I Shall Seal The Heaven Chapter 36

0 Comments

ตอนที่ 36

สิทธิพิเศษของศิษย์สายใน

ครึ่งเดือนผ่านไป ช่วงเวลานี้เมิ่งฮ่าวมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ นั่งขัดสมาธิในหอเก็บของวิเศษของสำนักเพื่อศึกษาบันทึกโบราณ ตอนนี้เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับแคว้นจ้าว และดินแดนด้านใต้

เขายังได้ค้นพบภาพแผนที่ซึ่งวาดด้วยมือ ของดินแดนหนานซานอันกว้างใหญ่ไพศาล แสดงถึงพื้นที่ของอาณาจักรต้าถังในดินแดนตะวันออก, ด้านทิศเหนือเป็นทะเลทรายเชียงตี๋, ทิศตะวันตกเป็นดินแดนของคนเถื่อน และแน่นอนว่าทิศใต้ ก็คือดินแดนด้านใต้ ที่ซึ่งเขากำลังอยู่ในตอนนี้

โลกทั้งหมดได้ถูกแสดงบนแผนที่อย่างชัดเจน และตอนนี้ภาพของมันก็ได้ฝังอยู่ในความทรงจำของเมิ่งฮ่าวอย่างลึกล้ำ ดินแดนด้านใต้ประกอบไปด้วย อาณาเขตส่วนใหญ่ของดินแดนหนานซาน แต่ทว่าแคว้นจ้าวเป็นแค่จุดเล็กๆ ริมชายขอบดินแดนด้านใต้

“ดินแดนด้านใต้กว้างใหญ่ซะจนสามารถ บรรจุหนึ่งพันแคว้นจ้าวลงไปในพื้นที่ของมันได้…” เขามองออกไปยังท้องฟ้าสีคราม ด้านนอกของหอเก็บของวิเศษ ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งหวัง

“ที่แท้ การจะเดินทางไปที่ต้าถังในดินแดนตะวันออกไม่ง่ายนัก ต้องผ่านคงคาสวรรค์…” หลังจากผ่านไปซักพัก เมิ่งฮ่าวก็มองกลับลงไปที่แผนที่ มองไปที่อาณาเขตหลักทั้งสี่ของดินแดนหนานซาน, ดินแดนตะวันออก และทะเลทรายตอนเหนือเชื่อมถึงกัน เป็นแผ่นดินใหญ่เต็มผืน คั่นด้วยมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ส่วนดินแดนคนเถื่อนด้านตะวันตก และดินแดนด้านใต้ เป็นแผ่นดินใหญ่ที่เชื่อมกัน

เมื่ออาทิตย์เริ่มจะลับฟ้าที่ด้านหลังของภูเขาทิศตะวันตก และเวลาค่ำก็มาเยือน เมิ่งฮ่าวลูบดวงตาของเขา เก็บแผนที่วางกลับไปยังตำแหน่งเดิม และออกจากหอเก็บของวิเศษ เขามองออกไปยังที่ไกลตาตรงทางด้านทิศตะวันออกสักพัก จากนั้นก็หันหลังตรงกลับไปยังถ้ำแห่งเซียนของเขาที่เขตสำนักสายใน

ด้านในถ้ำแห่งเซียน มุกเรืองแสงที่ถูกฝังอยู่บนเพดานถ้ำ ก็แผ่กระจายแสงอันอ่อนนุ่มไปตามผนังสีเขียวอ่อน มีทั้งหมดห้าห้อง และน้ำพุลมปราณก็ไหลพุ่งออกมา ทำให้ทั่วทั้งถ้ำเต็มไปด้วยพลังลมปราณอันหนาแน่น

นี่เป็นสิทธิพิเศษที่มีแต่ศิษย์สายในเท่านั้นที่จะได้รับ เมิ่งฮ่าวเดินเข้าไปและนั่งขัดสมาธิบนแผ่นหินหยกขาว ถึงแม้ไม่ได้ทำมาจากหินลมปราณ แต่เมื่อมานั่งสมาธิอยู่ด้านบนของแผ่นหินนี้ มันก็จะช่วยให้ผู้ที่นั่งอยู่นั้นมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง ดูแล้วคงเป็นของวิเศษหาพบได้ยาก

นี่ก็เป็นบางสิ่งที่มีให้ศิษย์สายในเท่านั้นเช่นกัน

“เพียงศิษย์สายในเท่านั้น ที่จะเป็นศิษย์ที่แท้จริงของสำนักเอกะเทวะ” เมิ่งฮ่าวคิดในใจ มองไปรอบๆ อย่างเงียบๆ ไฟสีเขียวบนผนังหิน ถูกแกะสลักเป็นรูปนกและสัตว์ป่าต่างๆ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีความหมายที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ เพียงแค่มองไปที่พวกมันเพียงแวบเดียว ก็ทำให้รู้สึกว่าจิตใจถูกซักฟอกให้โล่งสบายยิ่งขึ้น

มีสิทธิพิเศษมากมายที่แตกต่างจากสำนักสายนอก เพื่อที่จะตอกย้ำความโดดเด่นของศิษย์สายใน เช่นเดียวกับโลกของมนุษย์ธรรมดาที่มีการแบ่งชนชั้น ใครก็ตามที่ดิ้นรนต่อสู้ ก็จะก้าวข้ามสำนักสายนอกไปได้ หลังจากนั้น ถ้าต้องการยกระดับตัวเองให้สูงยิ่งขึ้น ก็ต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น!” ลึกลงไปในดวงตาของเมิ่งฮ่าว เขานึกถึงตระกูลหวังแห่งแดนใต้ ม่านตาของเขา ฉาบด้วยประกายอันแตกต่างที่ล้ำลึกอีกหนึ่งครั้ง

ในไม่ช้า ราตรีก็มาเยือน จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็ได้ยินเสียงที่แฝงด้วยความเคารพดังมาจากด้านนอกถ้ำ

“ศิษย์พี่เมิ่ง, หลี่ฟู่กุ้ย จากเชิงเขามาขอเข้าพบ” มันเป็นเสียงของเด็กผู้ชาย, ผู้รับใช้ หลังจากที่เมิ่งฮ่าวได้เข้าสังกัดสำนักสายใน เด็กผู้ชายคนนี้ก็ถูกส่งมาให้ช่วยเขาดูแลเรื่องในชีวิตประจำวันทั่วไป

นี่ก็เป็นสิทธิพิเศษของชีวิตในสังกัดสำนักสายในอีกอย่างหนึ่ง แรกเริ่ม เมิ่งฮ่าวก็ไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไหร่ เขาไม่เคยมีใครมาคอยดูแลรับใช้มาก่อน แต่เมื่อเขาเห็นเด็กรับใช้ของศิษย์พี่เฉินช่วยทำสิ่งต่างๆ ให้ ก็ทำให้เขายอมรับได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงยืนยันความตั้งใจของเขา ที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

มีเพียงผู้เข้มแข็งเท่านั้นถึงจะมีพลังอยู่เหนือผู้อื่น และป้องกันไม่ให้ใคร มาบังคับควบคุมตัวเองได้ กฎของโลกแห่งการฝึกตน และข้อบังคับของสำนักเอกะเทวะก็เป็นเช่นเดียวกัน มันไม่มีเหตุผลหรือความยุติธรรม แต่มันคงอยู่เช่นนั้น และนั่นก็คือวิถีแห่งชีวิต

การดำรงคงอยู่ก็คือสัจธรรม โลกนี้เดิมทีก็ไร้เหตุผล และไร้ความยุติธรรมที่แท้จริงโดยธรรมชาติในตัวของมันเองอยู่แล้ว

“เชิญเข้ามา” เมิ่งฮ่าวพูดเสียงเย็นชา เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม เด็กรับใช้รับคำ หลังจากที่ถูกกำหนดให้คอยรับใช้เมิ่งฮ่าว ชีวิตของมันก็เป็นของเขา

หลังจากนั้นชั่วครู่ เจ้าอ้วนก็ปรากฏตัว ถูตะไบฟันไปด้วยขณะที่เดินสาวเท้าก้าวยาวๆ เข้ามา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันมา แต่เป็นครั้งที่สาม ทุกครั้งที่มันมา มันจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นี่ไม่ใช่สถานที่ ที่ศิษย์สายนอกจะเข้ามา โดยที่ไม่ได้รับการเรียกหาจากเจ้าของสถานที่

เด็กรับใช้เดินนำเจ้าอ้วนมาด้วยความเคารพ เจ้าอ้วนมองไปรอบๆ เอามือลูบไปที่สิ่งของต่างๆ รอบพร้อมกลืนน้ำลาย แม้แต่แผ่นหินหยกขาวที่เมิ่งฮ่าวนั่งอยู่

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้ามาที่นี่นะ” เมิ่งฮ่าวพูดพร้อมกับหัวเราะ มองไปที่มัน

“เมิ่งฮ่าว สถานที่นี้ช่างมหัศจรรย์ซะจริงๆ ทุกๆ ครั้งที่ข้าเข้ามา ข้าก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ถ้ำแห่งเซียนของศิษย์สายใน มันคือสถานที่ในตำนาน! เจ้าก็รู้ว่า หลังจากที่ข้ามาที่นี่ครั้งล่าสุด พวกกลุ่มศิษย์สายนอกก็ชอบมาถามข้ามากมาย ตอนนี้ข้าเป็นคนสำคัญแล้ว!” ร่างของมันสั่นด้วยความดีใจ และต้องใช้เวลาขั่วครู่กว่าที่มันจะหยุดคิดเรื่องนี้ได้ มันนั่งลงตรงหน้าเมิ่งฮ่าว

“ถ้าเจ้าชอบ ข้าจะขอถ้ำแห่งเซียนของหวังเถิงเฟยให้เจ้า”

“นั่น…คงไม่ค่อยดี” เจ้าอ้วนพูดด้วยความตื่นเต้น แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็รู้สึกอายเล็กน้อย

“จ้าวไห่” เมิ่งฮ่าวเรียกเสียงเย็นชา เขาโบกสะบัดมือขวา ประตูหลักของถ้ำก็เปิดออก เด็กรับใช้รีบวิ่งเข้ามา และโค้งตัวทำความเคารพเมิ่งฮ่าวอย่างนอบน้อม

มันดูมีอายุประมาณสิบสี่หรือสิบห้าปี ใกล้เคียงกับอายุของเจ้าอ้วน รูปร่างของมันบอบบาง และเพิ่งจะมาอยู่บนภูเขาได้เมื่อเร็วๆ นี้ มันมาจากหมู่บ้านเดียวกันกับเสียวหู่ด้วย และครอบครัวของมันก็ร่ำรวย

“เอาแผ่นวิญญาณของข้าไปที่ศาลาจัดการถ้ำ และรับแผ่นหยกที่ใช้เปิดถ้ำแห่งเซียนของหวังเถิงเฟยมา” เขาโบกสะบัดมือ และแผ่นหยกสีขาวก็ลอยเข้าไปในมือของเด็กรับใช้

เด็กรับใช้โค้งคำนับรับคำสั่ง จากนั้นก็จากไปด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความเคารพนับถือ

“เมิ่งฮ่าว, เจ้าจะลงจากเขาเมื่อไหร่?” เจ้าอ้วนถามอย่างกระหาย “ข้ารับปากกับพวกศิษย์สายนอกไว้ว่า เจ้าจะไปเยี่ยมพวกมัน เจ้าพูดแล้วอย่าคืนคำนะ ข้าสัญญากับพวกมันไว้แล้ว”

“ผู้อาวุโสโอวหยาง บอกว่าข้าจะได้เป็นประธานในวันแจกเม็ดยาครั้งหน้า” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าคิดว่ามันคงเป็นวันมะรืนนี้นะ” บุคคลทั้งสองเข้าสังกัดสำนักมาพร้อมกันเมื่อสามปีก่อน ก่อเกิดเป็นมิตรภาพอันลึกล้ำยาวนานระหว่างคนทั้งสอง

“เยี่ยม, วันมะรืนแน่นอน อืม, ใช่แล้ว การค้าของพวกเราไปได้ดีมากในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ข้าแยกส่วนของเจ้าออกมาแล้วแปดในสิบส่วน” เจ้าอ้วนยื่นถุงเก็บสมบัติให้เมิ่งฮ่าวด้วยความยินดี ดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจความหมายของสำนักเอกะเทวะด้วยเช่นกัน ด้วยการพึ่งพาเมิ่งฮ่าว ไม่มีศิษย์สายนอกคนใดจะกล้า แม้แต่จะพูดคำว่าไม่กับมันแม้แต่คำเดียว

ที่ดีไปกว่านั้น ศิษย์หญิงที่สวยงามของสำนักสายนอก ก็เริ่มจะมาประจบเอาใจมัน จนมันเกือบจะลอยขึ้นไปในอากาศ ในตอนนี้เจ้าอ้วนค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักของคนไปทั่ว

“เร็วๆ นี้ ซ่างกวนซิวสร้างปัญหาให้เจ้าบ้างหรือไม่?” ทันใดนั้นเมิ่งฮ่าวก็ถามขึ้นมา ตาของเขาส่องประกาย

“ไม่มีใครเห็นเจ้าบ้านั่นอีกเลย” เจ้าอ้วนตอบด้วยน้ำเสียงเริ่มจริงจัง “ข้าขอให้ศิษย์บางคนช่วยสอดแนมให้ และมันก็บอกว่า ซ่างกวนซิวนั่งเข้าญาณเพียงลำพังตลอดทั้งวัน ไม่เคยออกมาเลย”

“ถึงอย่างไร เจ้าจงระวังตัว หากเกิดเหตุไม่ดี รีบทุบวัตถุส่งสารที่ข้ามอบให้กับเจ้า” เมิ่งฮ่าวกำชับ

ไม่ช้าเด็กรับใช้ จ้าวไห่ ก็กลับมาพร้อมกับแผ่นหยกที่ใช้เปิดประตูถ้ำของหวังเถิงเฟย เมิ่งฮ่าวส่งให้เจ้าอ้วน ทั้งสองหัวเราะกันขึ้นมา และพูดคุยกันจนดึกจนถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ ดูเหมือนว่าเจ้าอ้วนไม่ต้องการจะจากไป จริงๆ แล้ว มันดูเหมือนว่าจะมีความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

เมิ่งฮ่าวรู้สึกประหลาดใจที่เห็นเจ้าอ้วนเป็นเช่นนี้ แต่เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้คือวันอะไร ก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมา

“วันนี้เป็นวันผลไม้ยา ซึ่งแจกจ่ายให้เฉพาะศิษย์สายใน” เมิ่งฮ่าวกล่าว

เจ้าอ้วนเลียริมฝีปากและพยักหน้า จิตใจของมันเต็มไปด้วยความอิจฉา ถึงความแตกต่างระหว่างศิษย์สายในและศิษย์สายนอก ทุกๆ เดือนผลไม้ยาจะถูกแจกจ่าย มันเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยตัวยา และรสชาติของมันก็เหมือนกับเม็ดยา แต่มีประสิทธิภาพมากกว่าเม็ดยาธรรมดามากนัก

ศิษย์สายในได้รับผลไม้ยาหนึ่งครั้งต่อเดือน

หลังจากที่เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วธูปไหม้หมดดอก เด็กรับใช้จ้าวไห่ก็เข้ามา แท้จริงแล้วมันรู้สึกดูหมิ่นเจ้าอ้วน แต่ไม่แสดงอะไรออกมาแม้แต่น้อยบนสีหน้าของมัน มันถือผลไม้ยาอยู่ในมือ ห่อไว้ด้วยใบไม้สีเขียวใบใหญ่

กลิ่นอันละเอียดอ่อนลอยออกมาจากผลไม้ยา ทำให้จ้าวไห่ต้องกลืนน้ำลายลีกๆ มันวางผลไม้ไว้แล้วก็จากไป

เมื่อใบไม้ใบใหญ่ถูกดึงออกไป กลิ่นหอมของยาก็กระจายฟุ้งไปทั่วห้อง ข้างในใบไม้มีผลไม้เล็กๆ สองผล เปล่งประกายสีแดงและค่อนข้างโปร่งใส ผลไม้ทั้งสองดูค่อนข้างเปราะบางราวกับว่ามันจะแตกได้ง่ายๆ ถ้าไปสัมผัสมัน ด้านในของแต่ละผล มองเห็นเม็ดยาเม็ดหนึ่งอยู่เลือนลาง

ดวงตาเจ้าอ้วนเบิกกว้าง มันไม่เคยกินผลไม้ยามาก่อน แต่มันเคยได้ยินศิษย์สายนอกบางคนพูดถึงเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากที่ได้สอบถามข้อมูลมา มันก็ทราบถึงวันแจกผลไม้ยา ดังนั้นมันจึงได้รีบมาหาเมิ่งฮ่าวด้วยความกระตือรือร้น

มันหยิบผลไม้ขึ้นมาหนึ่งผล และใส่เข้าไปในปาก กัดและกลืนลงไป รู้สึกถึงรสชาติที่อร่อยติดปลายลิ้น จากนั้นก็รู้สึกถึงความร้อนเต็มไปทั่วศีรษะ และกระจายออกไปทั่วทั้งร่างกาย

“คุ้มค่าแล้ว คุ้มค่าแล้ว ข้าต้องเป็นศิษย์สายนอกคนแรก ที่เคยได้กินผลไม้ยา ถ้าคำพูดนี้กระจายออกไป พวกผู้หญิงต้องอิจฉาข้าจนตายไปแน่ ทุกๆ คน ต้องริษยาความโชคดีของท่านอ้วนผู้นี้”

ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่า มันนึกขึ้นได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง และรีบเอามือปิดปาก ไม่ยอมให้กลิ่นหอมกระจายออกไป มันส่งสัญญาณให้เมิ่งฮ่าวรับรู้ว่ามันจำเป็นต้องไปแล้ว จากนั้นก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

“นี่คือเครื่องยืนยัน!” มันคิดในใจ “ข้าต้องไปหาศิษย์หญิงบางคน เพื่อให้ลองมาดมกลิ่นมันดู” ยิ่งมันคิดเรื่องนี้มากเท่าไร มันก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมากเท่านั้น และมันก็รีบวิ่งลงไปจากภูเขาด้วยความเร็วมากขึ้น

แผนการอันชาญฉลาดของเจ้าอ้วนถูกมองออกได้ชัดเจนยิ่ง จนทำให้เมิ่งฮ่าวต้องหัวเราะออกมา เขาค่อยๆ หยิบผลไม้ยาที่เหลือหย่อนเข้าไปในปาก รสชาติของมันอร่อย เต็มไปด้วยกลิ่นของตัวยาอย่างหนาแน่น

“นี่ก็เป็นสิทธิพิเศษของศิษย์สายใน…” เมื่อเขากินผลไม้ยาเข้าไป ก็ต้องถอนหายใจออกมา ชีวิตเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์สายนอกจะสามารถได้รับ ถ้าเขาต้องการ เขาก็แค่แสดงท่าทีให้เห็น และศิษย์หญิงสาวที่สวยงาม ก็จะมาอุทิศตัวให้เขาในทันที

ไม่ช้า สองวันก็ผ่านไป และวันแจกเม็ดยาก็มาถึง เมิ่งฮ่าวเดินออกมาจากถ้ำแห่งเซียนของเขา ตามติดมาด้วยเด็กรับใช้จ้าวไห่อย่างใกล้ชิด ในมือของมันถือถุงเก็บสมบัติสีม่วง ซึ่งเต็มไปด้วยหินลมปราณและเม็ดยาที่ต้องไปแจกจ่าย

สายลมแห่งขุนเขากำลังต้อนรับรุ่งอรุณ เมื่อเมิ่งฮ่าวลงมาจากยอดเขา ตลอดเส้นทาง ศิษย์สายนอกที่เขาผ่านไป ก็มองมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็หยุดลง และทำความเคารพด้วยการประสานมือและโค้งคำนับ

“ศิษย์พี่เมิ่ง, สบายดี?”

“ศิษย์พี่เมิ่งยังคงสง่างามเหมือนเช่นเคย ข้าไม่ได้เห็นท่านมาหลายวัน ศิษย์น้องหญิงคิดถึงท่านนัก”

“ศิษย์พี่เมิ่ง, สบายดี? พรสวรรค์ของท่านช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก พลังการฝึกตนของท่านก็น่าประหลาดใจ ท่านต้องเป็นเสาหลักของสำนักอย่างแน่นอน”

เมิ่งฮ่าวเดินไปท่ามกลางคำประจบสอพลอ จนกระทั่งถึงพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งเต็มไปด้วยศิษย์สายนอกจำนวนมากมายเรียบร้อยแล้ว ทุกคนมองมาที่เขา ทำความเคารพ จากนั้นบรรยากาศบริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงพูดประจบเยินยอ

เมิ่งฮ่าวพยักหน้าและยิ้ม จากนั้นก็นำจ้าวไห่ลอยขึ้นไปพร้อมกับเขาบนแท่นเวที นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเขาที่มายืนอยู่ที่นี่ แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้มาแจกจ่ายเม็ดยา

เขามองกวาดผ่านฝูงชน สีหน้าของทุกๆ คน เต็มไปด้วยความนับถือและความจงรักภักดี สีหน้าของเมิ่งฮ่าวค่อยๆ แสดงความเหม่อลอยออกมา และเขาก็ได้คิดกลับไปยังวันแจกเม็ดยาครั้งแรกของเขา จากนั้นก็เป็นวันที่หวังเถิงเฟยได้สร้างความอัปยศให้กับเขา ความทรงจำมากมายแวบผ่านความคิดของเขา

ในที่สุด เขาก็ถอนหายใจลึกๆ ออกมา และพูดขึ้น “เคาะระฆัง”

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

Short Twist
Madam See author's posts Facebook iconFacebookTwit … <p class="link-more"><a href="https://readfree.in/short-twist/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> "Short Twist"</span></a></p>
Kill
Madam See author's posts Facebook iconFacebookTwit … <p class="link-more"><a href="https://readfree.in/kill/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> "Kill"</span></a></p>
EATER
EATER อีทเตอร์ มัน…มาจากต่างดาว มัน…ไม่มีร่ … <p class="link-more"><a href="https://readfree.in/eater/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> "EATER"</span></a></p>
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: