็เริ่มเหี่ยวแห้งไปในทันที โลหิตทั้งหมดในร่างของมันรวมตัวกันอยู่ที่หน้าผาก เครื่องหมายโลหิตปรากฎขึ้น รวมตัวกันเป็นกลุ่มของสายโลหิตแห่งตระกูลจี้ ซึ่งลอยออกมาในอากาศทันที!

โลหิตหลอมรวมเข้าไปในหน้าผากของหน้ากากที่เมิ่งฮ่าวสวมอยู่ หน้ากากกระเพื่อมราวกับว่ามันกำลังตื่นเต้น เมิ่งฮ่าวปล่อยมือ ปล่อยให้ร่างจี้หงตงตกลงไปบนพื้น

เขาหลับตาลง จากนั้นก็ยกมือขวาเพื่อปลดหน้ากากออก เมื่อมันหลุดออกมา ก็เผยให้เห็นถึงใบหน้าที่ซีดขาวของเมิ่งฮ่าว พลังของหน้ากากน่าตกใจยิ่ง ถ้าจิตสัมผัสเขาไม่ได้แข็งแกร่งมากเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เขาก็คงไม่อาจจะควบคุมจิตใจของตัวเองได้

ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาได้ใช้พลังของหน้ากาก ก็ตระหนักว่าเขาได้สูญเสียอายุขัยไปถึงสามสิบปี

ราคาที่ต้องจ่ายในการสวมใส่หน้ากากนี้สูงมากเป็นอย่างยิ่ง

เมิ่งฮ่าวหันหน้าไปยังฉื่อชิง ใบหน้าเขาซีดขาว กัดริมฝีปากเล็กน้อย กล่าวเสียงแผ่วเบา “พวกเราปลอดภัยแล้วในตอนนี้ ไม่มีใครรู้ความลับของท่านอีก”

ฉื่อชิงมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความงุนงง ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา นางเป็นคนเรียบง่าย แต่นางก็รู้ว่าเมิ่งฮ่าวต้องจ่ายค่าตอบแทนในการปกป้องความลับของนางไว้

เขาได้สังหารสมาชิกตระกูลจี้ และคงทำให้เกิดภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่ติดตามมา เพื่อที่จะไม่โยงไปยังสำนักของเขา เขาได้ตัดขาดจากสำนัก…ตอนนี้ เขาไม่มีทางเลือกนอกจากกลายเป็นผู้เร่ร่อน เขาไม่อาจจะกลับมายังดินแดนด้านใต้ได้อีก และไม่อาจจะหลบหนีจากตระกูลจี้ได้ด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณ…

ฉื่อชิงกัดริมฝีปาก แต่ก็ไม่อาจจะกลั้นน้ำตาไว้ได้ มันไหลลงมาจากใบหน้าของนาง แต่ก็ไม่ทันได้แตะสัมผัสพื้น เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้นปาดเช็ดมันไป

“อย่าร้องไห้” เขากล่าว ยิ้มออกมา “ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลอยู่เบื้องหน้า แต่ไม่รู้ว่าพวกเราจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่” ใบหน้าเขาซีดขาวขณะที่ยิ้มออกมา ซึ่งทำให้คำพูดของเขาได้ประทับลึกลงไปในจิตใจของฉื่อชิง

“ข้าจะจากไปแล้วในตอนนี้” เขากล่าวต่อ “สถานที่แห่งนี้กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า” เขามองเข้าไปในดวงตาของนางอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าหลังจากที่เขาหันหลังจากไป คนทั้งสองก็ต้องแยกจากกัน ราวกับว่าผู้หนึ่งมีชีวิตอยู่ และอีกคนได้ตายจากไป ถึงแม้เขาจะมีชีวิตอยู่ แต่ใครจะรู้ว่าต้องผ่านไปอีกกี่ปีก่อนที่เขาจะกลับมาได้

ถ้าเขากลับมาได้ ใครจะรู้ว่าหญิงสาวผู้งดงาม ซึ่งยืนอยู่ที่เบื้องหน้าเขาในตอนนี้ จะยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่

แต่เมิ่งฮ่าวก็ไม่เสียใจ จี้หงตงต้องตายไป ไม่ว่าเพื่อฉื่อชิง หรือเพื่อตัวเอง มีเพียงความตายของจี้หงตงเท่านั้นที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าพวกเขายังคงมีชีวิตอยู่

ถึงแม้ว่าเขาจะซ่อนร่างจี้หงตงไว้ภายในหน้ากากสีโลหิต เมิ่งฮ่าวก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีที่จะไปต่อต้านพลังของตระกูลจี้ จริงๆ แล้ว ผลที่ตามมาก็คงจะรุนแรงกว่าด้วยซ้ำ

บางทีอาจจะมีเส้นทางสายที่สามซึ่งเขาสามารถเดินไปได้ แต่โชคร้ายที่เรื่องราวได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเขาก็ไม่อาจจะประติดประต่อเส้นทางสายที่สามนั้นได้ การพยายามสังหารโดยใช้ตัวตนของเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็กลับไปใช้ชีวิตปกติของฟางมู่ การกระทำเช่นนั้นก็แสดงให้เห็นว่า เขาไม่เข้าใจถึงพลังอันน่ากลัวของตระกูลจี้ นั่นก็คือการตัดสินใจซึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาเคยมีประสบการณ์มาทั้งหมด

ถ้าเขาพยายามที่จะทำเช่นนั้น ก็มีโอกาสเก้าถึงสิบส่วนที่ทั่วทั้งสำนักจื่อยิ่นจะถูกดูดเข้าในในการทำลายล้าง นั่นเป็นทางเลือกที่เขาปฏิเสธจะกระทำ

เมิ่งฮ่าวหันหลังไป และขณะที่เขาทำเช่นนั้น เขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่า มีบางคนกำลังโอบกอดเขาจากด้านหลัง เขารู้สึกถึงความอ่อนโยนและอบอุ่น

“ข้าจะรอคอยท่าน” ฉื่อชิงกล่าว เสียงของนางหนักแน่น โดยไม่คำนึงถึงชีวิตในอดีต, ปัจจุบัน หรืออนาคต พวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: