I Shall Seal The Heaven Chapter 387

ตอนที่ 387

ผนึกสวรรค์ครั้งแรกของผู้ผนึกอสูรรุ่นเก้า

“ทัณฑ์สวรรค์มีห้าสี และธาตุทั้งห้าก็มีห้าสี…ข้าสงสัยว่าทั้งสองอย่างนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่?” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทันทีที่สีทั้งห้าที่ด้านบนหลอมรวมเข้าด้วยกันเสร็จสิ้น ทัณฑ์สายฟ้าห้าสีก็ปรากฎขึ้นและเริ่มฟาดลงมา

เพียงมองแค่แวบแรก เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกว่าทัณฑ์สายฟ้าห้าสีนี้ ดูเหมือนต้นไม้ยักษ์ที่กำลังตกลงมาจากท้องฟ้า แต่มันก็เปลี่ยนเป็นสิ่งของบางอย่างที่ดูคล้ายกับเป็นกระบี่สีทอง แทงทะลุฝ่าอากาศลงมา จากนั้นก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ครั้งนี้กลายเป็นทะเลอันกว้างใหญ่ ที่ดูเหมือนจะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้ามันไป

หลังจากช่วงสั้นๆ ผ่านไป มันก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ตอนนี้มันกลายเป็นทะเลเปลวเพลิง ซึ่งสามารถเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นจุลไป ภายในท่ามกลางเปลวเพลิงนั้นเป็นวิหคขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นมาจากดินเหนียว!

การเปลี่ยนแปลงทั้งห้าครั้งนี้เกิดขึ้นในฉับพลัน และจากนั้นก็หายไป แต่เมิ่งฮ่าวก็มองเห็นได้ทั้งหมด ทันใดนั้น จิตใจเขาก็สั่นสะท้าน ขณะที่เข้าใจว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้น

ตูม!

ทัณฑ์สายฟ้าห้าสีกระแทกลงไปบนร่างเมิ่งฮ่าว เขามีดักแด้ไร้ตาและเส้นไหมของมัน เขามีวิชาแปลงม่านตาม่วง เขามีพื้นฐานฝึกตนสมบูรณ์ที่สามารถระเบิดพลังอันรุนแรงออกมา เขามีถุงมือที่มือขวาซึ่งแม้แต่ทัณฑ์สวรรค์ก็ไม่สามารถทำลายถุงมือนี้ไปได้ เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังเต็มอยู่ในสองหูของผู้ฝึกตนห้าพันคนที่กำลังวิ่งวนไปมา เป็นเสียงระเบิดที่ดังขึ้นไปจนถึงสรวงสวรรค์

เมื่อทัณฑ์สายฟ้าห้าสีฟาดลงมา หนึ่งในสามผู้เชี่ยวชาญวิญญาณแรกก่อตั้งที่เหลืออยู่ในอาณาเขตหกพันหลี่สั่นสะท้าน

และจากนั้นก็ระเบิดออกกลายเป็นกลุ่มเมฆของโลหิตและชิ้นเนื้อ จากนั้นก็กระจายกลายเป็นเถ้าธุลี วิญญาณแรกก่อตั้งของพวกมันก็ถูกกำจัดไปด้วยเช่นเดียวกัน

“ท้องฟ้าห้าสี!” ผู้ฝึกตนชุดขาวแห่งชนเผ่าซิงซิ่วร้องตะโกนออกมา

“มันคือท้องฟ้าห้าสีในตำนาน!!” ตอนนี้ เสื้อผ้าของมันฉีกขาดกระรุ่งกระริ่งอยู่บนร่าง และเผยให้เห็นถึงใบหน้าที่เก่าแก่โบราณของมันออกมา สิ่งที่น่าตกใจมากที่สุดก็คือใบหน้ามันเสียโฉมไปทั้งหมด ใบหูมันถูกปกคลุมด้วยผิวหนังของมันเอง!

ดวงตามันสาดประกายด้วยแสงสีแดง ร่างกายกำลังสั่นสะท้านขณะที่มองขึ้นไปในท้องฟ้า ท่าทางหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สามารถมองเห็นได้ในดวงตาของมัน

ร่างเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้านด้วยเช่นกัน เขากัดฟันแน่นขณะที่สายฟ้าห้าสีสาดซัดมาบนร่าง ประจุไฟฟ้าเต้นไปมาเหมือนต้องการอย่างแรงกล้าที่จะฉีกกระชากเขาออกเป็นชิ้นๆ บดขยี้จิตวิญญาณเขาให้แหลกละเอียด มันต้องการจะเจาะเข้าไปในเนื้อ แทรกเข้าไปในโลหิตและเส้นปราณของเขา

แต่ดักแด้ไร้ตาก็ได้ต่อสู้อย่างเหนียวแน่น ราวกับเป็นของวิเศษอันยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์และปฐพี ส่งเส้นใยที่ไม่สามารถทำลายลงไปได้ชั้นแล้วชั้นเล่าออกมา เพื่อทำลายทัณฑ์สวรรค์ห้าสีให้แตกกระจายกลายเป็นเสี่ยงๆ

ต้องขอบคุณเส้นใยนี้ สายฟ้าห้าสีค่อยๆ จางหายไป มองไม่เห็นสายฟ้าแม้แต่สายเดียวในทุกที่ เมิ่งฮ่าวแหงนหน้าขึ้นไปและแผดเสียงหัวเราะออกมา ปราณม่วงกระจายออกมา ฟื้นฟูร่างกายเขาอีกครั้ง แต่บนใบหน้าในตอนนี้ก็มองเห็นเลือนริ้วรอยแห่งวัย

“ทัณฑ์สายฟ้าห้าสีไม่อาจจะทำลายเจตจำนงแห่งเมิ่งฮ่าวได้!”

ท้องฟ้าห้าสีส่งเสียงกระหึ่ม กลุ่มเมฆที่พลุ่งพล่านปั่นป่วน ทันใดนั้น ก็เริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน

ขณะที่กลุ่มเมฆเคลื่อนไหว ก็ดูเหมือนว่าเวลากำลังเต้นไปมาอยู่ภายใน เสียงฟ้าร้องดังเต็มอยู่ในสวรรค์ ขณะที่สายฟ้าห้าสีมากมายนับไม่ถ้วนปรากฎขึ้น ทั้งหมดนี้ค่อยๆ เริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน

ในเวลาเดียวกันนั้น แรงกดดันอย่างที่ไม่อาจจะบรรยายออกมา ก็รู้สึกได้จากด้านบน ขณะที่กลุ่มเมฆหลอมรวมเข้าด้วยกัน ราวกับว่าตอนนี้กลุ่มเมฆนั้นเต็มไปด้วยสายฟ้าแห่งการทำลายล้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

“อดทนไว้ เมิ่งฮ่าว!” นกแก้วแผดร้องออกมาจากด้านนอกอาณาเขตหกพันหลี่ “นี่เป็นสายฟ้าครั้งสุดท้ายแล้ว!”

ฟ้าร้องดังกระหึ่มกึกก้อง ขณะที่ทัณฑ์สวรรค์ก่อตัวรวมกันเป็นครั้งสุดท้าย ภายในช่วงสูดลมหายใจเข้าออกสิบครั้ง ก็มองไม่เห็นเมฆลงทัณฑ์อยู่บนท้องฟ้าอีก ตอนนี้สิ่งเดียวที่พอจะมองเห็นได้ก็คือแสงเจิดจ้าห้าสี!

แสงเจิดจ้าห้าสีนี้…ไม่ใช่สายฟ้า แต่มีรูปร่างเหมือนหัตถ์ยักษ์ แต่ละนิ้วของมือนี้ก็เป็นหนึ่งสี ทำให้กลายเป็นฝ่ามือยักษ์ห้าสี มันประกอบด้วยสวรรค์และสายฟ้า นอกจากนี้ยังก่อตัวขึ้นมาจากสายฟ้าห้าสีเองอีกด้วย จากที่เห็น ฝ่ามือขนาดใหญ่ยักษ์นี้ดูน่ากลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้จริงๆ

แต่ก็แปลกเป็นอย่างมากที่มันไม่มีลายมืออยู่!

เสียงกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ฝ่ามือห้าสีเริ่มตกลงมาจากท้องฟ้า

ขณะที่มันเข้ามาใกล้ พื้นดินสั่นสะเทือน อาณาเขตภายในรัศมีหกพันหลี่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลง สองผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่ยังเหลืออยู่ในตอนนี้ก็ไม่อาจจะต้านทานได้อีกต่อไป พร้อมกับเสียงแผดร้องโหยหวน พวกมันระเบิดออก วิญญาณแรกก่อตั้ง พร้อมทั้งร่องรอยพลังชีวิตของพวกมัน ถูกกำจัดไปโดยสิ้นเชิง

สำหรับบุรุษชุดขาวแห่งชนเผ่าซิงซิ่ว มันกระอักโลหิตออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ฝ่ามือตบลงมา และเมิ่งฮ่าวก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอย่างที่คาดไม่ถึงมาก่อน ร่างกายเขาสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดขาว โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขาลอยอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ ร่างกายสั่นสะท้าน ค่อยๆ ถูกผลักลงไปโดยแรงกดดันอันรุนแรงนั้น

ฝ่ามือที่ตบลงมา ดูเหมือนจะสามารถบดขยี้ภูเขาให้แหลกละเอียดเป็นจุลไป เมิ่งฮ่าวรู้สึกราวกับว่าไม่อาจจะต้านทานได้ เขาคงจะถูกกดทับจนบี้แบนไปในไม่ช้า

“สายฟ้าสุดท้าย” เมิ่งฮ่าวกล่าว ร่างกายสั่นสะท้านขณะที่ถูกผลักลงไป

“เจ้าต้องการจะกำจัดข้า? เช่นนั้นข้าก็จะผนึกเจ้าไว้!” ทันใดนั้น เขาก็ยื่นมือออกไป กระจายความบ้าคลั่งและโหดร้ายออกมา ขณะที่ชี้นิ้วลงไปยังพื้นดิน

“ปราณอสูร! วิชาผนึกความเที่ยงธรรม!”

ปราณอสูรไหลขึ้นมาจากพื้นดินในเขตพื้นที่รัศมีหกพันหลี่อีกครั้ง สิ่งที่เมิ่งฮ่าวคิดไม่ถึงก็คือ ในครั้งนี้ มีปราณอสูรไม่เพียงพอ เขาตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในที่สุด ก็ไปยืนอยู่บนพื้นดิน ที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ

“ปราณอสูรไม่พอ!!” เขาร้องอุทานออกมา สีหน้าบิดเบี้ยว พร้อมเสียงร้อง เขาหยิบเอาแผ่นหยกผนึกอสูรออกมา เสียงกระหึ่มกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศ และพื้นดินก็สั่นสะท้าน ในเวลาเดียวกันนั้น แผ่นหยกผนึกอสูรที่อยู่ในมือเมิ่งฮ่าว ก็เริ่มกระจายระลอกคลื่นอันยืดยาวออกไป สามพันหลี่, ห้าพันหลี่…

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวบิดเบี้ยวด้วยความโหดเหี้ยม พลังไหลออกมาจากมรดกฉีหนานแห่งตระกูลหานเสวี่ย รวมถึงพลังจากเซียนชี้ทาง  ซึ่งเขาได้รับมาจากเหตุการณ์ที่ใกล้กับถ้ำกำเนิดใหม่ พลังพุ่งออกมาจากร่างเขา

และจากนั้นก็เข้าไปในแผ่นหยกผนึกอสูรจิตใจเมิ่งฮ่าวหมุนเคว้งคว้าง ระลอกคลื่นจากแผ่นหยกผนึกอสูรกระจายออกไป หนึ่งหมื่นหลี่, สามหมื่นหลี่…

ทั้งหมดสามหมื่นหลี่!

ทันใดนั้น เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกได้ถึงต้นไม้ใบหญ้าทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่สามหมื่นหลี่ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดปรากฎขึ้นภายในเจตจำนงของเขา การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

“ปราณอสูร! วิชาผนึกความเที่ยงธรรม!” เขามองขึ้นไปยังฝ่ามือห้าสีขนาดยักษ์ที่กำลังตบลงมา ขณะที่เสียงเขาดังก้องออกไป ปราณอสูรทั้งหมดที่อยู่ภายในเขตรัศมีสามหมื่นหลี่ก็พุ่งตรงเข้ามายังเขาอย่างบ้าคลั่ง

มันรวมตัวเข้าด้วยกันอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว สร้างเป็นกระแสน้ำวนปราณอสูร เริ่มกระจายเป็นวงกว้างสิบจ้าง จากนั้นก็หนึ่งร้อยจ้าง, หนึ่งพันจ้าง ในที่สุดก็เป็นหนึ่งหมื่นจ้าง!

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายด้วยแสงเจิดจ้าและความมุ่งมั่น เขาค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น และจากนั้นก็ยื่นตรงไปยังฝ่ามือยักษ์ที่ด้านบน

ขณะที่ทำเช่นนั้น กระแสน้ำวนปราณอสูรก็ลอยตัวขึ้นไป ก่อตัวเป็นมือที่ไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากเมิ่งฮ่าว

ฝ่ามือนี้ดูเหมือนจะสามารถผนึกทุกสิ่งทุกอย่างในสวรรค์และปฐพีนี้ได้!

“ข้าคือผู้ผนึกอสูรรุ่นที่เก้า! ข้าจะปิดผนึกสวรรค์!”

เขายกมือขวาตรงขึ้นไปยังฝ่ามือห้าสีที่กำลังตกลงมา

การโจมตีของเขาตามติดไปด้วยความดื้อรั้น, ความฝันในการเดินไปบนเส้นทางของการฝึกตน จนกระทั่งกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง และรวมถึงพลังชีวิตทั้งหมดของเขา!

 

นอกจากนี้ ถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะทัณฑ์สวรรค์นี้ได้ เขาก็คงต้องตายไปโดยไม่ต้องสงสัย!

การโจมตีนี้ก็ยังมีพลังของเซียนชี้ทางของเมิ่งฮ่าว, มรดกฉีหนานของตระกูล

หานเสวี่ย และความบ้าคลั่งของเขาเอง

จำเป็นต้องใช้ความบ้าคลั่งเช่นนี้ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของเวทอาคม แต่เป็นการปิดผนึกสวรรค์!

การโจมตีนี้เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของผู้ผนึกอสูรรุ่นที่เก้า

ด้วยพลังของการผนึกสวรรค์ และพลังที่ระเบิดออกมาของปราณอสูรทั้งหมดในพื้นที่ภายในรัศมีสามหมื่นหลี่!

นอกจากทั้งหมดนี้ ปรมาจารย์ตระกูลหลี่ก็โผล่ขึ้นมา ตามติดมาด้วยเสียงแผดร้องของผีโต้ง เขาใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี เพื่อต่อสู้กลับไปยังทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้!

นกแก้วกำลังตะโกนโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น ดวงตามันแดงก่ำ นี่เป็นช่วงเวลาที่มันกำลังรอคอย เมื่อสายฟ้าสายสุดท้ายฟาดลงมา มันก็จะนำผู้ฝึกตนทั้งห้าพันคนขยับตัวเคลื่อนไหว ด้วยวิธีนี้ สายฟ้าก็ไม่อาจจะทำอะไรพวกมันได้

ผู้ฝึกตนห้าพันคนพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว ล้อมเป็นวงกลมรอบตัวเขา กลุ่มหมอกจำนวนมากมายพุ่งขึ้นไปเพื่อต่อสู้กับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ครั้งสุดท้าย

เสียงกระหึ่มกึกก้องใหญ่โต ดังมากกว่าสิ่งใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นในตอนนี้ กดทับลงมาบนร่างผู้ฝึกตนทั้งห้าพันคน ปกคลุมทุกอย่างแม้แต่เสียงตะโกนของพวกมัน เป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถได้ยิน…และมันก็ดังก้องออกมาติดต่อกันห้าครั้ง!

เสียงนี้ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นเสียงของฝ่ามือยักษ์ทั้งสองที่กระแทกเข้าหากัน และแตกกระจายออกไปเป็นเสี่ยงๆ

ในเสียงกึกก้องครั้งแรก ผู้ฝึกตนห้าพันคนกระอักโลหิตออกมา พวกมันถูกโยนกระจัดกระจายออกไปบนพื้นทั่วทุกทิศทาง และกลุ่มหมอกก็หายไป บุรุษชุดขาวแห่งชนเผ่าซิงซิ่วแผดร้องออกมา ขณะที่มันถูกหั่นออกเป็นชิ้นๆ ร่างกายและวิญญาณของมันถูกทำลายล้างไป

ในเสียงกึกก้องครั้งที่สอง ท้องฟ้าและพื้นดินสั่นสะเทือน ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนพื้นผิวดินกลายเป็นซากปรักหักพังและผงธุลี พื้นแก้วผลึกทั้งหมดกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่…

ในเสียงกึกก้องครั้งที่สาม ผีโต้งแผดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา และปรมาจารย์ตระกูลหลี่ก็เกือบจะถูกทำลายลงไป

ในเสียงกึกก้องครั้งที่สี่ นกแก้วส่งเสียงร้องแหลมเล็กอย่างเศร้าหดหู่ออกมา ขณะที่เส้นขนสีสดใสทั้งหมดบนร่างของมันแตกกระจายไป ทั้งหมดที่มองเห็นได้ในตอนนี้ก็คือโลกแห่งสีทั้งห้า

ในเสียงกึกก้องครั้งที่ห้า…เมิ่งฮ่าวมองเห็นฝ่ามืออสูรผนึกสวรรค์ของเขา กระแทกเข้าไปที่ฝ่ามือห้าสี ดูราวกับเป็นเครื่องหมายผนึกขนาดใหญ่ที่กำลังเตรียมผนึกทัณฑ์สวรรค์

ท่ามกลางเสียงกระหึ่มกึกก้อง ฝ่ามือทั้งสองกระแทกเข้าหากัน หนึ่งเป็นท้องฟ้าห้าสี หนึ่งเป็นของผู้ผนึกอสูรแห่งสวรรค์ หนึ่งปรารถนาที่จะทำลาย หนึ่งปรารถนาจะผนึกสวรรค์ มีพลังมากมายที่เกี่ยวข้องจนยากที่จะพรรณาออกมาได้ ในตอนนี้ สวรรค์ไม่ใช่สวรรค์ ปฐพีไม่ใช่ปฐพี และอสูรก็ไม่ใช่อสูรเหมือนเช่นเคย!

อากาศแตกกระจายไป ขณะที่เสียงกระหึ่มกึกก้องดังกระจายออกไปทั่วบริเวณนั้น โลกห้าสีทันใดนั้นก็หายไปกลายเป็นสีดำสนิท…

ภายในความมืดมิดนั้น ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายด้วยความศรัทธา จ้องมองขึ้นไปยังสวรรค์สีดำ และกล่าวเสียงแผ่วเบา “กลายเป็นว่าข้าสามารถผนึกสวรรค์!”

ด้วยเช่นนั้น ความรู้สึกถึงความอ่อนแออย่างน่าเหลือเชื่อก็แผ่ซ่านออกมาจากภายในจิตใจ เขายิ้มออกมา หลับตาลง ใช้ความสามารถในการป้องกันอย่างสูงสุดของดักแด้ไร้ตา เส้นใยมากมายไร้ที่สิ้นสุดถูกพ่นออกมา กลายเป็นรังไหมขนาดใหญ่!

ร่างเมิ่งฮ่าวถูกห่อหุ้มอยู่ภายในรังไหมนั้นโดยสิ้นเชิง

ไร้เสียง ไร้ทัณฑ์สวรรค์ ภายในหลุมขนาดใหญ่นั้น มีรังไหมที่ดูราวกับว่ามันจะอยู่ที่นั่นไปจวบชั่วนิจนิรันดร์

ท้องฟ้าค่อยๆ กลับคืนเป็นสีเดิมของมัน ฝ่ามือห้าสีหายไป ฝ่ามือผนึกอสูรของเมิ่งฮ่าวก็กลายเป็นผุยผง มีเพียงสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ ก็คือสิ่งที่ก่อตัวเป็นแกนกลางของฝ่ามือ ซึ่งก็คือแผ่นหยกผนึกอสูร

มันตกลงไปบนพื้นดินใกล้ๆ กับรังไหมของเมิ่งฮ่าว

แรงกดดันที่กระจายออกมาจากทัณฑ์สวรรค์ได้หายไปแล้วในตอนนี้ พื้นที่บริเวณซึ่งทัณฑ์สวรรค์ได้ฟาดลงมา…ไร้เสียง ไร้การเคลื่อนไหวใดๆ โดยสิ้นเชิง…เอาชนะทัณฑ์สวรรค์ได้แล้ว

นกแก้วและผีโต้ง รวมถึงผู้ฝึกตนห้าพันคนที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดต่างก็ดูเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย พวกมันรวมตัวกันอยู่รอบๆ รังไหม คอยเฝ้ายามระวังภัยให้กับเมิ่งฮ่าว และรอคอยเขาทะลวงออกมาจากรังไหม

เวลาผ่านไป ในที่สุด กลิ่นอายของการเปลี่ยนแปลงก็กระจายออกมาจากรังไหม ด้านใน เมิ่งฮ่าวกำลังนอนหลับอยู่ แต่ร่างกายเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ตอนนี้เขาคุ้นเคยกับสายฟ้ามากขึ้นกว่าเดิม อันที่จริง สายฟ้าจะพุ่งออกมาจากร่างเขาเป็นระยะ เต้นไปมารอบๆ รังไหม และจากนั้นก็กระจายออกไปในอาณาเขตรอบๆ บริเวณนั้น

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น