Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 506

I Shall Seal The Heaven Chapter 506

ตอนที่ 506

ผู้พิทักษ์ต้วนหนาน

เสียงระเบิดทำให้แผ่นฟ้าสะท้าน ผืนดินสะเทือน ทั่วทั้งต้วนหนานกวนดูเหมือนจะสั่นไหวไปมา เสียงของการต่อสู้ในระยะประชิดดังก้องออกมา

กลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์มากกว่าหนึ่งหมื่นคนมีดวงตาที่แดงก่ำ ขณะที่พวกมันต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง วิชาเวทถูกใช้ออก รวมถึงพลังของรอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าธาตุได้ระเบิดออกมา ทันใดนั้นกลิ่นอายอันน่าตกใจอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้พุ่งขึ้นไป

เพียงชั่วพริบตา การสังหารหมู่ก็เริ่มขึ้น

อูเฉินไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มอีกต่อไป มันดูเหมือนบุรุษวัยกลางคน ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากกาลเวลาที่เลื่อนผ่านไป แต่เป็นผลมาจากเปลวไฟแห่งสงคราม จนทำให้มันมีความแข็งแกร่งขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้ สีหน้ามันเคร่งเครียดจริงจัง ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ร่างกายเปล่งรังสีสังหารและความเย็นเยียบออกมา

เมื่อมันโจมตี ภาพศักดิ์สิทธิ์ธาตุไม้ก็ปรากฏขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ แสงเจิดจ้าพุ่งขึ้นไป ห้อมล้อมอยู่รอบๆ มือ ขณะที่มันยกศีรษะที่ถูกตัดลงมาจากผู้ฝึกตนเผ่าไห่เยาชูสูงขึ้นไปในอากาศ โลหิตหยดลงมาจากแขนขณะที่มันมองขึ้นไปในท้องฟ้าและส่งเสียงกู่ร้อง

รอบๆ ตัวมัน ภาพเช่นเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เมื่อไหร่ที่พวกมันสังหารใครบางคน พวกมันก็จะถือศีรษะที่ถูกตัดออกมาชูสูงขึ้นไปในท้องฟ้า กลิ่นอายที่กระจายออกมาจากร่างพวกมันช่างน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับพวกมัน การทำสงครามก็เหมือนกับการสูดลมหายใจ บางทีอาจจะพูดเกินจริงไปบ้าง แต่พวกมันก็คุ้นเคยกับการทำสงครามมานานแล้ว ปีที่เกิดเรื่องและมีการตายเกิดขึ้นจนนับไม่ถ้วน ทำให้กลุ่มคนทั้งหมดของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับการมีชีวิตอยู่หรือตายไป แต่ความมุ่งมั่นที่จะเข้าไปในดินแดนสีดำของพวกมันก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ความมุ่งมั่นเช่นนั้น ได้ทำให้พวกมันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ตั้งใจที่จะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่มายืนขวางทางพวกมัน

พวกมันลงมืออย่างมีประสิทธิภาพ สังหารภายในชั่วพริบตา ภาพที่โลหิตกระจายออกมาไม่ได้ทำให้พวกมันสั่นสะท้าน แต่กลายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับความกระหายเลือดต้องการสังหาร

“สังหาร!” ยากที่จะบอกว่าใครเป็นคนตะโกนออกไปเป็นคนแรก แต่ในไม่ช้า เสียงมากกว่าหนึ่งหมื่นคนของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ก็รวมเข้าด้วยกัน เสียงตะโกนของพวกมันดังกึกก้องอย่างน่าตกใจ เต็มไปด้วยรังสีสังหาร พุ่งขึ้นไปจนถึงสวรรค์ จิตใจของผู้ฝึกตนเผ่าไห่เยาสั่นสะท้านขึ้นในทันที พวกมันทุกคนรู้สึกว่าใบหน้าตัวเองซีดขาว และความกล้าหาญก็ลดน้อยลงไป มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกมันสามารถทำได้ก็คือถอยไปด้านหลัง

ด้วยการสังหารหมู่ และการแสดงออกของกลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ดูเหมือนว่าเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์เป็นพายุแห่งการสังหาร พร้อมที่จะกวาดล้างไปทั่วทั้งต้วนหนานกวน หลังจากที่ทำการต่อสู้กันเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ กลุ่มคนเผ่าไห่เยาก็ต้องสูญเสียผู้ฝึกตนไปหลายพันคน

พวกมันไม่อาจจะต้านทานไว้ได้ แม้แต่การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว!

“เผ่านึ้คงไม่ได้มาจากเขตทางเหนือ!!”

“เขตทางเหนือต้องไม่มีชนเผ่าเช่นนี้! มีแต่เผ่าอันยิ่งใหญ่ที่มีปรมาจารย์ตัดวิญญาณเท่านั้นถึงจะเป็นเผ่านักรบเช่นนี้!!” ความไม่อยากจะเชื่อเต็มอยู่ในจิตใจของกลุ่มคนเผ่าไห่เยา ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เกิดเป็นความหวาดกลัวขึ้น พวกมันไม่อาจจะควบคุมอาการสั่นสะท้านที่รู้สึกอยู่ภายในใจไว้ได้

เสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจได้ยินมา เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว อันที่จริงสำหรับกลุ่มคนทั้งหมดของเผ่าไห่เยา…เป็นเวลานาน, นานมากแล้วที่พวกมันเคยทำสงครามมา ในอดีตพวกมันเคยมีชื่อเสียง แต่หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง พวกมันเพียงแค่พบเจอกับชนเผ่าที่ยอมจำนนต่อพวกมันเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันได้เผชิญหน้ากับชนเผ่าที่ลงมือด้วยความโหดเหี้ยมดุร้ายอย่างคาดไม่ถึง

เผ่าไห่เยาเริ่มต้นอย่างเกรี้ยวกราด แต่ในตอนนี้ โทสะของพวกมันได้กลายเป็นความหวาดกลัว ความตื่นตระหนกและเสียงแผดร้องดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง กลุ่มคนนับหมื่นของเผ่าอื่นๆ ที่ด้านล่างเส้นทางภูเขา มองมาด้วยสายตาที่เบิกกว้างปากอ้าค้าง พวกมันหอบหายใจ จ้องมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างงุนงง เสียงเข่นฆ่าดังเต็มสองหูพวกมัน ความกล้าหาญที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยในจิตใจพวกมัน ถูกชะล้างไปโดยเสียงครวญครางและแผดร้อง

ทั้งหมดนี้ทำให้พวกมันรู้สึกราวกับว่ากำลังมองไปในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง แต่ในที่สุดทั้งโลหิต, ความโหดเหี้ยม และการเข่นฆ่าในสนามรบทั้งหมด ก็เริ่มชัดเจนขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

“นี่คือ…เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์?”

“เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์…ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก! เผ่าไห่เยาที่เบื้องหน้าพวกมัน ราวกับเป็นหญ้าแห้งกิ่งไม้ผุ ถูกบดขยี้ได้โดยง่ายดายนัก!”

ผู้ฝึกตนนับหมื่นที่สังเกตการณ์ดูอยู่ ได้แต่สูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนักหน่วง จิตใจพวกมันเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างรุนแรง

เมื่อมองมาจากที่ห่างไกล กลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ราวกับเป็นลูกธนูอันแหลมคม ที่กรีดเฉือนทะลุผ่านทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งกีดขวางเส้นทางของพวกมัน แทงเข้าไปในต้วนหนานกวน กลุ่มคนเผ่าไห่เยาไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะต่อต้านได้แม้แต่น้อยนิด

ตลอดการเดินทางอันยาวนานของพวกมัน ทำให้จำนวนผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นจนถึงสิบสี่คน สองคนอยู่ในขั้นสุดท้ายวิญญาณแรกก่อตั้ง ห้าคนอยู่ในขั้นกลาง และเจ็ดคนอยู่ในขั้นต้น ผู้ฝึกตนทั้งสิบสี่คนนี้แหวกฝ่าอากาศจนเป็นเสียงแหลมเล็ก สังหารจนเป็นทางโลหิตตรงไปยังผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งเผ่าไห่เยา กองกำลังทั้งสองฝ่ายกระแทกเข้าหากันพร้อมกับเสียงดังกึกก้อง และการต่อสู้จนถึงแก่ความตายก็เริ่มขึ้น

เสียงระเบิดดังก้องออกไป ทำให้ยอดเขาสั่นสะเทือน เสียงเข่นฆ่าสังหารทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน สำหรับเมิ่งฮ่าว เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ มองไปรอบๆ อย่างเย็นชา เขาไม่จำเป็นต้องลงมือ แต่สัตว์ปีศาจหนึ่งแสนห้าหมื่นตัวกวาดออกไปทางด้านหน้าด้วยเจตจำนงต้องการบดขยี้ การต่อต้านใดๆ ก็ตาม ราวกับเป็นกอหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำ หรือกิ่งไม้ผุที่ถูกทุบตี

สัตว์ปีศาจของเผ่าไห่เยาถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลายเป็นอาหารในทันที เมิ่งฮ่าวไม่ทำอะไรเพื่อรวบรวมพวกมันเข้ามาอยู่ในฝูงสัตว์ปีศาจของเขา นอกจากนี้…ฝูงสัตว์ปีศาจของเขาก็หิวโหยมาเป็นเดือนแล้ว…

ในตอนนี้ ฝูงสัตว์ปีศาจของเมิ่งฮ่าวกำลังมีความสุขกับรสชาติอันโอชะ

เขาถือหอกปีศาจอยู่ในมือ ขณะที่สายตากวาดไปทั่วทั้งสนามรบ อากาศกระจายเป็นระลอกคลื่น ขณะที่สองชายชราปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้า เล็ดลอดผ่านสิ่งกีดขวางทั้งหมดมาได้

พื้นฐานฝึกตนของชายชราทั้งสองนี้ไม่ได้อ่อนด้อย เปลวไฟแห่งโทสะโหมกระพืออยู่ในดวงตาพวกมัน ขณะที่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ พลังภาพศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกราวกับเป็นมหาสมุทร กลายเป็นภาพของอสูรทะเลพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวในทันที แรงกดดันอันมหาศาลกดทับลงมาที่เขาในทันใด

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย เขาไม่ขยับตัวเคลื่อนไหวนอกจากยกหอกปีศาจขึ้นมา และจ้วงแทงออกไป ราวกับเป็นมังกรพุ่งทะยานผ่านทะเล กลุ่มหมอกปีศาจระเบิดออก ใบหน้าหมอกนับไม่ถ้วนพุ่งตรงไปยังสองชายชรา

เมิ่งฮ่าวไม่ได้ใช้พลังของตัวเอง นี่เป็นพลังอำนาจของหอกปีศาจเพียงอย่างเดียว ในตอนนี้เมิ่งฮ่าวสัมผัสได้ว่าหอกนี้จะคงอยู่อีกไม่นาน นอกจากนี้มันยังถูกกลั่นสกัดมาจากร่างปีศาจ เมื่อเวลาผ่านไป เจตจำนงแห่งปีศาจที่อยู่ภายในก็จะจางหายไป ก่อนที่เวลาจะผ่านไปไม่นาน มันก็คงจะกระจายหายไปโดยสิ้นเชิง

ไม่ว่าเมิ่งฮ่าวจะใช้มันหรือไม่ มันก็จะจางหายไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่สองชายชราพุ่งกลับไปด้านหลัง โลหิตกระจายออกมาจากปากพวกมัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เส้นใยแห่งหมอกปีศาจเจาะไชเข้าไปในร่างพวกมัน และปากอันดุร้ายก็เริ่มกัดลงไป สีหน้าชายชราสลดลงขณะที่พวกมันพุ่งถอยไปด้านหลัง พวกมันแอบโจมตีไม่ได้อีกต่อไป ทันใดนั้นก็ถูกขัดขวางจากผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไล่ตามพวกมันมา

ในตอนนี้เองที่เสียงแผดร้องอย่างดุร้ายจู่ๆ ก็ได้ยินออกมาจากภายในต้วนหนานกวน ทันใดนั้น ระลอกคลื่นสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น พุ่งขึ้นไปในอากาศก่อตัวเป็นทะเลอันกว้างใหญ่

ผู้ฝึกตนนับหมื่นที่อยู่ด้านล่างหอบหายใจออกมา บางคงจดจำได้ว่าระลอกคลื่นเหล่านี้คืออะไร“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทะเลอสูร!!”

เสียงกระหึ่มและระลอกคลื่นที่กระจายออกไป ดูเหมือนจะทำให้กลุ่มคนเผ่าไห่เยา ซึ่งอยู่ในตรงกลางของเส้นทางภูเขา ทันใดนั้นก็ค้นพบความหวังได้จากความสิ้นหวัง ดวงตาพวกมันทันใดนั้นก็เริ่มสาดประกายด้วยความยินดีอย่างที่สุดออกมา

ในเวลาเดียวกันนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือนขณะที่บริเวณซึ่งอยู่ภายในเมืองต้วนหนานจู่ๆ ก็พังทลายลงไป ลำแสงสีฟ้าพุ่งขึ้นไปในอากาศ ระลอกคลื่นกระจายออกไปคล้ายคลื่นทะเล ขณะที่มันพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

สิ่งมีชีวิตปรากฏขึ้น ทั่วร่างเต็มไปด้วยเกล็ดสีฟ้า ทำให้ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ ยกเว้นว่ามันมีหางของมัจฉา และมีสี่แขน มือแต่ละข้างทั้งสี่กวัดแกว่งสามง่ามไปมา

สามง่ามทั้งสี่เต้นไปมาพร้อมกับสายฟ้า ทันทีที่สิ่งมีชีวิตนี้ปรากฏขึ้น กลิ่นอายอันน่าตกใจก็ระเบิดออก พร้อมกับเสียงแผดร้องอย่างมีโทสะ พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ก่อนที่มันจะทันได้เข้ามาใกล้ สายลมกรรโชกแรงก็พัดผ่านอากาศมา ขณะที่สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ปรากฏขึ้น เมื่อมันกระแทกเข้าไปในสิ่งมีชีวิตนั้น นกแก้วก็ปรากฏขึ้นด้วยเช่นกัน กระพือปีกขึ้นลงขณะที่มันส่งเสียงร้องออกมา

“ไม่มีขน! บัดซบ! เจ้าก็ไม่มีขนด้วยเช่นกัน!! อ้ายเฟย (สนมรัก) จัดการมันให้ตายไปเลย!” ท่ามกลางเสียงร้องแหลมเล็กของมัน จู่ๆ นกแก้วก็กลายเป็นหัวหอกพุ่งตรงไปยังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทะเลอสูร

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่กลุ่มคนเผ่าไห่เยาจำนวนมากมายตกตายไป โลหิตไหลลงไปบนต้วนหนานกวนราวกับเป็นสายฝน แม้แต่วิญญาณของพวกมันก็ยังถูกทำลายไป ทั่วทั้งสนามรบเต็มไปด้วยสีแดง

ดูเหมือนเผ่าไห่เยากำลังจะถูกกำจัดไปโดยสิ้นเชิง แต่ในตอนนี้เองที่หัวหน้าเผ่าไห่เยาส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา

“เผ่าหลัก ช่วยข้าด้วย!!” ขณะที่เสียงของมันดังก้องออกไป ต้วนหนานกวนก็เริ่มสั่นสะเทือน รอยแตกมากมายปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของเมืองต้วนหนาน และเริ่มกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว จนเกือบคล้ายกับเป็นสายฟ้า สิ่งปลูกสร้างมากมายที่อยู่ภายในเมืองพังทลายลง ทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศ เสียงพึมพำแปลกๆ ทันใดนั้นก็ได้ยินมา ราวกับว่าเสียงพึมพำแปลกๆ นั้นเป็นเสียงร้องเรียก เป็นเสียงเรียกรูปปั้นโบราณขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านล่างเมืองต้วนหนาน รูปปั้นค่อยๆ เริ่มแยกพื้นดินโผล่ออกมาให้เห็นอย่างช้าๆ

มันมีสีดำสนิท และมีแปดแขน ตอนแรกมันดูคล้ายกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทะเลอสูร แต่ความรู้สึกที่มันกระจายออกมาเป็นความเก่าแก่โบราณโดยสิ้นเชิง และดูเหมือนจะมีกลิ่นอายบางอย่างที่คล้ายกับเป็นปีศาจกระจายออกมาจากตัวมัน ขณะที่มันโผล่ออกมา ตาที่หลับอยู่ของมันจู่ๆ ก็ลืมขึ้น

ดูเหมือนว่ามันจะเป็นแค่รูปปั้น แต่เพียงชั่วพริบตา ผนึกบางอย่างก็แตกกระจายไป และวิญญาณของมันก็ตื่นขึ้นมาในทันที ฉับพลันนั้น พลังของวิญญาณรูปปั้นโบราณก็ระเบิดออกมา

ในตอนที่ดวงตามันเปิดขึ้น แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่างเมิ่งฮ่าว และความรู้สึกถึงวิกฤตความเป็นตายอันลึกล้ำก็เต็มอยู่ในจิตใจ ถึงแม้ดวงตาเขาจะเบิกกว้าง แต่ก็ไม่ยอมล่าถอยไปแม้แต่น้อย ยกมือขวาขึ้น ขว้างหอกปีศาจตรงไปยังรูปปั้นนั้น

เฟี้ยว!

หอกปีศาจแหวกฝ่าอากาศไป กลายเป็นลำแสงสีดำพุ่งตรงไป

“ผู้พิทักษ์ต้วนหนาน!!”

“ข้าเคย…เคยอ่านเกี่ยวกับบันทึกโบราณมาครั้งหนึ่ง! จากสิ่งของทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้นที่ถูกสร้างขึ้นมาในทะเลทรายตะวันตก เพื่อใช้ต่อต้านกองกำลังอันยิ่งใหญ่ของผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ หนึ่งในนั้นก็คือผู้พิทักษ์ต้วนหนาน!”

“ผู้พิทักษ์เกราะดำ!!”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเผ่าไห่เยาถึงได้ครอบครองพื้นที่แถบนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันคล้ายกับผู้พิทักษ์เกราะดำนี้ อย่าบอกข้านะว่า…เผ่าไห่เยาจริงๆ แล้วก็สืบเชื้อสายมาจากของสิ่งนี้!!”

ในขณะที่ผู้ฝึกตนนับหมื่นที่ด้านล่างพูดคุยเรื่องราวนี้อยู่ หอกปีศาจก็กรีดผ่าอากาศไป เพียงชั่วพริบตา มันก็ไปอยู่ตรงหน้ารูปปั้น มุ่งตรงไปยังหน้าผาก นำเอากลุ่มหมอกปีศาจที่เต็มไปด้วยใบหน้าอันดุร้ายนับไม่ถ้วนไปด้วย

อย่างไรก็ตาม รูปปั้นนั้นไม่สนใจหอกปีศาจโดยสิ้นเชิง ดวงตามันสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ ขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว ในตอนที่หอกปีศาจบรรลุถึงศีรษะ ริมฝีปากมันก็ขยับและกล่าวคำพูดออกมา

“อวิ่น!” (ตาย)

เพียงแค่คำเดียว แต่ร่างเมิ่งฮ่าวก็สั่นสะท้านและพ่นโลหิตออกมาจากปาก ถอยไปด้านหลัง ใบหน้าซีดขาว ราวกับว่าวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ทันใดนั้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็เสียดแทงไปทั่วทั้งร่างกาย

ราวกับว่าคำพูดนี้นำพาพลังซึ่งทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่รูปปั้นมองไปถูกทำลายลง!

ในเวลาเดียวกันนั้น สามเผ่าโจรที่อยู่อีกด้านของเส้นทางภูเขาสบตากันไปมา ทันใดนั้นสามหัวหน้าเผ่าก็ก้าวเท้าออกมา

“พวกมันบังอาจมาโจมตีผู้พิทักษ์แห่งเส้นทางภูเขา เผ่าไห่เยา!” พวกมันร้องออกมา “นี่เป็นโอกาสที่พวกเราไม่ควรพลาด พวกเราไม่ควรจะยืนดูอยู่เช่นนี้!” เมื่อได้ยินเสียงหัวหน้าเผ่าของพวกมัน กลุ่มคนของสามเผ่าโจร ก็พุ่งตรงไปยังต้วนหนานกวนในทันที

เห็นได้ชัดว่า พวกมันเห็นว่าเมิ่งฮ่าวได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทำให้การต่อสู้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เป็นโอกาสของพวกมันที่จะเข่นฆ่าและปล้นชิง!

 

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: