Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 503

I Shall Seal The Heaven Chapter 503

ตอนที่ 503

ทางเลือก

ใบหน้าของกลุ่มคนเผ่าเฟยหวงทั้งเจ็ดพันคนซีดขาว และพวกมันก็สั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองว่า พวกมันกำลังจ้องมองไปยังสัตว์ปีศาจที่กำลังบดบังไปทั่วทั้งท้องฟ้า

สัตว์ปีศาจหนึ่งแสนห้าหมื่นตัว พลังอันแข็งแกร่งเช่นนี้สามารถกวาดล้างชนเผ่าขนาดกลางลงได้ แม้แต่บางเผ่าอันยิ่งใหญ่ซึ่งไม่มีปรมาจารย์ตัดวิญญาณ ก็อาจจะถูกบดขยี้ลงด้วยพลังเช่นนี้ได้

ไม่มีเผ่าใดยินดีจะเข้าต่อสู้กับฝูงสัตว์ปีศาจที่ดุร้ายเช่นนี้ ไม่สำคัญว่าพวกมันเป็นหนึ่งในสิบสามเผ่าย่อยของเผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่ หรือพวกมันจะมีผู้ฝึกตนมากกว่าเจ็ดพันคน และมีตั๊กแตนนับหมื่นก็ตามที

ไม่มีความแค้นอย่างลึกล้ำระหว่างพวกมันและเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ กล่าวได้ว่าพวกมันมาอยู่ที่นี่ก็เนื่องมาจากเผ่าห้าพิษ แต่เผ่าห้าพิษก็ถูกทำลายล้างไปนานแล้ว แม้เผ่าเฟยหวงก็ไม่รู้ว่าความคิดเช่นนี้จะถูกต้องหรือไม่

เห็นได้ชัดว่า เผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่เพียงแค่หาข้ออ้างเพื่อมาโจมตี ด้วยจุดประสงค์ทั้งหมดก็คือรักษาหน้าของเผ่าไว้ และเห็นได้ชัดว่า มันสมเหตุสมผลที่จะนำวิญญาณอสูรไปถ้าพวกมันสามารถทำได้

ถ้าเรื่องราวมีความสำคัญต่อพวกมันอย่างแท้จริง พวกมันก็จะส่งปรมาจารย์ตัดวิญญาณไปจัดการเรื่องเหล่านั้นให้จบลงอย่างรวดเร็ว

“หนึ่ง, สอง, สาม!” เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่จ้องอย่างเย็นชาไปยังกลุ่มคนเผ่าเฟยหวง ทันทีที่เขาพูดจบ ก็ยกมือขวาขึ้นชี้ตรงไปยังพวกมัน ฝูงสัตว์ปีศาจหนึ่งแสนห้าหมื่นตัวก็ส่งเสียงแผดร้องคำรามพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนเผ่าเฟยหวง ซึ่งหนังศีรษะของพวกมันทั้งหมดกำลังด้านชาขึ้นมาในทันใด ชายชราทั้งสิบสองคนที่อยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งต้องสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บในทันที

“สหายเต๋าเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ได้โปรดรอสักครู่!!” หัวหน้าเผ่าเฟยหวง รีบกล่าวขึ้นมาในทันทีมือขวาเมิ่งฮ่าวหยุดนิ่งค้างไว้ ดวงตาแวบแสงอันเย็นเยียบออกมา

“ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด” หัวหน้าเผ่ามองไปยังเมิ่งฮ่าวพร้อมกับฝืนยิ้มออกมา “ขอให้สหายเต๋าจากเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ได้โปรดให้เวลาพวกเราสักเล็กน้อย เหล่าฟู (ผู้ชรา) จะติดต่อไปยังเผ่าหลัก เพื่อขอให้จบเรื่องราวในครั้งนี้ สำหรับความเข้าใจผิดนี้…จริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ท่านจะว่าอย่างไร สหายเต๋า…?” มันแอบถอนหายใจอยู่ภายใน ถ้ามันรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีฝูงสัตว์ปีศาจที่น่ากลัวเช่นนี้ ต่อให้เกลี้ยกล่อมอย่างไรมันก็ไม่มีทางยอมรับภารกิจนี้อย่างแน่นอน

“อย่าลืมว่า” มันกล่าวต่อ “ท่านอาจจะโจมตีและกวาดล้างเผ่าเฟยหวงไปได้ แต่ถ้าหนึ่งในสิบสามสาขาเผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่ถูกทำลายไป ความเป็นศัตรูที่ถูกสร้างขึ้น…ไม่มีทางที่จะลบหายไปได้” หัวหน้าเผ่าหยิบเอาแผ่นหยกออกมา จากนั้นก็โคจรพื้นฐานลมปราณส่งพลังเข้าไปในแผน่หยก

เมิ่งฮ่าวไม่ไปขัดจังหวะมัน จริงๆ แล้ว เขาก็ตระหนักดีว่าวิธีที่ดีที่สุด เพื่อแก้ไขสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ก็คือ ต้องไม่ใช้กำลังต่อกัน

นอกจากนั้นเผ่าอวิ๋นเทียนยังเป็นชนเผ่าอันยิ่งใหญ่ และมีปรมาจารย์ขั้นตัดวิญญาณ เมิ่งฮ่าวรู้ว่าเมื่อพิจารณาถึงระดับพื้นฐานฝึกตนและสถานะของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์แล้ว แม้จะมีสัตว์ปีศาจถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นตัว ก็ไม่ได้ทำให้เขาเทียบได้กับขั้นตัดวิญญาณอันยิ่งใหญ่

ถึงแม้ว่า…อ๋าวเฉี่ยนจะตื่นขึ้นมาก็ตามที!

ถึงแม้จะมีสัญญาณปรากฏขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ว่าอ๋าวเฉี่ยนได้ตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ตื่นอย่างเต็มที่ดังนั้น การแสดงให้เห็นถึงพลังเพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทุกการกระทำจากคนในเผ่าจะเป็นตัวตัดสินถึงการสูญเสียหรือสิ่งที่จะได้มา เมิ่งฮ่าวรู้มาจากโจวเต๋อคุนว่าเผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่ไม่ได้สนใจวิญญาณอสูรมากนัก จะมีวิญญาณอสูรหรือไม่มี พวกมันก็สามารถเข้าไปในดินแดนสีดำได้

ด้วยเช่นนั้น ถ้าพวกมันได้ครอบครองวิญญาณอสูรโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนมากนัก พวกมันก็ยินดี แต่ถ้าคิดว่าพวกมันต้องจ่ายค่าตอบแทนอันแพงลิ่วเพื่อให้ได้วิญญาณอสูรมา จากการคิดวิเคราะห์ของเมิ่งฮ่าว ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะไม่ต้องการวิญญาณอสูร

นอกจากนี้ ระหว่างชนเผ่าทั้งสองก็ไม่ได้เป็นศัตรูกันอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น วันสิ้นโลกกำลังมาถึงจุดวิกฤต ถึงจะเป็นเผ่าอันยิ่งใหญ่ก็ยังตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกกลืนกินโดยฝนม่วง เห็นได้ชัดว่าพวกมันคงไม่ต้องการจะก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างไร้เหตุผล

ทั้งหมดนี้ทำให้เมิ่งฮ่าวเกิดความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ในตอนนี้

แผ่นหยกที่หัวหน้าเผ่าถืออยู่ในมือ ทันใดนั้นก็เริ่มเปล่งแสงสีเขียวออกมา เมื่อแสงสีเขียวกระจายออกไป ก็เริ่มกลายเป็นแสงเจิดจ้าอย่างรวดเร็ว ในที่สุด มันก็เริ่มก่อตัวเป็นเงาร่างภาพลวงตาหัวหน้าเผ่าและผู้เฒ่าสูงสุดเผ่าเฟยหวง รวมถึงกลุ่มคนทั้งหมดของเผ่า ทันใดนั้นก็คุกเข่าลงเพื่อแสดงความเคารพ

“ขอคารวะท่านทูตที่นับถือ!”

ขณะที่เสียงของพวกมันดังก้องออกไป แสงสีเขียวก็รวมตัวเข้าด้วยกัน ฉับพลันนั้น ก็ปรากฏเป็นบุรุษอายุมากกว่าสามสิบปีเล็กน้อย มีหน้าตาที่หล่อเหลาและสูงเพรียว ดวงตาที่เรียวยาวสาดแสงอันเย็นชาออกมา ถึงแม้ร่างนี้จะเป็นภาพลวงตา แต่พื้นฐานฝึกตนของมันก็ยังคงกระจายเป็นระลอกคลื่นด้วยพลังอันน่ากลัวออกมา ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณนั้นไว้

ร่างมันส่องแสงสีเขียว ขณะที่มองมายังเมิ่งฮ่าวและสัตว์ปีศาจทั้งหนึ่งแสนห้าหมื่นตัว ม่านตามันหดเล็กลง หลังจากนั้นก็มองไปยังกลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ มันสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารของพวกมัน และเห็นได้ชัดว่ามันรู้สึกประหลาดใจ

ฝูงสัตว์ปีศาจเช่นนี้ทำให้มันรู้สึกตกตะลึง และชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้มันรู้สึกราวกับว่า กำลังมองไปยังเผ่าจ้านจู้อย่างแท้จริง

ในที่สุด สายตามันก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่เมิ่งฮ่าว และดวงตาก็หดเล็กลง

“เซี่ยเมี่ยนเหลาจู่! (ปรมาจารย์หน้าโลหิต)” มันเรียกฉายาที่ผู้คนในอาณาจักรแห่งซากสะพานตั้งให้ออกมาช้าๆ

อันที่จริง ชื่อเสียงของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์เริ่มเป็นที่โด่งดังเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แน่นอนว่าตลอดช่วงเวลานั้น ได้มีผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วตัวตนของเมิ่งฮ่าวจะไม่ถูกแพร่งพรายออกมาได้อย่างไร? นอกจากนี้หน้ากากสีโลหิตก็เป็นสิ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

แน่นอนว่า วิญญาณอสูรดั้งเดิมของเมิ่งฮ่าวก็ถูกเปิดเผยออกมาด้วยเช่นกัน

“แย่ยิ่งนักที่ในช่วงการปราฏขึ้นครั้งล่าสุดของอาณาจักรแห่งซากสะพาน ข้า, จ้าว กำลังเข้าฌาณตามลำพังอยู่ ดังนั้นจึงไม่ได้เข้าไปด้วย แต่ข้าก็ได้ยินเรื่องราวหลังจากนั้นจากสวี่ไป๋แห่งเผ่าเฮยหลง (มังกรดำ) และเฉินโม่แห่งเผ่าฝูเยา (ยันต์อสูร) พวกมันไม่เคยลืมเรื่องที่เจ้าจับวิญญาณอสูรไปได้ ปล่อยให้พวกมันได้แต่เจ็บใจโดยที่ไม่อาจจะทำอะไรได้”

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเย็นชาขณะที่มองไปยังภาพลวงตาของบุรุษชุดเขียว เขาไม่กล่าวอะไรออกมา แต่ความเย็นชาในดวงตาดูเหมือนจะยิ่งลึกล้ำมากขึ้น

“เจ้าอาจจะเลือกทำลายล้างเผ่าเฟยหวงที่อยู่เบื้องหน้าเจ้า” บุรุษผู้นั้นกล่าวต่อไปช้าๆ “แต่สิ่งที่เจ้าต้องจ่ายก็คือ เผ่าอวิ๋นเทียนจะทุ่มกำลังที่มีทั้งหมดมากวาดล้างพวกเจ้าไปจนหมดสิ้น”

“ในอีกกรณีก็คือ เจ้าสามารถเลือกที่จะมาจงรักภักดีต่อพวกเรา กลายมาเป็นสาขาย่อยของเผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่ เจ้ามีสองทางเลือก ข้าจะรอคำตอบจากเจ้า” บุรุษผู้นั้นค่อยๆ ยิ้มน้อยๆ มองมา

รังสีสังหารของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์เพิ่มมากขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน พวกมันยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ เช่นเดียวกับเมิ่งฮ่าว เมื่อเผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่ให้ทางเลือกแก่พวกมันสองทาง ทางเลือกหนึ่งคือยินยอมให้พวกมันคงอยู่ต่อไปโดยการยอมจำนน

ซึ่งสามารถคาดคิดได้ว่า ถ้าพวกมันยอมจำนนและเข้าสวามิภักดิ์ พวกมันก็จะอยู่ในดินแดนสีดำได้อย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่พวกมันต้องสูญเสียไปก็คือความเป็นอิสระ สำหรับรุ่นต่อๆ ไปหลังจากนี้

เมิ่งฮ่าวไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ได้ เขาเหลียวหลังมองกลับไปยังกลุ่มคนนับหมื่นของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ มีผู้ฝึกตนน้อยกว่าหนึ่งพันคนที่เป็นกลุ่มคนดั้งเดิมของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ อูเฉินอยู่ที่นั่น เช่นเดียวกับอูหลิง พวกมันเคยผ่านไฟแห่งสงครามมา และได้เติบโตขึ้นมานานแล้ว

สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่อื่นๆ ทั้งหมด บนเส้นทางที่ยาวนานแห่งการทำสงคราม พวกมันหวังพึ่งพิงเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ในตอนแรกดูเหมือนพวกมันจะสูญเสียอิสรภาพ แต่ในความเป็นจริง พวกมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเผ่ามานานแล้ว

สายตาเมิ่งฮ่าวกวาดผ่านไปยังพวกมัน สิ่งที่เขาเห็นก็คือความเงียบขรึม เป็นความเงียบขรึมที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทรนง ซึ่งบอกว่า ‘ข้ายอมตายดีกว่ามีชีวิตอยู่โดยไร้อิสรภาพ’

นั่นก็คือการตัดสินใจของพวกมัน

สัตว์ปีศาจหนึ่งแสนห้าหมื่นตัว ส่งเสียงแผดร้องคำรามด้วยความกระวนกระวายออกมา ขณะที่พวกมันลอยตัวอยู่ที่นั่น เต็มอยู่ในท้องฟ้า ดวงตาพวกมันสาดแสงด้วยความกระหายเลือด

เมิ่งฮ่าวมองกลับไปยังบุรุษชุดเขียว เมื่อเขาพูด สุ้มเสียงก็ดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง

“เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์จะไม่เลือกกลายเป็นเผ่าสาขาย่อย…ถ้าเผ่าอวิ๋นเทียนต้องการจะต่อสู้ เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ก็จะสู้!” ขณะที่เขาพูด รังสีสังหารของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ได้ระเบิดออกไป

กลุ่มคนทั้งหมดของเผ่าเฟยหวงเริ่มหอบหายใจด้วยความกังวล ใบหน้าพวกมันซีดขาว ในแง่ของความแข็งแกร่ง พวกมันไม่อาจจะเทียบได้อย่างแท้จริง ซึ่งหมายความว่าพวกมันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ดวงตาบุรุษชุดเขียวหดเล็กลง มองมายังเมิ่งฮ่าวนานสักพักก่อนที่จะหัวเราะออกมาในทันใด

“ข้ามีความตั้งใจดีสำหรับข้อเสนอ” มันกล่าว “แต่ถ้าเจ้าและเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องการจะมาเป็นเผ่าสาขาย่อย ก็ไม่เป็นไร ดูเหมือนว่าจะมีความเข้าใจผิดอยู่มากมายจริงๆ สหายเต๋า ข้าหวังว่าท่านและเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์จะโชคดี โปรดเดินทางต่อไปยังดินแดนสีดำ” บุรุษชุดเขียวยิ้มอีกครั้ง จากนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป หลังจากที่ได้เห็นเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ และสัตว์ปีศาจหนึ่งแสนห้าหมื่นตัว มันก็รู้ว่าการทำสงครามกับคนกลุ่มนี้…ไม่ใช่สิ่งที่เผ่าอวิ๋นเทียนสมควรจะกระทำ

พลังของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ได้เติบโตขึ้น จนมาถึงจุดที่ในตอนนี้พวกมันมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ครอบครองวิญญาณอสูรอย่างแท้จริง เผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่ไม่ยินดีที่จะต้องจ่ายค่าตอบแทนอันสูงลิ่ว เพียงแค่การได้วิญญาณอสูรมาครอบครองเท่านั้น ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ เผ่าอวิ๋นเทียนอาจจะต้องสูญเสียสาขาย่อยไปมากมาย แม้แต่สมาชิกของเผ่าหลักหลายคนก็อาจจะต้องตกตายไปอย่างแน่นอน

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกๆ อยู่มากมายในดินแดนสีดำ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะสงบสุข แต่ในความเป็นจริง ยังมีความลับมากมายกำลังกระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่ เผ่าอวิ๋นเทียนไม่อาจจะมาทุ่มเทในจุดนี้จนต้องสูญเสียไปมากมาย จริงๆ แล้ว ปรมาจารย์ตัดวิญญาณของพวกมันที่อยู่ในดินแดนสีดำตอนนี้ ไม่อาจจะกลับเข้าไปในทะเลทรายตะวันตกได้ ถ้าพวกมันไป ด้วยการถูกตัดขาดจากพลังลมปราณ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันอาจจะต้องไปเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญขั้นตัดวิญญาณที่ไม่เป็นมิตรจากเผ่ายิ่งใหญ่อื่น ซึ่งอาจจะถูกสังหารจนตายไปได้

ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งนี้ ความระมัดระวังและความรอบคอบเป็นพื้นฐานของเผ่ายิ่งใหญ่ที่จะสามารถมีชีวิตรอดและรุ่งเรืองสืบต่อไป

ในที่สุดหัวหน้าเผ่าเฟยหวงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาได้ ทันใดนั้นมันก็มีความเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมเผ่าจ้านจู้ถึงไม่ยินดีที่จะต่อสู้ก่อนหน้านี้ ในความคิดของมัน การเลือกไม่ต้องต่อสู้เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง ใครก็ตามที่มาเผชิญหน้ากับความน่ากลัวเช่นเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องรู้สึกว่าหนังศีรษะของพวกมันต้องด้านชาในทันทีอย่างแน่นอน

มันมองไปยังเมิ่งฮ่าว ประสานมือและโค้งตัวลง จากนั้นก็จากไปด้วยความรวดเร็ว นำกลุ่มคนเจ็ดพันและตั๊กแตนหนึ่งหมื่นตัวไปพร้อมกัน พวกมันกลายเป็นกลุ่มเมฆสีเหลืองพุ่งออกไปยังที่ห่างไกล เพียงชั่วขณะก็ไร้ร่องรอยใดๆ เหลืออยู่

เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือ ไม่ได้เก็บรวบรวมสัตว์ปีศาจ แต่ทำให้พวกมันบินอยู่รอบๆ ยานบิน จากนั้นยานบินก็เพิ่มความเร็วผ่านอากาศ ตามติดไปด้วยสัตว์ปีศาจหนึ่งแสนห้าหมื่นตัว ขณะที่พวกมันมุ่งหน้าตรงไป ในที่สุด ก็พุ่งออกจากเขตภาคกลางทะเลทรายตะวันตก เข้าไปใน…

เขตด้านใต้ทะเลทรายตะวันตก!

จากจุดนี้ ก็เหลืออีกเพียงแค่ครึ่งปีก็จะถึงดินแดนสีดำ

ขณะที่ดินแดนสีดำเริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็เริ่มสาดแสงเจิดจ้ามากขึ้น กลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและมุ่งหวัง แม้แต่รังสีสังหารของพวกมันก็ยิ่งมีความน่ากลัวมากขึ้น

ทุกคนต่างก็รู้ว่าความยากลำบากของเส้นทางสุดท้ายนี้จะมากเกินกว่าสิ่งใดๆ ที่พวกมันเคยพบพานมาก่อน

ตอนนี้เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ที่เคยเป็นมาโดยสิ้นเชิง พวกมันมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ เป็นเผ่าที่สามารถข่มขู่เผ่ายิ่งใหญ่ที่มีปรมาจารย์ตัดวิญญาณอยู่ด้วย สามารถกวาดล้างชนเผ่าขนาดกลาง ขณะที่เผ่ายิ่งใหญ่ที่ไม่มีปรมาจารย์ขั้นตัดวิญญาณอยู่ ถ้าพวกมันกล้ามาขัดขวางเส้นทาง เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ก็จะสู้!

พวกมันจะไม่หดหัวกลับไป จะมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ รังสีสังหารของพวกมันน่าตกใจยิ่ง พวกมันราวกับเป็นกระบี่ที่หลุดออกมาจากฝักอันแหลมคม สัตว์ปีศาจหนึ่งแสนห้าหมื่นตัวส่งเสียงแผดร้องคำรามดังกระหึ่มกึกก้อง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ สั่นสะเทือน ราวกับเป็นทะเลสวรรค์แห่งฝูงสัตว์ ที่กำลังยืนอยู่บนยานบิน เป็นกลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ที่เดินทางมุ่งหน้าต่อไป พร้อมที่จะบุกฝ่าคลื่นลมใดๆ ก็ตามที่โจมตีมายังพวกมัน

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: