Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 313

I Shall Seal The Heaven Chapter 313

ตอนที่ 313

นางคือ…เซียนอมตะ!

(จบภาค 3)

ความรู้สึกถึงวิกฤตเป็นตายอันรุนแรง ทำให้เหล่าชายชราจากตระกูลจี้และหลี่ รู้สึกจิตใจสั่นสะท้าน ดวงตาพวกมันสาดประกายด้วยความประหลาดใจอย่างเข้มข้น

เมื่อพิจารณาถึงพื้นฐานฝึกตน, อายุ และประสบการณ์ของพวกมัน ก็มีสิ่งน้อยมากในโลกนี้ที่จะทำให้พวกมันรู้สึกประหลาดใจได้อย่างแท้จริง

แต่ตอนนี้ ความรู้สึกถึงอันตรายอันลึกล้ำ ได้พุ่งขึ้นมาจากภายในจิตใจของพวกมันอย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งที่เกิดความรู้สึกถึงอันตรายเช่นนี้ได้ ก็ทำให้พวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างมากมายด้วยเช่นกัน

เป็นเรื่องยากที่จะฝึกฝนวิถีเซียนอยู่ตลอดเวลา เพื่อไปให้ถึงขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ผู้คนมากมายรู้สึกว่า เมื่อเหยียบย่างไปบนวิถีทางนั้น การที่จะบรรลุถึงจุดนั้น ก็หมายความว่า พวกมันโชคดีเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ การได้เผชิญหน้ากับจุดวิกฤตของความเป็นความตาย ทำให้มีผลกระทบต่อจิตใจของพวกมันอย่างลึกล้ำ

เป็นครั้งแรก ที่ชายชราทั้งสิบกว่าคนนี้ รู้สึกเสียใจขึ้นมาในทันที…

แต่ก่อนที่พวกมันจะมีโอกาสล่าถอย เสียงแผดร้องอันรุนแรงก็ดังออกมาจากหน้าจอสีโลหิตที่มีความกว้างหนึ่งร้อยจ้าง ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังที่เพียงพอต่อการทำลายสิ่งกีดขวางใดๆ ที่อยู่ตรงหน้ามัน

เสียงของมันเต็มอยู่ในอากาศ ทำให้ทุกคนที่ได้ยินต้องสั่นสะท้านอยู่ในจิตใจ บางคนที่มีพื้นฐานฝึกตนต่ำต้อยก็กระอักโลหิตออกมา ชายชราสิบกว่าคนมองมาด้วยความตกตะลึง ขณะที่จอภาพสีโลหิต ทันใดนั้น ก็ดูเหมือนจะเริ่มเปิดออก

ภายในจอภาพมีแสงสีแดงเจิดจ้าขนาดใหญ่พุ่งออกมา ภายในแสงสีแดง…สามารถมองเห็น…

อุ้งเท้าขนาดใหญ่ ยื่นตรงมาที่พวกมัน!

มีเพียงแค่หนึ่งอุ้งเท้า เป็นบางสิ่งที่เป็นของสัตว์อสูรขนาดยักษ์  มันมีกรงเล็บที่ยาวแหลมคม และถูกปกคลุมหนาแน่นไปด้วยขนสีแดง กระจายกลิ่นอายอสูรอันน่าเหลือเชื่อออกมา เป็นเพียงแค่หนึ่งอุ้งเท้า ที่มีขนาดประมาณสิบจ้าง โผล่ออกมาจากจอภาพสีโลหิต มันไม่สนใจแรงกดดันที่กำลังสะกดข่มพื้นฐานฝึกตนของมันไว้ พุ่งออกมา

ทันทีที่อุ้งเท้าปรากฎขึ้น ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันเข้มข้นน่ากลัวอย่างชัดเจน มันระเบิดออกมา กระจายไปทั่วในอากาศ ทำให้ใบหน้าของชายชราสิบกว่าคนนั้น เต็มไปด้วยความตกใจ ม่านตาของพวกมันหรี่เล็กลง และพวกมันก็ล่าถอยไปด้านหลัง จิตใจหมุนเคว้งคว้าง

“นั่นคือ…”

“กลิ่นอายของขั้นตัดวิญญาณ!!”

“บัดซบ! เจ้าเมิ่งฮ่าวผู้นี้จะมีกลิ่นอายขั้นตัดวิญญาณอยู่กับมันได้อย่างไร!?!?”

ชายชราสิบกว่าคนนั้นขนลุกชี้ชันขึ้นในทันที และความรู้สึกถึงอันตรายก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น ทันทีที่พวกมันพยายามจะหลบหนีไป อุ้งเท้าที่โผล่ออกมาจากจอภาพสีโลหิต ก็ยกขึ้นไปในอากาศ จากนั้น ก็ตะปบลงไปที่พวกมัน

นี่เป็นอุ้งเท้าของอ๋าวเฉี่ยนโลหิตที่จำศีลอยู่ ตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านไป มันไม่ได้ตื่นขึ้นมาเลย แต่หลังจากที่เมิ่งฮ่าวบรรลุขั้นสร้างแกนลมปราณ การเชื่อมต่ออันยิ่งใหญ่ก็ปรากฎขึ้นระหว่างพวกเขา การร้องเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าของเมิ่งฮ่าว และจุดวิกฤตของชีวิตและความตายที่เขาได้เผชิญอยู่ ได้ไปกระตุ้นให้อ๋าวเฉี่ยนโลหิต ทันใดนั้น ก็ตื่นขึ้นมา

ในตอนนี้ ที่มันสามารถทำได้ทั้งหมดก็คือ ยื่นอุ้งเท้าออกมา และตะปบลงไป

เสียงแผดร้องดังเต็มไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี อ๋าวเฉี่ยน ซึ่งอยู่ในขั้นตัดวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ตะปบอุ้งเท้าแหวกฝ่าอากาศลงไปจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมเล็ก ผู้อาวุโสสามคนจากตระกูลจี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ขณะที่ไม่อาจจะหลบเลี่ยงได้ พื้นฐานฝึกตนของพวกมันระเบิดออก

ชายชราทั้งสามแผดร้องเสียงโหยหวนอย่างน่ากลัวออกมา โลหิตกระจายออกมาจากปาก และร่างกายก็เริ่มล้มพับไป วิญญาณแรกก่อตั้งของพวกมันพยายามจะหลบหนี แต่ก่อนที่พวกมันจะไปได้ไกล ก็ต้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ โดยอุ้งเท้านั้น

ท่ามกลางผู้อาวุโสจากตระกูลหลี่ มีอยู่สี่คนที่หลบหนีช้าไป ทำให้พวกมันต้องตายไปในทันที

เสียงระเบิดได้ยินออกมา ขณะที่อุ้งเท้าขนาดใหญ่ของอ๋าวเฉี่ยนโลหิต ตบลงไปบนร่างของคนทั้งสี่ ร่างกายของพวกมันกลายเป็นเศษเนื้อในทันที วิญญาณแรกก่อตั้งของพวกมันก็ไม่อาจจะหลบหนีไปได้ และถูกบดขยี้จนกลายเป็นฝุ่นผงในทันที!

ภาพที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ทุกคนตกตะลึงไปตามๆ กัน เพียงชั่วพริบตา ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งสิบกว่าคน มีอยู่เจ็ดคนถูกสังหารไปในทันที!!

ชายชราทั้งเจ็ดนี้ ไม่อาจจะต้านทานแม้แต่การตะปบลงเพียงแค่ครั้งเดียว จากอุ้งเท้าของอ๋าวเฉี่ยนโลหิต พวกมันถูกสังหารตกตายไปในทันที ทำให้ชายชราที่เหลืออยู่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวในทันใด สีหน้าพวกมันซีดขาวจนไร้สีเลือด จิตใจเริ่มเต้นรัว ขนลุกชี้ชัน มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกมันคิดได้ในตอนนี้ ก็คือหลบหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทุกสิ่งทุกอย่างกลับกลายเป็นตรงกันข้ามกับสิ่งที่เคยคาดคิดไว้ และเกินกว่าข้อจำกัดของจินตนาการของพวกมัน พวกมันจะคาดคิดได้อย่างไรว่าเมิ่งฮ่าว ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณอันกระจ้อยร่อย จะเป็นผู้ที่…ยากจะสังหารได้เช่นนี้!

พวกมันไม่มีทางจะรู้ว่า การที่เมิ่งฮ่าวบรรลุขั้นสร้างแกนลมปราณ ก็เป็นแค่หินรองรับเท้าก้าวแรก บนเส้นทางสู่จุดสูงสุดของเขา หลังจากบรรลุขั้นสร้างแกนลมปราณ เขาก็จะมีวิชาเวทที่หลากหลายมากมาย และมีวิธีการต่างๆ ที่เขาสามารถนำมาใช้ได้

สามารถกล่าวได้ว่า เมิ่งฮ่าวได้เก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ก็เพื่อที่จะระเบิดออกมาในตอนสุดท้าย!

เสียงระเบิดยังคงดังก้องออกมา ขณะที่อุ้งเท้าของอ๋าวเฉี่ยนค่อยๆ เริ่มจางหายไป จอภาพสีโลหิตก็เริ่มหายไปด้วยเช่นกัน เมิ่งฮ่าวคว้าจับหน้ากากไว้ ขณะที่มันลอยตกลงมาบนพื้น

ในตอนนี้ หานเป้ย และคนอื่นๆ ดูเหมือนไม่อาจแม้แต่จะหายใจ พวกมันจ้องไปยังเมิ่งฮ่าวซึ่งเหมือนกับตะเกียงที่ขาดน้ำมัน ไม่มีใครจะคาดคิดได้ว่า เหตุการณ์จะกลับกลายมาเป็นเช่นนี้

“โลหิตศักดิ์สิทธิ์!” หลี่ชือฉีสูดลมหายใจ กล่าวเสียงสั่นสะท้าน “นั่นก็คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์!!” คนอื่นๆ คิดย้อนกลับไปยังการแข่งขันล่าขุมทรัพย์เซียนโลหิต และอ๋าวเฉี่ยนสีโลหิตในทันที

ในตอนนั้น พวกมันไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของอ๋าวเฉี่ยน ตอนนี้ สามารถกล่าวได้ว่าพวกมันรู้แล้ว แต่ต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยเพื่อขบคิด เมื่อได้เห็นสิ่งทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นด้วยสายตาของตัวเอง ก็ทำให้จิตใจของพวกมันหมุนคว้างไปมา

เมิ่งฮ่าวกำหน้ากากสีโลหิตไว้ หยิบเม็ดยาออกมากลืนลงไป กัดฟันแน่น เขาดิ้นรนลุกขึ้นมายืน มองไปยังกลุ่มคน สายตาเข้าอ้อยอิ่งอยู่ที่ฉื่อชิงชั่วครู่ จากนั้น เขาก็หมุนตัว และมุ่งหน้าตรงไปยังถ้ำกำเนิดใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยความรวดเร็วเท่าที่เขาจะทำได้

“ฟางมู่…” ฉู่อวี้เยียนร้องออกมา เมื่อได้เห็นเขาหันหลังจากไป ทันใดนั้น นางก็ตระหนักว่า นางไม่มีทางจะรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกับเขาอีก ถ้านางไม่ร้องเรียกออกไป บางทีนางก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนี้อีก

ร่างเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป

เขารู้ดีว่าผู้พิสดารวิญญาณแรกก่อตั้ง อาจจะถูกข่มขู่โดยการปรากฎขึ้นโดยกระทันหันของอ๋าวเฉี่ยนโลหิต และการสังหารพวกมันไปเจ็ดคน แต่อย่างไรก็ตาม คงอีกไม่นานที่พวกมันจะตระหนักว่าจริงๆ แล้วกำลังเกิดอะไรขึ้น หลังจากลังเลอยู่สักพัก พวกมันก็จะแน่ใจว่า เขาอาจจะดูว่าภายนอกแข็งแกร่ง แต่จริงๆ แล้ว ก็อ่อนแอเป็นอย่างมาก จากนั้น ก็เพียงไม่นานก่อนที่พวกมันจะไล่ล่าเขาอีกครั้ง

สำหรับอ๋าวเฉี่ยนโลหิต หลังจากโจมตีเมื่อครู่นี้ มันก็กลับไปจำศีลอีกครั้งในทันที ตอนนี้ ไม่ว่าเมิ่งฮ่าวจะร้องเรียกมันกี่ครั้ง มันก็ไม่อาจจะตื่นขึ้นมา

“เส้นทางที่ด้านนอกทั้งหมดถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา ทางเลือกเดียวของข้าก็คือ…ถ้ำกำเนิดใหม่” กัดฟันแน่น เมิ่งฮ่าวพุ่งผ่านอากาศตรงเข้าไป

ในตอนนี้เองที่ชายชราซึ่งยังเหลืออยู่เจ็ดถึงแปดคนที่ยังไม่ถูกสังหาร ทันใดนั้น ก็หยุดการหลบหนี สีหน้าพวกมันตอนนี้เต็มไปด้วยความลังเล ดูเหมือนพวกมันกำลังวิเคราะห์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เพิ่งจะเกิดขึ้น เมื่อพิจารณาถึงอายุและประสบการณ์ของพวกมัน ก็ใช้เวลาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าออกสิบครั้ง เพื่อเข้าใจในสถานการณ์ทั้งหมด สีหน้าอันน่าเกลียดปรากฎขึ้นบนใบหน้า ทันใดนั้น พวกมันก็หันหลังและมุ่งหน้ากลับไป

เพียงชั่วพริบตา ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งที่หลบหนีทั้งหมด ก็มุ่งหน้าไล่ล่าเมิ่งฮ่าวอีกครั้ง

เมิ่งฮ่าวห่างจากถ้ำกำเนิดใหม่เพียงแค่ห้าสิบหลี่ ตอนนี้เองที่ภายในถ้ำ เสียงถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้น ก็ได้ยินออกมา

มันเป็นเสียงถอนหายใจของหญิงสาว เป็นเสียงที่คาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง แต่ทันทีที่เสียงนั้นดังเต็มอยู่ในอากาศ ใบหน้าของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งที่ยังเหลืออยู่ก็เปลี่ยนไป และพวกมันก็กระอักโลหิตออกมา ขณะที่รีบถอยไปด้านหลังตัวสั่นสะท้าน ท่าทางเหวอหวาเต็มอยู่บนใบหน้าของพวกมัน ไม่ว่าพวกมันเพิ่งจะเผชิญกับอะไรก็ตาม แต่ดูเหมือนจะยิ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่าอ๋าวเฉี่ยนโลหิต

ภายในร่างกายที่สั่นไปมา วิญญาณแรกก่อตั้งของพวกมันก็สั่นสะท้านไปด้วยเช่นกัน และใบหน้าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด

ไม่เพียงแต่พวกมันเท่านั้น ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่อยู่ด้านนอกของบึงน้ำ ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจนี้เช่นเดียวกัน และก็ส่งผลให้จิตใจของพวกมันสั่นสะท้าน โลหิตกระจายออกมาจากปาก ท่าทางคาดไม่ถึงเต็มอยู่บนใบหน้าของปรมาจารย์ขั้นตัดวิญญาณ ของสำนักต่างๆ

“นั่นคือ…”

ใบหน้าของพวกมันหมองคล้ำลง และโลหิตก็ไหลซึมออกมาจากปาก ปรากฎว่าอวัยวะภายในของพวกมันได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส!

ภายในกลุ่มหมอกของบึงน้ำ ผู้ฝึกตนขั้นตัดวิญญาณแห่งตระกูลจี้ กระอักโลหิตออกมา ความประหลาดใจบนใบหน้าของมัน ไม่ได้เข้มข้นมากนัก ขณะที่มันได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากถ้ำกำเนิดใหม่

นี่ไม่ใช่เสียงของหนึ่งในสิ่งมีชีวิตแปลกๆ ที่มีอยู่ในสถานที่แห่งนั้น นี่เป็นเสียงถอนหายใจของหญิงสาว!

ภายในกลุ่มหมอก ปรมาจารย์ตระกูลหวัง ซึ่งไม่มีใครมองเห็น รู้สึกราวกับว่าทั่วทั้งร่างกายกำลังสั่นสะท้าน “นั่นเป็นใคร…? นางคือ…เซียนอมตะ!!” ราวกับว่ามีลมพายุอันรุนแรงกำลังเกิดขึ้นอยู่ภายในจิตใจของมัน สีหน้าอึมครึมเข้มข้นเต็มอยู่บนใบหน้า และดวงตาก็สาดแสงเจิดจ้า ความหวาดกลัวและตกใจ เต็มอยู่ในดวงตา ขณะที่มันมองตรงไปยังถ้ำกำเนิดใหม่

ในตอนนี้เองที่เสียงของหญิงสาวก็ได้ยินออกมา จากถ้ำกำเนิดใหม่

เป็นเสียงที่อบอุ่น พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง “หลายปีก่อน ท่านบังเอิญไปปลดปล่อยผนึกที่กักขังข้าไว้ นั่นถือว่าเป็นการหว่านเมล็ดกรรม…ท่านไม่อาจจะเข้ามายังถ้ำกำเนิดใหม่ได้ในวันนี้ ไปเถอะ, ข้าจะช่วยให้ท่านจากไป นี่ถือว่าเป็นการชดใช้กรรม” ขณะที่เสียงดังก้องออกมาจากถ้ำ แสงเจิดจ้าสีขาว จู่ๆ ก็ลอยออกมา

มันเป็นเกล็ด!

เกล็ดปลา!

ในขณะที่มันลอยตรงมา ทันใดนั้น มันก็กลายเป็นขนนก

เป็นขนนกของคุนเผิง!

ขนนกที่ดูคล้ายเกล็ดปลา ลอยออกมาด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าวเกือบจะในทันที ขณะที่เป็นเช่นนี้ มันก็ประทับเข้าไปในหน้าผากเขาในทันใด ทั่วร่างเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน ขณะที่พลังอันอบอุ่นกระจายออกมาจากขนนกที่ดูคล้ายเกล็ดปลาเต็มไปทั่วร่าง

ทันใดนั้น พื้นฐานฝึกตนของเขาก็เริ่มคงที่ มันไม่ได้ลุกไหม้และพังทลายลงไปอีกแล้ว แต่ฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ เหมือนก่อนหน้านี้ ที่อยู่ในขั้นต้นสร้างแกนลมปราณ เพียงชั่วพริบตา บาดแผลทั้งหมดก็ถูกรักษาเยียวยาไปแล้วเกือบสองในสิบส่วน

อันที่จริง แม้อายุขัยของเขาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ใบหน้าเมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้เป็นชายแก่อีกต่อไป ดูยังเยาว์เหมือนก่อนหน้านี้ แต่ความเจ็บปวดก็ยังไม่เปลี่ยนไป

เส้นผมที่เป็นสีขาวของเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

“ข้าจะให้ท่านยืมพลังของคุนเผิง ไปเถอะ ออกไปจากสถานที่แห่งนี้…” ขณะที่เสียงดังก้องออกมา ร่างกายเมิ่งฮ่าว จู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงพลังอันน่าเหลือเชื่อที่พุ่งเข้ามา ผลักดันกระจายออกไปทั่วร่าง ทันใดนั้น เขาก็เริ่มพุ่งตรงไปราวกับคุนเผิง

ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งแปดคน ไม่อาจจะปิดกั้นเขาได้แม้แต่น้อย เสียงของหญิงสาวที่ดังมาจากถ้ำกำเนิดใหม่ เพียงพอที่จะทำให้จิตใจของทุกคนในบริเวณนั้นเกิดความหวาดกลัว

เมิ่งฮ่าวไม่มีเวลาในการขบคิด ขณะที่เขาพุ่งออกไปจากบึงน้ำ และปรากฎขึ้นที่โลกด้านนอกในทันที ต่อหน้าสายตาของผู้ฝึกตนทุกสำนักและทุกตระกูลของดินแดนด้านใต้

สิ่งที่พวกมันมองเห็น เป็นบางสิ่งที่ดูเหมือนดาวตก ภายในดาวตกนั้นก็เป็นเมิ่งฮ่าว ซึ่งมีเส้นผมสีขาว ชุดสีแดงของโลหิต

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายด้วยความสับสน แต่เพียงไม่นาน มันก็ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ รู้แล้วว่าใครเป็นคนช่วยเขา

“คุนเผิง…นางก็คือคุนเผิงที่บินตรงมายังถ้ำกำเนิดใหม่ในปีนั้น…แต่ทำไมนางถึงช่วยข้า? ข้าไปหว่านเมล็ดกรรมไว้ที่นางได้อย่างไร…?”

“ทุกคนในกลุ่มพันธมิตรผนึกอสูรต่างก็เลือดเย็นไร้น้ำใจ…” นางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ “ข้าหวังว่าท่านจะแตกต่างไปจากคนเหล่านั้น” ขณะที่คำพูดของนางดังก้องอยู่ในหู ดวงตาเขาก็เบิกกว้าง

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: