I Shall Seal The Heaven Chapter 405

0 Comments

ตอนที่ 405

สุนัขป่าขาว!

ลำแสงสีขาวพุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ จนยากที่จะอธิบายออกมาได้ เพียงแวบเดียว มันก็ไปอยู่ตรงหน้าลิงยักษ์ เสียงระเบิดดังก้องออกไป สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน ระลอกคลื่นกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ฝุ่นผงคละคลุ้ง และทำให้เกิดเป็นลมอันรุนแรงม้วนกวาดออกไป

เสียงแผดร้องตามมาด้วยเสียงคร่ำครวญ ได้ยินออกมาจากปากของลิงยักษ์ ราวกับว่าร่างขนาดใหญ่โตของมันจู่ๆ ก็กระแทกตรงเข้าไปในภูเขา มันกระดอนกลับมา โลหิตกระจายออกมาจากปาก ขณะที่แผดร้องเสียงแหลมเล็กดังก้องไปทั่ว หน้าอกของมันในตอนนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ชิ้นเนื้อก้อนใหญ่ถูกเฉือนออกไปอย่างน่ากลัว

แสงสีขาวสาดประกาย และต้าเหมาก็ไปยืนอยู่ที่ด้านข้าง คาบชิ้นเนื้ออยู่ในปาก มันกลืนเนื้อชิ้นนั้นลงไป และจากนั้นก็แลบลิ้นเลียโลหิตที่ติดอยู่ตรงริมฝีปาก

ท่าทางมันดูเย่อหยิ่ง รวมเข้ากับความดุร้ายเย็นชา มองไปยังลิงยักษ์ชั่วขณะ จากนั้นก็ชูศีรษะขึ้นไปบนฟ้าและส่งเสียงเห่าหอนออกมา ฉับพลันนั้น ลานของเงาภาพลวงตาก็ปรากฎขึ้นรอบๆ ร่างมัน มองเห็นเป็นภาพของต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ภายใน

ต้นไม้เริ่มบิดเบี้ยวไปมา กิ่งก้านของมันพันประสานซึ่งกันและกัน เปลี่ยนเป็นภาพของศีรษะสุนัขป่าขนาดใหญ่ ขณะที่ต้าเหมาพุ่งทะยานตรงไป ลิงยักษ์ดูมีท่าทางขวัญหนีดีฝ่อ แต่กระนั้นมันก็ส่งเสียงคำรามออกมา ทำให้ร่างกายขยายขนาดเพิ่มขึ้น ขณะที่พุ่งตรงไปหาต้าเหมา

ร่างต้าเหมาแวบขึ้นขณะที่มันเข้าไปใกล้ลิงยักษ์อีกครั้ง ปากอันน่ากลัวของมันอ้ากว้างขึ้น จากนั้นก็งับลงไปบนคอของลิงยักษ์ ครั้งนี้ลิงยักษ์ส่งเสียงร้องแหลมเล็กอย่างน่าอนาถใจเป็นอย่างยิ่ง

เสียงแผดร้องจนโลหิตต้องจับตัวเป็นก้อนแข็งด้วยความหวาดกลัวดังก้องออกมา ตามติดมาด้วยเสียงแตกหัก…

โลหิตพุ่งออกมาจากศีรษะของลิงยักษ์ ขณะที่ต้าเหมาฉีกกระชากออกมาจากร่างกายของมัน คาบศีรษะของลิงยักษ์อยู่ในปาก หันหลังแวบกลับไปยังเมิ่งฮ่าว ปล่อยศีรษะทิ้งไว้บนพื้น มันเลียโลหิตจากศีรษะนั้น และมองไปรอบๆ ด้วยความเย็นชาและโหดเหี้ยมยังพวกที่มุงดูอยู่รอบๆ แน่นอนว่า มันจะโจมตีกลับไปในทันที ถ้าเมิ่งฮ่าวสั่งออกมาอีกครั้ง

สัตว์ปีศาจตัวอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต้าเหมา ถอยไปด้านหลังให้ห่างจากมัน ตัวสั่นสะท้านไม่กล้าจะเข้าไปใกล้ แม้แต่เอ้อร์เหมา และสุนัขป่าชิงมู่ตัวอื่นๆ ก็ถอยไปด้วยเช่นเดียวกัน สำหรับสุนัขป่าชิงมู่และงูเหลือมสายฟ้าระดับห้า พวกมันค่อยๆ ถอยไปด้านหลังอย่างช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัวและเลื่อมใส

มีแต่ค้าวคาวยักษ์สีดำเท่านั้นที่มองไปยังต้าเหมาอย่างเย็นชา ต้าเหมามองกลับไป ความโหดเหี้ยมเต้นระริกอยู่ในดวงตา

สองสัตว์ปีศาจเผชิญหน้ากัน ประเมินกำลังซึ่งกันและกัน

ไกลออกไปในลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส มั่วฟางยืนอยู่ที่นั่นด้วยใบหน้าซีดขาวมีแต่ความว่างเปล่า ร่างกายมันสั่นสะท้าน

ตอนนี้ลิงยักษ์เหลือแต่เพียงร่างกายที่ไร้ศีรษะ โลหิตไหลพุ่งออกมาจากคอของมัน ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งกระจายไปทั่วลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส

หลังจากเวลานานผ่านไป ในที่สุดผู้คนก็เริ่มสูดลมหายใจเข้าไปได้อีกครั้ง สายตาจ้องนิ่งไปยังต้าเหมา สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ, ตกตะลึงและตื่นเต้น

“สุนัขป่าขาว!!”

“กลายเป็นว่ามันก็คือสุนัขป่าขาว! บันทึกโบราณของเผ่าอูต๋าเคยพูดถึงสุนัขป่าขาวอีกาศักดิ์สิทธิ์!! จากตำนานที่บอกเล่าต่อๆ กันมา นั่นเป็นสีเดียวกับบรรพบุรุษของสุนัขป่าชิงมู่ทั้งหมด อย่าบอกนะว่านั่นก็คือ…การกลับชาติมาเกิดใหม่ของบรรพบุรุษสุนัขป่า?”

“การกลับชาติมาเกิดใหม่ของบรรพบุรุษสุนัขป่าที่กลายพันธุ์! นั่นเป็นสิ่งที่ยากจะพบเห็นในรอบร้อยปี! ในสุนัขป่าชิงมู่ทั้งหมื่นตัว อาจจะพบเห็นได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น!! เผ่าอูต๋าไม่มีสุนัขป่าขาวปรากฎขึ้นมานานแล้ว!!”

กลุ่มคนในเผ่าอูต๋าต่างก็ตกอยู่ในความโกลาหล จิตใจของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง ถึงระดับที่เกินกว่าสิ่งอื่นๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

สำหรับผู้เฒ่าของชนเผ่า มันหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาเต็มไปด้วยแสงเจิดจ้าของความโลภ ที่มันไม่อาจจะสะกดข่มลงได้

ร่างกายผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีสั่นเทิ้ม และดวงตาก็สาดประกายด้วยแสงแห่งความประหลาดใจ ขณะที่มันจ้องไปยังต้าเหมา และขนสีขาวที่ปกคลุมไปทั่วร่างของมัน ผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีหอบหายใจชั่วขณะ ก่อนที่จะตั้งสติกลับคืนมาได้

“ท่านผู้เฒ่าสูงสุดปฐพี” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ “ข้าขอให้ท่านช่วยเป็นสักขีพยาน ดังนั้นเกรงว่าข้าจำเป็นต้องขอคำอธิบายเกี่ยวกับสัตว์ปีศาจลิงยักษ์ตัวนี้ มิเช่นนั้นท่านก็ไม่อาจจะตำหนิข้าได้ สำหรับการจัดการเรื่องนี้ของข้า” เขาโบกสะบัดมือ ทำให้กลุ่มสัตว์ปีศาจพุ่งตรงไป กัดลงไปบนซากศพของลิงยักษ์ด้วยฟันอันแหลมคมของพวกมัน และลากมันกลับมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวประสานมือและโค้งตัวลง จากนั้น ต่อหน้าของผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ ทั้งหมด เขาหันหลังและเริ่มเดินลงไปจากภูเขา ขณะที่ทำเช่นนั้น กลุ่มคนของเผ่าอูต๋าที่ยืนบังเส้นทางของเขา ก็เคลื่อนตัวออกไปด้านข้างเกิดเป็นช่องว่างขึ้น สีหน้าพวกมันเต็มไปด้วยความเลื่อมใส บางคนยังได้ก้มศีรษะให้กับเขา

ในโลกแห่งการฝึกตนนี้ การแสดงความเคารพต่อผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอันใด จริงๆ แล้ว ในทะเลทรายตะวันตกอันกว้างใหญ่ มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างมากมาย

สำหรับชายชราสุ่ยมู่ มันได้สติกลับคืนมาในตอนนี้ มันมองไปยังเมิ่งฮ่าวขณะที่เขาเดินจากไป พร้อมกับสัตว์ปีศาจที่ตามติดไปหลายสิบตัว ดวงตามันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น มันไม่ได้อิจฉาหรือริษยาอีกต่อไป มันรู้ว่ามีความแตกต่างเป็นอย่างมากระหว่างมันและเมิ่งฮ่าว จนถึงจุดที่มันไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นใดๆ อีกต่อไป มีแต่ความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ ภายใน

ผู้เฒ่าของเผ่าอูต๋ามองเมิ่งฮ่าวจากไปพร้อมกับสัตว์ปีศาจทั้งหมด ดวงตามันสาดประกายด้วยแสงเย็นเยียบ “เจ้าจะจากไปเช่นนั้น?” มันกล่าวเสียงราบเรียบ

ทันทีที่คำพูดหลุดออกมาจากปากมัน ระลอกคลื่นแรงกดดันก็กระจายออกมา ห้อมล้อมไปรอบๆ บริเวณที่เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ ร่างของผู้เฒ่าแวบขึ้น ชั่วขณะต่อมา มันก็มายืนอยู่ตรงหน้าเมิ่งฮ่าว ขวางกั้นทางเขาไว้

“สุนัขป่าขาวนั่นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ทิ้งมันไว้ เจ้าก็จากไปได้” ดวงตาผู้เฒ่าชนเผ่าสาดประกายกวาดผ่านต้าเหมา และจิตใจมันก็เริ่มเต็มไปด้วยความอยากได้ ยากที่จะป้องกันสีหน้ากระหายอยากได้ไม่ให้แสดงออกมาบนใบหน้าของมัน

“ขออภัย ข้าได้ยินไม่ชัด ท่านช่วยพูดอีกครั้งได้หรือไม่?” ขณะที่พูดออกมา แววตาเมิ่งฮ่าวยังคงสงบนิ่งเหมือนปกติ แต่ก็มีร่องรอยความเย็นชาอยู่เช่นกัน ทันใดนั้น รังสีสังหารจากสัตว์ปีศาจที่อยู่รอบๆ ก็กระจายเต็มไปทั่วในอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับต้าเหมา ซึ่งม่านตามันเปลี่ยนเป็นสีขาวโดยสิ้นเชิงในทันที

สำหรับค้างคาวสีดำ มันลอยอยู่กลางอากาศ ดวงตาเป็นสีแดง เปล่งรังสีสังหารออกมาด้วยเช่นกัน

ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด แต่แสงของภาพศักดิ์สิทธิ์ ฉับพลันนั้น ก็แวบขึ้นมาจากหลังมือขวาของเมิ่งฮ่าว กลิ่นอายของดักแด้ไร้ตากระจายออกมา

ดักแด้ไร้ตามีชีวิตอยู่เพราะว่ามันขโมยลมหายใจมาจากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกนี้ การคงอยู่ของมันเป็นสิ่งที่น่าตกใจอย่างถึงที่สุด และทันทีที่กลิ่นอายของมันกระจายออกมา สีหน้าผู้เฒ่าของเผ่าก็หมองคล้ำลง

ที่ทำให้มันตกใจมากไปกว่านั้นก็คือ มันรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันลึกล้ำสองชนิดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในร่างเมิ่งฮ๋าว มันไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งใดกันแน่ หนึ่งเหมือนกับทะเลแห่งโลหิตที่พุ่งขึ้นไปจนถึงสวรรค์ อีกหนึ่งเหมือนกับความเหยียดหยามของราชันแห่งท้องนภา

“ซือหลงระดับสูง!” ผู้เฒ่าของเผ่าคิด สีหน้าเปลี่ยนไป “อย่างน้อยมันก็มีสัตว์ปีศาจอันน่ากลัว และแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่ออยู่ไม่น้อย!” มันอาจจะดูถูกเมิ่งฮ่าวได้ แต่ไม่อาจจะดูถูกฐานะการเป็นซือหลงระดับสูงของเขาได้

โดยธรรมชาติแล้วผู้ฝึกตนที่เป็นซือหลงไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่สัตว์ปีศาจของพวกมันใช่!

ผู้เฒ่าของเผ่ามีท่าทางลังเล ในตอนนี้เองที่ผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีจู่ๆ ก็ไอขึ้นมา

“เมิ่งต้าซือ ได้โปรดอยู่กับพวกเราในเผ่าอูต๋าแห่งนี้ เรื่องทั้งหมดที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เป็นการเข้าใจผิดกัน สำหรับเรื่องของลิงยักษ์ ต้าซือ ข้าสามารถให้คำอธิบายกับท่านได้”

คำพูดของผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีสุภาพเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ดวงตาผู้เฒ่าชนเผ่าหดเล็กลงในทันที ดูเหมือนมันจะรับรู้ถึงการแสดงออกของผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีได้บางอย่าง สายตาเปลี่ยนไป ผู้เฒ่าชนเผ่าไม่กล่าวอันใด และก้าวเท้าไปด้านข้างเปิดทางให้กับ

เมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวหันหลัง มองกลับไปยังผู้เฒ่าสูงสุดปฐพี ประสานมือและโค้งตัวลง จากนั้นเขาก็เดินลงไปจากภูเขาต่อไป อย่างช้าๆ

กลุ่มคนในลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสค่อยๆ หายไป รวมถึงมั่วฟางที่มีใบหน้าซีดขาว ผู้เฒ่าชนเผ่าไม่อาจคลายความสงสัยที่มันรู้สึกอยู่ในใจ ขณะที่มันกลับไปที่ข้างกายผู้เฒ่าสูงสุดปฐพี

“สหายเต๋าอูหาน ซือหลงแซ่เมิ่งเมื่อครู่นี้ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง แต่มั่วฟางก็เป็นบุตรชายของมั่วจื่อต้าซือ การแสดงออกของพวกเราเมื่อครู่นี้ใช่ไม่เหมาะสมหรือไม่?”

“มันไม่เหมาะสมเช่นไร?” ผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยใส่ใจ “ท่านก็ได้เห็นรอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์บนหลังมือของซือหลงเมิ่งแล้ว ท่านไม่อาจคิดถึงเรื่องทั้งสองอย่างนี้ได้จริงๆ?” มันหัวเราะหึๆ ออกมา มองไปยังผู้เฒ่าของเผ่า

“รอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์? มันเป็นดักแด้…”

ดวงตาผู้เฒ่าของเผ่าสาดประกาย จากนั้นก็มีสีหน้าครุ่นคิด ทันใดนั้น มันก็มองไปยังผู้เฒ่าสูงสุดปฐพี ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“อย่าบอกข้านะว่า…”

ผู้เฒ่าสูงสุดปฐพียิ้มน้อยๆ ออกมา “ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิด มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นทายาทของตระกูลหานเสวี่ย ข้าได้ข่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ตระกูลหานเสวี่ยในดินแดนสีดำได้ล่มสลายไป และตระกูลหานเสวี่ยก็เดินทางไปยังดินแดนด้านใต้ จากเรื่องราวเหล่านี้ คนในตระกูลบางคนก็ได้ตัดสินใจกลับมายังทะเลทรายตะวันตก”

“นี่จึงอธิบายได้ว่าทำไมพวกเราถึงไม่อาจจะค้นพบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับมันในช่วงหกเดือนที่มันมาเป็นผู้ติดตามอยู่ในเผ่า มันเพิ่งจะหลบหนีมาจากดินแดนสีดำเมื่อเร็วๆ นี้ และเกิดความหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงต้องระมัดระวังตัวอย่างผิดปกติ และเลือกเผ่าอูต๋าเป็นสถานที่สำหรับหลบภัย”

“ถ้าเช่นนั้น…” ผู้เฒ่าของเผ่าในตอนนี้ใจเต้นด้วยความโลภอยากได้

มันจำได้อย่างชัดเจนถึงข่าวลือที่เคยได้ยินถึงความน่ากลัว ของซือหลงนามฟางมู่ในตระกูลหานเสวี่ย

“ข้าจะปรึกษาเรื่องนี้กับหัวหน้าเผ่า” ผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีกล่าว “แต่…ถึงเผ่าอูต๋าจะเป็นเผ่าเล็กๆ แต่ข้าก็คิดว่า พวกเราสามารถเสนอให้การปกป้องทายาทของตระกูลหานเสวี่ยได้! สิ่งหลักๆ ที่ต้องกังวลไม่ใช่ศัตรูของมัน แต่เป็นการโน้มน้าวให้มันอยู่ในฐานะผู้ติดตามของเผ่าอูต๋าต่อไปได้อย่างไร ด้วยการเป็นทายาทของตระกูลหานเสวี่ย มันต้องมีความสามารถของซือหลงตามธรรมชาติอยู่ในตัว ถ้ามีทรัพยากรและโชคอย่างเพียงพอ คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมันที่จะกลายเป็นซือหลงระดับเก้า!”

“จริงๆ แล้ว บางทีมันอาจจะมีโอกาสได้รับการรู้แจ้งจากต้นไม้บรรพบุรุษ มั่วจื่อต้าซือเป็นคนแรกที่ทำเช่นนี้เมื่อปีนั้น ทำให้มันกลายเป็นซือหลงระดับหก” ผู้เฒ่าสูงสุดปฐพีมีแววตาครุ่นคิด โบกสะบัดชายแขนเสื้อ จากนั้นก็กลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังยอดเขา

ในขณะที่พวกมันกำลังพูดคุยเกี่ยวกับตัวตนของเมิ่งฮ่าว, เขาก็กลับมายังลานบ้านในเขตเลี้ยงสัตว์ปีศาจที่อยู่ด้านหลังภูเขา กลุ่มสัตว์ปีศาจได้ติดตามเขามาตลอดทาง ทำให้เกิดความปั่นป่วนเล็กน้อยท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนทั้งหมดในบริเวณนั้น พวกมันมองมาพร้อมสีหน้างุนงงและตกตะลึง ขณะที่เมิ่งฮ่าวเดินผ่านพวกมันไป

ในที่สุดเขาก็เข้าไปในลานบ้าน คนที่สังเกตเห็นด้วยความตกตะลึงก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเสียงแผ่วเบา ในที่สุด ข่าวคราวการต่อสู้ตัวต่อต่อของสัตว์ปีศาจ ระหว่างเมิ่งฮ่าวและมั่วฟาง ซือหลงระดับห้า กระจายออกไปทั่วทั้งเผ่า ทุกคนเพิ่งจะรู้ว่าเมิ่งฮ่าวมีสุนัขป่าชิงมู่กลายพันธุ์ถึงห้าตัว ทุกคนอ้าปากค้างหลังจากที่ได้ยินเรื่องนี้ สีหน้าพวกมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ย้อนกลับมายังลานบ้านของเขา เมิ่งฮ่าวไม่สนใจฝูงสัตว์ปีศาจ แต่เขาเพ่งมองไปยังค้างคาวสีดำ ดวงตาสาดประกายขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เขาตรวจสอบปราณอสูรที่อยู่ในร่างมันอย่างละเอียด

ทันใดนั้น จิตใจเมิ่งฮ่าวก็เริ่มสั่นสะท้าน และแววตาแปลกๆ ก็ปรากฎขึ้นในดวงตา ขณะที่เขามองไปโดยละเอียด ในที่สุดเขาก็สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในร่างของค้างคาวสีดำ

มันก็คือกระบี่ไม้!

ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงกระบี่ไม้ ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็เริ่มสาดประกายเจิดจ้า ความตกตะลึงเริ่มไหลซึมขึ้นมาในจิตใจ ในขณะที่เขากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมายืนในทันที

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: