I Shall Seal The Heaven Chapter 547

ตอนที่ 547

ผนึกตัดวิญญาณ

เมื่อได้เห็นปรมาจารย์ฮูเหยียน ทุ่มออกมาจนสุดตัวแล้ว ก็ทำให้รังสีสังหารสาดประกายอยู่ภายในดวงตาเมิ่งฮ่าว ปรมาจารย์ฮูเหยียนอยู่ในช่วงที่คลุ้มคลั่งไร้จิตสำนึก แต่พลังการต่อสู้ของมันก็พุ่งทะยานขึ้น และตอนนี้ก็แข็งแกร่งมากกว่าก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง!

เมื่อคิดว่าปรมาจารย์ฮูเหยียนได้เข้าไปอยู่ในสภาวะเช่นนั้น เมิ่งฮ่าวก็ได้แต่หลบเลี่ยงการโจมตีของมัน จากนั้นก็รอคอยเวลาที่รูปแบบเช่นนี้ของปรมาจารย์ฮูเหยียนกระจายหายไปเอง อย่างไรก็ตาม ความต้องการต่อสู้ก็มีอยู่อย่างเข้มข้นในดวงตาเมิ่งฮ่าว นี่เป็นสิ่งที่จะพิสูจน์ว่า พลังพื้นฐานฝึกตนของเขาได้บรรลุถึงความเชี่ยวชาญของพลังเวทและวิชาเวท โดยผ่านการต่อสู้ที่แท้จริง

สำหรับเมิ่งฮ่าว การต่อสู้นี้เป็นวิธีที่จะทำความเข้าใจและรู้จักควบคุมตัวเอง เพื่อให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับความสามารถศักดิ์สิทธิ์ ที่แข็งแกร่งทรงพลังมากที่สุดของปรมาจารย์ฮูเหยียน เมิ่งฮ่าว…ไร้ความคิดที่จะหลบหนีใดๆ เขาต้องสู้!

ขณะที่ความต้องการเข้าต่อสู้เอ่อล้นออกมาจากดวงตาเมิ่งฮ่าว ร่างของปรมาจารย์ฮูเหยียนก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ริมฝีปากเมิ่งฮ่าวก็กลายเป็นรอยยิ้มอันโหดร้าย ขณะที่เขาไม่ยอมล่าถอยหลบหนี แต่โจมตีกลับไป!

คนทั้งสองกระแทกเข้าหากัน ทำให้เกิดการโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดเป็นเสียงระเบิดอันน่าตกใจดังเต็มไปทั่วบริเวณนั้น ทะเลม่วงพลุ่งพล่านปั่นป่วนอย่างรุนแรง และอากาศก็เกิดเป็นระลอกคลื่นบิดเบี้ยวไปมา ขณะที่การต่อสู้ดำเนินต่อไป เสียงปะทุได้ยินออกมาจากภายในร่างเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้นเขาก็พุ่งถอยไปด้านหลัง การหยิบยืมพลังขั้นตัดวิญญาณในตอนนี้เริ่มไม่คงที่ จากการคาดคิดคำนวน เขาเหลือเวลาอยู่เพียงแค่สามลมหายใจก่อนที่มันจะหายไป

ในช่วงวิกฤตครั้งสุดท้าย จู่ๆ เมิ่งฮ่าวก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ มองลงมายังปรมาจารย์ฮูเหยียน ซึ่งกำลังพุ่งตรงมาที่เขา จากพื้นผิวของทะเลม่วง

“ข้าได้เรียนรู้มากมายจากการต่อสู้ครั้งนี้ ดังนั้น ข้าคิดว่าจะใช้ไพ่ไม้ตายซึ่งข้าเพิ่งจะเรียนรู้มา…เพื่อกลบฝังเจ้า!” แสงแปลกๆ ลุกโชนอยู่ในดวงตาเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขากล่าวคำพูดเหล่านั้น ในช่วงสุดท้ายที่เขาหยิบยืมพลังตัดวิญญาณซึ่งกำลังจะหายไป สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ภาพของสัญลักษณ์เวท ฉับพลันนั้นก็แวบขึ้นมาอยู่ภายในดวงตา

ราวกับว่าทั่วทั้งร่างเขาได้เลื่อนเข้าไปอยู่ในสภาวะที่ไม่ชัดเจนบางอย่าง ยกมือขวาขึ้นทำให้ภาพลวงตาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง นั่นเป็นภาพของ…สัญลักษณ์เวท!

มันดูเลือนลาง แต่ในทันทีที่ปรากฏขึ้น ทะเลม่วงก็ส่งเสียงดังกระหึ่ม ขณะที่ถูกผลักออกไป ราวกับว่ามีแรงกดดันอันแหลมคมบางอย่าง กำลังผลักมันออกไป ก่อตัวเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อยู่ที่เบื้องล่าง

อากาศที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดบิดเบี้ยวไปมา ราวกับว่าทั่วทั้งโลกนี้ ไม่มีอะไรคงอยู่ยกเว้นสัญลักษณ์เวทนี้

แหล่งกำเนิดของสัญลักษณ์เวทนี้ก็คือดวงตาของเมิ่งฮ่าวและจิตใจของเขา นี่ไม่ใช่อะไรอื่นแต่เป็นสัญลักษณ์เวทที่เมิ่งฮ่าวพยายามจะได้รับความรู้แจ้งมาปีแล้วปีเล่า เป็นสัญลักษณ์เวทที่มาจาก…ดินเซียนแห่งดินแดนสีดำ!

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของมันก็คือยันต์เวทซึ่งมาจากสวรรค์ที่ถูกทำลายไป ตกลงมายังดินแดนสีดำ และจากนั้นก็กลายเป็นสัญลักษณ์เวทสีดำ

เมิ่งฮ่าวยังคงไม่ได้รับความรู้แจ้งที่สมบูรณ์ ดังนั้นการใช้งานมันก็ต้องใช้พลังพื้นฐานฝึกตนของเขา อย่างไรก็ตาม ด้วยการหยิบยืมพลังของอ๋าวเฉี่ยน ทำให้เขาสามารถกระทำเช่นนี้ได้

สีหน้าเขาว่างเปล่า ราวกับว่าได้สูญเสียความรู้สึกนึกคิดไป ภายในดวงตาของจิตใจเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นภาพของดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วน ในท่ามกลางดวงดาวทั้งหมดนั้น เป็นเงาร่างเลือนลางซึ่งมีท่าทางคล้ายคลึงกับเซียนผู้วิเศษ

เงาร่างนั้นยืนอยู่ที่นั่นเหนือดาวหนานเทียน โบกสะบัดนิ้วเพื่อเรียกกระดาษยันต์มา มันเริ่มขีดเขียนลงไปบนกระดาษ และจากนั้นด้วยความเกลียดชังอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ ก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อ ทำให้ยันต์กระดาษพุ่งตรงไปยังดาวหนานเทียน

ทันทีที่กระดาษยันต์เริ่มตกลงไป ก็มีพลังปรากฏขึ้นมาจากสถานที่บางแห่งในดาวหนานเทียน ยันต์และพลังนั้นกระแทกเข้าหากัน ทำให้แรงสั่นสะเทือนกระจายออกเป็นระลอกคลื่น ปกคลุมไปทั่วทั้งดาวหนานเทียน พร้อมกับเสียงกระหึ่มกึกก้องขนาดใหญ่

ตามมาด้วยเสียงกระหึ่มนั้น ยันต์กระดาษก็เริ่มลุกไหม้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็กลายเป็นเถ้าธุลีตกลงไปด้านล่าง กลายเป็นดินแดนสีดำ ซึ่งภายในเศษชิ้นส่วนของเถ้าธุลีเหล่านั้น ก็คือเจตจำนงแห่งยันต์เซียน!

ขณะที่เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ เขาโบกสะบัดมือขวาลงไปด้านล่าง สัญลักษณ์เวทที่อยู่ด้านหลังกลายเป็นสีดำ จากนั้นก็พุ่งผ่านร่างเมิ่งฮ่าว ขณะที่มันพุ่งตรงไปยังปรมาจารย์ฮูเหยียน

ในตอนนั้น ดูเหมือนว่าเมิ่งฮ่าวได้กลายเป็นเซียนอมตะจากเมื่อหลายปีก่อนที่ผ่านมา ขณะที่มือเขาตกลงไป สัญลักษณ์เวทก็ส่งเสียงดังกระหึ่ม ในเวลาเดียวกัน หน้ากากสีโลหิตก็หลุดออกมาจากใบหน้า อ๋าวเฉี่ยนลอยออกมา และพื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวก็ตกลงมาจากขั้นตัดวิญญาณ กลับเข้าสู่ขั้นก่อนหน้านี้

ร่างปรมาจารย์ฮูเหยียนสั่นสะท้าน สามเกล็ดที่อยู่บนหน้าผากมันแวบแสงขึ้น ราวกับว่าสติสัมปชัญญะของมันได้ฟื้นกลับคืนมาเล็กน้อย เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตรายที่จวนตัวเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะที่มันได้สติกลับคืนมา สัญลักษณ์เวทก็เข้ามาใกล้มัน กระจายเสียงกระหึ่มอย่างน่าตกใจออกมา กระแทกเข้าไปในร่างปรมาจารย์ฮูเหยียน ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังขึ้นไปในท้องฟ้า เสียงแผดร้องอย่างสิ้นหวังได้ยินออกมาจากปากปรมาจารย์ฮูเหยียน ขณะที่สัญลักษณ์เวทผลักให้มันตกลงไปในทะเลม่วง

น้ำทะเลเดือดพล่านขณะที่พุ่งขึ้นไปทั่วทุกทิศทาง สัญลักษณ์เวทตกลงไป พุ่งผ่านน้ำทะเลจนกระทั่งกระแทกลงไปที่ก้นทะเล

ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน กลิ่นอายของปรมาจารย์ฮูเหยียนกลายเป็นเส้นใย และเห็นได้ชัดว่าร่างมันแตกกระจายไปโดยสิ้นเชิง ถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนาอยู่ที่ก้นทะเลม่วง

ร่างบรรพบุรุษมันกำลังจางหายไป ขณะที่เป็นเช่นนั้น แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของมันก็ค่อยๆ เริ่มมองเห็นได้ พยายามกระเสือกกระสนดิ้นรน จนเริ่มกลายเป็นจุดแสงอันเจิดจ้า ซึ่งค่อยๆ กระจัดกระจายหายไปในทะเลม่วง

แต่ในขณะที่วิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์กำลังจะจางหายไป เมิ่งฮ่าวก็ทำท่าคว้าจับตรงไปยังทะเลม่วง พลังแห่งการผนึกปรากฏขึ้น ประทับลงไปบนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ฮูเหยียน ก่อนที่มันจะตายไป ผนึกมันไว้อยู่ภายในหน้ากากสีโลหิตในทันที

“ต้องการตายไป? ไม่ง่ายดายเช่นนั้น” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ ขณะที่เขาผนึกมันไว้ “คงต้องเสียดายไม่น้อยที่จะปล่อยให้ วิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ เช่นนี้หายสาบสูญไป ข้าคิดว่าจะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นวิญญาณสายฟ้าดวงที่สามของข้า”

ต่อมาเขาก็หยิบเม็ดยาออกมากลืนลงไปในทันที จากนั้นก็หลับตาลงและลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศสักพัก หลังจากเวลาไม่นานผ่านไป ดวงตาเขาก็ลืมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และส่องแสงอันเจิดจ้าออกมา ทันใดนั้นเขาก็ตบมือลงไปบนหน้ากากสีโลหิต

ธวัชสามแฉกปรากฏขึ้นอยู่ในมือเมิ่งฮ่าว รวมถึงกงล้อที่เปล่งแสงสีดำ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับกงล้อของรถศึก

ขณะที่บรรยากาศรอบข้าง ได้กลับคืนสู่สภาวะปกติของมัน เมิ่งฮ่าวก็ตรวจดูกงล้อด้วยดวงตาที่เจิดจ้า จากนั้นก็ส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปด้านใน ประทับตราลงไปหลายชั้น เพื่อทำให้มันกลายเป็นของเขาโดยสิ้นเชิง

มันเป็นของวิเศษที่ไม่ธรรมดา ถึงแม้จะถูกตัดการเชื่อมต่อกับปรมาจารย์ฮูเหยียน เมิ่งฮ่าวก็ยังคงต้องพบเจอกับการต่อต้านบางอย่าง เมื่อพยายามจะประทับตรามัน เขาแค่นเสียงเย็นชาออกมา ทำให้ค่ายกลกระบี่กาลเวลาปรากฏขึ้น และกระจายแรงกดดันอันรุนแรงออกมา เขายังได้เข้าไปอยู่ในวิญญาณดวงที่เจ็ด ทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่มีขอบเขตห่างจากหนึ่งหมื่นจ้างเพียงแค่นิดเดียว เจาะไชเข้าไปในกงล้อแห่งกาลเวลา

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ขณะที่ส่งพลังการประทับได้สำเร็จ ทำให้กงล้อแห่งกาลเวลาหดตัวลง กลายเป็นแสงสีดำซึ่งจากนั้นเขาก็กลืนลงไป มันจมลงไปในจุดตันเถียนของเขา ถูกสะกดโดยวิญญาณทั้งเจ็ดในที่แห่งนั้น

ขณะเดียวกันนั้น ย้อนกลับไปในดินแดนสีดำ…

ในช่วงเวลาเดียวกับที่เมิ่งฮ่าวผนึกวิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ฮูเหยียน ร่างจริงในชุดสีขาวของปรมาจารย์ฮูเหยียน ที่กำลังนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่ ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่างมัน

ใบหน้ามันกลายเป็นสีแดง และถึงแม้ว่าดวงตามันยังไม่ได้ลืมขึ้นมา แต่ก็กระอักโลหิตกองโตออกมา

ขณะที่มันกระอักโลหิตออกมา รูปร่างหน้าตามันก็เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้มันดูคล้ายกับเป็นบุรุษวัยกลางคน ตอนนี้ดูเหมือนมันจะแก่ชราลง เส้นผมมันเป็นสีเทา และผิวหนังก็มีริ้วรอยเหี่ยวย่น กลิ่นอายเสื่อมโทรมจู่ๆ ก็กระจายออกมาจากร่างมัน

กลิ่นอายนั้นเข้มข้นรุนแรง และดูเหมือนจะทำให้เปลวไฟแห่งพลังชีวิตของปรมาจารย์ฮูเหยียน เริ่มมืดลงเล็กน้อย

การที่ร่างจำแลงของมันถูกผนึกไว้ และการเชื่อมต่อของมันถูกตัดขาดไป ทำให้ปรมาจารย์ฮูเหยียนได้รับบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรง ถ้าเป็นแค่ร่างจำแลงธรรมดา ก็ไม่มีอะไร มันสามารถจะสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ได้ แต่ร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์นี้แตกต่างกันออกไป ราวกับเป็นชีวิตที่สองของมัน ในตอนนี้อายุขัยของมันได้ลดลงไป และพื้นฐานฝึกตนก็จมลง มันไม่ได้อยู่ที่ขั้นสูงสุดเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป และมันก็ไม่มีระดับพลังเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้อีกต่อไปด้วยเช่นกัน

ใบหน้ามันซีดขาว ร่างกายสั่นสะท้าน ขณะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ แม้ขณะที่มันกำลังจะเริ่มรักษาอากาบาดเจ็บ แรงสั่นสะเทือนอื่นก็วิ่งผ่านร่างมันไปอีกครั้ง และดวงตาก็ลืมขึ้นมาในทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่มันลืมตาขึ้นมา ในช่วงของการนั่งเข้าฌาณตามลำพัง ในรอบหลายร้อยปี ดวงตานั้นไม่ได้สาดประกายด้วยความสำเร็จ ตลอดทั้งหลายร้อยปีของการนั่งเข้าฌาณได้สูญเสียเปล่า ทำให้มีบางสิ่งที่ดูคล้ายกับเป็นสายลมอันรุนแรงปรากฏขึ้นในดวงตา ทันทีที่มันลืมขึ้นมา

มันจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างตรงเบื้องหน้า ซึ่งมีสามเงาร่างกำลังก่อตัวขึ้นมา หนึ่งเป็นชายชรา อีกหนึ่งเป็นบุรุษวัยกลางซึ่งมีเคราที่สวยงาม และคนที่สามเป็นเด็กชายในชุดสีแดง

“สหายเต๋าฮูเหยียน ของวิเศษล้ำค่าอยู่ที่ไหน?” เด็กชายชุดสีแดงถาม ส่งยิ้มให้กับปรมาจารย์ฮูเหยียน

ปรมาจารย์ฮูเหยียนสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และสะกดข่มโทสะของมันไว้ เห็นได้ชัดว่าคนทั้งสามนี้ร่วมมือกัน ซึ่งเป็นเพียงหนทางเดียวที่พวกมันจะผ่านการป้องกันของเผ่ามันเข้ามาได้ ถ้าปรมาจารย์ฮูเหยียนไม่ตัดสินใจยกเลิกการเข้าฌาณโดยการลืมตาขึ้นมา ใครจะไปรู้ว่าพวกมันจะสมคบคิดเพื่อพยายามจะทำอะไรกันอีก…

นอกจากนั้น ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นผู้ฝึกตนตัดวิญญาณ ที่ดูเหมือนจะเป็นสหายที่ดีกับมัน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ต้องมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ของมันถูกทำลายไป และพื้นฐานฝึกตนของมันก็เพิ่งจะลดลงมาจากจุดสูงสุด ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านี้จะไม่ได้มาเพื่อโจมตีมันโดยตรง แต่ก็คงจะคิดหาวิธีที่จะขูดรีดมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน

สีหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนเคร่งขรึม ขณะที่มันโบกสะบัดมือขวา ทันใดนั้น สามลำแสงเจิดจ้าก็พุ่งออกมาตรงไปยังคนทั้งสาม หนึ่งเป็นกระบี่ อีกหนึ่งเป็นรากไม้ และชิ้นที่สามเป็นขวดยา

เด็กชายชุดแดงได้รับขวดยา ซึ่งกระจายกลิ่นอายเป็นระลอกคลื่นออกมา เห็นได้ชัดว่าแตกต่างเป็นอย่างมากกับอีกสองชิ้นนั้น

ขณะที่มันโยนของวิเศษออกไป ปรมาจารย์ฮูเหยียนก็กล่าวเสียงราบเรียบ “นับจากวันนี้ไป เผ่าเทียนฉงขอแยกตัวออกจากพันธมิตรศาลสวรรค์ แต่…ท่านทั้งสามมั่นใจว่าข้าจะถูกกำจัดไปโดยเงื้อมมือของเจ้าเมิ่งฮ่าวนั่นจริงๆ?”

ดวงตาเด็กชายชุดแดงสาดประกายขึ้น อีกสองคนสบตากันและยิ้มออกมา ไม่มีใครพูดจา คนทั้งสามหันหลังและจากไป หายตัวไป เหลือไว้เพียงระลอกคลื่นในอากาศ

หลังจากที่พวกมันหายตัวไป ปรมาจารย์ฮูเหยียนก็กระอักโลหิตออกมากองโต นี่เป็นสิ่งที่มันต้องใช้แลกกับการบังคับให้ตัวมันออกมาจากการนั่งเข้าฌาณตามลำพัง ทันใดนั้นร่างมันก็เริ่มเลือนลางลงไปชั่วขณะ และแก่ชรามากขึ้น ดวงตาเริ่มสาดประกายด้วยความแข็งกร้าวเย็นชา

“เมื่อคิดไปถึงเล่ห์เหลี่ยมของคนเหล่านี้ ก็เห็นได้ชัดว่าพวกมันรู้ว่า ข้ายินดีที่จะออกไปจากการเป็นพันธมิตรด้วยตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากปรมาจารย์เผ่าอวิ๋นเทียน เพื่อให้มันเข้ามาเป็นพันธมิตรได้ ยิ่งไปกว่านั้น จากของวิเศษทั้งสามชิ้นนี้ ก็มั่นใจได้ว่าเผ่าหมานเหยียน และเผ่าเยาเตี๋ยไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเจ้าขโมยน้อยเมิ่งฮ่าว!”

ปรมาจารย์ฮูเหยียนก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์และมองการณ์ไกล ในช่วงการต่อสู้กับเมิ่งฮ่าว มันเห็นว่าไม่อาจจะได้เปรียบถ้าต้องต่อสู้ตามลำพัง และรู้ด้วยเช่นกันว่าเมิ่งฮ่าวต้องมายังดินแดนสีดำเพื่อค้นหามันอย่างแน่นอน เป้าหมายทั้งหมดของมันก็คือการมีเหตุผลที่ต้องส่งมอบของวิเศษทั้งสามชิ้นออกไป และให้มีความมั่นใจว่าคนทั้งสามจะไม่ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม และร่วมมือกันมาโจมตีมัน

แน่นอนว่า ทุกคนก็ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ จึงไม่จำเป็นที่จะพูดออกมาตรงๆ

“เมิ่งฮ่าว!” ปรมาจารย์ฮูเหยียนแผดร้องออกมา กัดฟันแน่น มันสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ขณะที่หลับตาลงอีกครั้ง มันจำเป็นต้องฟื้นฟูพลังให้กลับไปสู่จุดสูงสุด เพื่อที่จะไปต่อสู้กับเมิ่งฮ่าวได้

ในตอนนี้ มันไม่เพียงแต่จะเกลียดชังเมิ่งฮ่าวลึกลงไปจนถึงกระดูกเท่านั้น มันยังรู้สึกถึง…ความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยเช่นกัน!

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น