Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 546

I Shall Seal The Heaven Chapter 546

ตอนที่ 546

ปรมาจารย์ทุ่มสุดตัว

ระลอกคลื่นของพลังขั้นตัดวิญญาณ กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง เส้นผมเมิ่งฮ่าวพริ้วไสวไปมา ขณะที่พื้นฐานฝึกตนพุ่งทะยานสูงขึ้นไป

พลังตัดวิญญาณไม่ได้เป็นของเขา เขาเพียงแค่ครอบครองได้ชั่วคราวเท่านั้น แม้แต่อาณาจักรก็ไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของอ๋าวเฉี่ยน

หลังจากที่พื้นฐานฝึกตนตัดวิญญาณเพิ่มขึ้น อย่างน่าตกใจ ขอบเขตโลกปรากฏขึ้นรอบๆ กายเมิ่งฮ่าว ภายในจิตใจ เขาสามารถสัมผัสได้อย่างบางเบาถึงอาณาจักรแห่งเซียนโลหิต

แต่เขาก็ไม่อาจจะใช้มันได้ สิ่งที่เขาสามารถทำได้ทั้งหมดก็คือรับรู้มันได้อย่างเลือนลาง…อาณาจักรนั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับโลหิต อย่างน่าแปลกใจ มันประกอบไปด้วยความรู้สึกแห่งการรอคอย รวมถึงการแสวงหาความรุ่งโรจน์ ราวกับเป็นบุปผาสีโลหิตที่กำลังเบ่งบาน…

ในตอนที่เมิ่งฮ่าวหยิบยืมพลังตัดวิญญาณมาได้ พลังขับไล่ที่อยู่รอบๆ ตัวก็เริ่มอ่อนแอลงมากกว่าครึ่งในทันที กระแสน้ำวนในกลางอากาศหายไปอย่างไร้ร่องรอย

สีหน้าไม่อยากจะเชื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียน มันไม่เคยคาดคิดว่าการต่อสู้จะกลับกลายเป็นเช่นนี้ หรือมันอาจจะจบลงโดยการถูกเมิ่งฮ่าวทำให้สั่นสะท้าน

“เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?! ทำไมมันถึงได้น่ากลัวเช่นนี้!? อย่าบอกข้านะว่ามันคือ…ค้นหาเต๋ากลับชาติมาเกิดใหม่!? หรือบางที…มันก็คือวิญญาณแห่งเซียนในร่างมนุษย์!?!?” ขณะที่ปรมาจารย์ฮูเหยียนหมุนคว้างด้วยความตื่นตระหนก เมิ่งฮ่าวก็มองขึ้นไป เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ กำลังพุ่งขึ้นมาอยู่ภายในร่าง เขาไม่อาจจะเก็บรักษาพลังนั้นไว้ได้นานไป มีเวลาเพียงแค่สิบสองลมหายใจเท่านั้น

ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเล แสงโลหิตพุ่งออกมารอบๆ ร่าง ขณะที่เขายกมือขวาขึ้น และขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ชี้ตรงไป

“ตัดเมฆา, พิรุณโลหิต, ทะเลปกคลุมฟ้า!”

รูปแบบที่สามของความสามารถศักดิ์สิทธิ์ขุมทรัพย์เซียนโลหิต ร่างของเซียนโลหิต พื้นฐานฝึกตนขั้นตัดวิญญาณ ในตอนนี้ พลังของสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดระเบิดออกมา

ท้องฟ้าในตอนนี้เป็นสีแห่งโลหิต!

ภายใต้แสงสีแดงนั้น ทะเลม่วงเปลี่ยนเป็นสีดำ

จากที่ห่างไกล ทั้งหมดที่มองเห็นได้ก็คือ ทะเลสีดำและท้องฟ้าสีแดง พร้อมกับแสงสีม่วงระหว่างทั้งสอง แม้แต่นักวาดภาพที่เชี่ยวชาญก็คงจะยุ่งยากในการวาดภาพเช่นนี้ออกมาได้

ท้องฟ้ามีเมฆา เป็นเมฆาที่ถูกตัดจนกระจัดกระจายไป

หลังคาสีฟ้าแห่งสวรรค์มีพิรุณ เป็นพิรุณแห่งโลหิต!

ทะเลแห่งโลหิตส่งเสียงกระหึ่มพร้อมกับคลื่นยักษ์ ที่ดูเหมือนต้องการจะพุ่งขึ้นไปจนถึงสวรรค์ ทะเลแห่งโลหิตนี้หลอมรวมเข้ากับทะเลม่วง กลายเป็นโลหิตสีดำ!

ตัดเมฆา, พิรุณโลหิต, ทะเลปกคลุมฟ้า สามสิ่งนี้เป็นความสามารถศักดิ์สิทธิ์เซียนโลหิต โอ่อ่าเกรียงไกรและน่าตกใจยิ่ง

กลุ่มเมฆพลุ่งพล่านพรั่งพรู ทำให้เกิดเป็นกลุ่มหมอกพุ่งขึ้นมาอยู่รอบๆ วิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ฮูเหยียนในทันที จากภายในกลุ่มหมอกที่หนาแน่นนั้นเผยให้เห็น…รอยแยก!

เสียงระเบิดได้ยินมา ขณะที่กลุ่มหมอกที่แยกออกจากกันระเบิดออกรอบๆ วิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ฮูเหยียน ส่งเสียงแผดร้องโหยหวนออกมา ช่างน่าตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อพบว่า มันไม่อาจจะหลบหนี และไร้พลังที่จะต่อสู้กลับไป! กฏแห่งธรรมชาติในโลกนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

นี่เป็นกฎที่ไม่ได้เป็นของมันเอง แต่เป็นของเมิ่งฮ่าว หรือบางที…เป็นของหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังเมิ่งฮ่าวบนบัลลังก์แห่งกระดูก

กลุ่มเมฆประดังพรั่งพรูอย่างไร้รู้จบ เป็นเพราะว่าถูกขับเคลื่อนโดยสายลมแห่งการแบ่งแยก เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ภายในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ลมหายใจ วิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ฮูเหยียน ก็ถูกโจมตีไปสิบกว่าครั้ง มันถูกบังคับให้ถอยไปด้านหลังหลายร้อยจ้าง เสียงระเบิดดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าวิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์นี้อาจจะถูกทำลายลงไปได้ทุกเมื่อ

มันรู้สึกตื่นตระหนก เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และรับรู้ได้ถึงวิกฤตความเป็นตายอันร้ายแรงในตอนนี้ พิรุณแห่งโลหิตปรากฏขึ้นในท่ามกลางกลุ่มเมฆ มาพร้อมกับพลังอันน่าตกใจ เหมือนกับเป็นพลังขับไล่อีกอย่าง หยดน้ำฝนตกลงมาจากทั่วทุกทิศทาง ตรงไปยังปรมาจารย์ฮูเหยียน

เสียงแผดร้องอย่างน่าตกใจได้ยินมา ปรมาจารย์ฮูเหยียนตกตะลึงและสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เสียงระเบิดได้ยินมา ขณะที่ร่างมันเริ่มแยกออกเป็นส่วนๆ มันรีบดึงกลับมา รวมเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว พิรุณโลหิตส่งเสียงหวีดหวิวตรงมายังมันมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้ ทั่วทั้งโลก ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้น ได้กลายเป็นโลกแห่งพิรุณโลหิต

ภายในโลกนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะถูกทำให้จมลงไป ฝังอยู่ในพิรุณโลหิต!

แต่…นี่ยังไม่ใช่อันตรายที่ร้ายแรงที่สุด อันตรายที่ร้ายแรงที่สุดนั้น…อยู่ในทะเลสีดำ!

ทะเลพุ่งทะยานขึ้นไปในท้องฟ้า ท้องฟ้าตกลงมาในทะเล ความดำมืดที่ครั้งหนึ่งเป็นทะเลม่วง ได้หลอมรวมเข้ากับพิรุณโลหิต จนกลายเป็นสีดำ!

ทะเลสีดำพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า ทำให้ยากที่จะบ่งบอกว่าอะไรคือท้องฟ้า และสิ่งใดเป็นทะเล ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้กลับตาลปัตร ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งถูกจับให้บิดเบี้ยวไปมา

ภายในเสียงระเบิดและเสียงกระหึ่มกึกก้องทั้งหมด กลุ่มเมฆที่กระจัดกระจาย, พิรุณโลหิต, ทะเลสีดำ ได้กลายเป็น…ความตายโลหิต!

ปรมาจารย์ฮูเหยียนเต็มไปด้วยความรู้สึกถึงอันตรายอันร้ายแรง มันมีลางสังหรณ์อย่างรุนแรงว่า ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ มันก็คง…จะต้องตายไปอย่างแน่นอน!!

ถ้ามีใครบางคนมาบอกก่อนหน้านี้ว่า มันจะต้องตายลงไปด้วยเงื้อมมือของเมิ่งฮ่าว มันก็คงจะกล่าวเยาะเย้ยต่อคนผู้นั้นว่าไม่มีทาง แต่ตอนนี้…ภาพเช่นนั้นกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าสายตาของมันเอง ในตอนนี้ มันไม่มีเวลาที่จะตกใจหรือประหลาดใจ ทันใดนั้นมันมองขึ้นไปในท้องฟ้าด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง และแผดร้องออกมา

“สหายเต๋า, ท่านทั้งสามต้องช่วยข้าสังหารคนผู้นี้! ไม่ว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ข้าขอสาบานว่าจะส่งมอบของวิเศษอันล้ำค่าให้กับพวกท่านเพื่อเป็นการตอบแทน!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ก็ทำให้กระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ เริ่มเปล่งแสงเจิดจ้าออกมาให้เห็นในทันที พวกมันเริ่มพูดคุยกันอย่างรวดเร็ว

“จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องมองดูการต่อสู้อีกต่อไป” ปรมาจารย์จากเผ่าอวิ๋นเทียนอันยิ่งใหญ่กล่าว “ร่างจำแลงถึงวาระที่จะแตกดับไปแล้ว เมิ่งฮ่าวผู้นี้ได้หลอมรวมเจตจำนงของมันเข้ากับทะเลม่วง มันไม่ใช่คนที่จะไปตอแยด้วยได้” คำพูดของมันประกอบด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน

“สหายเต๋าอวิ๋นเหลียน ไม่ต้องกังวลไป พวกเราเป็นพันธมิตรกันอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงไม่อาจจะกลับคำพูดในการที่ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ แต่ถ้าให้ดีก็ควรจะจากไปพร้อมกับคำสัญญาของวิเศษจากปรมาจารย์ฮูเหยียน และในเวลาเดียวกันนั้นก็ให้เมิ่งฮ่าวรู้สึกเป็นหนี้พวกเราด้วย การหว่านเมล็ดกรรมด้วยการกระทำที่ดีบางอย่าง ก็น่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!”

“นั่นก็ใช่แล้ว เป็นเพราะปรมาจารย์ฮูเหยียนที่ไปตอแยศัตรูอันแข็งแกร่งเอง มันไม่อาจจะตำหนิผู้ใดได้ ถ้าพันธมิตรศาลสวรรค์สูญเสียเผ่าเทียนฉงไป แต่มีเผ่าอวิ๋นเทียนมาแทนที่ มันก็ยังคงเป็นศาลสวรรค์อยู่เช่นเดิม”

หลังจากที่พูดคุยกันแล้ว สามกระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มหัวเราะกัน สามรูปร่างได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า เพียงชั่วพริบตาก็มองเห็นเป็นสามเงาร่าง

หนึ่งเป็นชายชราผมขาวโพลน อีกหนึ่งเป็นบุรุษวัยกลางคนที่มีเคราอันสวยงาม คนที่สามเป็นเด็กชายในชุดสีแดง

ทันทีที่พวกมันปรากฏขึ้น ก็สบตายิ้มแย้มให้แก่กัน ทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นร่างจำแลง ซึ่งผู้ฝึกตนตัดวิญญาณส่วนใหญ่ชอบใช้กัน พวกมันเป็นร่างจำแลงที่แตกต่างไปจากปรมาจารย์ฮูเหยียน ซึ่งเป็นร่างจำแลงที่ยากจะพบเห็นได้

ไม่นานต่อมา สามเงาร่างก็ไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ฮูเหยียน โดยไม่หยุดชะงักลงแม้แต่น้อย พวกมันพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

แต่ละร่างจำแลงเหล่านี้ มีพลังการฝึกตนอยู่แค่สามในสิบส่วนของร่างจริง อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเป็นแค่สามในสิบส่วน ก็ยังสามารถบดขยี้ผู้ที่อยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งได้อย่างเหลือเฟือ พวกมันกลายเป็นสามลำแสงอันดุร้าย พุ่งตรงไปยังความสามารถศักดิ์สิทธิ์เซียนโลหิตทั้งสามของเมิ่งฮ่าวในทันที

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายจากการโจมตีนั้น การที่คนทั้งสามมีการเคลื่อนไหวเช่นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คาดไม่ถึง เขาโบกสะบัดชายแขนเสื้อ กลุ่มเมฆที่กระจัดกระจายส่งเสียงดังกระหึ่ม, พิรุณโลหิตส่งเสียงหวีดหวิว และทะเลสีดำก็ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สามพลังกระแทกเข้าไปในสามร่างจำแลง

“คนผู้นี้ช่างน่าเหลือเชื่อนัก! เมื่อข้าได้มาเผชิญหน้ากับพลังของมันในตอนนี้ ก็เห็นได้ชัดว่ามันมีความแข็งแกร่งเกินกว่าที่ข้าได้คาดคิดไว้ หลังจากที่ได้เห็นการต่อสู้ของมันมา!”

“ถ้าร่างจำแลงของพวกเราเผชิญหน้ากับมันตามลำพัง และมันได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่ ก็คงใช้เวลาไม่นานที่มันจะกำจัดพวกเราไปได้อย่างง่ายดาย!”

ร่างจำแลงทั้งสามสบตากันอีกครั้ง จากนั้นก็ขยับมือร่ายเวท ทำให้ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของพวกมัน ระเบิดเข้าไปในความสามารถศักดิ์สิทธิ์เซียนโลหิตของเมิ่งฮ่าว ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ เสียงระเบิดก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ สามร่างจำแลงระเบิดออก ถูกทำลายไปโดยสิ้นเชิง

ก่อนที่พวกมันจะหายไป ทั้งสามต่างก็ส่งสายตามายังเมิ่งฮ่าวอย่างมีความหมาย

ปรมาจารย์ฮูเหยียนจ้องมองมาด้วยความตกใจ และจากนั้นก็เริ่มสั่นสะท้าน มันเงยหน้าขึ้นและส่งเสียงกู่ร้อง ทำไมมันถึงจะมองไม่ออกในแผนการของสามสุนัขจิ้งจอกชราเจ้าเล่ห์ที่เพิ่งจะแสดงออกมาเหล่านี้?

ร่างจำแลงทั้งสามไม่ได้แข็งแกร่งเท่าร่างจำแลงของปรมาจารย์ฮูเหยียน ดังนั้นถ้าพวกมันต่อสู้กันเพียงลำพัง ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่พวกมันจะพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ในขณะที่ร่วมมือกันต่อสู้?

มีทางเดียวที่จะอธิบายได้ก็คือ จริงๆ แล้วคนทั้งสามไม่ได้เต็มใจที่จะโจมตี ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมันกระทำออกมา ก็แค่ต้องการอยากได้ของวิเศษที่มันได้สัญญาไว้

สีหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนเต็มไปด้วยโทสะอย่างรุนแรง

“ถ้าข้าต้องตายไป ก็ไม่มีทางที่ข้าจะตายใต้เงื้อมมือเจ้า!” มันแผดร้องออกมา

“ภาพศักดิ์สิทธิ์หลอมรวม…” มันร้องตะโกน ทันใดนั้น ภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าและที่ยังไม่สมบูรณ์ก็ปรากฏขึ้นอยู่ภายในแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของมัน และจากนั้นก็ลอยออกไปในทันที ภายในภาพศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์นั้นมองเห็นเป็นวิญญาณมากมาย ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกับปรมาจารย์ฮูเหยียนจนน่าขนลุก พวกมันรวมตัวเข้าด้วยกันเพื่อ…ก่อตัวเป็นบุตรชายทั้งแปดซึ่งถูกปรมาจารย์ฮูเหยียนสังหารไปด้วยตัวเอง

โชคร้ายที่ฮูเหยียนชิ่งได้ตายไปตามวิถีทางของมันเอง ทำให้ภาพศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่สมบูรณ์พร้อมกับการปรากฏขึ้นของภาพศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ทำให้สีหน้าของปรมาจารย์ฮูเหยียนทันใดนั้นก็เกิดการฮึดสู้ขึ้นมา

“บรรพบุรุษจงปรากฏ!” ขณะที่ปรมาจารย์ฮูเหยียนส่งเสียงกู่ร้อง ภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าก็แตกกระจายไป กลายเป็นเศษชิ้นส่วนมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งหลอมรวมเข้าไปในวิญญาณเซียนแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ในทันที เสียงกู่ร้องของปรมาจารย์ฮูเหยียน กลายเป็นเสียงคร่ำครวญขณะที่แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์เริ่มสลัวเลือนลาง และจากนั้นก็ระเบิดออกในทันที

เศษชิ้นส่วนที่ระเบิดออกไปนั้นแทบจะดูคล้ายกับเป็นชิ้นเนื้อของมนุษย์ พวกมันพุ่งออกไป แต่จากนั้นก็เริ่มรวมตัวเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา กลิ่นอายอันน่ากลัวอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ฉับพลันนั้นก็กระจายออกมาปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น

ในเวลาเดียวกัน แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ฮูเหยียนก็กำลังก่อตัวขึ้นมาใหม่ กลายเป็นร่างกายที่เกิดขึ้นมาจากเศษชิ้นเนื้อมากมายนับไม่ถ้วน

มันดูเหมือนกับเศษชิ้นเนื้อมากมายที่นำมาเย็บต่อเข้าด้วยกัน ราวกับว่าร่างกายถูกปกคลุมด้วยตะขาบมากมายนับไม่ถ้วน มีรูปลักษณ์ที่ดูโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่หน้าผากของมัน มองเห็นเป็นเกล็ดสีทองสามเกล็ด ซึ่งกระจายแสงสีทองอันเจิดจ้าออกมา

กลิ่นอายอันน่ากลัวและแปลกประหลาด เข้ากับร่างกายที่น่ากลัวและแปลกประหลาดโดยสิ้นเชิง นี่ก็คือร่างบรรพบุรุษของปรมาจารย์ฮูเหยียน เป็นผลลัพธ์จากความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังมากที่สุด เท่าที่ร่างจำแลงของมันจะสามารถใช้ออกมาได้

ศีรษะนั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงเกล็ดสีทองสามเกล็ด ซึ่งดูคล้ายกับเป็นดวงตา พวกมันสาดประกายด้วยแสงสีทองที่กระพริบไปมา ซึ่งจากนั้นก็กลายเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่

กระแสน้ำวนหมุนไปมา ดูเหมือนจะมีพลังที่สามารถบดขยี้อากาศให้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ได้อย่างเหลือเฟือ ขณะที่มันขยายตัวออกไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีหนึ่งพันจ้างรอบๆ บริเวณนั้นก็เริ่มแตกกระจายไป

กลุ่มเมฆแตกสลายไป พิรุณโลหิตเหือดหายไป และทะเลสีดำถูกทำลายไป ความสามารถศักดิ์สิทธิ์เซียนโลหิตทั้งสามของเมิ่งฮ่าวถูกทำให้หายไปโดยสิ้นเชิง

ปรมาจารย์ฮูเหยียนกำลังเผาไหม้พลังชีวิตของมันเอง พื้นฐานฝึกตนของมันสลัวเลือนลาง และรูปลักษณ์ของมันก็ดูแปลกประหลาดอยู่ในรูปแบบของบรรพบุรุษมัน ซึ่งสามารถระเบิดพลังที่ทำลายทุกสรรพสิ่งออกมาได้

หลังจากที่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์เซียนโลหิตถูกทำลายไป ร่างแปลกๆ ของปรมาจารย์ฮูเหยียนก็หายตัวไป เมื่อมันปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็ไปอยู่ตรงหน้าเมิ่งฮ่าว ยกมือขึ้นมาและผลักออกไป

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย โดยไม่ลังเลเขาโบกสะบัดชายแขนเสื้อ หยิบยืมพลังที่ระเบิดออกมาของขั้นตัดวิญญาณเพื่อพุ่งถอยไปด้านหลัง

“ข้ามีเวลาเพียงแค่เจ็ดลมหายใจ ก่อนที่พลังตัดวิญญาณจะหายไป!”

ดวงตาสาดประกายด้วยความเย็นชา กัดฟันแน่น จ้องมองไปยังปรมาจารย์ฮูเหยียน จากที่มองไปดูเหมือนว่าปรมาจารย์ฮูเหยียนในรูปแบบนี้จะไม่มีสติสัมปชัญญะ แต่กำลังกระทำตามสัญชาตญาณ ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่แปลกๆ นี้คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน ก่อนที่มันจะเผาไหม้พลังชีวิตจนหมดสิ้นไป

“ทุ่มสุดตัวแล้ว?” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงเย็นชา “ข้ายังมีกลยุทธ์อีกมากมายที่ยังไม่ได้ใช้ออกมาเลย”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: