I Shall Seal The Heaven Chapter 555

0 Comments

ตอนที่ 555

มันคือใคร

จอภาพเวทที่เรืองแสง ปรากฏขึ้นบนแท่นบูชาในเผ่าเยาเตี๋ย (ผีเสื้ออสูร) อันยิ่งใหญ่ ที่มองเห็นอยู่บนหน้าจอ เป็นเมิ่งฮ่าวที่กำลังต่อสู้กับร่างจริงของปรมาจารย์ฮูเหยียน!

ตั่วหลันนั่งอยู่ที่นั่น มองไปยังทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างสงบนิ่ง ดวงตาสาดประกายด้วยแสงเจิดจ้า ขณะที่นางเพ่งมองไปยังเมิ่งฮ่าวเป็นพิเศษ

เวลาเดียวกันนั้น ในเผ่าหมานเหยียน (เปลวไฟเถื่อน) อันยิ่งใหญ่ ก็มีจอภาพที่มองเห็นได้เช่นเดียวกัน เหมือนกับในเผ่าอวิ๋นเทียน (ฟ้าเมฆา) อันยิ่งใหญ่ ซึ่งโจวเต๋อคุนและคนอื่นๆ กำลังมองไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

ตลอดทั้งดินแดนสีดำ ผู้แข็งแกร่งเกือบเจ็ดในสิบส่วน จากชนเผ่าต่างๆ ทั้งหมดกำลังพุ่งความสนใจไปในการต่อสู้นี้

เห็นได้ชัดว่า ปรมาจารย์ตัดวิญญาณทั้งหมด ได้ส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป ล้อมอยู่รอบๆ อาณาเขตของเผ่าเทียนฉง เพื่อสังเกตดูการต่อสู้ สิ่งที่พวกมันให้ความสนใจมากที่สุดก็คือ พลังเวทและวิชาเวทต่างๆ ที่ถูกใช้ออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมิ่งฮ่าว ที่พวกมันให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ

เสียงระเบิดดังก้องขึ้นมาในอากาศ เมื่อพายุหมุนขนาดใหญ่ของเมิ่งฮ่าว สูงขึ้นไปจนถึงกลุ่มเมฆยามราตรีของปรมาจารย์ฮูเหยียน แรงระเบิดขนาดใหญ่สั่นสะเทือนออกไป กลุ่มเมฆสีดำแตกกระจายออก และพายุหมุนก็พังทลายลง

ทันใดนั้น ปรมาจารย์ฮูเหยียนก็ปรากฏกายขึ้นในกลางอากาศ ใบหน้ามันเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความชรา ซึ่งแตกต่างเป็นอย่างมากกับร่างจำแลงวัยกลางคนของมัน

เสื้อผ้ามันเป็นสีขาวดูสะอาดตา ขณะที่มองมายังเมิ่งฮ่าว กลิ่นอายของผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณก็ระเบิดออกมาจากร่างมัน

เมิ่งฮ่าวมองกลับไปยังปรมาจารย์ฮูเหยียน ในช่วงของการสังหารชนเผ่าเทียนฉงเมื่อก่อนหน้านี้ เขาแอบรวบรวมโลหิตบางส่วนจากกลุ่มคนในเผ่าที่แตกต่างกัน โลหิตนั้นมีครบทั้งห้ารุ่น เพียงพอที่เมิ่งฮ่าวจะนำมาสร้างเป็นร่างจำแลงโลหิต ถ้าเขาสามารถรวบรวมโลหิตจากปรมาจารย์ฮูเหยียนได้บางส่วน เขาก็จะสามารถสร้างเป็นร่างจำแลงโลหิตหกรุ่นของสายโลหิตแห่งเผ่าเทียนฉง

ถึงแม้ว่าร่างจำแลงโลหิตตระกูลจี้จะมีพลังอำนาจมาก แต่ตอนนี้เขาก็มีโอกาสที่ไม่อาจจะพบเจอได้บ่อยครั้งนัก เป็นธรรมดาที่เมิ่งฮ่าวจะต้องหาผลประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ดวงตาเขาสาดประกายขณะที่ระเบิดพลังของวิญญาณดวงที่เจ็ด และวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่หกสิบสี่คนออกมา ขณะที่เข้าไปใกล้ปรมาจารย์ฮูเหยียน เขาก็โบสะบัดมือขวาและกล่าวว่า

“ทอง!”

ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปาก แสงสีทองเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นภายในความมืดมิดของยามราตรี พื้นที่บริเวณรอบๆ เมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยแสงสีทอง ซึ่งกระจายออกไปด้วยพลังแห่งธาตุทองที่เข้มข้น ทิ่มแทงไปยังร่างของปรมาจารย์ฮูเหยียนในทันที

ปรมาจารย์ฮูเหยียนไม่กล่าวอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ใบหน้ามันบึ้งตึงและเย็นชา มองเห็นแสงที่ไร้ความรู้สึกอยู่ในดวงตา ขณะที่มันยกมือขึ้นและจากนั้นก็สับออกไปยังแสงสีทอง

ด้วยการตอบรับท่าสับมือลงไปของมัน อากาศที่เบื้องหน้าก็เต็มไปด้วยความเย็นเยียบรุนแรง ดูเหมือนความเย็นเยียบนั้นจะสามารถดับเจตจำนงและตัดอารมณ์ความรู้สึกได้ การโจมตีนี้ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นการตัดอารมณ์ความรู้สึกของปรมาจารย์ฮูเหยียน!

ดวงตาเมิ่งฮ่าวยังคงเยือกเย็น แต่เจ็ดยักษ์ทะเลม่วงรอบๆ ตัวแหงนหน้าขึ้น ส่งเสียงร้องคำรามออกมา ทันใดนั้น ร่างพวกมันก็ยุบลงไปกลายเป็นทะเลม่วง จากนั้นก็พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว ห่อหุ้มเขาไว้ในทันที จากนั้นก็หดตัวลงแนบติดอยู่กับผิวหนังของเขา ก่อตัวเป็นเกราะป้องกันน้ำเพื่อต่อต้านอาณาจักรการตัดอารมณ์ความรู้สึก

ในเวลาเดียวกันนั้น ราตรีอันมืดมิดก็กลืนกินแสงสีทองของเมิ่งฮ่าว ให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เมิ่งฮ่าวยกมือขวาขึ้นและชี้ออกไปอีกครั้ง

“น้ำ!”

ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปาก โลหิตและน้ำทะเล ชีวิตและความตาย เจตจำนงแห่งการทำลายล้าง ก็หมุนวนไปรอบๆ ร่างเขา ปรมาจารย์ฮูเหยียนแค่นเสียงออกมา จากนั้นก็ยกมือขึ้นร่ายเวท ใช้นิ้วชี้และหัวแม่มือของแต่ละข้างมาแตะสัมผัสกัน เพื่อก่อตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม จากนั้นก็ยื่นมือออกไปข้างหน้า

ทันใดนั้น พลังแห่งการขับไล่ก็พุ่งออกไป

“ไสหัวไปปปป!”

พลังของคำพูดขับไล่ดังก้องออกมา กลายเป็นพลังการโจมตีมุ่งหน้าตรงไปยังเมิ่งฮ่าว กระแทกเข้าไปในร่าง บังคับให้เขาต้องถอยไปทางด้านหลัง เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ และเมิ่งฮ่าวก็กระอักโลหิตออกมากองโต ในที่สุดเขาก็มองขึ้นไป ดวงตาสาดประกายด้วยแสงอันเจิดจ้า

เขาบอกได้ว่า ร่างจริงของปรมาจารย์ฮูเหยียน มีความแข็งแกร่งกว่าร่างจำแลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความสามารถศักดิ์สิทธิ์และวิชาเวท ซึ่งร่างจำแลงต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว แต่ร่างจริงของมันสามารถใช้ออกมาได้อย่างง่ายดาย

“แต่ข้าก็มีพลังที่ยังไม่ได้ใช้ในตอนที่ต่อสู้กับร่างจำแลงของมัน!” เมิ่งฮ่าวคิดขณะที่ล่าถอยไปด้านหลัง ดวงตาสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ เขาใช้สองมือร่ายเวทอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็ผลักออกไปด้านหน้า

“ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ภาพศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ! ลม สายฟ้า ออกมา! เจ็ดภาพศักดิ์สิทธิ์!” ขณะที่เขาพูด ต้นไม้สีเขียวขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในอากาศ ตามมาด้วยทะเลสีม่วงแดง อาวุธสีทองจำนวนมากมาย ทะเลแห่งเปลวไฟที่ร้อนแรง และดินยะเยียบที่กลายเป็นน้ำแข็งแผ่ขยายออกไป!

ต่อมา คุนเผิงก็ปรากฏขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ ล้อมรอบไปด้วยสายลมอันเกรี้ยวกราด สูงขึ้นไปในความมืดที่ด้านบน สามารถมองเห็นสายฟ้าสีเงินที่มีรูปร่างคล้ายกับอสรพิษจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน สายฟ้าเหล่านั้นเปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีแดงในทันที ขณะที่พวกมันมารวมตัวกันในกลางอากาศ

นี่เป็นความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่เหมาะสมกับเมิ่งฮ่าวมากที่สุด เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เจ็ดภาพศักดิ์สิทธิ์วิญญาณแปลง!

พวกมันเหมาะสมกับวิญญาณดวงที่เจ็ดของเขา ทำให้สามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดของพวกมันออกมาได้ เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือตรงไปข้างหน้า ทำให้พวกมันกลายเป็นลำแสงเจ็ดสายพุ่งตรงไปยังปรมาจารย์ฮูเหยียน

สีหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนเปลี่ยนไป และทันใดนั้นมันก็หยุดชะงักลง ดวงตาแวบขึ้นขณะที่ร่ายเวทด้วยการวาดเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่ในอากาศที่เบื้องหน้า

“เจ็ดอารมณ์หกกามคุณ เต๋าแห่งสิบสามสังสารวัฏ!”

“ยินดี โทสะ โศกเศร้า ครุ่นคิด เสียใจ หวาดกลัว ตกใจ เต๋าแห่งเจ็ดอารมณ์สังสารวัฏ!” เมื่อวงกลมถูกวาดเสร็จสิ้นที่เบื้องหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียน มันก็แตกกระจายไปกลายเป็นเจ็ดส่วน

แต่ละส่วนมีสีที่แตกต่างกัน และกระจายเป็นแสงเจิดจ้าออกมา ขณะที่มันลอยฝ่าอากาศไป ปรมาจารย์ฮูเหยียนชี้นิ้วตรงไป ทำให้วงกลมของอารมณ์ทั้งเจ็ด พุ่งตรงไปยังภาพศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวิญญาณของเมิ่งฮ่าว

ม่านตาเมิ่งฮ่าวหดเล็กลง นี่เป็นพลังเวทที่ร่างจำแลงของปรมาจารย์ฮูเหยียนไม่เคยใช้ออกมา แต่เมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้แปลกใจ ปรมาจารย์ฮูเหยียนเป็นสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ และได้ซุกซ่อนท่าไม้ตายไว้เช่นเดียวกับเมิ่งฮ่าว เห็นได้ชัดว่ามันได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี

ภาพศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวิญญาณแปลง เต๋าแห่งเจ็ดอารมณ์สังสารวัฏ นี่เป็นพลังเวทที่แตกต่างกันสองชนิด พุ่งตรงเข้าหากันในกลางอากาศ กล่าวโดยพื้นฐานแล้ว ภาพศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวิญญาณแปลงถือได้ว่าเป็นวิชาเวทอันแข็งแกร่งมากที่สุดของขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดว่าการแปลงนั้นเต็มไปด้วยพลังของวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่หกสิบสี่คน เนื่องจากเช่นนั้น จึงสามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้กับขั้นตัดวิญญาณได้

สำหรับเต๋าแห่งเจ็ดอารมณ์สังสารวัฏ มันเป็นพลังเวทของขั้นตัดวิญญาณ เมื่อทั้งสองพลังนี้กระแทกเข้าหากัน เสียงกระหึ่มก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ และพื้นดินก็สั่นสะเทือน ราตรีอันมืดมิดฉีกขาดออก และเมิ่งฮ่าวก็กระอักโลหิตออกมา จากนั้นเขาก็มองขึ้นไป ร่ายเวทด้วยสองมือ และชี้ตรงไป

“เจ็ดภาพศักดิ์สิทธิ์หลอมรวม!”

เจ็ดภาพศักดิ์สิทธิ์รวมตัวเข้าด้วยกัน กลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างน่ามหัศจรรย์ ภาพศักดิ์สิทธิ์นั้นกลายเป็นฮุ่นตุ้นขนาดใหญ่ซึ่งไร้รูปแบบ แต่ถ้ามองดูให้ละเอียด ก็แทบจะเหมือนกับว่ามันได้ก่อตัวขึ้นมาจากรูปแบบที่แตกต่างกันมากมายนับไม่ถ้วน

เมิ่งฮ่าวรู้ว่าเจ็ดภาพศักดิ์สิทธิ์ที่รวมตัวเข้าด้วยกัน เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด เมื่ออยู่ในวิญญาณดวงที่เจ็ด เมื่อเขาหลอมรวมเจ็ดวิญญาณแรกก่อตั้ง!

ภายในร่างเขาเป็นเจ็ดวิญญาณแรกก่อตั้งที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน ที่ด้านนอกเป็นเจ็ดภาพศักดิ์สิทธิ์ที่รวมตัวกัน ผลลัพธ์ก็คือ ขั้นที่บรรลุถึงภายในและภายนอกกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ในตอนนี้พลังการต่อสู้ที่แท้จริงของหกสิบสี่วงจรอันยิ่งใหญ่ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งระเบิดออกมาทั้งหมด

นอกจากการใช้ฉีหนาน หรือปราณกระบี่เริงระบำเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว นี่ก็คือไพ่ไม้ตายที่แข็งแกร่งมากที่สุดของเมิ่งฮ่าว

และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาปลดปล่อยพลังเวทนี้ออกมาด้วยเช่นกัน ในอดีตที่ผ่านมาเขาเคยซักซ้อมอยู่ในจิตใจ แต่ตอนนี้มันถูกใช้ออกมาจริงๆ เสียงกระหึ่มดังขึ้นไปจนถึงสวรรค์ หนึ่งภาพศักดิ์สิทธิ์ เจ็ดคุณสมบัติ!

ในตอนนี้เองที่ดวงตาเมิ่งฮ่าว จู่ๆ ก็เบิกกว้าง ขณะที่เขาสังเกตเห็นว่าเจ็ดภาพศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมค่อนข้างจะไม่คงที่

“ถึงแม้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ข้าใช้วิชานี้ แต่ข้าเคยฝึกซ้อมใช้มันอยู่ในจิตใจมาหลายครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคิดว่าวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งเจ็ดได้หลอมรวมกัน ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่การหลอมรวมภาพศักดิ์สิทธิ์จะไม่มั่นคง” ดวงตาเขาแวบขึ้นขณะที่ตระหนักว่า ถึงแม้ห้าธาตุของเขาจะอยู่ในระดับวงจรอันยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเพิ่มสายลมและสายฟ้าเข้าไป การรวมตัวกันก็ไม่ใช่ขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่อีกต่อไป นั่นจึงเป็นเหตุให้เกิดความไม่มั่นคงและไม่ลงรอยกัน

เมื่อเมิ่งฮ่าวฝึกใช้วิญญาณดวงที่เจ็ดในจิตใจ เขาไม่ได้สังเกตเห็นถึงจุดนี้ ตอนนี้เมื่อภาพศักดิ์สิทธิ์รวมตัวกันอย่างแท้จริงปรากฏขึ้น ก็เห็นได้ชัดเจนในทันที

ต่อมา ก็เกิดเรื่องตรงกันข้ามกับความคาดหวัง สายลมและสายฟ้าทันใดนั้นก็เปลี่ยนไป พวกมันมีความมั่นคง จนทำให้จิตใจเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เห็นได้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงของภาพศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ ได้ถูกกระตุ้นโดยสายลมและสายฟ้า

ทำให้การหลอมรวมกันของภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ด เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างคาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความตกตะลึงให้กับทั่วทั้งโลกแห่งนี้!

จิตใจเมิ่งฮ่าวทันใดนั้นก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกแทงด้วยของแหลมคม ซึ่งกระจายไปทั่วร่างเขาในทันที จิตใจหมุนเคว้งคว้าง แม้แต่ในท่ามกลางการต่อสู้กับปรมาจารย์ฮูเหยียน ท่าทางมึนงงฉับพลันนั้นก็ปรากฏขึ้นอยู่ในแววตา

ทันใดนั้น เขาก็มองเห็นสนามรบอยู่ที่เบื้องหน้า กระจัดกระจายเต็มไปด้วยซากศพจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน พื้นดินเปียกชุ่มไปด้วยโลหิต ยากที่บอกได้ว่าการต่อสู้ในสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นมานานกี่ปีแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยซากศพมากมายจนนับไม่ถ้วน

ซากร่างเหล่านั้นเต็มอยู่บนพื้นดิน ไกลออกไปสุดสายตา

มีเพียงสิ่งเดียวที่ดูแตกต่างอยู่ตรงหน้าเขาก็คือ โลงศพขนาดใหญ่ ที่มีความยาวถึงหนึ่งพันจ้าง และเป็นสีดำสนิท เมิ่งฮ่าวคุ้นเคยกับโลงศพนี้ มันเป็นโลงศพเดียวกับที่เขาเคยเห็นในท้องฟ้าเหนือเจดีย์แห่งถังในแคว้นจ้าว!

ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นก็คือ ตอนนี้เขาได้เห็นที่พื้นผิวของโลงศพถูกแกะสลักเป็น…ผีเสื้อเก้าตัว!ผีเสื้อทั้งเก้าตัวที่ถูกสลักอยู่ มีความงดงามอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้

ทันทีที่เมิ่งฮ่าวมองเห็นผีเสื้อ เสียงกระหึ่มก็ดังเต็มอยู่ในจิตใจ และภาพนั้นก็หายไป

ในเวลาเดียวกันนั้น ท้องฟ้าสีดำที่ด้านบนก็ดูเหมือนจะฉีกขาดออกไป ทั่วทั้งดินแดนทั้งหมดของดาวหนานเทียน รวมถึงดินแดนตะวันออก, ดินแดนด้านใต้, ทะเลทรายตะวันตก และทะเลทรายตอนเหนือ พลังแปลกๆ นี้ดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาขึ้น โดยภาพศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวิญญาณของเมิ่งฮ่าวที่ด้านนอกของดาวหนานเทียน รายนามที่ถูกสลักไว้บนแท่นผนึกเซียน ก็เริ่มกระพริบเป็นประกายแสงขึ้น เสียงพึมพำด้วยความตื่นเต้น ดังก้องไปรอบๆ แท่นผนึกเซียน

“ห้าธาตุคือพื้นฐาน ไม่มีธาตุที่หกในโลกนี้ ไม่ว่าสายลมหรือสายฟ้า ทั้งคู่จะทำให้ห้าธาตุกลับด้าน…ยกเว้น สายลม…นี่คือลมอะไร? นี่ไม่ใช่สายลมของห้าธาตุ นี่เป็นสายลมที่มาจากนอกโลก!”

“และสายฟ้านี่คืออะไร? นี่ไม่ใช่สายฟ้าของจิ่วซานไห่ (เก้าขุนเขาทะเล) มันมาจากด้านนอกของจิ่วซานไห่!”

“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? กำลังเกิดอะไรขึ้น…? เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งมีชีวิตจากด้านนอกของจิ่วซานไห่ได้ตกลงมา นำสายลมและสายฟ้ามาพร้อมกับมัน!?!?”

การสั่นสะท้านของแท่นผนึกเซียน มีผลกระทบต่อทุกอาณาเขตของดาวหนานเทียน

มีหญิงสาวเดินออกมาจากถ้ำกำเนิดใหม่ในดินแดนด้านใต้ และมองออกไปยังที่ห่างไกลในทะเลเทียนเหอ มีเรือโบราณลอยอยู่ที่นั่นมานานนับหมื่นปี ที่หัวเรือมีซากศพซึ่งสวมใส่ชุดเกราะที่ผุพัง จู่ๆ ดวงตาของมันก็ลืมขึ้นมา

ในต้าถังแห่งดินแดนตะวันออก ในศาลบรรพบุรุษของตระกูลจี้ บุรุษหนุ่มซึ่งมีผิวที่ขาวราวกับหยก เป็นบุรุษคนเดียวกับที่ได้มาขัดขวางมารดาของเมิ่งฮ่าวเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ กำลังนั่งอยู่บนแท่นบูชาที่สร้างขึ้นมาจากกระถาง ดวงตามันลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ และภายในแววตาสามารถมองเห็นความลังเลและความสับสน ขณะที่มันมองออกไปยังที่ห่างไกล

ทุกดินแดนทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนขึ้นอย่างลี้ลับ ย้อนกลับไปในดินแดนด้านใต้ ลึกเข้าไปในถ้ำกำเนิดใหม่ ซึ่งเป็นเขตบริเวณที่แม้แต่คุนเผิงในรูปร่างของหญิงสาว ยังไม่อาจจะเข้าไปถึง ที่กำลังนอนอยู่ที่นั่นในความมืดมิดเป็นซากศพ

ซากศพนี้…ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นคนที่เคยให้เซียนชี้ทางแก่เมิ่งฮ่าวเป็นของกำนัล โฉ่วเหมินไถ!

มันตกตายไปแล้ว แต่ในตอนนี้ ดวงตามันจู่ๆ ก็ลืมขึ้นมา ภายในแววตาเป็นแสงอันเจิดจ้าแหลมคม ซึ่งดูเหมือนจะสามารถทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวต้องสั่นสะเทือน และสามารถบดขยี้ได้แม้แต่ดินแดนแห่งดาวหนานเทียน

ในตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันไม่ได้อ่อนแออีกต่อไป เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ในช่วงที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุด

“ข้าตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วนัก” มันกล่าว “ข้ามายังโลกแห่งนี้เพื่อกระจายเต๋า ข้าได้ส่งเมล็ดแห่งเต๋าออกไปนับล้าน และในสองร้อยปีมานี้ มีเพียงคนผู้นี้เท่านั้นที่สามารถปลุกข้าขึ้นมาได้!”

“บางที เจ้าเด็กผู้นี้อาจจะเป็นคนที่ข้ากำลังเฝ้ารอมาตลอดหลายปีทั้งหมดนี้…เพื่อช่วยให้มันมีชีวิตขึ้นมาใหม่!” ทันที่ที่โฉ่วเหมินไถพูดคำว่า ‘มัน’ สีหน้าก็เต็มไปด้วยการหวนรำลึก ขณะที่นึกไปถึงภาพของบุรุษที่กำลังมองมาที่มันและยิ้มให้

———–

ฮุ่นตุ้น (混沌 – เทพโบราณของจีน มีสี่ปีก หกขา ไร้หน้าและดวงตา)

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: