Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 431

I Shall Seal The Heaven Chapter 431

ตอนที่ 431

ลำนำแห่งความตาย

“ข้าเชื่อว่าสิ่งที่ท่านกล่าวมาเป็นความจริง” เหยียนซงกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว คำพูดของมันทำให้หลีเทียนขมวดคิ้ว ดวงตาของมั่วและวังสาดประกาย “นั่นเป็นเพราะว่าจริงๆ แล้ว ของวิเศษนั้นยังคงอยู่ที่นี่! ยังไม่ได้หายไปไหน!”

สีหน้าเมิ่งฮ่าวนิ่งเรียบเหมือนเช่นเคย แต่ภายในจิตใจเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัว

“ถ้าท่านกำลังพูดถึงเม็ดยาตัดวิญญาณ” หลีเทียนกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม “แล้วมันอยู่ที่ไหนกันแน่?!”

“มันจะปรากฎขึ้นของมันเอง” เหยียนซงกล่าว ทันใดนั้นมันก็หันหน้าไป ดวงตาสาดประกายด้วยความโลภ มันกำลังมองไปยังทิศทางของต้นไม้ยักษ์ จู่ๆ ก็ยกมือขวาขึ้น มีขวดหยกปรากฎขึ้นอยู่ในมือ มันทำลายขวดหยก ทำให้ของเหลวสีดำไหลออกมา ตามด้วยกลิ่นเหม็นเน่าเปื่อย

ภายในของเหลวสีดำนั้น มีตัวอ่อนของแมลงที่มีขนาดเท่ากับเล็บนิ้ว ร่างที่เป็นข้อปล้องของมันกำลังดิ้นยั้วเยี้ยไปมา และทันทีที่มันปรากฎขึ้น มันก็ผงกหัวขึ้นมาและส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา ร่างของมันกลายเป็นลำแสงสีดำ พุ่งตรงขึ้นไปบนยอดต้นไม้ยักษ์

ภาพที่มันกำลังพุ่งตรงไปยังส่วนบนสุดของต้นไม้ยักษ์ ทำให้สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป

ทันใดนั้น เสียงของโลหะเสียดสีกันก็ได้ยินมา ลอยออกมาจากส่วนบนสุดของต้นไม้ ตามด้วยแสงสีทองเจิดจ้า อีกาสีทองที่อ่อนแอทันใดนั้นก็บินออกมาปะทะกับแมลงสีดำ ป้องกันไม่ให้มันเข้าไปใกล้ต้นไม้ยักษ์ เสียงกระหึ่มดังก้องไปทั่ว ขณะที่อีกาสีทองอ้าปากขึ้น แสงสีทองล้อมไปรอบๆ แมลงสีดำ ซึ่งกำลังกรีดร้องออกมาขณะที่จมอยู่ในลำแสง และจากนั้นก็ถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง

ร่างของอีกาสีทองในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไป เห็นได้ชัดว่ามันมีความอ่อนแอมากขึ้นกว่าเดิม แต่ดวงตาก็ยังคงเต็มไปด้วยความแหลมคมและอหังการ ขณะที่จ้องมองไปรอบๆ ยังทุกคน ด้านหลังมันเป็นต้นไม้ยักษ์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันจะยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องต้นไม้นี้ไว้

“ตำนานเม็ดยาอีกาทองคำเป็นเรื่องจริง!” เหยียนซงกล่าวพร้อมกับหัวเราะ “หลังจากที่มันถูกสร้างขึ้นมาในปีนั้น มันก็มีจิตวิญญาณและกลายร่างเป็นอีกาสีทอง ในเวลาเดียวกันนั้นมันก็มีโอกาสจะบรรลุกลายเป็นเซียน แต่สุดท้ายมันก็เลือกที่จะอยู่อย่างอ่อนแอ ใช้พลังชีวิตของมันไปปกป้องต้นไม้ยักษ์ที่ตายไปแล้วนี้!” ดวงตามันสาดประกายด้วยความโลภ ขณะที่มันจ้องไปยังอีกาสีทอง

ดวงตาหลีเทียนก็สาดประกายด้วยเช่นกัน และตอนนี้ มันก็ไม่สนใจเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง ลมหายใจของมันเร่งร้อนขึ้น ขณะที่จ้องไปยังอีกาสีทอง ในจิตใจมันเหมือนกำลังมองไปยังเม็ดยาตัดวิญญาณเมื่อครั้งสมัยโบราณ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความคลุ้มคลั่งให้กับผู้ฝึกตนได้นับไม่ถ้วน

ดวงตาของมั่วและวังก็สาดประกายเจิดจ้าด้วยเช่นกัน

“มันอ่อนแอจนถึงจุดที่คล้ายกับอยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งเพียงเล็กน้อย”

หลีเทียนกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึกของการเป็นศัตรูเหมือนก่อนหน้านี้ มันกล่าวต่อไป “สหายเต๋าทั้งหลาย นี่ก็คือความโชคดีของพวกเรา มาช่วยกับจับมัน และจากนั้นค่อยมาพูดถึงเรื่องจะแบ่งกันอย่างไร อย่าปล่อยให้มันหลบหนีไปได้!” ด้วยการหัวเราะเสียงดัง มันก้าวเท้าตรงไปข้างหน้า

เหยียนซงหัวเราะหึๆ “เม็ดยาไม่มีทางหลบหนีไปได้อย่างแน่นอน ถ้ายังมีต้นไม้อยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าต้นไม้จะตายไป เม็ดยาก็จะไม่จากมันไป” เหยียนซงก็เช่นกัน เริ่มเดินตรงไป มั่วและวังกลายเป็นลำแสงด้วยเช่นกัน คนทั้งสี่เริ่มไปรวมตัวกันยังอีกาสีทอง

 

ในตอนนี้ พวกมันไม่สนใจเมิ่งฮ่าวแม้แต่น้อย เขายังคงยืนอยู่ในที่ห่างไกล สีหน้าซับซ้อนปรากฎขึ้นบนใบหน้า เขาสามารถจากไปในตอนนี้ และคงจะไม่มีใครมาหยุดเขาไว้ แต่…ตอนนี้เขากำลังลังเล

เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่คนทั้งสี่พุ่งขึ้นไปยังอีกาสีทอง ซึ่งส่งเสียงร้องราวโลหะเสียดสีกันออกมา ทำให้เกิดเป็นเกราะป้องกันสีทอง ปกคลุมพื้นที่รอบๆ ตัวมันและต้นไม้ยักษ์ไว้

เสียงระเบิดดังมาจากการโจมตีของคนทั้งสี่ ที่กระแทกเข้าไปยังเกราะป้องกันสีทอง เสียงระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่าดังก้องออกมา ทำให้เกราะป้องกันค่อยๆ หดตัวลงไปช้าๆ ท่าทางเหน็ดเหนื่อยเต็มอยู่ในแววตาของอีกาสีทอง พลังชีวิตของมันเบาบางลงไปมาก มันมองกลับไปยังต้นไม้ยักษ์ ด้วยท่าทางลึกซึ้งเต็มอยู่ในดวงตา

เสียงระเบิดได้ยินออกมาเรื่อยๆ และเกราะป้องกันก็หดตัวลงไปมากขึ้น บังคับให้อีกาสีทองต้องส่งพลังมาช่วยต้านทานไว้ แม้แต่ต้นไม้ก็ดูเหมือนกำลังจะผุพังลงไป ภาพลวงตาพลังชีวิตของมันกำลังจางหายไป และในตอนนี้ก็เริ่มดูเหมือนกับต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวตายไปแล้วมากขึ้นทุกที

“ดูนั่น!” เหยียนซงร้องตะโกนออกมา “มันทำได้เพียงแค่ปกป้องต้นไม้ไว้ กล่าวกันตามหลักแล้ว อีกาสีทองนี้ไม่น่าจะอ่อนแอได้เช่นนี้ ต้องมีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นแน่ๆ…” เสียงระเบิดดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่โจมตีไปทั้งสี่ก็มีความคิดที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ได้โจมตีอย่างเต็มกำลัง แต่กระทำอย่างระมัดระวัง ดูเหมือนพวกมันจะเกรงกลัวอีกาสีทองซึ่งเป็นวิญญาณแปลกๆ ตัวนี้ อาจจะโจมตีกลับมาก่อนที่มันจะตายไป ซึ่งอาจจะรุนแรงถึงขั้นที่ทำให้พวกมันตายไปได้

อีกาสีทองมองไปยังต้นไม้ที่กำลังแห้งเหี่ยวตายไป และดูเหมือนจะถอนหายใจออกมา

มันบินขึ้นไปยังจุดสูงสุด พยายามที่จะใช้พลังชีวิตของมันช่วยฟื้นฟูต้นไม้อีกครั้ง แต่โชคร้ายที่มันมีพลังชีวิตไม่เพียงพอ การกระทำนี้ของมันทำให้เกราะป้องกันสีทองเริ่มอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ร่างอีกาสีทองสั่นไปมา

เมิ่งฮ่าวกำหมัดจนแน่น เส้นเลือดฝอยปรากฎขึ้นในดวงตา

“มันอ่อนแอลงก็เพราะข้า” เขาคิด “มิเช่นนั้น เหยียนซงและคนอื่นๆ ก็ไม่มีทางจะบังคับให้มันต้องอ่อนแอจนถึงจุดนี้ได้ ถ้าข้าจากไป ข้าอาจจะปลอดภัย แต่ถ้าข้าทำเช่นนั้น ก็จะทำให้ตัวเองต้องตกต่ำลง!” เขามองไปยังอีกา ที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้าย และกำลังจะแตกดับไป แต่มันก็ยังคงมองไปยังต้นไม้ยักษ์ เมิ่งฮ่าวมองเห็นกลิ่นอายเม็ดยาของมันกำลังเสื่อมถอยลงไป และคิดไปถึงท่านอาจารย์ขึ้นอีกครั้ง

เขาไม่แน่ใจว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้คิดไปถึงท่านอาจารย์เป็นครั้งที่สอง แต่ในตอนนี้เองที่ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“มีบางสิ่งถึงแม้ไม่ควรจะกระทำ แต่ข้ายังคงต้องทำ…”

เขาเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็ตบไปที่ถุงสมบัติ หน้ากากสีโลหิตปรากฎขึ้น เขาวางมันลงไปบนใบหน้า และทันใดนั้นกลุ่มควันสีโลหิตก็พลุ่งพล่านปั่นป่วน หมอกสีโลหิตม้วนตัวไปมาอยู่รอบๆ เมิ่งฮ่าว กลายเป็นทะเลสีแดง ขณะที่กระฉอกเป็นระลอกคลื่น รังสีสังหารอันน่าตกใจก็ระเบิดออกมาจากร่างเมิ่งฮ่าว

“ไร้หน้า, หนึ่งคำ, เปลวไฟแห่งสงครามหลอมรวมเป็นหนึ่ง!”

ขณะที่เมิ่งฮ่าวก้าวเนิบนาบตรงไป ก็ยกมือขวาขึ้นมา ที่ด้านหลัง ใบหน้าขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น ดวงตาที่ปิดอยู่เปิดขึ้นมาในทันที พร้อมกับอ้าปากขึ้น ขณะที่มันส่งเสียงร้องเป็นลำนำแห่งความตายอันโศกเศร้าที่ไร้เสียงออกมา มันก็พุ่งตรงไปยังเหยียนซงและสามคนที่เหลือ

แทบจะในทันทีที่ใบหน้าเริ่มลอยตรงไป เหยียนซงและคนอื่นๆ ก็เหลียวหลังมองมา

เมื่อคิดว่าเกราะป้องกันใกล้จะระเบิดออก ดวงตาหลีเทียนก็เต็มไปด้วยความเย็นชาและเปล่งรังสีสังหารออกมาในทันที “เจ้ากำลังหาที่ตาย!?”

กลุ่มคนทั้งสี่สบตากัน จากนั้นก็เริ่มปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

ทันทีที่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์พุ่งตรงออกไป ใบหน้าก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่อาจจะต้านทานพลังของผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งสี่คนไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เองที่เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือขวา ธวัชสามแฉกก็หลุดออกมาจากการรัดพันไปรอบๆ ร่างจี้สือจิ่วชั่วคราว มันโบกสะบัดอยู่ด้านหลังเมิ่งฮ่าว ยืดยาวและเป็นสีดำ ทันใดนั้น หนึ่งในชายธงก็แผ่ขยายออกไป ดูเก่าแก่และคร่ำคร่า แต่ก็กลายเป็นท้องฟ้าสีดำขนาดใหญ่กวาดปกคลุมไปทั่ว

กลิ่นอายที่ปกคลุมมานี้ทำให้สีหน้าของเหยียนซงและคนอื่นๆ เปลี่ยนไป ม่านตาของหลีเทียนหดเล็กลง มั่วและวังเริ่มอ้าปากค้างด้วยความตกใจ คนทั้งสามรู้สึกได้ถึงจุดวิกฤตเป็นตายอย่างเข้มข้นขึ้นมาในทันที

เสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ชายธงสีดำพุ่งตรงไป โลหิตกระจายออกมาจากปากเหยียนซง ขณะที่มันลอยละลิ่วไปด้านหลัง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

แขนขวาของหลีเทียนฉีกขาดหายไปในทันที โลหิตกระจายออกมาจากปาก ขณะที่มันพุ่งถอยไปด้านหลัง ใบหน้าซีดขาว และเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เสียงแผดร้องโหยหวนได้ยินออกมาจากมั่วและวัง โลหิตพุ่งออกมาจากลำตัว ขณะที่พวกมันกระแทกเข้าหากัน บาดแผลของพวกมันได้รับการรักษาในทันที แต่สีหน้าก็ซีดจนไร้สีเลือด พวกมันพุ่งถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความตกใจ

ต้องขอบคุณหน้ากากสีโลหิต ทำให้พื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวพุ่งทะยานสูงขึ้นไป ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังชายธงแรกของธวัชสามแฉกได้เต็มกำลัง ถึงแม้ว่าเขาไม่อาจจะสังหารคนทั้งสี่ได้ในการโจมตีครั้งนี้ แต่ก็สร้างความตกตะลึงให้กับพวกมันได้อย่างเพียงพอ

แต่ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน เส้นผมเมิ่งฮ่าวกลายเป็นสีขาวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพลังชีวิตที่ไร้ขอบเขตของภาพศักดิ์สิทธิ์ตัวอักษรมู่ ทำให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก สีหน้าเขาซีดขาว และโลหิตก็ไหลซึมออกมาจากมุมปาก ถึงแม้จะบาดเจ็บ หลังจากที่โจมตีกวาดเหยียนซงและคนอื่นๆ ออกไป เมิ่งฮ่าวก็มายืนพิงอยู่ที่ต้นไม้ยักษ์

หลีเทียนกัดฟันแน่นต่อต้านความเจ็บปวดที่สูญเสียแขนไป กวาดเช็ดโลหิตออกจากมุมปาก กล่าวเสียงเคร่งเครียด “สหายเต๋าเมิ่ง, ทะเยอทะยานมากเกินไปแล้ว เจ้าต้องการจะสังหารพวกเราทั้งสี่ จากนั้นก็เอาเม็ดยาไป” เมื่อครู่นี้ มันพยายามที่จะต่อต้านการโจมตี จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสเช่นนี้

“สหายเต๋าเมิ่ง, เจ้ากำลังฉีกข้อตกลงของพวกเรา” ปีศาจชราวังแผดร้องออกมา ดวงตามันมีรังสีสังหารเข้มข้น

เหยียนซงมองอย่างครุ่นคิดไปยังเมิ่งฮ่าวสักพัก สุดท้ายก็กล่าวว่า

“สหายเต๋าเมิ่ง, ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้?”

“ยาเม็ดนี้กลายเป็นอสูรไปเรียบร้อยแล้ว และมีความรักต่อต้นไม้ยักษ์นี้”

เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงเยือกเย็น “ถึงแม้จะกลืนมันลงไป ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น มันไม่มีความเข้มข้นของตัวยาหลงเหลืออยู่อีก เพราะ…มันไม่ใช่เม็ดยาอีกต่อไป”

“ยาก็คือยา” เหยียนซงกล่าวเสียงกระด้าง “แล้วจะมาพูดถึงอสูรนี้ไปเพื่ออะไร? อย่างมากที่สุด มันก็มีจิตวิญญาณ สหายเต๋าเมิ่ง,

ท่านเป็นเจ้าโอสถของเต๋าแห่งการปรุงยา ได้ปรุงเม็ดยาและกลืนลงไปมากมาย ท่านยังไม่เข้าใจอีก? เม็ดยาจะยังคงเป็นเม็ดยาตลอดไป!”

เมิ่งฮ่าวเงียบไปชั่วขณะ เมื่อเขาคิดไปถึงตานกุ่ยต้าซือเป็นครั้งที่สาม ความรู้สึกที่เขาได้รับจากอีกาสีทองยังคงคล้ายกับ…ความรู้สึกที่เขาได้รับจากตานกุ่ย

“มีบางเรื่องที่ข้าลังเลที่จะทำ แต่หลังจากที่ทำไปแล้ว ข้าก็ไม่เสียใจใดๆ”

เมิ่งฮ่าวกล่าวคำพูดเหล่านี้ด้วยเสียงค่อนข้างแหบแห้ง ขณะที่เสียงนี้ดังก้องออกมา เขาก็ไม่อธิบายถึงความหมายใดๆ ของมันอีก

สิ่งที่เมิ่งฮ่าวไม่ได้สังเกตเห็นก็คือ ที่ด้านหลัง แสงแปลกๆ ปรากฎขึ้นในดวงตาของอีกาสีทอง เป็นความอ่อนโยน, อบอุ่น ที่มองเห็นได้จากในแววตาของมัน ไม่มีความเย็นชาหรือไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ เหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป เป็นความอบอุ่นที่แม้แต่ตอนที่มันมอบภาพศักดิ์สิทธิ์ธาตุทองให้กับเมิ่งฮ่าว เป็นการตอบแทนสำหรับวิชาผนึกความเที่ยงธรรมของเขาก็ยังไม่มีอยู่ในตอนนั้น

การกระทำเช่นนั้นเป็นหนึ่งในข้อแลกเปลี่ยน อีกาสีทองไม่ต้องการให้มีกรรมเกิดขึ้นระหว่างมันและสิ่งใดๆ ยกเว้นต้นไม้ยักษ์ แต่ในตอนนี้ แสงอบอุ่นที่ปรากฎขึ้นในดวงตาของมันเป็นสิ่งที่แตกต่างกันออกไป

ทันใดนั้น มันก็พูดขึ้นมา เป็นเสียงของสตรีที่เก่าแก่โบราณและอ่อนโยน

“ข้ารู้สึกได้ว่ากลิ่นอายพลังชีวิตของเจ้าและข้าเหมือนกัน…”

“สำหรับเจ้าและข้า พวกเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน…ขอบคุณสำหรับการใช้วิชาผนึกความเที่ยงธรรมกับต้นชิงมู่ และการต่อสู้เพื่อพวกเรา”

“เมื่อข้าถือกำเนิดขึ้น ต้นชิงมู่ก็อยู่ที่นี่และเห็นข้าเป็นสหาย เมื่อข้ามีความสุข มันก็อยู่ที่นี่ เมื่อข้าสับสน มันก็อยู่ที่นี่ ถึงแม้มันจะตายไป ข้าก็จะอยู่เคียงข้างมันตลอดไป ไม่ว่าในชีวิตนี้ หรือชีวิตหน้า จะมีชีวิตอยู่ หรือตายไป…พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

“นั่นก็คือเต๋าของข้า ข้าจะไม่มีทางกลายเป็นเซียนเทียม ที่คงอยู่ตราบนานเท่าที่สวรรค์ยังคงอยู่ ข้าจะเดินไปบนเส้นทางของข้าเอง…ข้าจะเป็นตัวของตัวเอง…”

“ในหลายพันปีมานี้ ยังไม่มีใครมายังที่แห่งนี้เพื่อเป็นสักขีพยานในงานฝังศพของพวกเรา แต่เป็นเพราะเจ้า ทำให้เวลาของพวกเราถูกลดลงไปถึงหนึ่งพันปี อย่างไรก็ตาม…ต้นชิงมู่และข้าก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีเจ้าอยู่ที่นี่ เพื่อมาดูความตายของพวกเรา สำหรับคนเหล่านั้น พวกมันจะติดตามพวกเราไปสู่ความตาย!”

“เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะมอบภาพศักดิ์สิทธิ์ชีวิตสีทองของข้าให้กับเจ้า!”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: