I Shall Seal The Heaven Chapter 61

0 Comments

ตอนที่ 61

เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวในดินแดนด้านใต้

เสียงพื้นปฐพี่สั่นสะเทือนดังระเบิดขึ้นก้องไปทั่วท้องฟ้า

แหล่งที่มาของเสียงไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นคลื่นเสียงที่มาจากสถานที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกล มันไม่ได้พุ่งตรงมายังตำแหน่งของเมิ่งฮ่าว และคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่าจะครอบคลุมไปทั่วทั้งอาณาเขตของแคว้นจ้าว ณ เวลานี้ ผู้ฝึกตนทุกคนที่อยู่ภายในแคว้นนี้สามารถได้ยินเสียงคำรามอันยิ่งใหญ่นี้

ประกายแสงสีแดงปรากฎขึ้น กว้างใหญ่จนไม่สามารถจะบอกได้ว่ามันได้ครอบคลุมพื้นที่ไปมากมายแค่ไหน ดูราวกับว่าทั่วทั้งแผ่นฟ้าได้กลายเป็นสีแดงเข้ม ไม่มีใครรู้ว่าได้เกิดอะไรขึ้น

ไกลออกไปจากแคว้นจ้าว ในพื้นที่ตรงกลางของดินแดนด้านใต้ รอยแยกอันใหญ่โตมหึมาได้ปรากฎขึ้นในท้องฟ้า

มันคือ รอยแยกแห่งสวรรค์!

เสียงระเบิดดังเข้มข้นมากขึ้น, ไม่ได้กระจายออกไปเพียงแค่แคว้นจ้าว แต่กระจายออกไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ ทุกๆ ที่, ทุกๆ สำนัก, ทุกๆ ตระกูล ในดินแดนด้านใต้อันกว้างใหญ่ ในที่สุดก็ได้ยินเสียงนี้กันไปทั่ว

สีหน้าของเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป เขาตกใจที่ได้เห็นกลุ่มหมอกลอยออกมาจากร่างของเขา ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น เขาพุ่งตรงออกไปเร็วยิ่งขึ้น ร่างเปลี่ยนไปลำแสงคล้ายสีรุ้ง

เหยียนจื่อกั๋ว และบุคคลอื่นๆ ตกใจกลัว จิตใจของพวกมันเริ่มเต้นรัว และทันใดนั้นพลังการฝึกตนของพวกมันก็ดูเหมือนว่าจะไม่คงที่ ราวกับว่าพลังลมปราณจะพุ่งออกไปจากร่างของพวกมัน

ณ ตอนนี้ ภายในเทือกเขาของแคว้นจ้าว หมอกหนาได้ลอยหมุนวนอยู่รอบๆ สำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก)” หนึ่งในสามสำนักใหญ่ เมื่อเสียงระเบิดดังกระหึ่มออกมา กลุ่มหมอกก็เริ่มเดือดพล่าน และยอดสูงสุดของภูเขาก็สั่นสะเทือน ภายในสำนักศิษย์หลายร้อยคนหน้าซีดขาว จ้องขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความตกใจ

บนภูเขาด้านหลังสำนัก มีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่สองคน ทั้งสองอายุมากแล้ว อยู่ในขั้นสร้างแกนลมปราณ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการเข้าฌาณ โผล่ออกมาจากห้องลับ พวกมันเหาะขึ้นไปและลอยอยู่กลางอากาศ มองขึ้นไปบนท้องฟ้า และอ้าปากค้าง พลังลมปราณของพวกมันหมุนโคจรอยู่ในร่างอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นได้แน่ชัดจากระยะที่ห่างไกลมากเช่นนี้ พวกมันก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากการสั่นสะเทือนจากสวรรค์อันยิ่งใหญ่นี้ได้ และเนื่องจากพลังการฝึกตนที่ลึกล้ำเป็นพิเศษ พวกมันจึงสามารถสัมผัสได้ถึงรอยแยกแห่งสวรรค์

“เกิดอะไรขึ้น? เสียงนี้มาจากจุดศูนย์กลางของดินแดนด้านใต้ เป็นไปไม่ได้! นั่นเป็นระยะทางที่ห่างไกลเป็นอย่างมาก เสียงนั้นจะดังมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?!”

ผู้อาวุโสสำนักเฟิงหานห้าคน ที่อยู่ขั้นพื้นฐานลมปราณ เหาะขึ้นไปอยู่ด้านหลังพวกมันตามลำดับ ใบหน้าของพวกมันซีดขาว และร่างก็สั่นสะท้านไปด้วย

ภายในสามสำนักใหญ่อื่นๆ ของแคว้นจ้าว, สำนักฟางเยี่ย (ราตรีเที่ยงธรรม), ผู้ฝึกตนสองคนขั้นสร้างแกนลมปราณ และผู้อาวุโสสี่คนขั้นพื้นฐานลมปราณ ลอยขึ้นไปในท้องฟ้า จ้องมองด้วยความมึนงงยังท้องฟ้าที่ห่างไกลออกไป ผืนฟ้าทั้งหมดเต็มไปด้วยสีแดงคล้ำ ราวกับว่าไฟกำลังลุกไหม้อยู่ เมื่อเห็นเช่นนี้ก็ทำให้พวกมันตกตะลึง

“นี่คือ…อะไร…?”

ไม่เพียงแค่ศิษย์ของสำนักเฟิงหาน และสำนักฟางเยี่ยเท่านั้น ศิษย์ของสำนักฉือสุ่ย (สายน้ำหมุน) ก็ได้ยินเสียง และมองขึ้นไปในท้องฟ้าด้วยความงุนงง ดูท่าทางตกใจกลัวด้วยเช่นเดียวกัน ผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณตัวสั่นสะท้าน พลังฝึกตนของมันสูงส่งลึกซึ้ง จ้องมองออกไปยังที่ห่างไกลด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีความตกใจกลัว ท่ามกลางภาพที่เหมือนลุกไหม้ซึ่งครอบคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า ซึ่งทันใดนั้นก็ปรากฎสิ่งที่ดูเหมือนเป็นรอยแยกนับไม่ถ้วนเกิดขึ้นมา

“นี่ไม่ใช่เสียงธรรมดาทั่วไป มิเช่นนั้น มันคงไม่กระจายผ่านแคว้นจ้าวมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ความเร็วของมัน…เสียงนี้สามารถทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง!”

สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับสำนักอื่นๆ ในแคว้นที่อยู่รอบๆ แคว้นจ้าว ไกลออกไปในดินแดนด้านใต้ กลุ่มปรมาจารย์จากห้าสำนักใหญ่ และสามตระกูลดัง ด้วยพลังการฝึกตนที่ลึกล้ำ ก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลไร้ผู้ใดจะต่อต้านได้แผ่ออกมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า ตรงจุดศูนย์กลางของดินแดนด้านใต้ มีแต่พวกมันที่เห็นได้ บุคคลอื่นๆ ทั้งหมดไม่มีทางจะได้เห็น

พวกมันเห็นรอยแยกอันใหญ่โตมโหฬารในท้องฟ้า ความไม่อยากจะเชื่อปกคลุมไปทั่วใบหน้า

ในวันนี้ ณ เวลานี้ ทั่วทั้งดินแดนด้านใต้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกโกลาหล ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนเหาะขึ้นไปในท้องฟ้า และผู้ฝึกตนระดับสูงนับไม่ถ้วนมองขึ้นไปด้วยความมหัศจรรย์ใจ เครื่องหมายแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในท้องฟ้านี้ได้สร้างความสะพรึงกลัวให้พวกมันลึกเข้าไปถึงแกนในของร่างกาย

เมิ่งฮ่าวเหินบินไปเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ กลุ่มควันสีดำมากกว่าปกติได้ลอยออกมาจากร่างของเขา ราวกับว่ามันกำลังตอบรับเสียงเรียกหา ไปรวมเข้ากับเครื่องหมายแปลกๆ บนท้องฟ้า ทำให้เขากลัวจนใกล้จะเป็นบ้าไป เขาพุ่งตรงไปด้วยความเร็วสูงสุด จนกระทั่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของภูเขาสูง ยืนอยู่ที่นั่น มองออกไปยังท้องฟ้า

ไกลออกไป, มันดูราวกับว่าสวรรค์กำลังค่อยๆ แยกเปิดออกอย่างช้าๆ จากนั้น แสงสีดำก็แผ่กระจายออกมา ปกคลุมไปทั่วทั้งสวรรค์และพื้นปฐพีด้วยความมืดมิดสีดำสนิท

ผ่านไปสักพัก ทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ก็เริ่มสั่น ราวกับว่าพลังอันมหาศาลกำลังเขย่าที่จุดสำคัญของมัน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นลูกคลื่นกระจายออกไปด้านนอก ภูเขามากมายเริ่มถล่มลงมา และพื้นดินก็เต้นตามจังหวะคลื่น

ดินแดนด้านใต้มีอาณาเขตที่กว้างใหญ่มาก ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลาในการกระจายผลกระทบเช่นนี้ออกไป มันเริ่มจากจุดศูนย์กลาง จากนั้นก็กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ตลอดทางทั้งหมดจนไปถึงสุดขอบเขต ภูเขาพังทะลายลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากแคว้นจ้าวอยู่ห่างไกลออกมามาก ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจึงไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ เพียงเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กขึ้นหลังจากเจ็ดวันผ่านไปเท่านั้น

ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ทำให้ผู้ฝึกตนระดับสูงของแคว้นจ้าวต้องเกิดความตกใจกลัว บางคนได้ไปที่ศูนย์กลางของดินแดนด้านใต้ และทำให้รู้ว่ามันช่างห่างไกลมากเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่แผ่นดินไหวอันรุนแรงมหาศาล ก็ยังไม่อาจเดินทางมาถึงแคว้นจ้าวได้ภายในเวลาเจ็ดวัน

ภายในเวลาเจ็ดวันนั้น ข่าวลือก็แพร่กระจายราวไฟป่าทั่วดินแดนด้านใต้ ในไม่ช้าทุกคนก็ได้ยินเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว

ซากศพได้ตกลงมาจากท้องฟ้า!

และมันได้ตกลงมาห่างจากหนึ่งในสามของเขตอันตรายในดินแดนด้านใต้ประมาณหนึ่งพันหลี่ (1 หลี่ ประมาณ 0.5 กิโลเมตร), หว่างเชิงโต้ง! (ถ้ำแห่งการเกิดใหม่)

ข่าวลือนี้ทำให้เกิดความรู้สึกอย่างมากมายมหาศาลในดินแดนด้านใต้ และส่งผลให้ทุกคนเกิดความปั่นป่วนตื่นตกใจกันไปทั่ว มันยังลืออีกด้วยว่า ผู้ฝึกตนระดับสูงในดินแดนทะเลทรายตะวันตกได้มาร่วมชุมนุมกันในดินแดนด้านใต้เพราะเหตุนี้อีกด้วย

“ซากศพนั้นเป็นใคร? มันตกลงมาจากสวรรค์ มีคำกล่าวไว้ว่า…ผู้ที่จะขึ้นไปบนสวรรค์ได้นั้น ต้องบรรรลุถึงขั้นเซียนอมตะเท่านั้น! เป็นไปได้หรือไม่ว่า เสียงคำรามที่ดังออกมา เป็นการเปล่งจากปากของศพนี้ก่อนที่มันจะตาย?!”

“บรรลุขั้นเซียนอมตะ? มันง่ายที่จะพูดคำนี้ แต่จากบันทึกโบราณ, มีแค่เจ็ด หรือแปดคนในดินแดนด้านใต้เท่านั้นที่ทำได้สำเร็จ แต่ซากศพนั่น…มันช่างน่าแปลกยิ่งนัก เมื่อมันกระแทกลงไปที่พื้น ก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหวติดต่อกันถึงเจ็ดวัน”

“รวบรวมลมปราณ และพื้นฐานลมปราณ, สร้างแกนลมปราณ และวิญญาณแรกก่อตั้ง, ตัดวิญญาณ และค้นหาเต๋า, สุดท้ายก็เป็นเซียนอมตะ ทั้งหมดเจ็ดขั้นตอนที่จะขึ้นไปเป็นอมตะ การที่จะบรรลุเซียนอมตะ และพิชิตความว่างเปล่า ช่างยากมาก, ยากอย่างยิ่ง, ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก!”

ข่าวลือนี้กระจายออกไปทั่วดินแดนด้านใต้ อย่างไรก็ตาม แคว้นจ้าวค่อนข้างห่างไกลออกไปมาก ดังนั้นข่าวลือนี้จึงยังมาไม่ถึงที่นี่ มีเพียงผู้อาวุโสเพียงไม่กี่คนจากสำนักใหญ่เท่านั้น ที่รู้เรื่องข่าวลือพวกนี้

สำหรับเมิ่งฮ่าว เขายังคงเคลื่อนที่เข้าไปในเทือกเขาลึกอย่างต่อเนื่อง รอยขมวดคิ้วอยู่บนใบหน้า ในช่วงระยะเวลาเจ็ดวัน กลุ่มควันแห่งความตายในร่างของเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่จากนั้นมันก็เริ่มซึมออกมาอีกครั้งเหมือนก่อนหน้านี้ เขาคาดว่ามันอาจจะต้องใช้เวลาประมาณยี่สิบวันกว่าที่มันจะจางหายไป

“ควันแห่งความตายพวกนี้น่ารำคาญนัก ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ข้าก็คงได้ออกไปทำเรื่องอื่นๆ ได้แล้ว” อารมณ์ของเมิ่งฮ่าวก็เช่นเดียวกับหนึ่งในผู้เดือดร้อน ด้วยเหตุการณ์ลึกลับเมื่อเจ็ดวันก่อน ทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดในแคว้นจ้าวถูกปลุกกระตุ้นขึ้นมา กดดันให้เมิ่งฮ่าวต้องหลบซ่อนตัวเองอยู่ตลอดเวลา เขาได้ถูกพบเห็นเป็นบางครั้ง และทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

แต่ละครั้งที่เขาได้คิดถึงบางวิธีที่จะคลี่คลายสถานการณ์นี้ เขาไม่ต้องการสังหารใคร แต่เร็วๆ นี้ความต้องการสังหารของเขาก็เข้มข้นมากขึ้น และมากขึ้นบ่อยๆ

“ทำเช่นนี้ไม่ได้ ถ้าข้าถูกบังคับให้สังหารใครสักคน มันก็จะเป็นเหตุให้มีปัญหาเพิ่มมากขึ้น การหลบซ่อนตัวน่าจะดีกว่า” เขาคิดอยู่ชั่วครู่ ทันใดนั้นก็มองขึ้นไป เบื้องหน้าด้านบนของเขาในภูเขาที่ซับซ้อนมากมาย, ทุกอย่างเงียบสงบ เมิ่งฮ่าวหยุดลง และมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ ที่ทำให้ทุกอย่างสงบเงียบเช่นนี้

เขารู้สึกอารมณ์ไม่ดี คิดไปก็ขมวดคิ้วไปด้วย ตบไปที่ถุงเก็บสมบัติ พัดหยินเหอก็ปรากฎขึ้น เขาพุ่งตรงเข้าไปในป่า

มีเสียงระเบิดดังขึ้น ตามด้วยสายลมที่ส่งผลให้ ใบไม้หลายใบเกิดเป็นเสียงดังกรอบแกรบไปทั่วบริเวณ จากนั้น ทุกอย่างก็คงนิ่งสงบเหมือนเดิม ไร้ร่องรอยให้ติดตามสำหรับความแปลกประหลาดนี้ สีหน้าของเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป เหตุการณ์เมื่อเจ็ดวันที่แล้วสร้างความตื่นตกใจให้กับเขา แต่เหตุการณ์ที่เงียบสงบเช่นนี้ ไม่มีสัตว์ป่าในพื้นที่แห่งนี้ได้ตายไป เสียงระเบิดที่ดังออกมานี้ น่าจะทำให้พวกสัตว์ป่าหนีกระเจิงออกไป แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังคงสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โดยไม่ลังเล เมิ่งฮ่าวส่งพลังให้พัดหยินเหอพุ่งออกไปข้างหน้า ครั้งนี้ ตรงไปยังทิศทางอื่น จากนั้น เสียงแค่นอย่างเย็นชาก็ดังออกมา และจากยอดสูงสุดของภูเขาหลายลูกรอบๆ บริเวณนั้น ลำแสงสีดำหลายลำก็พุ่งตรงมา เชื่อมต่อกันไปทั่วทั้งพื้นที่แถบนั้น เหมือนกับร่างแห

เมิ่งฮ่าวอยู่ภายในพื้นที่ที่ถูกผนึกไว้นี้ เขาไม่ได้อยู่ตรงจุดกึ่งกลาง แต่อยู่ใกล้กับขอบผนึกนี้มากกว่า ถ้าเมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ระมัดระวัง และยังคงพุ่งตรงต่อไปข้างหน้า เขาก็คงอยู่จุดกึ่งกลางพอดี

เงาร่างแปดสายปรากฎขึ้น หกบุรุษ และสองสตรี หนึ่งในสองสตรีนั้น สวมใส่ชุดยาวสีขาว และมีสีหน้าซีดขาว ในมือถือไข่มุกน้ำสีฟ้า ไข่มุกลูกนั้นส่องประกายเป็นคลื่นแห่งสายน้ำ ซึ่งได้ช่วยปกปิดการคงอยู่ของนางไว้ แต่ตอนนี้ไข่มุกลูกนั้นก็เคลือบไปด้วยรอยร้าว ดูเหมือนว่ามันเป็นของวิเศษที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว

นางไม่ได้เข้ามาใกล้เขา แต่ยืนอยู่ในที่ห่างไกลออกไป คนอื่นๆ เคลื่อนเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูงสุด ล้อมรอบเขาไว้ หนึ่งในนั้นก็คือ เหยียนจื่อกั๋ว

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเคร่งเครียดขึ้น เมื่อเขามองไปรอบๆ อย่างเย็นชายังกลุ่มของผู้ฝึกตนพวกนี้ รัสีสังหารวนอยู่รอบๆ ตัวของเหยียนจื่อกั๋ว แต่พลังการฝึกตนของมันไม่ได้สูงที่สุดในกลุ่ม ผู้ที่สูงสุดคือคนที่ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น แต่ลอยอยู่ในอากาศบนกระบี่บินเหนือเมิ่งฮ่าว ซึ่งเป็นบุรุษวัยกลางคน สวมชุดเต๋ายาวสีท้องฟ้า ดวงตาของมันเยือกเย็น แต่เปล่งประกายของการมีพลังอำนาจออกมา

พลังการฝึกตนของมันอยู่ที่ระดับเก้าของการรวบรวมลมปราณ!

ท่ามกลางสำนักของแคว้นจ้าว ผู้ที่อยู่ระดับเก้าของการรวบรวมลมปราณ มีอยู่น้อยมาก ถ้าภายในวงจรหกสิบปี พวกมันสามารถบรรลุขั้นพื้นฐานลมปราณ ก็จะกลายเป็นผู้อาวุโสของสำนัก ถ้าไม่สามารถบรรลุขั้นพื้นฐานลมปราณ ภายในระยะเวลาของวงจรหกสิบปี พวกมันก็จะไม่ใช่ศิษย์สายในอีกต่อไป แต่เป็นผู้คุ้มกันสำนักแทน

ถ้าซ่างกวนซิวเป็นศิษย์ในสำนักเอกะเทวะในยุคที่ยังรุ่งเรืองอยู่ มันก็จะเป็นผู้คุ้มกันสำนัก ไม่ใช่ผู้อาวุโส

บุรุษวัยกลางคนเพิ่งจะอยู่ที่ระดับเก้าของการรวบรวมลมปราณได้เพียงแค่สองปี สามารถกล่าวได้ว่าอนาคตของมันไร้ข้อจำกัด ถ้ามันบรรลุถึงขั้นพื้นฐานลมปราณ มันก็จะได้รับสถานะที่แตกต่างไปจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

“เจ้าฉลาดมาก” เหยียนจื่อกั๋วพูดเสียงเย็นชา “ไม่เช่นนั้น เจ้าก็ไม่มีทางที่จะหลอกลวงสำนักจื่อยิ่น (ชะตาม่วง) ได้ ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่อยู่ตรงกลาง แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าอยู่ในเขตของเวทอาคมนี้แล้ว เจ้าต้องตาย ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์พี่หลิวก็อยู่ที่นี่แล้ว และพวกข้ากำลังจะเอาของวิเศษไปจากเจ้า ถ้าได้แล้ว บางทีพวกข้าจะยอมให้เจ้ามีซากศพที่สมบูรณ์”

มันมองอย่างละโมบมาที่พัดหยินเหอของเมิ่งฮ่าว หลายวันที่ผ่านมา มันพบเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเมิ่งฮ่าว รวมถึงรายละเอียดที่เขาได้แลกเปลี่ยนกับศิษย์สำนักจื่อยิ่น ซึ่งมันได้ทราบมาจากซุนหัว ทำให้ตอนนี้มันอยากได้ทรัพย์สมบัติของเมิ่งฮ่าวมากยิ่งขึ้น

เมิ่งฮ่าว, สีหน้าเคร่งขรึม ไม่แม้แต่จะชายตามองไปยังเหยียนจื่อกั๋ว แต่จ้องไปที่ผู้ฝึกตนระดับขั้นเก้านั้นแทน

นี่เป็นศิษย์พี่หลิว ที่เหยียนจื่อกั๋วได้พูดถึง มันดูธรรมดาทั่วไปไม่โดดเด่น และไม่ยอมพูดจา แต่ยืนบนกระบี่บิน เปล่งประกายพลังอำนาจออกมา เมื่อเมิ่งฮ่าวสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของมัน ม่านตาของเขาก็หดแคบลง

“ถ้าเจ้าต้องการของวิเศษของเมิ่งฮ่าว” เขาพูดเสียงเย็นชา “เจ้าก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนมา” เขาตบไปที่ถุงเก็บสมบัติ และแสงสีเงินก็พุ่งออกมา หอกเงินเปล่งประกายแวววับปรากฎขึ้นในมือของเมิ่งฮ่าว เขาปักลงไปที่จุดกึ่งกลางของพัดหยินเหอข้างกายเขา มันชี้ตั้งตรงขึ้นไป

เมื่อหอกเงินปรากฎ มันก็กลายเป็นจุดสนใจของกลุ่มคนพวกนี้ แม้แต่ดวงตาของศิษย์พี่หลิวก็สาดประกาย มาหยุดอยู่บนหอกเล่มนั้น

ในเวลาเดียวกันกับที่ดวงตาของพวกมันเพ่งไปบนหอก เมิ่งฮ่าว, สองตาสาดแสงจ้า, โยนม้วนภาพเปิดออกไป เสียงคำรามดังกระหึ่มออกมาจากด้านในของภาพนั้น และหมอกสัตว์อสูรสามตัวก็ปรากฎขึ้น พุ่งตรงไปหากลุ่มบุคคลพวกนั้น

ด้วยประโยชน์จากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทันใดนั้น เมิ่งฮ่าวก็รีบเร่งขยับนิ้วในรูปแบบของการสร้างเวทอาคม และลำแสงสีดำก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่ยากจะบรรยาย หัวใจของเหยียนจื่อกั๋วแทบกระโดดออกมาจากหน้าอก และมันก็ฉีกตัวเองออกมาจากลำแสงอันพร่างพราย ซึ่งเกิดจากอาวุธเวทด้านหลังของมัน พุ่งออกไปด้านหลังในเวลาเดียวกัน แต่ก่อนที่มันจะขยับเคลื่อนไหวออกไป แสงสีดำก็จมลงไปในศีรษะของมัน อยู่ตรงกลางระหว่างคิ้วของมัน

นี่เป็นตั๋วหมิงติง! (ตะปูทะลุนรก)

และนี่ก็เป็นบุคลิกของเมิ่งฮ่าว ถ้าไม่โจมตีก็แล้วกันไป แต่เมื่อโจมตีแล้ว ต้องมีใครสักคนที่ต้องล้มลงไปก่อน! เหยียนจื่อกั๋วกำลังหาที่ตาย ดังนั้นเมิ่งฮ่าวจึงได้ส่งมันไปยังปรโลก!

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 244
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 243
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 242
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: