Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 548

I Shall Seal The Heaven Chapter 548

ตอนที่ 548

กลับไปยังดินแดนสีดำ

โดยปกติแล้ว ปรมาจารย์ตระกูลหลี่จะเป็นคนแรก ที่ได้รับเกียรติให้กลายเป็นหนึ่งในวิญญาณสายฟ้าของเมิ่งฮ่าว มันค่อนข้างจะมีความยินดีอยู่เล็กน้อยกับสถานภาพเช่นนี้มานานแล้ว และค่อนข้างจะรู้สึกสะดวกสบายอยู่ในหน้ากากสีโลหิต ตราบเท่าที่มันไม่ได้ถูกสายฟ้าฟาด หรือถูกทรมานโดยผีโต้ง มันก็รู้สึกมีความสุขอย่างแท้จริง

มันเลิกคาดหวังให้คนในตระกูลหลี่มาช่วยเหลือนานมากแล้ว รู้สึกขนลุกกับความคาดหวังใดๆ เช่นนั้น ช่วงนี้มันมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้ทรมานจี้สือจิ่ว

การที่สามารถนำความเจ็บปวดที่มันเคยได้รับ ไปให้ใครบางคนได้รับรู้ด้วย ทำให้ปรมาจารย์ตระกูลหลี่มีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม

แน่นอนว่า จี้สือจิ่วถูกลิขิตให้ต้องกลายมาเป็นวิญญาณสายฟ้าคนที่สองของเมิ่งฮ่าว ถึงแม้ว่ามันจะไม่ยินยอมก็ตามที อันที่จริง ปรมาจารย์ตระกูลหลี่รู้สึกยินดีอยู่เล็กน้อย ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการโน้มน้าวให้เมิ่งฮ่าวมอบเกียรติเช่นนั้นให้กับจี้สือจิ่วด้วย…

วิญญาณสายฟ้าคนที่สาม แน่นอนว่าเป็นปรมาจารย์ฮูเหยียน ซึ่งเพิ่งจะถูกลากเข้าไปในหน้ากากสีโลหิต ไม่อาจจะกระจัดกระจายหายตัวไปได้

ทันทีที่มันเห็นปรมาจารย์ฮูเหยียน ปรมาจารย์ตระกูลหลี่ก็ยิ่งมีความตื่นเต้นมากขึ้น ร่างมันเริ่มมีสายฟ้าปะทุขึ้น…เมื่อไหร่ที่การทรมานเริ่มต้นขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่มันไม่อาจจะกลบเกลื่อนความตื่นเต้นนี้ลงได้

เมิ่งฮ่าวดึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์กลับออกมาจากจุดตันเถียน เสร็จสิ้นการสังเกตดูวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งเจ็ด ที่กำลังกลั่นสกัดแสงของกงล้อแห่งกาลเวลา เขาลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ อ๋าวเฉี่ยนอยู่ด้านข้าง กำลังเลียบาดแผลของมัน ความโหดร้ายเต็มอยู่ในแววตา มันรับรู้ได้ว่ารังสีสังหารของเมิ่งฮ่าวยังไม่ได้จางหายไป แต่ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ขณะที่ทั้งสองดำเนินการสังหาร

สายตาเมิ่งฮ่าวกวาดผ่านไปทั่วทั้งทะเลม่วง ร่างจำแลงของปรมาจารย์ฮูเหยียนไม่ได้มีถุงสมบัติใดๆ ตอนแรกเมิ่งฮ่าวไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แต่หลังจากที่หยิบยืมพลังของขั้นตัดวิญญาณมา เขาก็เข้าใจได้ในทันที

ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณบางคนอาจจะใช้ถุงสมบัติ แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกมันมักจะเปิดช่องว่างในแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ออก นี่เป็นความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งระหว่างมนุษย์ธรรมดาและเซียนอมตะ

อย่างไรก็ตาม เมิ่งฮ่าวได้ทำลายด่านทั้งสิบไป และสังหารผู้ฝึกตนไปมากมาย เขาได้เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ ไว้ภายในถุงสมบัติ ซึ่งช่วยชดเชยในสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไป ในตอนที่สร้างวิญญาณแรกก่อตั้งดวงที่เจ็ด

ได้ยินเสียงขณะที่กลุ่มคนเผ่าจินอูเข้ามาใกล้ พวกมันมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น พวกมันอยู่ห่างออกไปไกลในตอนที่มีการต่อสู้ และไม่อาจจะมองเห็นได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่พวกมันก็รับรู้ได้ถึงธรรมชาติแห่งการต่อสู้ด้วยเวทอาคมอันน่าตกใจ

“ข้าไม่มั่นใจว่าร่างจำแลงของปรมาจารย์ฮูเหยียน จะมีพื้นฐานฝึกตนที่แท้จริงอยู่มากน้อยเท่าใด…” เมิ่งฮ่าวพึมพำกับตัวเอง “แต่ก็เห็นได้ชัดว่าร่างจำแลงนี้ แตกต่างไปจากร่างจำแลงทั่วไปเป็นอย่างมาก” เขายิ้มออกมา ไม่สำคัญว่าร่างจำแลงนี้มีพลังการต่อสู้มากมายเท่าใด หรือร่างที่แท้จริงของปรมาจารย์ฮูเหยียนจะเก่งกาจสักเพียงใด เมิ่งฮ่าวจะไม่หดหัวไม่ยอมต่อสู้ แค่เพราะว่าศัตรูของเขาแข็งแกร่ง

“อีกสามผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณเหล่านั้น ก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ดูเหมือนปรมาจารย์ฮูเหยียนจะมีแรงจูงใจซ่อนเร้นบางอย่าง ที่จะขอร้องให้พวกมันช่วยมาโจมตี ดูเหมือนผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณทั้งหมดต่างก็เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและมองการณ์ไกล ข้าต้องไม่มองข้ามพวกมัน” หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เขาก็มองลงไปยังกลุ่มคนเผ่าจินอูที่อยู่ด้านล่าง และดวงตาก็สาดประกายเจิดจ้า

“พวกเรากลับไปยัง…ดินแดนสีดำกันเถอะ!” เขากล่าว โบกสะบัดมือขวา ทำให้ทั่วทั้งทะเลม่วงเต็มไปด้วยเสียงกระหึ่มกึกก้อง ยักษ์ทะเลม่วงขนาดใหญ่ทันใดนั้นก็พุ่งขึ้นมา น้ำทะเลไหลลงมาจากพื้นผิวของมัน หยดลงไปบนพื้นผิวของทะเลที่ด้านล่าง ต่อมาร่างที่สอง จากนั้นยักษ์ทะเลม่วงร่างที่สามก็ปรากฏขึ้น

ในชั่วพริบตา ก็มีถึงเจ็ดร่าง ยักษ์ทะเลม่วงที่สูงตระหง่านเจ็ดร่าง แต่ละตัวสูงถึงหนึ่งพันจ้าง ถึงแม้ใบหน้าของมันจะค่อนข้างดูเลือนลาง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าพวกมันดูคล้ายคลึงกับเมิ่งฮ่าว

“ไปกันเถอะ!”

เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิอยู่บนอ๋าวเฉี่ยน ขณะที่มันบินฝ่าอากาศไป ยักษ์ทะเลม่วงเริ่มวิ่งไปด้วย ทำให้เกิดเป็นคลื่นขนาดขึ้นมา กวาดเอากลุ่มคนเผ่าจินอูตามไปด้วย ขณะที่พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังดินแดนสีดำ

ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็จะเห็นว่าทะเลม่วงกำลังเดือดพล่าน ขณะที่เมิ่งฮ่าวส่งเจตจำนงของเขายืดขยายออกไป

คลื่นกระจายออกไปทั่วทั้งทะเลม่วง ทำให้ภูติผีมากมายนับไม่ถ้วน ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของน้ำทะเล เมื่อถึงตอนที่คลื่นพุ่งไปถึงโม่เหมิน จำนวนของพวกมันก็เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งแสนตน

ภูติผีบางตนก็เริ่มไปรวมตัวกันอยู่รอบๆ ยักษ์ทะเลม่วงทั้งเจ็ด ขณะที่พวกมันทั้งหมดพุ่งตรงไปยังดินแดนสีดำ

พวกมันพุ่งตรงไปพร้อมกับพลังที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ ไม่มีอะไรสามารถมากีดขวางเส้นทางของพวกมันได้ เสียงกระหึ่มดังก้องออกไปอยู่ตลอดเวลา จนถึงจุดที่ตอนนี้ดินแดนสีดำได้มีการแจ้งเตือนในระดับสูงสุด กองกำลังทั้งหมดในนั้นถูกส่งออกมาด้วยความตื่นตกใจ

เมื่อเจ็ดยักษ์ทะเลม่วงปรากฏขึ้นในที่ห่างไกล ผู้ฝึกตนนับหมื่นที่รวมตัวกันอยู่ที่ด้านบนของโม่เหมินก็ได้แต่ระมัดระวังตัว ราวกับว่าพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอันน่าเหลือเชื่อ ที่ด้านล่าง คลื่นยักษ์จำนวนมากมายประดังพรุ่งพรูขึ้นมาทั่วทั้งพื้นผิวของท้องทะเลม่วง

ในตอนนี้เองที่คลื่นขนาดใหญ่อันกราดเกรี้ยวได้กระแทกเข้าไปในโม่เหมิน ทำให้เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า และโม่เหมินก็สั่นสะเทือน ภูเขาที่อยู่รอบๆ สั่นสะท้าน ศิลาจำนวนมากมายเกิดถล่มลงมา ผู้คนซึ่งรวมตัวกันที่ด้านบนโม่เหมินต่างก็ประหลาดใจไปตามๆ กัน

ในเวลาเดียวกันนั้น อ๋าวเฉี่ยนโลหิตก็ส่งเสียงแผดร้องฝ่าอากาศมา เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านบนสุดของมัน มีผู้ฝึกตนสิบกว่าคนบินออกมาปิดกั้นเส้นทาง

แต่ทันทีที่พวกมันปรากฏขึ้น อ๋าวเฉี่ยนโลหิตก็ส่งเสียงคำรามออกมา กลิ่นอายตัดวิญญาณปรากฏขึ้น ตามมาด้วยอาณาจักร เสียงระเบิดได้ยินมา ขณะที่ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งสิบกว่าคนนั้น ลอยละลิ่วปลิวไปด้านหลัง โลหิตกระจายออกมาจากปากพวกมัน สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ความไม่อยากจะเชื่อและหวาดกลัวไม่อาจจะมากไปกว่านี้อีกแล้ว

“สัตว์ปีศาจตัดวิญญาณ!!”

“นั่นก็คือ…สัตว์อสูรตัดวิญญาณ!!”

ในตอนที่ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งกำลังล่าถอยไปนั้น อ๋าวเฉี่ยนก็ส่งเสียงคำรามขึ้นมาอีกครั้ง และพุ่งผ่านประตูใหญ่ของโม่เหมิน เข้าไปในดินแดนสีดำ ในเวลาเดียวกันนั้น เจ็ดยักษ์ทะเลม่วงก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากคลื่น ผ่านประตูใหญ่เข้าไปในดินแดนสีดำด้วยเช่นกัน

“นั่น…นั่นคืออะไร? พวกมันคือยักษ์ที่สร้างขึ้นมาจากทะเลม่วง?!?!”

“มัน…มันสามารถควบคุมทะเลม่วงได้จริงๆ!!”

“เป็นไปไม่ได้! จะมีใครควบคุมทะเลม่วงได้อย่างไร! ข้าจำมันได้! นั่นเป็นเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าจินอู…”

เมื่อเจ็ดยักษ์ทะเลม่วงก้าวเท้าลงไปบนดินแดนสีดำ ทุกสิ่งทุกอย่างก็สั่นสะเทือน ขณะที่ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านบนสุดของโม่เหมินก็ตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวายประหลาดใจ เสียงเมิ่งฮ่าวก็ดังก้องได้ยินมา

“ข้าคือเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าจินอู เผ่าเทียนฉงต้องการทำลายล้างเผ่าจินอูของข้า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าต้องมายังดินแดนสีดำในวันนี้ ข้าจะมากวาดล้างเผ่าเทียนฉง!”

“ข้าได้กำจัดร่างจำแลงของปรมาจารย์ฮูเหยียนไปแล้ว ถ้าเผ่าใดในที่แห่งนี้มาขัดขวางเส้นทาง ข้าจะสั่งให้ทะเลม่วงอันโหดร้ายกระจายออกไปทั่วทั้งดินแดนสีดำ!” ด้วยการตอบรับคำพูดของเขา คลื่นยักษ์พุ่งขึ้นมาจากทะเลม่วง ที่ด้านนอกโม่เหมิน ในเวลาเดียวกันนั้น ภูติผีนับแสนก็กรีดร้องเป็นเสียงแหลมเล็ก พุ่งผ่านอากาศเข้าไปในดินแดนสีดำ

ขณะที่คำพูดเมิ่งฮ่าวดังก้องออกไป เจ็ดยักษ์ทะเลม่วงก็วิ่งตรงไปพร้อมกับเสียงดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว ภูติผีนับแสนกรีดร้องผ่านอากาศ ปกคลุมเต็มไปทั่วท้องฟ้าที่ด้านบน ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ฝึกตนนับหมื่นอ้าปากค้าง ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะขยับร่างไปหยุดเมิ่งฮ่าวไว้

พวกมันเพียงแค่…ไม่อาจจะทำอะไรได้ ทั้งในแง่ของเจ็ดยักษ์ทะเลม่วง, ภูติผีนับแสน, สัตว์อสูรตัดวิญญาณ หรือเสียงกระหึ่มกึกก้องของทะเลม่วงที่อยู่ด้านนอกโม่เหมิน ทั้งหมดนี้…เป็นสิ่งที่ไกลเกินกว่าสิ่งใดๆ ที่พวกมันจะสามารถต่อต้านได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคิดไปถึงสิ่งที่เมิ่งฮ่าวเพิ่งจะพูดมา ความจริงที่เขาสังหารร่างจำแลงของปรมาจารย์ฮูเหยียน ได้กลายเป็นเสียงกระหึ่มเต็มอยู่ในจิตใจของพวกมัน จริงๆ แล้ว หลายคนในพวกมัน…ไม่อยากจะเชื่อในเรื่องนี้

แต่กระนั้นก็ไม่มีใครจะมาขวางกั้นเส้นทางของเมิ่งฮ่าว โดยไม่ลังเลผู้ฝึกตนนับหมื่นก็เริ่มส่งข่าวสารในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ กลับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของพวกมันในทันที สำหรับแต่ละชนเผ่าจะมีปฏิกิริยาเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับผู้นำของแต่ละเผ่าเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาได้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ โดยไร้ข้อยกเว้น ทุกเผ่าได้ตอบข้อความกลับมาในทันใด ด้วยคำสั่งอย่างเคร่งครัดไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง ระหว่างเผ่าจินอูและเผ่าเทียนฉง

ขณะที่เขามุ่งหน้าไป เมิ่งฮ่าวไม่ได้พบเจอกับอุปสรรคใดๆ ทุกเผ่าในดินแดนสีดำได้เปิดทางให้ เสียงสนั่นหวั่นไหวดังก้องออกมา ขณะที่เจ็ดยักษ์ทะเลม่วงเหยียบย่างเท้าลงไปบนพื้น

ภูติผีนับแสนทำให้ท้องฟ้าดูสลัวเลือนลางขณะที่พวกมันลอยตามไป สำหรับอ๋าวเฉี่ยนโลหิตของเมิ่งฮ่าว ไม่ว่ามันจะพุ่งผ่านไปยังที่แห่งใด กลิ่นอายอันไร้ที่เปรียบก็กระจายออกไป ในวันนี้…นามของเมิ่งฮ่าวได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งดินแดนสีดำ

ด้วยการบอกทางของอูหลิง เมิ่งฮ่าวมุ่งหน้าตรงไปยังอาณาเขตของเผ่าจินอู ซึ่งยังคงมีการทำสงครามกันอยู่

เผ่าเฮยหลงจากไปแล้ว ทำให้กองกำลังลดลงไปถึงสามในสิบส่วน จากตอนที่ครั้งหนึ่งซึ่งเคยเป็นเผ่าจินอูเฮยหลง กองกำลังของเผ่าจินอูลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังได้ต่อสู้มานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว

ทำให้เผ่าจินอูเหลือสมาชิกอยู่เพียงแค่ห้าหมื่นคน พวกมันเกือบทั้งหมดถูกระดมกำลังมา สัตว์ปีศาจจำนวนมากมายเข้าต่อสู้ด้วยความดุร้าย ต้าเหมาและเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่นๆ ต่อสู้ด้วยความคลุ้มคลั่ง เหมือนกับไม่ได้ตระหนักถึงความเหน็ดเหนื่อยของพวกมันเอง

สำหรับเผ่าเทียนฉง พวกมันก็ถูกระดมกำลังมาเกือบหมดทั้งกองกำลังของพวกมัน มีผู้ฝึกตนมากกว่าหนึ่งแสนคน พร้อมกับฝูงสัตว์ปีศาจจำนวนมากมาย ตามมาด้วยเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์ของพวกมัน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันไปมาหลายวัน ก็เกิดการบาดเจ็บล้มตายอย่างมากมายขึ้นทั้งสองฝ่าย

เดิมที เผ่าจินอูไม่อาจจะต่อสู้ด้วยได้ แต่ต้นเถาวัลย์ป้อมปราการหนาม ก็ยังคงทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากเมิ่งฮ่าวเมื่อหลายปีก่อนนั้นอย่างต่อเนื่อง มันปกคลุมไปรอบๆ เผ่าจินอู ทำให้หนามอันแหลมคมกระจายออกไป ปิดกั้นการโจมตีอันร้ายแรงจากเผ่าเทียนฉงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โลหิตเปียกชุ่มไปทั่วพื้นดิน ขณะที่สงครามระหว่างสองชนเผ่าค่อยๆ พุ่งขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด เสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่ผู้คนทั้งสองฝ่ายตกตายไป

ค่ายกลเวทของวิหารจินกวง ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่ทำให้เผ่าจินอูสามารถต่อต้านได้อย่างยาวนานเช่นนี้ การโจมตีของนกแก้ว, ผีโต้ง และสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ ก็ช่วยเปลี่ยนให้สนามรบของเผ่าเทียนฉงกลายเป็นทะเลแห่งโลหิตด้วยเช่นกัน

ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต่อสู้กันด้วยสองตาที่แดงก่ำ สัตว์ปีศาจบินไปมาในกลางอากาศ ทำการเข่นฆ่าซึ่งกันและกัน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เวลาเลื่อนผ่านไป สถานการณ์ของเผ่าจินอูก็เริ่มอันตรายมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้ ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งมากกว่าหนึ่งร้อยคนของเผ่าเทียนฉง บินไปมาอยู่ในกลางอากาศ กระจายแรงกดดันบดขยี้ที่แท้จริงออกมา และมีเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์มากกว่ายี่สิบตัวด้วยเช่นกัน ถึงแม้พวกมันจะไม่ได้อยู่ในขั้นตัดวิญญาณ เพียงอยู่ในขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่ของวิญญาณแรกก่อตั้งก็ตามที แต่พวกมันก็ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

เมื่อรวมเข้ากับผู้ฝึกตนธรรมดาทั่วไป และสัตว์ปีศาจที่กำลังส่งเสียงแผดร้องคำราม ก็ทำให้ท้องฟ้ามืดสลัวดูเลือนลาง

นอกจากนี้เผ่าเทียนฉงก็เป็นชนเผ่าอันยิ่งใหญ่ ด้วยทรัพยากรที่ทรงพลังอย่างลึกล้ำ และเมื่อคิดว่าพวกมันได้ระดมพลมาทั้งเผ่า ทำให้โดยพื้นฐานแล้ว เผ่าจินอูไม่อาจจะเทียบกับพวกมันได้ เผ่าจินอูไร้ทางเลือกได้แต่ต้องค่อยๆ ถอยไปด้านหลังเข้าไปในอาณาเขตของป้อมปราการหนามอย่างช้าๆ สัตว์ปีศาจและผู้ฝึกตนทั้งหมด เหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่ได้สิ้นหวัง

ภายในอาณาเขตของเผ่า สมาชิกของเผ่ากำลังรวมตัวกันอยู่รอบๆ รูปปั้นของเมิ่งฮ่าว และตะโกนเรียกนามของเซิ่งจู่พวกมัน ในตอนนี้เองที่พวกมันเริ่มรู้สึกว่า โลหิตกำลังลุกโชนด้วยความเที่ยงธรรม พวกมันรู้สึกเช่นเดียวกับชายชราผู้คร่ำครึ ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำของชนเผ่า เกิดความรู้สึกเช่นเดียวกับช่วงของวันคืนแห่งการอพยพ

แต่สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มเลวร้ายลงไปอย่างต่อเนื่อง การปกป้องของป้อมปราการหนามเริ่มแสดงสัญญาณแห่งการพังทลายลง ถึงแม้ว่า…มันยังคงยืนหยัดต่อไป

ต้าเหมาและยักษ์เถื่อนต่อสู้ต่อไป ภายในจิตใจพวกมันไร้ความหวาดกลัวต่อความตาย ต่อสู้ด้วยความบ้าคลั่ง ด้วยความมุ่งมั่น ไม่ลืมภารกิจที่เมิ่งฮ่าวได้มอบหมายให้กับพวกมันด้วยเช่นกัน ถึงแม้พวกมันจะตายไป ก็จะปกป้องเผ่าจินอูต่อไป

ต้าเหมา เต็มไปด้วยโลหิตทั่วร่าง ส่งเสียงแผดร้องขณะที่มันต่อสู้ ยักษ์เถื่อนสูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง แต่ก็ยังคงความดุร้ายเหมือนเช่นเคย

ในเวลาเดียวกันนั้น ภายในกองกำลังของเผ่าเทียนฉง จางเหวินสู่มองอย่างเย็นชาออกไปทั่วทั้งสนามรบ จากนั้นมันก็โบกสะบัดมือขวา คว้าจับไปที่ลำคอของสมาชิกเผ่าจินอู ออกแรงบีบลงไปอย่างรุนแรง เสียงแตกร้าวได้ยินมาขณะที่ลำคอถูกบดขยี้ไป

ทันใดนั้นมันก็ส่งเสียงร้องตะโกนออกมา “เผ่าถาข่า, เผ่าอวิ๋นซาน, เผ่าจิ่วจิง พวกเจ้าทั้งสามโจมตีทางปีกขวา!”

“เผ่าเฟยอวิ๋น, เผ่าหงซาน, เผ่าเผิงหลาย โจมตีปีกซ้าย!”

“สงครามนี้กำลังจะจบลงแล้ว! สมาชิกหลักเผ่าเทียนฉง โจมตีตรงกลาง…บดขยี้เผ่าจินอู บุรุษ, สตรี, ชรา, เยาว์วัย…ต้องไม่ปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!” รังสีสังหารแวบขึ้นมาในดวงตาจางเหวินสู่ แน่นอนว่ามันก็คือผู้ถูกเลือกแห่งเผ่าเทียนฉง ซึ่งเป็นผู้นำในการต่อสู้ครั้งนี้

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: